ในขณะที่ทุกๆคนกำลังวุ่นวายหั่นไก่ั์กันอยู่ พวกพี่ๆหลังจากได้ชิมไก่ย่างคนละชิ้นก็กลับไปเฝ้าดูและช่วยยกชิ้นเนื้อไก่ที่หั่นแล้วร้อยเป็ชิ้นๆ เพื่อนำเนื้อไก่ไปหมักและตากแห้ง และรมควันบางส่วนเพื่อถนอมอาหารเก็บไว้กินได้นานๆ
แม่ ย่า ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้ ต่างก็ช่วยกันทอดหนังไก่ผืนใหญ่ เพื่อนำน้ำมันจากหนังไก่เก็บไว้ใช้ทำอาหารตามวิถีชาวบ้านชนบทที่ทำกัน
แตกต่างตรงที่ไม่ใช่น้ำมันจากมันหมูเท่านั้นเอง แต่น้ำมันจากไก่ก็มีค่าเช่นเดียวกันในเวลาแบบนี้ เพราะปกติแล้วการทำหนังไก่มาทำน้ำมันเก็บไว้ไม่ค่อยนิยมกัน เพราะไก่มันมีขนาดตัวที่เล็กมากๆถึงจะได้น้ำมันมาก็เก็บไว้ใช้ได้เพียงไม่กี่วันก็หมดแล้วไม่เหมือนหมูที่ตัวจะใหญ่กว่ามากหลายเท่าตัว
เสาร์น้อยเองก็คิดว่าเ้าไก่ตัวั์นี้มันก็คงเหมือนเวลาพวกชาวบ้านได้หมูป่า หรือวัวมาเชือดกัน เพราะขนาดของมันไม่มีใครปฎิเสธได้เลยว่ามันตัวเท่าหมูป่า เท่าวัวจริงๆ เสาร์น้อยเลยพูดออกมาตามที่เธอคิดกับทุกๆคนว่า
“ทุกๆคนคะ จะเป็อะไรไหมถ้าเสาร์น้อยอยากให้คนในหมู่บ้านของพวกเราได้กินเนื้อเ้าไก่ั์ตัวนี้เหมือนเราน่ะค่ะ เนื้อไก่ตัวนี้มันอร่อยมาก ถ้าทุกๆคนได้กินเหมือนๆกันคงดีไม่น้อยนะคะ”เสาร์น้อย
“เสาร์น้อยหนูจะไม่เสียดายเนื้อไก่พวกนี้ภายหลังใช่หรือไม่ ถ้าเรานำไปแจกคนอื่นๆใมนหมู่บ้านของพวกเราแล้ว เนื้อไก่ก็จะเหลือน้อยนะ หนูเต็มใจที่จะได้กินเท่าที่มีใช่ไหมคะ??”แม่ ของน้องเสาร์น้อยพูดคุยกับลูกสาวอย่างอ่อนโยน และทำความเข้าใจ เพื่อสอนลูกๆไปในตัวด้วยและตอนนี้คำตอบที่พวกท่านได้ยิน ได้ฟังก็เป็ที่น่าพอใจเป็อย่างมากๆ ที่ลูกๆหลานๆนั้นเป็เด็กที่มีจิตใจดี เผื่อแผ่ มีน้ำใจกับคนรอบข้าง ไม่เห็นแก่ตัวตามนิสัยเด็กๆอีกด้วย มันช่างน่าทึ่งมากเช่นกันที่เด็กน้อยอายุเพียงแค่ 5 ปีจะคิดได้ขนาดนี้ แต่มันก็ทำให้พวกท่านรู้สึกภูมิใจมากๆที่เ้าตัวเล็กของบ้านพวกเขาดูแลสอนสั่งมาได้ดีถึงเพียงนี้
“เสาร์น้อย ไม่เสียดายค่ะและเต็มใจมากๆเลยที่จะแบ่งปันเนื้อไก่พวกนี้ให้ทุกๆคนได้กินกัน แถมยังมีน้ำมันเก็บไว้ทำอาหารอร่อยๆได้อีกตั้งเยอะแยะมากมายเลยด้วยค่ะ”เสาร์น้อย
แน่นอนว่าน้ำมันย่อมไม่ใช่วัตถุดิบประกอบอาหารที่สามารถใช้อย่างฟุ่มเฟือยได้ ส่วนมากก็จะใช้หยดเพียงเล็กน้อยเพียงเท่านั้น เครื่องปรุง วัตถุดิบประกอบอาหารไม่ได้ราคาถูกทุกอย่างไป มีแพงแบบว่าคนชนบทบางบ้านแทบจะไม่กล้าซื้อมาประกอบอาหารกินเลยนอกจากวันขึ้นปีใหม่หรือวันที่พิเศษมากจริงๆเท่านั้น
ส่วนพวกพี่ๆเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับน้องเสาร์น้อยของพวกเขา
“แล้วคนอื่นๆล่ะคะคิดอย่างเดียวกับน้องสาวของเราด้วยไหมลูก”แม่
“ค่ะ” “ครับ” พวกพี่ๆ
“จริงๆแล้วเ้าไก่ตัวั์ใหญ่ตัวนี้ก็เป็น้องเสาร์น้อยที่เจอก่อนคนแรก ย่อมเป็น้องที่จะตัดสินใจที่จะนำมันไปให้ใครหรือจะไม่ให้ใครก็ได้ค่ะ โจวหวู่ฟังคำตัดสินใจของน้องเสาร์น้อยอย่างเห็นด้วยมากๆเลยค่ะ”พี่สาวโจวหวู่
“จริงครับ”พวกพี่ชาย
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามที่เสาร์น้อยว่าเลยนะ ปู่กับตาและพ่อๆของพวกหลานจะช่วยแยกเนื้อและพวกเครื่องในไก่ แบ่งไปให้ครบทุกบ้านเลย”ปู่
“ส่วนน้ำมันที่ได้จากการทอดหนังไก่ ยังไงรบกวน อู่เยวี่ย กับเหนียนเหนียนจัดการใส่แบ่งในกระบอกไม้ไผ่ด้วยเล่า”ตา
“ได้ค่ะพี่ซ่างอู่”ย่า ยาย
“เดี๋ยวพวกผมก็จะช่วยด้วยนะครับ”พี่ใหญ่โจวซาน
“ได้หลานชาย”ตา
เป็อันว่าจากที่จะเตรียมทำอาหารกันตอนเย็น พวกเราช่วยกันเร่งมือแบ่งเนื้อไก่ เครื่องใน น้ำมันจากไก่ ออกมาเป็ส่วนๆเพื่อนำไปแบ่งให้คนในหมู่บ้านทุกๆครอบครัวได้กินกัน
หมู่บ้านแห่งนี้มีชื่อว่าเจียวจิ้น เมืองชางเฉิงเป็หมู่บ้านชนบทที่อยู่ห่างไกล มีูเาล้อมรอบชาวบ้านทำมาหากินโดยเน้นทำการปลูกพืชผัก ทำไร่ทำสวน และหาของป่าไปขายกัน
ในหมู่บ้านเจียวจิ้นนี้เป็หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเพียงแค่ประมาณ 30 กว่าครัวเรือนเห็นจะได้คนในหมู่บ้านอยู่อย่างพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน ต้นตระกูลของแต่ละครอบครัวก็เป็กลุ่มคนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมาตอนที่มีภัยธรรมชาติร้ายแรง พากันรอนแรมเดินทางมาหาที่ตั้งปักหลักกันใหม่
“ดีจังเลยคนในหมู่บ้านที่เรารู้จักจะได้กินเนื้อกันแล้วนะ มื้อเย็นวันนี้จะต้องมีความสุขมากๆแน่”พี่สาวโจวหวู่
“จ้ะ แม่ก็ว่าอย่างนั้นแหละ”แม่
“เอ๋??น้องเสาร์น้อยไปไหนแล้วคะแม่ เมื่อตะกี้ยังยืนอยู่ตรงนี้เลยนะ”พี่สาวโจวหวู่
“น้องคงเดินเล่นอยู่แถวนี้แหละนี่ก็เย็นมากแล้ว คงไม่เดินออกไปไหนแล้ว”แม่
พี่สาววันศุกร์ของเสาร์น้อยไม่อยากจะบอกแม่เลยว่า น้องเสาร์น้อยนั้นพวกเธอพึ่งจะทำหายไปรอบหนึ่งเช่นกัน
“เดี๋ยวโจวหวู่จะดูแลน้องเสาร์น้อยเองค่ะแม่ แม่ทำไก่ไปเถอะคะ”พี่สาวโจวหวู่
“ได้จ้ะ ฝากด้วยนะลูก”แม่
พี่สาวโจวหวู่รีบวิ่งไปหาน้องเสาร์น้อยอยากรวดเร็ว กลัวน้องจะซนเดินไปไหนมาไหนไกลหูไกลตาอีกครั้ง ทีนี้คงจะเลี่ยงความผิดไม่ได้อีกแล้ว นึกแล้วก็ใจคอไม่ดีเอาเสียเลย
เมื่อแน่ใจว่ารอบๆบ้านไม่มีเลย เข้าไปภายในบ้านเพื่อมองหาน้องเสาร์น้อยอีกครั้งหวังว่าคงจะเจอน้องอยู่ในบ้าน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว เธอจะต้องวิตกหนักกว่าเดิมอีก
“เอ๊ะ..?น้องเสาร์น้อยหายไปไหนนะ”พี่สาวโจวหวู่
พี่สาวเปิดประตูบ้านเข้าไปเพื่อมองหาน้องสาวของตัวเอง ภายในห้องนอนก็ไม่มี จนได้ยินเสียงกุกกักอะไรบางอย่างดังขึ้นมาภายในห้องครัวเล็กของบ้าน พี่สาวโจวหวู่เลยค่อยๆเดินเข้าไปดู จึงเห็นว่าน้องเสาร์น้อยอยู่ภายในครัวนั่นเอง
ตั้งใจที่จะะโเรียกชื่อน้องเสาร์น้อย แต่จู่ๆก็มีสิ่งที่ทำให้ตื่นตะลึง และน่าใมากๆอีกครั้งไม่ต่างจากที่เจอเ้าไก่ั์ตัวนั้นเลย
“ข้าวั์…!!”พี่สาวโจวหวู่
“อุ๊ย…พี่สาวนั่นเอง”เสาร์น้อย หันหน้าไปหาแบบกลบเลื่อนส่งยิ้มหวานๆเพื่อให้พี่สาวโจวหวู่สนใจ แต่ว่าตอนนี้สายตาของพี่สาวของเธอไม่มองเธอเลยมองแต่เ้าเมล็ดข้าวเ้าปัญหาเม็ดนี้ที่ตกหล่นบนพื้นในครัวตอนนี้
ใน่เวลาที่เสาร์น้อยแยกตัวออกมาจากคนอื่นๆในครอบครัวที่กำลังวุ่นวายตระเตรียมเนื้อไก่ และน้ำมันจากไก่เอาไปแจกให้ทุกๆคนในหมู่บ้านนั้น เธอเองก็เข้ามาสำรวจภายในบ้านที่เป็ที่อาศัยปัจจุบันของครอบครัวนี้
ที่แรกที่เดินมาสำรวจก็คือภายในห้องครัว ที่ดูแล้วแทบจะไม่มีอะไรที่เรียกว่าเหลือเฟือ เยอะแยะ อะไรแบบนี้เลย มีแต่ใส่ไหดินเผา อย่างละนิดอย่างละหน่อยเพียงเท่านั้นเอง บางอย่างเรียกได้ว่าติดก้นไหเลย
“ของในครัวนี้น้อยมากจริงๆเลย ถังใหญ่ๆนี่อะไรนะ”เสาร์น้อยเปิดดูก็เห็น เมล็ดข้าวสารที่อยู่ก้นถังแล้วหุงไม่เกิน 1-2 วันก็คงหมดพอดี
“เอ๊ะ…จริงสิไหนๆก็ไหนแล้วขอลองเ้านิ้วสายฟ้าแล่บนี้สักหน่อยละกัน”เห็ดน้อย ที่พยายามจะหยิบเมล็ดข้าวสารก้นถังก็ไม่ถึงเพราะด้วยความที่ตัวเตี้ยแขนสั้น
“เฮ้อ…ไม่ถึงง่ะ”เสาร์น้อย จึงถอยออกมาและมองพื้นรอบๆก็เจอเมล็ดข้าวสารตกอยู่ปะปรายนิดหน่อยจึงหยิบมาใส่ในอุ้งมือน้อยๆของตัวเอง
“มีอยู่ 10 กว่าเม็ดลองทีละเม็ดก่อนละกันนะถ้าได้ผลอย่างน้อยๆก็มีข้าวสารเอาไว้กินเพิ่มล่ะ อย่างอื่นค่อยลองทีหลังเอาของที่เราจำเป็ต้องกินต้องใช้ก่อนในตอนนี้”เสาร์น้อย
เสาร์น้อยหยิบเมล็ดข้าวสารมาหนึ่งอัน และหันเขยิบวางไว้ตรงบนพื้นห้องครัวนี้เลย เพราะไม่รู้ว่าจะวางไว้ตรงไหนดีที่กว้างที่สุด เผื่อว่ามันจะใหญ่โตเท่าไก่ั์ตัวนั้นขึ้นมาจะได้มีพื้นที่ขยายสำหรับเ้าข้าวเมล็ดเม็ดนี้
“โอ้…..สุดยอด”เสาร์น้อยมองอย่างตาโตเพราะเ้าเมล็ดข้าวสารขนาดปกติที่เคยเห็น มันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนเธอต้องค่อยๆขยับหนีมัน
“ว้าว……นิ้วสายฟ้าของเราสุดยอดไปเลยฮิ….ฮิ…แบบนี้เรารอดตายแน่นอนเลย”เสาร์น้อย ยืนมองผลงานของตัวเองอย่างชื่นชมและภาคภูมิใจเลยลืมไปเลยว่า ตอนนี้ไม่ได้ยืนอยู่คนเดียวแล้ว จนกระทั่งได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมาว่า….
“ข้าวั์…!!!”เสียงของพี่สาวโจวหวู่นั่นเอง
“เอ่อ….คือว่าพี่สาว…คือว่ามัน….แบบว่ามัน….”เสาร์น้อย ที่กำลังจะอธิบายเื่เ้าข้าวสารเมล็ดั์เม็ดนี้ให้พี่สาวโจวหวู่ได้ฟังก่อน แต่ว่าสายไปเสียแล้วเพราะพี่สาวคนนี้ะโร้องเรียกทุกๆคนเสียดังลั่นบ้านเลย
“พ่อคะ แม่คะ ปู่คะ ตาคะ ย่าคะ ยายคะ ทุกๆคนคะ”พี่สาวโจวหวู่
“พี่สาว..!!!”เสาร์น้อย เองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วก็ทำได้แต่ยืนเกาหัวของตัวเองไปมาอย่างจนใจ
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมโจวหวู่ถึงส่งเสียงร้องเรียกดังแบบนั้น”ยาย
“เดี๋ยวหนูจะไปดูลูกเองค่ะแม่”แม่ รีบวางกระบอกไม้ไผ่ลงอย่างรวดเร็ว ลุกวิ่งเข้าไปในบ้านตามเสียงร้องของลูกสาวที่ดังมาทางด้านนั้น
“ไปด้วยกันเถอะ ปกติแล้วสาวน้อยโจวหวู่ไม่เคยส่งเสียงแบบนี้นะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเด็กๆหรือเปล่า”ย่า
“ไป พวกเราจะได้รู้กัน”ยาย
“พวกเราก็ไปด้วยค่ะแม่”อาสะใภ้ น้าสะใภ้
ไม่ใช่เพียงแค่แม่ ย่า ยาย และพวกสะใภ้ที่ตามไปดู บรรดาปู่ ตา พ่อ อาๆน้าๆ พวกพี่ชายก็วางมือลงจากเนื้อไก่วิ่งตามเข้าไปในบ้านกันหมด บ้านเลยดูแคบลงไปเลย
เพียงแต่ว่าสิ่งที่แม่เห็นเป็คนถัดจากพี่สาวโจวหวู่นั้นก็ทำให้ยืนนิ่งแข็งค้างไปเลย ย่ากับยายเข้ามาติดๆเรียกก็ยังไม่ขานรับ จนพวกท่านต้องเดินเข้ามาดูใกล้ๆห้องครัวว่ามันเกิดอะไรกันขึ้น
สิ่งที่ทุกๆคนทำเหมือนกันคือตาโต อ้าปากค้างยืนมองอะไรบางอย่างภายในห้องครัวของบ้านเสาร์น้อย
“เกิดอะไรขึ้น”บรรดาปู่ และตาก็รีบถามออกมาอย่างเสียงดังด้วยความกังวลและใเช่นกัน
เลยปลุกให้ย่า ยาย แม่ อาสะใภ้ น้าสะใภ้หลุดจากภวังค์และหันมาหาพวกท่านพร้อมๆกัน และบอกว่า…
“เมล็ดข้าวสารั์…”แม่ ย่า ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้
“อะไรนะ!!”ปู่ ตา พ่อ อา น้า ส่วนพวกพี่ชายก็พากันแทรกตัวมามองดูเหตุการณ์ด้วยตาตนเอง และะโออกมาว่า…
“ข้าวสารั์…!!!”พวกพี่ชาย
แม่ ย่า ยาย อาสะใภ้ น้าสะใภ้ หลบทางให้กับพวกผู้ชาย เมื่อแต่ละคนได้เห็นก็มีท่าทางไม่แตกต่างกันเลย
“เดี๋ยวพาเด็กๆออกมาจากห้องครัวก่อนเถอะลูก”ยาย
“ค่ะแม่”แม่ เดินเข้าไปในห้องครัวอุ้มเสาร์น้อยออกมา และจูงมือพี่สาวโจวหวู่ออกมาจากห้องครัวที่เต็มแทบจะไม่มีทางเดินแล้ว ด้วยเพียงแค่ข้าวสารเมล็ดเดียว
“นี่มัน..!!??”ตา
“เอาล่ะทุกๆคน มานั่งกันให้เรียบร้อยก่อนนะแล้วค่อยๆถามหลานสาวกัน”ย่า
“ตกลง”ทุกๆคน
สายตาของทุกๆคน ยังอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเมล็ดข้าวสารั์ที่อยู่บนพื้นห้องครัวบ่อยครั้ง
เ้าตัวต้นเื่ก็ทำได้เพียงแต่ส่งยิ้มหวานอย่างประจบประแจงทุกๆคนอย่างดี ย่ากับยายหันมามองส่งสัญญาณมาให้แม่ของเสาร์น้อยจัดการสอบถามลูกสาวคนเล็กของเธอ
“เสาร์น้อยคะ หนูมีอะไรจะบอกแม่กับทุกๆคนไหมคะลูก หนูบอกได้ทุกเื่นะลูกรู้ใช่ไหมว่าพวกเรารักหนู และหวังดีกับหนูแค่ไหน พวกเราจะปกป้องหนูเองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามนะลูก”แม่
“ใช่ๆ”พวกพี่ๆ สนับสนุนคำพูดของแม่น้องเสาร์น้อย พวกผู้ใหญ่เองก็พยักหน้าเช่นกัน เสาร์น้อยมองทุกๆคนที่ทั้งสีหน้าและแววตาที่จริงใจและซื่อสัตย์ เด็กคนนี้โชคดีจริงๆถึงจะจนแต่ความรัก และความห่วงใยในครอบครัวมีมากล้น
“คือว่าเสาร์น้อยเหมือนกับว่าเดินเที่ยวไปที่แห่งหนึ่งค่ะสวยมากๆเลยและมีท่านตาเทพคนหนึ่ง ท่านตาบอกให้เรียกว่าท่านตาเทพคะ และท่านได้พาเสาร์น้อยส่งกลับบ้านบอกว่ายังไม่ถึงเวลาที่เสาร์น้อยจะมาได้
แต่ท่านตาเทพยังบอกอีกว่าจะให้สิ่งวิเศษบางอย่างให้เสาร์น้อยเพียงแค่ลองชี้นิ้วไปเพียงเท่านั้น เสาร์น้อยเลยชี้นิ้วไปแบบนี้ค่ะแม่ (เสาร์น้อยทำท่าชี้ไปแต่จุดที่ชี้มีพวกพี่ชายยืนอยู่ พวกพี่ชายถึงกับสะดุ้งและะโหลบกันอย่างรวดเร็ว) และมีสายฟ้าแล่บแป๊บๆออกมาจากนิ้วพุ่งไปหาเ้าไก่ตัวนั้น ตัวมันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆค่ะ และอีกทีหนึ่งก็พุ่งไปที่ต้นไม้ที่เ้าไก่ตัวนี้ชน ต้นไม้ต้นนั้นก็เล็กจิ๋วเท่านี้เลยค่ะ
เสาร์น้อยเลยไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นจริงๆหรือเพียงแค่สองครั้งก็จบลง เพราะท่านตาเทพไม่ได้บอกรายละเอียดอย่างอื่นให้รู้เลยค่ะ แล้วเสาร์น้อยก็เลยอยากลองทำดูอีกครั้งและอีกครั้งค่ะเพื่อความแน่ใจ เลยลองกับเมล็ดข้าวสารเม็ดนั้นค่ะ
พวกเราจะได้มีข้าวสารไว้กินแล้วนะคะ เพราะเสาร์น้อยมีนิ้ววิเศษทำให้มันใหญ่ขึ้นแบบนั้น อ้อทำให้มันเล็กจิ๋วลงก็ได้ด้วยค่ะ (พอพูดถึงตรงนี้แล้วทำให้เสาร์น้อยนึกได้เลยว่าแล้วเมื่อตะกี้นี้ทำไมไม่ชี้นิ้วให้เม็ดข้าวสารเล็กลงล่ะคนอื่นๆจะได้คิดว่าพี่สาวตาฝาดไปก็ได้ คิดได้แล้วก็เกาหัวตัวเองออกมาอย่างห้ามไม่ได้กับการกระทำในร่างเด็กน้อยแบบนี้) และเมล็ดข้าวสารที่อยู่ในมือเสาร์น้อยที่เหลือนี้ก็จะลองทำให้หมดเลยค่ะ
แต่ว่าท่านตาเทพบอกให้เสาร์น้อยใช้นิ้ววิเศษนี้ให้เป็ประโยชน์ให้มากที่สุดด้วยค่ะ”เสาร์น้อย
“........................!!!”ทุกๆคนได้ฟังถึงกับอึ้งและช็อคกันไปหมดแล้ว มันช่างเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อมากจริงๆ แต่สิ่งที่ทุกๆคนต่อหน้าตอนนี้มันก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เสาร์น้อยพูดมานั้นคือเื่จริงๆ แต่ที่ทำให้ทุกๆคนเองก็หวั่นใจตรงคำพูดที่ว่ายังไม่ถึงเวลาของเสาร์น้อยนี่แหละที่สะกิดใจทุกๆคนเป็อย่างมาก ต่างคิดกันว่าเกือบจะเสียเสาร์น้อยไปแล้วอย่างนั้นเหรอ??? แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดกันออกมาเพียงแต่มองหน้ากันเพื่อรับรู้เท่านั้นเอง
“ท่านเทพเซียน!!”ทุกๆ คนพึมพำออกมา
“ขอบคุณท่านเทพเซียนที่เมตตาลูกสาวของเราค่ะ”แม่
“ขอบคุณครับ ที่ท่านตาเทพรักน้องเสาร์น้อยของพวกเรามอบนิ้ววิเศษให้”พวกพี่ชาย
“ขอบคุณท่านเทพ ขอบคุณ”พวกผู้ใหญ่ ในเวลานี้ทุกคนไปแต่ก้มลงคำนับทั่วทุกทิศไปด้วยกัน
“แม่คะ”แม่หันไปทางย่า และยาย
“เอาแบบนี้นะเสาร์น้อย หนูลองทำอีกครั้งให้พวกเราดูได้ไหมลูก”ยาย
“ได้สิคะ แต่พวกเราไปทำด้านนอกได้ไหมคะเพราะเมล็ดข้าวสารพวกนี้มันใหญ่มากเลยค่ะ”เสาร์น้อย
“ตกลง”ทุกๆ คนตอบรับด้วยกันอย่างตื่นเต้นเพื่อจะได้ดูเต็มๆสองตาในรอบนี้
พวกเราออกมาและหาจุดที่คนอื่นๆที่ไม่ใช่คนในครอบครัวจะเดินผ่านมาแล้วเจอเข้า และมีคนคอยดูทางเอาไว้ด้วยเพื่อความปลอดภัย
“เสาร์น้อยวางเมล็ดข้าวสารพวกนี้ไว้ตรงนี้เลยนะคะ”เสาร์น้อย
“ได้เลยลูก”พ่อ
“ทุกๆคนพร้อมแล้วนะคะ”เสาร์น้อย
“พร้อม” ทุกๆคนตอบว่าพร้อมแล้วก็จริงๆแต่ก็สั่นกันไปหมดแล้วเช่นกัน ใจก็เต้นแรงอย่างหนักหน่วยอีกต่างหาก
“พรึ่บ…..พรึ่บ…….”
“......................!!”สิ่งที่ทุกคนเห็นกับตาในตอนนี้มันมหัศจรรย์มากจริงๆ นิ้วของเสาร์น้อยมีแสงออกมาเหมือนสายฟ้าแล่บในยามฤดูฝน มันพุ่งตรงไปยังเมล็ดข้าวสารที่เสาร์น้อยวางกองไว้บนใบไม้ แต่ตอนนี้ใบไม้กลับมองไม่เห็นแล้วเพราะโดนเมล็ดข้าวสารั์พวกนี้ทับจนมิด
************
เสาร์น้อย ได้ทดสอบการใช้นิ้วสายฟ้าแล่บๆอีกครั้งกับเมล็ดข้าวสาร และทำให้ครอบครัวรับรู้ทั้งหมดว่าเธอมีนิ้ววิเศษที่ขยายเมล็ดข้าวสารให้มีขนาดเท่ากับต้นไม้ที่ปลูกมาเป็สิบๆปีได้เลยทีเดียว