บทที่ 26 การพัฒนาการของตัวร้าย
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นลู่เฉิงเหวินก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ และคิดด้วยความพึงพอใจ
‘ลู่เฉิงเหวิน ถึงเวลาทดสอบเทคนิคการแสดงของนายแล้ว ถ้าแสดงละครฉากนี้ได้สำเร็จ นายจะสามารถจัดการกับผู้หญิงสองคนได้ในเวลาเดียวกัน จากนั้นก็จะให้สวีเสวี่ยเจียวพาตัวเจี่ยงซือหานไป!’
‘ไม่เพียงแค่แสดงอย่างเต็มที่เท่านั้น แต่ยังต้องช่วยให้เจี่ยงซือหานได้เงินเดือนมากกว่าหนึ่งแสน จะได้เอาเงินไปรักษาแม่’
‘ต่อไปนี้ ฉันจะแสดงให้พวกเธอเห็นว่าตัวร้ายที่แท้จริงเป็ยังไง!’
เมื่อลู่เฉิงเหวินตัดสินใจได้ก็นั่งพิงพนักเก้าอี้ แสดงท่าทีคล้ายเ้าพ่อผู้ทะนงตัว
เขายกขานั่งไขว่ห้าง จากนั้นใช้รองเท้าหนังอย่างดีจากอิตาลีเสยคางเจี่ยงซือหานขึ้นเบา ๆ พร้อมกับเอียงคอพูดจายั่วโมโห
“สำหรับผมแล้ว ผู้หญิงก็เป็เพียงแค่ของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้นแหละ”
ลู่เฉิงเหวินมองไปที่สวีเสวี่ยเจียวด้วยความมั่นใจในตัวเอง “ถ้าอยากจะเป็ลูกน้องผม ก็ต้องทำตามความพอใจของผม”
“อ๋อ อย่างนี้เอง”
สวีเสวี่ยเจียวราวกับเป็โชคร้ายในชีวิตของลู่เฉิงเหวิน
ในเมื่อรู้แผนและกลอุบายของลู่เฉิงเหวินแล้ว เธอก็ควรเดินตามแผนของเขาแต่โดยดี
เธออยากจะรู้เหลือเกินว่าผู้ชายคนนี้จะบีบคั้นตนให้ช่วยหญิงสาวคนนี้ได้อย่างไร
นายอยากจะรังแกผู้หญิง แล้วให้ฉันแสดงตัวเป็คนเข้ามาช่วยอย่างนั้นใช่ไหม?
หึ หึ! ถ้าเป็เมื่อวานหรือวันก่อน บทมันคงจะเป็ไปตามที่นายวางแผนไว้จริง ๆ นั่นแหละ
และฉันก็คงจะเข้าใจว่านายเป็เศษเดนมนุษย์ เป็คนระยำชาติชั่ว แต่วันนี้... ต้องขอโทษด้วยนะ พี่สาวอ่านความคิดของเธอออกหมดแล้วจ้ะน้องชาย
ทันใดนั้น สวีเสวี่ยเจียวก็พูดขึ้นมา “โอ้โห! พี่เฉิงเหวินเท่ะเิไปเลยค่ะ เสวี่ยเจียวช้อบ ชอบ!”
ลู่เฉิงเหวินรับมุกไม่ทัน
ให้ตายสิ! นางเอกในนิยายเื่นี้เป็อะไรกันไปหมด!?
พวกเธอกำลังเล่นอะไรกัน!?
ทำไมถึงไม่แสดงตามบทที่มันควรจะเป็ล่ะ!?
ลู่เฉิงเหวินยังคงฝืนแสดงละครต่อ เขาเขยิบเข้าใกล้เจี่ยงซือหานที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยอาการสับสน พร้อมฉีกยิ้มที่แฝงด้วยความเ้าเล่ห์ออกมา พลางบีบคางของหญิงสาว “คืนนี้ไปที่บ้านพักส่วนตัวของผม ผมมีงานต้องคุยกับคุณ หึ หึ! และเรา... ต้องพูดคุยกัน... อย่างเปิดเผยโดยไม่มีอะไรขวางกั้น หึ หึ หึ! คุณเข้าใจความหมายของผมใช่ไหม?”
สมองของเจี่ยงซือหานว่างเปล่าไปหมด
จู่ ๆ สวีเสวี่ยเจียวก็หัวเราะ ‘หึ หึ!’ ขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นพี่เฉิงเหวินก็ต้องสู้ ๆ นะคะ!”
ลู่เฉิงเหวินหันไปมองสวีเสวี่ยเจียว “คืนนี้ผมจะใช้อำนาจกับเธอ”
“ค่ะ สมควรแล้ว” สวีเสวี่ยเจียวเห็นด้วยอย่างเต็มที่
‘สมควรกับผีน่ะสิ!’
‘เธอ... ควรจะยึดมั่นในคุณธรรมหน่อยสิ! ควรจะด่าว่าฉัน แล้วเสนอราคาไถ่ตัวซือหานจากฉันสิ?’
‘เธอทำแบบนี้... แล้วฉันจะทำยังไงต่อล่ะ! ฉันต้องแสดงต่อยังไงฮะ?’
สวีเสวี่ยเจียวอยากจะทิ้งตัวลงไปนอนขำกับพื้น
แสดงต่อสิ ฉันชอบดู สนุกสุดเหวี่ยงไปเลย!
เจี่ยงซือหานพยายามสงบสติของตัวเอง
เขาคิดจะทำอะไรกันแน่? บีบให้ประธานสวีไถ่ตัวฉันเหรอ?
หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เฉิงเหวินก็ลุกขึ้นและแสดงละครต่อ เขาชี้ไปที่สวีเสวี่ยเจียวพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งยโส
“น้องเสวี่ยเจียว รู้ไหมว่าทำไมเธอถึงเชื่อฟังฉัน ไม่ว่าฉันจะข่มเหงยังไงเธอก็ยังขอร้องให้ฉันรับเธอไว้ทำงาน?”
สวีเสวี่ยเจียว “ไม่รู้สิคะ”
“เพราะว่าแม่ของเธอป่วย ค่ารักษาพยาบาลในแต่ละปีก็เกือบล้าน ดังนั้น ฮ่า ๆ ๆ! ไม่ว่าฉันทำไม่ดีต่อเธอแค่ไหน เธอก็ต้องยอมและทำตามทุกอย่าง ไม่มีทางขัดใจฉัน และไม่กล้ายั่วโมโมฉันด้วย!”
สวีเสวี่ยเจียว “อ๋อ อย่างนี้นี่เอง ดีจังเลยนะคะ”
ลู่เฉิงเหวินพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ยังคงพูดต่อไป “นี่คือจุดอ่อนของมนุษย์ ฉันใช้จุดอ่อนของคนอื่นมาสร้างผลประโยชน์ให้ตัวเองได้เก่งมากเลยใช่ไหมล่ะ?”
สวีเสวี่ยเจียวพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ค่ะ”
สีหน้าของลู่เฉิงเหวินชะงักค้าง
“แต่!” ลู่เฉิงเหวินพูด “ถ้าตอนนี้มีใครคนหนึ่งเสนอเงินเดือนให้เธอเท่ากับที่ฉันให้ เพียงแค่เดือนละแสนเท่านั้นก็สามารถช่วยเธอให้หลุดพ้นจากทะเลทุกข์ได้แล้ว”
สวีเสวี่ยเจียว “อย่างนี้เอง!”
ลู่เฉิงเหวินพูดชี้ทาง “น้องเสวี่ยเจียว เธอว่า... คนคนนี้... อยู่ที่ไหนกันน้า?”
หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงสับสน ไร้เดียงสา และใสซื่อ “ไม่รู้สิคะ”
ชายหนุ่มคิดในใจ
‘นี่เธอคิดจะกวนประสาทฉันใช่ไหมหา?’
“จะเป็ไปได้รึเปล่าว่า... คนคนนั้นก็คือน้องเสวี่ยเจียว!” ลู่เฉิงเหวินอยากจะบ้าตาย เขาชี้ไปที่สวีเสวี่ยเจียวพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คือเธอ! ใช่... สวีเสวี่ยเจียว! เพียงแค่ให้เงินเดือนซือหานเดือนละแสนสอง ก็สามารถช่วยให้เธอหลุดพ้นจากทะเลทุกข์ได้ เื่นี้เท่ากับมอบชีวิตใหม่ให้เธอ! นับั้แ่นี้ต่อไป ผู้หญิงคนนี้จะไม่ต้องโดนเ้านายใจดำรังแกอีก ได้ใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป และได้อยู่กับแม่ของเธออย่างมีความสุข!”
สวีเสวี่ยเจียวชี้ไปที่ตัวเอง “ฉันเหรอคะ?”
จากนั้นก็ส่ายหน้า “ไม่เอาดีกว่าค่ะ”
ลู่เฉิงเหวินอยากจะถามนางเอกในละครเื่นี้ชะมัดว่า... ไม่คิดจะทำความดีเพื่อช่วยเหลือคนดี ๆ บ้างเลยเหรอ?
คนแบบนี้จะเป็นางเอกได้ยังไง? จะเอาชนะใจคนอ่านได้ยังไงฮะ?
แม่นางเอกใหญ่... เธอมันนางอสรพิษแล้วมั้ง!?
ลู่เฉิงเหวินเข้ามาโอบสวีเสวี่ยเจิน “ดูเธอสิ น่าสงสารไหม?”
“น่าสงสารสิคะ”
“น่ารันทดไหม?”
“น่ารันทดค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นจะช่วยเธอไหม?”
“ไม่ช่วยค่ะ”
ทันใดนั้นลู่เฉิงเหวินก็ร้อนใจขึ้นมา “สวีเสวี่ยเจียว ทำไมเธอถึงไม่รู้จักช่วยคนอื่นบ้าง? เธอเป็ถึงสวีเสวี่ยเจียวผู้มีจรรยาบรรณแพทย์เลยนะ! เวลามีคนป่วยปวดหัวตัวร้อน เธอยังรู้สึกร้อนใจอย่างกับตัวเองป่วย เธออยากจะช่วยเหลือทุกคนบนโลก อยากจะทำให้โลกนี้สวยงาม นี่เป็อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ทำให้เธอเลือกเรียนหมอ! ตอนนี้มีคนเดือดร้อนยืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว เป็ไปได้ยังไงที่คุณไม่คิดจะช่วยผู้หญิงคนนี้?! ฉันอยากจะฟังเหตุผล!”
ลู่เฉิงเหวินแผดเสียง
นางเอกคนนี้มันน่าโมโหชะมัดเลย!
“ฉัน้าคำอธิบายจากเธอ!”
สวีเสวี่ยเจียวคิดสักครู่ “ราคาสูงเกินไปค่ะ ยอมจ่ายเงินเดือนปีละล้าน แถมยังจ่ายโบนัสปีละหลายแสนเพื่อแลกกับได้ดูน่อง ลูบบั้นท้าย เื่แบบนี้มีแต่พี่เท่านั้นแหละที่ทำได้”
ลู่เฉิงเหวินตะลึง
ที่แท้ก็เป็เพราะ... เงิน!?