ตอนที่ 53 การอ่านที่รวดเร็ว
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
ใบหน้าของเด็กน้อยซึมลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “ผมสามารถไปทดสอบเป็นนักเวทตอนนี้เลยได้ไหมครับ?”
ชายชราเลิกคิ้วขึ้นและเอ่ย “เธอต้องการเข้าไปขนาดนั้นเลยหรอ?”
เขาไม่คิดว่าเด็กน้อยจะสนใจวิทยานิพนธ์ถึงขนาดนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่เด็กในวัยนี้จะสนใจเลย แต่เมื่อคิดถึงพรสวรรค์ที่เกินธรรมดาของอีกฝ่าย อีกทั้งยังสามารถสนทนาโต้ตอบความรู้ระดับปริญญาได้ เขาก็ไม่รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา
เมอร์ลินพยักหน้า
เด็กน้อยผู้มีเรือนผมและดวงตาสีเงินเมื่อมีท่าทางแบบนี้ช่างดูน่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง จนออสตินนั้นอดที่จะยื่นมือออกไปขยี้ศีรษะไม่ได้
“เธอไม่จำเป็นต้องรีบร้อนไป ยังไงสถานที่ทดสอบการสอบเทียบการศึกษากับการทดสอบนักเวทก็อยู่ที่เดียวกัน เธอควรใช้เวลานี้ในการทำให้สอบผ่านมากกว่า” ศาสตราจารย์เฒ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
ความจริงเขากลัวว่าเมอร์ลินจะหมกมุ่นเรื่องไม่เป็นเรื่องมากเกินไปจนลืมจุดประสงค์หลัก การที่อีกฝ่ายไม่สามารถขึ้นไปบนชั้นสองได้นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ช่วยเหลือเขาอย่างหนึ่ง
เมอร์ลินที่ได้ยินดังนั้นจึงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพยักหน้าอย่างจนใจ
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
“ดี ถ้าอย่างนั้นวันนี้ฉันจะหาหนังสือที่เธอต้องอ่านบางส่วนเอาไว้ให้”
ว่าแล้วศาสตราจารย์ออสตินก็พาเมอร์ลินเดินอีกรอบ ซึ่งรอบนี้เขาได้หยิบหนังสือสองสามเล่มที่มีอยู่ในลิสที่ต้องอ่านมาให้กับเมอร์ลิน ส่วนเขาก็หยิบหนังสือรูนศาสตร์เล่มหนึ่งมานั่งอ่านเป็นเพื่อนเช่นกัน
เมอร์ลินที่เห็นชายชราเกาะติดเขาแบบนี้ เขาจึงต้องแสร้งทำเป็นอ่านแบบปกติอย่างจนใจ
เด็กน้อยพลิกหน้าหนังสือโดยใช้เวลาที่ช้ากว่าเดิม ทั้งๆ ที่เขาสามารถเปิดอ่านได้เร็วกว่านี้
แต่ถึงอย่างนั้นการอ่านหนังสือของเด็กน้อยก็ยังเร็วกว่าคนทั่วไปอยู่ดี
แน่นอนว่าการกระทำนี้อยู่ในสายตาของศาสตราจารย์ออสติน เขารู้สึกประหลาดใจที่บุตรชายหมาดๆ ของตนเองอ่านหนังสือได้รวดเร็วขนาดนี้
นั่นจึงทำให้เขาอดที่จะเอ่ยออกมาไม่ได้ว่า “นั่นเธอเข้าใจพวกมันหมดแล้วหรอ?”
ในสายตาของเขาสิ่งที่เด็กน้อยทำเหมือนเป็นการพลิกดูหน้าหนังสือมากกว่าการตั้งสมาธิอ่าน เพราะเขาเองก็ไม่มีความสามารถที่จะอ่านได้รวดเร็วขนาดนั้น
“ผมเข้าใจพวกมันแล้วครับ” เมอร์ลินกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ใสซื่อ ดวงตาที่เป็นประกายเป็นเครื่องยืนยันว่าเขาไม่ได้โกหก
เมื่อเห็นว่าชายชรายังคงไม่เชื่อในคำพูด เมอร์ลินจึงดันหนังสือไปทางชายชรา เขาเปิดไปหน้าก่อนหน้านี้และเอ่ย
“หน้าที่หนึ่งร้อยสิบสอง การแก้ไขปัญเรื่องวิกฤตอาหารหลังจากมหาสงคราม เมื่อร้อยประเทศรวมเป็นหนึ่ง สภาเวทมนตร์เป็นตัวหลักในการก่อตั้งศูนย์การเกษตรเพื่อเพราะปลูกธัญพืชอย่างเร่งด่วน ...”
เมอร์ลินเริ่มร่ายข้อความที่อยู่ในหนังสือออกมา แม้ก่อนหน้านี้เขาจะเคยเปิดเผยความลับเรื่องพรสวรรค์ความทรงจำของเขาแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้นความทรงจำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง การอ่านเร็วก็เป็นอีกเรื่อง มนุษย์ไม่สามารถจำทุกอย่างที่มองเห็นได้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงการมองเพียงชั่วครู่
เมอร์ลินเข้าใจความคิดของศาสตราจารย์ออสติน เขาจึงพิสูจน์มันออกมา
ไม่จบเพียงเท่านั้น เขาเปิดหนังสือไปหน้าต้นๆ
“หน้าที่สิบสามกล่าวถึงเรื่อง ...”
เขาเริ่มเอ่ยถ้อยคำที่เขียนอยู่ในหนังสืออีกครั้ง
แต่ในครั้งนี้ชายชราได้ดันหนังสือกลับไปแล้วมองเมอร์ลินด้วยแววตาที่อิจฉา
“เอาล่ะๆ ฉันเชื่อเธอแล้ว บอกตามตรงฉันรู้สึกอิจฉาพรสวรรค์ของเธอจริงๆ ยิ่งเธอแสดงมันออกมา ฉันก็ยิ่งมั่นใจว่าในอนาคตเธอสามารถเป็นนักเวทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ได้แน่” ศาสตราจารย์ออสตินมองเมอร์ลินด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแสดงความเอื้ออาทรต่อเด็กน้อยอยู่
เมอร์ลินยิ้มและไม่พูดอะไรออกมา เขานำหนังสือกลับมาแล้วอ่านมันในความเร็วที่ช้ากว่ามาตรฐานของตนเองเช่นเดิม
ด้วยการอ่านหนังสือเช่นนี้ไม่นานเขาก็อ่านมันจบเล่ม นั่นเพราะหนังสือที่มีความรู้ระดับโรงเรียนเวทมนตร์ย่อมไม่ใช่หนังสือหนาเตอะบนชั้นหนังสือของบ้านศาสตราจารย์ออสตินแน่
เมอร์ลินที่เห็นหนังสือเหล่านี้ในตอนแรกก็ถึงกับยิ้มเยาะออกมา แม้ในลิสรายการอ่านที่ออสตินให้มาจะมีหนังสือหลายสิบเล่ม แต่เขาก็ไม่คิดว่าแต่ละเล่มจะมีความบางเช่นนี้ นั่นทำให้เขาสามารถอ่านพวกมันจบได้เร็วกว่าที่คิด
เมื่ออ่านหนังสือเล่มนั้นจบเขาก็หยิบเล่มต่อไปขึ้นมาแล้วเริ่มอ่านมัน
ในตอนแรกเมอร์ลินคิดอยากจะสอบเทียบเร็วๆ เพื่อให้ได้รับสถานะใหม่เสียที แต่เมื่อเห็นหนังสือในห้องสมุดแห่งนี้เขาก็เกิดการเปลี่ยนใจขึ้นมา จากตอนแรกคิดว่าจะเร่งเวลาให้เร็วขึ้น ตอนนี้เขากลับคิดว่าสามเดือนนั้นดีแล้ว เพราะที่นี่มีหนังสือให้เขาอ่านมากมายจนสมใจ
หากรีบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเวทมนตร์เร็วๆ นี้เกรงว่าเขาจะไม่มีเวลามาสนใจหนังสือเหล่านี้อีก
ซึ่งนั้นทำให้เขาเหมือนคาดเดาความคิดของชายชราได้
ชายชราเมื่อเห็นความเร็วในการอ่านและการทำความเข้าใจของเด็กน้อย เขาก็คิดว่าสามเดือนนั้นนานเกินไป
แต่ในตอนนั้นเองเมอร์ลินกลับเงยหน้าขึ้นมาแล้วสบตากับชายชราที่มองเขาอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
“พ่อคงรู้สึกปลื้มใจที่มีลูกชายหน้าตาหล่อเหล่าแบบนี้ แล้วพ่อให้สัญญากับผมแล้วว่าสามเดือนต่อจากนี้ผมสามารถอ่านหนังสือได้ตามใจชอบก่อนจะทำการสอบเทียบ มันยังเป็นเหมือนเดิมใช่ไหมครับ?” เมอร์ลินด้วยรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์
ท่าทางทะเล้นของเด็กน้อยนั้นทำให้ออสตินอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปขยี้ศีรษะ
“ฉันไม่ผิดคำพูดแน่ ถ้าเธออยากอ่านอะไรก็อ่านไปเถอะ ทุกอย่างจะเป็นไปตามที่ฉันพูดก่อนหน้านี้”
“ขอบคุณครับ” เมอร์ลินกล่าว ก่อนจะหยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ “ว่าแต่ ...”
เด็กน้อยทำท่าอ้ำๆ อึ้งๆ จนออสตินอดไม่ได้
“มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ เธอมีอะไรจะขออีก” ออสตินกล่าวอย่างรู้ทัน
เมอร์ลินยิ้มแหย่ๆ เขามีอะไรอยากจะขอคุณพ่อคนนี้จริงๆ ด้วย
“ผมขอรับการทดสอบนักเวทก่อนได้ไหมครับ?”
ทันทีที่ได้ยินคำถามนี้ออสตินก็รู้แล้วว่าเด็กน้อยคิดจะทำอะไร เด็กคนนี้มีความมุ่งมั่นมาก เขานั้นอยากจะศึกษาวิทยานิพนธ์จริงๆ
“หนึ่งเดือน ถ้าต่อจากนี้หนึ่งเดือนเธอสามารถผ่านการทดสอบปากเปล่าจากฉันได้ ฉันจะอนุญาตให้เธอสอบนักเวทได้ก่อน หลังจากนี้อีกสองเดือนเธออยากอ่านอะไรในห้องสมุดนี้ฉันจะไม่ยุ่งด้วยแล้ว” ศาสตราจารย์ออสตินกล่าว