มู่เลี่ยงหรงกับถางซือเซียนขึ้นรถม้าออกจากวังหลวงผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วเขาก็ยังคงโอบกอดสตรีร่างบางเอาไว้ ใบหน้าซุกซบลงบนไหล่ของนางอย่างคุ้นเคย
“อืม รู้สึกดีขึ้นจริง ๆ เซียนเอ๋อร์ ยิ่งเ้าโตกลิ่นกายของเ้าก็หอมหวนมากขึ้นทุกที”เขาสูดหายใจเบา ๆ แล้วพูดพึมพำ
“ท่านพูดจริงหรือ เซียนเอ๋อร์ไม่อยากให้มันหอมขึ้นเลย”
“ไม่ต้องกังวล ข้ายังต้องกอดเ้าจึงจะได้กลิ่น”
“เซียนเอ๋อร์ไม่อยากเป็นางปี...” น้ำเสียงของนางสลดลง
“ไม่...เ้าไม่ใช่สิ่งนั้น แล้วจงจำเอาไว้ให้ดี เ้าคือน้องสาวที่น่ารักของข้ากับซือเซินเพียงเท่านั้น” มู่เลี่ยงหรงไม่ยอมให้นางพูดจนจบ
“เลี่ยงหรงเกอเกอ...” นางเรียกเขาด้วยเสียงอันสั่น
“อย่าพูดเช่นนั้นอีกเ้าต้องเลิกคิดถึงวาจาต่ำช้าของผู้หญิงร้ายกาจนั่นเสียที” เขาทำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อยแล้วใช้มือหนึ่งเลื่อนขึ้นไปลูบศีรษะของนางเบาๆ
“ก็ได้ เซียนเอ๋อร์จะไม่คิดมากแล้ว” เสียงของนางกลับมาสดใสอีกครั้งหนึ่ง “ว่าแต่ท่านเถิดเหตุใดถึงได้...”
“ถึงได้ลุกขึ้นมาเล่นเพลงหงส์วอนหาคู่เพื่อขอผู้หญิงคนนั้นมาเป็พระชายาเอกซ้ำยังโดนนางหักหน้าท่ามกลางผู้คนสินะ”
“เพคะ แต่ว่า...เซียนเอ๋อร์ไม่ทราบจริงๆ ว่าพวกท่านมีแผนจะขอพระราชทานสมรส เห็นคุณหนูเยี่ยนจ้องท่านไม่วางตาจึงทำหน้าที่ของตัวเองไปหากผู้อื่นรู้ก่อนคงไม่ทำให้ท่านเสื่อมเสีย”
“อย่าคิดมาก ข้ามีสตรีหมายปองมากมายซ้ำยังมีอนุอยู่เต็มจวนจริง ๆต่อให้นางไม่รู้จากปากเ้าก็ต้องรู้จากผู้อื่นอยู่วันยังค่ำ”
มู่เลี่ยงหรงรู้สึกสงบขึ้นมากแล้วจึงคลายอ้อมแขนออกจากสาวน้อยตัวหอม
ยามนี้อารมณ์สับสนปนเปที่อัดแน่นในหัวใจได้รับการเยียวยาสมองโล่งปรอดโปร่งดั่งฟ้ากระจ่าง แต่เขารู้สึกว่าตนเองยังมึนเมาอยู่เล็กน้อยจึงเดินลมปราณเพื่อขับพิษสุรากระแสพลังแล่นลามไปทั่วสรรพางค์ทำให้เหงื่อไหลออกมากลิ่นหอมหวนของบัวัเหินแผ่กระจายไปทั่วรถม้า
เมื่อความเมามายถูกกำจัดจนสิ้นแล้วมู่เลี่ยงหรงจึงค่อย ๆ กลับมาพิจารณาเื่ที่เกิดขึ้นอีกครั้งเขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายไม่บอกอะไรกับน้องสาวอย่างถางซือเซียนเลยสักนิดนางถึงได้ทำหน้าที่โล่กันสตรีกับผู้หญิงที่เขาต้องขอแต่งงาน
“ซือเซินส่งเ้าไปนั่งข้างเยี่ยนเยว่ฉีโดยไม่บอกอะไรเลยหรือ”
“ท่านพี่เพียงกำชับให้เซียนเอ๋อร์ดูแลแนะนำคุณหนูเยี่ยนแล้วก็ชวนพูดคุยคลายเหงาเท่านั้น”
“พอเห็นท่าทีสนอกสนใจข้าของนาง เ้าเลยบอกว่าข้ากับเ้าชอบพอกันอยู่สินะ”
“เพคะ...นางเล่นมองท่านไม่วางตาเซียนเอ๋อร์ก็เลยต้องตัดไฟแต่ต้นล้ม”
“ดูท่าจะทำหน้าที่โล่กันสตรีอย่างดีเยี่ยม”
“ก็จะได้จบไปั้แ่แรกเห็นอย่างไรเล่า คุณหนูผู้นั้นไม่ได้อยู่เมืองหลวง แค่เล่าถึงความสัมพันธ์ยาวนานของท่านกับข้า รวมไปถึงข่าวลือเื่ฉินอ๋องเป็คนเ้าชู้มากภรรยาก็ใช่ได้แล้ว แต่ผู้อื่นไม่รู้นี่ว่าเลี่ยงหรงเกอเกอจะพึงใจนางเข้าจริงๆ พี่ใหญ่ก็เหลือเกินไม่บอกอะไรเซียนเอ๋อร์สักอย่าง คนเลยตีไข่ใส่น้ำส้มเสียเต็มที่บุตรสาวแม่ทัพใหญ่จะรู้สึกแย่ก็ไม่แปลกเลยเพคะ”
“ไม่หรอก ต่อให้เ้าไม่พูดเช่นนั้นนางก็ทำแบบเดิมอยู่ดี” พูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้างามเกินบุรุษเช่นพานอันของเยี่ยนจิ้นหลิงลอยเข้ามาในห้วงคิดเขานึกอยากจะสับร่างนั้นให้แหลกคามือ “แต่อย่างไรข้าก็เป็บุรุษครั้นจะมีสามภรรยาสี่อนุ นางมีสิทธิ์ไม่พอใจได้ด้วยหรือ”
“เซียนเอ๋อร์ไม่เข้าใจ เหตุใดเลี่ยงหรงเกอเกอจึงมองนางในแง่ลบถ้ามองในมุมของสตรี เป็ไปได้ที่คุณหนูเยี่ยนจะหวั่นใจ เพราะหากท่านชื่นชอบการมีสตรีล้อมหน้าล้อมหลังฐานะหวางเฟยของนางย่อมไม่มั่นคง เป็ไปได้ว่านางอาจ้าประวิงเวลาเพื่อตั้งหลักกระมัง”
“ตั้งหลักอันใด ข้าให้นางเป็ใหญ่กว่าสตรีในทุกคนในเรือนหลัง นั่นยังไม่มั่นคงเพียงพออีกหรือ”
“อาจจะไม่ใช่เหตุผลนี้เพียงอย่างเดียวก็ได้บางทีเื่ชะตาของนางอาจจะเป็ความจริง”
“เชื่อข้าเถิดเซียนเอ๋อร์ ทุกอย่างเป็แผนฉีกหน้าข้า” มู่เลี่ยงหรงไม่เชื่อถือพี่น้องตระกูลเยี่ยนแม้แต่นิดเดียว
“แปลกเสียจริง ปกติท่านจะละเอียดรอบคอบ แล้วไยครานี้ทำตนผิดวิสัยนักยังไม่ทันได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงก็มั่นอกมั่นใจว่าพวกเขาเล่นเล่ห์กับท่าน และหากให้เรียนท่านตามตรงเซียนเอ๋อร์ไม่เชื่อว่าท่านกุนซือจะหาญกล้าหลอกลวงเบื้องสูง”
มู่เลี่ยงหรงนั่งนิ่งไม่ไหวติงเขาทบทวนเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมด พลางเคาะนิ้วลงเบาะเป็จังหวะยามใช้ความคิด
ถางซือเซียนเห็นเช่นนั้นก็นั่งรออย่างใจเย็นนางรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่มู่เลี่ยงหรงเสียการควบคุมถึงเพียงนี้เห็นทีคุณหนูเยี่ยนจะทำใหู้เาน้ำแข็งละลายเสียแล้วกระมัง
ท่านอ๋องหนุ่มถอนหายใจเฮือกหนึ่งผินหน้าไปมองดรุณีน้อยข้างกายที่บัดนี้ยิ้มพรายน่ารักอย่างยิ่งแล้วใช้ฝ่ามือลูบลงบนผมสีดำสนิทอย่างเอ็นดู
“ดูเหมือนเ้ากำลังจะบอกกับข้าว่า คุณหนูเยี่ยนไม่ใช่ไม่เต็มใจแต่เหตุผลของนางฟังขึ้น ข้าควรลดโทสะแล้วไปสืบความเสียก่อนสินะ”
“อย่างนี้สิถึงจะสมเป็ฉินอ๋องผู้รอบคอบ”
“ทั้งที่เยี่ยนเยว่ฉีกล้าฉีกหน้าข้าต่อธารกำนัลแล้วเหตุใดเ้าจึงคิดว่านางไม่ได้หาทางหลบเลี่ยงการแต่งงานเล่า”
“นางมองท่านพี่ด้วยแววตาอันลึกซึ้ง เพียงแค่ท่านปรายสายตามาเพียงชั่วขณะใบหน้านั้นก็แดงระเรื่อเซียนเอ๋อร์มั่นใจว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่แค่การแสดง จึงตัดสินใจทำหน้าที่โล่กันสตรีทันทีอย่างไรเล่า”
“เ้าคิดว่านางชอบข้าจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”
“ไม่มากก็น้อยเพคะ เป็สตรีด้วยกันย่อมมองออก”
“เช่นนั้นนางยิ่งต้องรีบคว้าโอกาสสิ แทนที่จะมาอยู่ข้างกายแล้วทำให้ข้าโปรดปรานกว่าสตรีอื่นแต่นางกลับประวิงเวลาออกไป ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดเอาเสียเลย”
“แต่เท่าที่เห็น นางกับพี่ชายนางฉลาดมากทีเดียว” ถางซือเซียนหัวเราะเสียงใสกังวานลักยิ้มบนแก้มทำให้ยิ่งดูน่ารัก ยิ่งมองก็ยิ่งเจริญหูเจริญตาด้วยเหตุนี้มู่เลี่ยงหรงจึงชอบอยู่ใกล้นาง ไม่ว่าเื่จะน่าหงุดหงิดเพียงใดกลิ่นจรุงจิตแสนวิเศษก็สามารถช่วยให้เขาสงบลงได้เสมอ แต่นอกเหนือจากกลิ่นพิเศษนี้ ความร่าเริงสดใสของนางก็เพียงพอให้เขาเก็บกระบี่เข้าฝักแล้ว
“หือ...ตรงไหนกัน”
“ตรงที่ล่วงเกินท่านถึงเพียงนี้ แต่นางก็ยังมีชีวิตอยู่ มิหนำซ้ำท่านก็ยังคง้าแต่งงานกับนางเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”
“ข้ามีเมตตาก็ดีแล้วมิใช่หรือ”
“มีเมตตาหรือเพคะ เซียนเอ๋อร์ขอล่วงเกินถามสักหน่อยเถิดว่า ถ้าเป็คุณหนูจวนอื่นท่านจะละเว้นหรือไม่ท่านจะยัง้าแต่งนางเข้าจวนอยู่หรือเปล่า”
“...”มู่เลี่ยงหรงคิ้วกระตุก รู้สึกคล้ายทำความผิดแล้วถูกจับได้
เขายอมรับว่าที่ถางซือเซียนพูดมาก็มีส่วนถูกอยู่บ้างเนื่องจากรู้สึกกับเยี่ยนเยว่ฉีแตกต่างออกไป และไม่ได้โกรธนางจริง ๆแต่กำลังมีความรู้สึกคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ในวัยเยาว์จำได้ว่าว่าวตัวโปรดของเขาขาดแล้วลอยหายไปไกลยามนั้นทั้งผิดหวังระคนเสียดายจนเศร้าซึมเป็วัน ๆถึงแม้ขันทีคนสนิทจะทำของเล่นอันใหม่ให้ แต่เขาก็ยังคิดถึงว่าวตัวนั้นอยู่ดีหลังจากนั้นตนเองก็ไม่แตะต้องว่าวตัวใดอีกเลย
“น่าสนใจ น่าสนใจ” มู่เลี่ยงหรงกลั้วหัวเราะ “สมเป็นางฟ้าน้อยของข้า ช่างรู้ใจยิ่งนัก”
“เลี่ยงหรงเกอเกอจะจัดการความผิดพลาดนี้อย่างไรเล่า”
“จัดการงั้นรึ ไม่เห็นต้องทำสิ่งใดเลย”
“เอะ...ก็ท่านชอบนางไม่ใช่หรือ”
“ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใครมาก่อนจริง ๆ นั่นแหละ แต่ไม่จำเป็ต้องรีบร้อนอันใด”
“แล้วทำไมถึงได้… โอ๊ย! เซียนเอ๋อร์ไม่เข้าใจพวกท่านจริงๆ ทั้งที่ต่างก็พึงใจกันและกัน คนหนึ่งขอเลื่อนพิธี อีกคนหนึ่งก็ทำเป็วางเฉยแล้วชาตินี้จะได้แต่งงานกันไหมเล่า”
“ได้สิ นางเป็คู่หมั้นของข้าแล้ว ช้าเร็วนางก็ต้องเป็ของข้า”
“อ่อ จะบอกว่าท่านไม่รีบอย่างงั้นสิ”
“แล้วเหตุใดต้องรีบร้อน...”
เลี่ยงหรงเกอเกอจะไม่ง้อนางจริงๆ หรือ”
“ซือเซียน เ้าก็รู้ดีว่าข้าไม่เคยง้องอนสตรีหากนางงี่เง่านักก็ปล่อยให้แห้งตายคาจวนกั๋วกงไปเถิด” มู่เลี่ยงหรงยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แต่ั์ตาเข้มลึกกลับเปล่งประกายเจิดจ้า