ณ ที่ห่างไกลผู้คน ในค่ำคืนอันเงียบสงัด ลมหนาวพัดใบไม้สีเหลืองส้มร่วงหล่นลงพื้นราวกับพรมผืนใหญ่ มีเพียงเสียงเหยียบใบไม้แห้งดังกรอบแกรบจากกลุ่มคนจำนวนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเท้าเข้ามาใกล้สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มองเห็นั้แ่ไกล
แท่นประลองทรงสี่เหลี่ยมคางหมูความกว้างเทียบเท่าสนามฟุตบอล ทำจากหินแกรนิตสีขาวปนเกล็ดหินสีดำเทาดูแปลกตาเมื่ออยู่ท่ามกลางธรรมชาติ บันไดกึ่งกลางสูงเท่าตึกหนึ่งชั้นดึงดูดสายตาคนที่เพิ่งมาถึง ตกตะลึงกับความยิ่งใหญ่ราวกับดวงิญญาพบเจอบันไดสู่์
บริเวณรอบแท่นปูพื้นหินออกเป็วงกว้างพร้อมด้วยเก้าอี้หลายสิบตัวรอคอยผู้เกี่ยวข้องเข้ามาจับจอง อีกทั้งเสาไฟติดสปอตไลต์ช่วยเพิ่มความสว่างอีกจำนวนหนึ่ง
สนามประลองที่เหล่าผู้มาเยือนจ้องมองอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ภาพลวงตาที่สร้างขึ้นเหมือนการแข่งครั้งก่อน ทุกอย่างเป็ของจริง เ้าหญิงแคนดี้สั่งให้เนรมิตขึ้นมาสำหรับศึกของผู้นำโดยเฉพาะ
แฝดเส้นผมสีน้ำตาลแดงในชุดสูทยืนต้อนรับอยู่หน้าบันได เมื่อเห็นว่าทุกคนมารวมตัวกันครบแล้ว ทั้งสองจึงเริ่มทำหน้าที่ของตน
“ สำหรับการแข่งครั้งที่สำคัญที่สุดนี้ ภายในห้องเตรียมตัวที่พวกผมจะพาไป มีอาวุธแบบดั้งเดิมให้เลือกนำมาสู้ตามความถนัด ใครที่ล้มอีกฝ่ายได้ จะได้รับตำแหน่งผู้ดูแลวองโกเล่ประจำประเทศญี่ปุ่นไปเลยครับ ”
“ ในส่วนของผู้พิทักษ์คนอื่นให้นั่งชมการต่อสู้ที่เก้าอี้ด้านล่างนี้ โดยพวกผมจะแปลงกลับเป็ร่างจริงคอยดูแลไม่ให้มีการแทรกแซงเกิดขึ้น ”
พวกเขาสลับกันอธิบายดังเช่นการแข่งที่ผ่านมา เกิดเสียงฮือฮาขึ้นเล็กน้อยหลังจากกติกาถูกประกาศ เข้าทางนักฆ่ามืออาชีพจนทางฝั่งวาเรียไม่โต้แย้งอะไร
“ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลยไหมครับ ? เ้าหญิงรออยู่้าแล้ว ”
โรจิผายมือเชิญผู้พิทักษ์วาเรียและซันซัสให้ไปทางด้านซ้ายด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่โซจิเชิญเด็กนักเรียนทั้งหลายรวมถึงอัลโกบาเลโน่รีบอร์นกับโคโรเนโร่ไปอีกทาง
ด้านซ้ายขวามีประตูลับให้ผู้เข้าแข่งทั้งสองก้าวเข้าไปัักับความมืด และมันปิดเองอัตโนมัติก่อนที่พ่อบ้านจะจุดคบเพลิงเพิ่มความสว่างเสร็จเสียอีก
แสงไฟจากคบเพลงไม้ไผ่ที่ตั้งทอดยาวส่องสว่างมองเห็นโล่โลหะมันวาวไล่ขนาดจากเล็กไปใหญ่ ขวานหลากหลายรูปทรงแขวนอยู่บนผนัง บนโต๊ะไม้ยาวกลางห้องมีดาบสั้นยาว มีด หอก สามง่าม สนับมือและอีกมากมายเท่าที่มนุษย์จะสรรค์สร้างขึ้นมาเพื่อใช้สู้กัน
เมื่อเลือกได้แล้ว ทั้งสองก็ก้าวขึ้นบันไดซึ่งเป็ทางออกเดียวของห้องนี้ ทางสูงชันปรากฏแสงสว่างที่ปลายทาง ้าสุดของแท่นหินเป็ลานกว้างใหญ่ มองลงไปเห็นเพื่อนพ้องของตนนั่งอยู่ด้านล่าง
สิ่งเดียวที่สะดุดตาคนที่เพิ่งขึ้นมา ไม่ใช่อาวุธในมืออีกฝ่าย แต่เป็บัลลังก์หินที่เ้าหญิงแห่งท้องนภาในชุดประจำตำแหน่งนั่งรออยู่ เธอนั่งแทบจะชิดติดขอบสนามโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะโดนลูกหลงคงเพราะนกอินทรีเผือกั์ที่เกาะอยู่บนที่พักแขนจะคุ้มครองเ้านายของตนอย่างดี
มือซ้ายของซาวาดะ สึนะโยชิถือโล่ มือขวาถือดาบ ยืนประจันหน้ากับซันซัสที่ในมือมีดาบคู่ทรงเรียวยาว แม้พวกเขาจะไม่ได้ถนัดการใช้อาวุธที่มีให้ แต่ประสบการณ์และสัญชาตญาณจะเป็ตัวตัดสิน
“ ถ้าพร้อมแล้ว เริ่มได้เลย ” เสียงหวานเอ่ยให้สัญญาณแต่รอบข้างกลับเงียบกริบแม้จะสิ้นเสียงเด็ดขาดของกรรมการ
เป็บอสของวาเรียที่บุกก่อน เขาวิ่งเข้าหาอีกฝ่าย มือซ้ายขวาสลับฟาดฟันแบบไม่ปล่อยให้ผู้ที่เด็กกว่าได้หายใจ เด็กหนุ่มเส้นผมสีน้ำตาลยกโล่ขึ้นกันคมดาบจากทางด้านซ้าย ใช้ดาบในมือขวารับการโจมตีจากอีกทาง
“ กระจอก ไอ้สวะ!!! ” ร่างแกร่งควบคุมดาบในมืออย่างคล่องแคล่ว ดวงตาสีแดงเืจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่าย เส้นผมสีดำบิดพลิ้วตามการเคลื่อนไหว ปากพร่ำสบถคำหยาบเป็นิสัยและอีกอย่างที่ทำเป็ประจำเช่นกันคือไม่เคยปราณี
เสียงโลหะกระทบกระทั่งดังสนั่นไปทั่วป่า ผู้ชมด้านล่างนั่งกันเงียบกริบ อัลโกบาเลโน่ทั้งสองที่มาในฐานะอาจารย์นั่งทำหน้าเครียด แม้จะเชื่อมั่นในตัวของลูกศิษย์แต่เงื่อนไขการแข่งวันนี้เป็อีกสิ่งที่เหนือความคาดหมาย
เด็กหนุ่มเซถอยหลังเป็ระยะเมื่อต้องรับมือกับแรงมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาเหมือนพายุ โล่ขนาดปกปิด่ตัวมีประโยชน์สำหรับการป้องกันก็จริง แต่แลกมาด้วยน้ำหนัก ถึงเขาจะฝึกร่างกายมามากก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะยกขึ้นกันได้ถึงตอนไหน ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนโยนฉายแววเอาจริง ความอยากเอาชนะดันหลังให้เขาก้าวเดินหน้าฟาดดาบกลับไป
“ เด็กนั่นใช้ได้เหมือนกันนะ ” อัลโกบาเลโน่หนึ่งเดียวในแก๊งชุดหนังออกความเห็น
“ สู้กับบอสได้ขนาดนี้ หายากเลยล่ะ ชิชิชิชิชิ ” เบลเฟกอลเอ่ยเสริม เสียงหัวเราะโรคจิตหลุดออกมาอย่างอารมณ์ดี
ทั้งสองยังสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ซันซัสวาดแขนขึ้น ควงดาบคู่อย่างชำนาญเตรียมแทงเข้าทุกช่องโหว่ที่ปรากฏ แต่เป็ซาวาดะที่สังเกตเห็นจุดบอดได้ก่อนเขาจึงแทงดาบเข้าที่ไหล่อีกฝ่ายได้สำเร็จ รอยเืเป็คราบบนเสื้อเชิ้ตสีขาวชัด
“ เยส! เก่งมากครับบอส ”
“ ลุยแบบสุดขั้วไปเลย! ”
กลุ่มเพื่อนด้านล่างส่งเสียงเชียร์เมื่อเริ่มเป็ฝ่ายได้เปรียบ
ลูกศิษย์ของรีบอร์นจึงไม่รอช้าที่จะรุกต่อเนื่องใช้โอกาสในตอนที่อีกฝ่ายกำลังเสียศูนย์ หวังจะเชือด่ลำตัวให้เป็แผลยาว อีกฝ่ายรู้ตัวก่อนจึงสกัดไว้ได้แต่กลับโดนโล่หนักฟาดเข้าที่ใบหน้าอย่างจังแทน
‘ เอ๊ะ? ’ ความเคลือบแคลงใจบางอย่างเข้าเกาะกุมความคิดของเด็กชาย เขาสมควรจะต้องรู้สึกดีที่กำลังได้เปรียบ แต่รอยยิ้มตอนที่อีกฝ่ายยกแขนขึ้นปาดเืตรงมุมปากทำให้เขารู้สึกต่างออกไป
“ นายคิดเหมือนฉันไหมโคโรเนโร่ ” เสียงกระซิบคุยกันระหว่างอัลโกบาเลโน่ผู้จุกนมสีเหลืองและฟ้าแทรกท่ามกลางเสียงเชียร์จากโกคุเดระ ฮายาโตะและยามาโมโตะ ทาเคชิ
“ อืม… มันง่ายไปสินะเว้ยเฮ้ย ”
“ ระดับบอสของวาเรียไม่น่าเปิดช่องให้เห็นชัดขนาดนั้น สึนะเองก็น่าจะคิดแบบเดียวกัน ” ทั้งสองเก็บความเคลือบแคลงไว้ก่อนกลับไปสนใจการต่อสู้อีกครั้ง
ไหล่ซ้ายที่าเ็ทำให้ซันซัสเสียจังหวะการกวัดแกว่งดาบไปบ้างแต่ไม่มากพอให้ความรุนแรงเบาลง เขาจู่โจมเกราะเหล็กด้วยคมดาบในมือขวาและดาบชนดาบในมือซ้าย แรงจากชายทั้งสองดันกันไปมาเหมือนนักซูโม่ที่พยายามผลักอีกฝ่ายให้ออกนอกวงแหวน
บอสของวาเรียฉวยโอกาสที่อีกฝ่ายกำลังทุ่มแรงไปกับอาวุธในมือ ยกขาขึ้นเตะไหล่ขวาคนที่เตี้ยกว่าสุดแรง ขาเรียวยาวเล็งเข้าที่ข้อกระดูกเพื่อให้แขนข้างสำคัญใช้งานไม่ได้ เตะได้สองสามที ซาวาดะ สึนะโยชิเริ่มรู้วิธีหลีกเลี่ยงแต่ใช่ว่าซันซัสจะไม่เตรียมแผนสำรองไว้
เมื่อร่างสมส่วนของคนเด็กกว่าเอี้ยวหลบ เขาเปลี่ยนทิศทางของดาบให้การโจมตีไปลงที่แขนขวาอีกฝ่ายเพียงอย่างเดียว ลูกศิษย์อัลโกบาเลโน่รีบอร์นตั้งตัวไม่ทัน เขารับสองดาบที่บุกทะลวงเข้ามาทางเดียวอย่างทุลักทุเล ไหล่บางเจ็บแปลบ แขนยิ่งอ่อนแรงจนจับดาบไม่ไหว
“ อ๊ะ!? ” ดาบเหล็กสีเงินในมือซาวาดะปลิวหลุดจากมือเ้าของ ลอยห่างไปทางด้านหลัง ไม่เว้น่ให้ใเ้าของดวงตาสีแดงกระหน่ำคมดาบคู่ใส่คนที่ทำได้เพียงหลบอยู่หลังโล่
เสียงโลหะกระทบกันดังไม่หยุดพักบ่งบอกถึงพลังแขนของทั้งสองที่ยืดเยื้อฝ่าฟันกันมา ดาบเงินทั้งสองขับเคลื่อนด้วยความเชื่อว่าโล่ตรงหน้าจะต้องแตก สองมือที่จับโล่เล็กกว่าลำตัวขับเคลื่อนด้วยความอดทนหวังแค่ให้อีกฝ่ายแพ้ภัยตัวเอง
แคร่ง!
ใบดาบเรียวยาวทั้งสองหักครึ่งปลิวกระเด็นไปคนละทิศ คนที่สองมือยังกำด้ามจับเบิกตาใเช่นเดียวกับทุกคนที่กำลังช็อกจนพูดอะไรไม่ออก ซันซัสคงไม่ได้คาดคิดว่าดาบที่ค่อนข้างมีน้ำหนักจะหักง่ายดายปานนี้
“ แม่ง! ” มือแกร่งปาด้ามจับลงพื้นอย่างไม่ใยดีพร้อมสบถคำหยาบจากความโมโหที่ปะทุขึ้นในใจเหมือนูเาไฟะเิ
ซาวาดะเห็นแสงของชัยชนะปรากฏขึ้นในความมืด เขาทุ่มแรงไปที่โล่ดันอีกฝ่ายให้เข้าใกล้ขอบสนามที่อยู่ไม่ไกล แต่บอสวาเรียไม่ยอมแพ้เขาออกแรงต้านกลับแม้ไหล่จะาเ็
เป็ไปตามที่เด็กหนุ่มคาดการณ์ เขายื้อพอเป็พิธีแล้วรีบปล่อยมือออกจากโล่ ในวินาทีที่ซันซัสเสียสมดุลจวนจะล้ม ขาผอมบางแบบคนไม่ค่อยออกกำลังกายก็รีบจ้ำอ้าว ้าเพียงคว้าดาบของตนกลับมาไว้ในมือ
ร่างสูงกว่าวิ่งตาม ไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายได้ทำตามที่หวัง ดาบด้ามใหญ่นอนรอในระยะสายตา ชวนให้เด็กมอปลายยิ่งรีบก้าวเท้าให้ยาว มือยื่นออกไปพร้อมคว้า
“ อย่าหวัง! ” ซันซัสะโคว้าขาผอมแห้งจนทั้งสองล้มกระแทกพื้น การที่เขาได้ตัวศัตรูก็เหมือนได้ชัยชนะในมือ โอกาสที่จะบีบบุคคลที่เขาเกลียดเข้าไส้ให้เละคามืออยู่ตรงหน้าแล้ว
“ ปล่อย ” เงยหน้ามองตามเสียง คมดาบแหลมก็กำลังจ่อคอหอย เด็กหนุ่มคว้าดาบกลับคืนมาได้สำเร็จและความยาวของมันพอดีกับจุดตายของเขาราวกับกำลังตอกย้ำความพ่ายแพ้
“ แกไม่กล้าหรอก ไอ้สวะ! ”
“ คิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ… ”
สายตามุ่งมั่นของเด็กหนุ่มส่อแววเอาจริง ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตคนข้างหลังที่ต้องปกป้องอีกแล้ว เ้าของดวงตาสีแดงยกยิ้มมุมปากอีกครั้ง เขายกสองมือขึ้นเป็เชิงยอมแพ้อย่างง่ายดาย ผิดกับนิสัยบ้าเอาชนะที่แสดงออกอยู่ตลอด
การแข่งขันสิ้นสุดลงแล้ว เ้าหญิงแคนดี้ลุกขึ้นยืน สายตามองผู้แข่งขันทั้งสองก่อนจะประกาศผลการแข่งเสียงดังฟังชัด
“ ผู้ชนะ ซาวาดะ สึนะโยชิ ”
เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจผสมกับเสียงปรบมือดังขึ้นจากผู้พิทักษ์ด้านล่าง
“ ยินดีด้วยนะครับ ” โกคุเดระ ฮายาโตะแทบจะปีนขึ้นไปกอดผู้เป็เ้านายด้วยความดีใจ เขาอดใจรอจะได้ทำหน้าที่ดูแลผู้นำคนใหม่แทบไม่ไหว
“ เยี่ยมเลยสึนะ ” เด็กน้อยในชุดลายวัวะโโลดเต้นพลางเอ่ยชมอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี
“ ขอบคุณมากนะทุกคน ” เด็กหนุ่มดีใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ทุกคนปลอดภัยแล้ว หลังจากนี้จะไม่มีอะไรมาทำร้ายพวกเขาได้อีก
“ แผลใหญ่ขนาดนี้ยังสู้ได้อีกนะ ” กรรมการตัวน้อยเดินเข้ามารักษาให้ผู้แพ้ที่เจ็บหนักกว่าที่เขาแสดงออก มือเล็กวาดวงแหวนรอบตัวอีกฝ่าย นั่งใกล้เพื่อรอให้แผลสมาน
“ ตรงนี้ก็รู้สึกเจ็บ ดูให้ทีว่าเป็แผลหรือเปล่า ” ซันซัสชี้ไปที่แผ่นหลัง เสียงดุพูดแ่เบาดูน่าสงสาร ไม่น่าเชื่อว่าคนหยิ่งทะนงตนแบบเขาจะยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็น
“ ไหน? ” เ้าหญิงเข้าใกล้ เพื่อจะได้สังเกตแผลที่เ้าตัวบอก เมื่อสบโอกาสได้ใกล้ชิด มือหนาคว้าตัวคนตัวเล็กไว้ แขนแข็งแรงกดเข้าที่คอบาง มือขวาหยิบปืนสั้นที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อออกมาจ่อขมับ
“ ชู่ว……ใจเย็นๆไม่ต้องใ ฉันยังไม่ทำอะไรเธอตอนนี้หรอก ” เขากระซิบร่างเล็กที่สั่นด้วยความหวาดกลัว เธอไม่ส่งเสียงอะไรออกมา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเพราะกลัวเขาจะทำอะไรที่ไม่คาดคิด ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็ว แม้แต่เทพผู้เป็ราชองครักษ์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว
“ เ้าหญิง! ” พ่อบ้านฝาแฝดทั้งสองแปลงกลับเป็ร่างมนุษย์เงยหน้ามองท่าทีของซันซัส ไม่อยากรีบบุ่มบ่ามขึ้นไป เช่นเดียวกับคัมภีร์เทพแห่งท้องฟ้าที่ทำได้เพียงบินหาจังหวะอยู่ห่างๆ แค่สถานการณ์ตอนนี้เ้านายของพวกเขาก็เสี่ยงมากพออยู่แล้ว
ผู้พิทักษ์ของวาเรียอาศัย่ชุลมุนเข้าจู่โจมผู้พิทักษ์ของซาวาดะตามแผนที่คุยกันเอาไว้ ยิ่งทำให้สถานการณ์สับสนวุ่นวาย เสียงะเิ เสียงอึกทึกจากการต่อสู้ดังระงมเหมือนอยู่กลางสนามรบ
ซาวาดะ สึนะโยชิจับดาบในมือแน่น เขากำลังคำนวณช่องว่างที่จะเข้าไปช่วยตัวประกัน เขาก้าวเท้าอย่างระวังและเงียบเชียบที่สุดไม่ให้มีใครสังเกตเห็น
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังต่อเนื่องสามนัดชวนให้คนที่อยู่ด้านล่างผวาตื่นใ เด็กหนุ่มล้มลงจมกองเืที่ออกมาจากแผลที่ขาทั้งสองข้างและแขนขวา ความแม่นยำของคนที่จับปืนบ่อยกว่าจับช้อนส้อมส่งผลให้ซาวาดะขยับตัวไม่ได้อีก
“ นายไม่ได้้าแค่ตำแหน่งในวองโกเล่ั้แ่แรกแล้วสินะ ” เสียงหวานรวบรวมความกล้าเอ่ยถามคนที่ล็อกคอเธอแน่นจนแทบหายใจไม่ออก
“ สิ่งที่ฉัน้าคือการขึ้นไปอยู่บนตำแหน่งสูงสุด อย่างตำแหน่งเ้าชายแห่งท้องนภาเป็ไง ” น้ำเสียงเืเย็นเต็มเปี่ยมไปด้วยความกระหายในอำนาจ ทำคนฟังขนลุกฉับพลัน
“ แหวนมันถอดไม่ออก ฉันเคยลองแล้ว ” เธอเอ่ยกล้าๆกลัวๆขณะสังเกตท่าทีอีกฝ่ายไปด้วย
“ ถอดไม่ออกก็ตัดนิ้วทิ้งซะ ยังไงพวกแกก็ต้องตายกันหมดอยู่แล้ว ” ถ้อยคำป่าเถื่อนถูกพ่นออกมาง่ายดายบ่งบอกนิสัยโหดร้ายของคนพูด เ้าหญิงแคนดี้เริ่มเหนื่อยล้า สายตามองนกอินทรีคู่หูด้วยความหวัง
ด้านล่าง ผู้พิทักษ์วาเรียที่อัดอั้นไม่ได้สู้ตอนแข่งต่างออกอาละวาดเต็มกำลัง อีกฝ่ายเองก็รับมือสุดความสามารถโดยมีโคโรเนโร่คอยสนับสนุน อัลโกบาเลโน่รีบอร์นและมาม่อนต้องหันหน้ามาสู้กันเองเพื่อไม่ให้นักฆ่ามือหนึ่งทำแผนของบอสพัง
“ มาม่อน คิดจะหักหลังเ้านายของเรางั้นเหรอ… ” น้ำเสียงแสดงความไม่จริงจังกับเนื้อความในประโยคเหมือนกับกำลังหยอกล้ออีกฝ่ายมากกว่าต่อว่า ไม่มีผลอะไรต่อความรู้สึกของผู้ใช้มายามือหนึ่ง นอกเสียจากมันจะมาพร้อมกับลูกปืนพิเศษในมือนักฆ่าผู้ไร้เทียมทาน
“ ฉันไม่ได้อยากได้นังเด็กนั่นมาเป็บอสสักหน่อย ” ผู้ใช้ภาพมายาหลบะุจากปืนสีเขียวนีออนของอีกฝ่ายง่ายดาย ในขณะที่ร่างกายกำลังสู้รีบอร์นก็ต้องนึกหาเหตุผลมาเปลี่ยนใจมาม่อนให้ได้
“ นายไม่รู้เหรอว่าอัลโกบาเลโน่มีบทลงโทษร้ายแรงสำหรับคนทรยศอยู่นะ ”
เ้าของเส้นผมสีม่วงมีท่าทีชะงัก เขาสร้างสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ออกรับการโจมตีจากอีกฝ่ายพลางไตร่ตรองสิ่งที่รีบอร์นพูด
“ เ้าหญิงแคนดี้น่ะรวยมากเลย นายจะทิ้งชีวิตสุขสบาย มีเงินใช้มหาศาลไปก็ตามใจ ” ตัวรีบอร์นรู้ดีว่าเงินทองสำคัญกับมาม่อนมากเพียงใด เขาจงใจจี้จุดอ่อนเดียวของอัลโกบาเลโน่ผู้ใช้มายาและดูเหมือนว่ามันจะได้ผล
“ …คิดซะว่าฉันมองไม่เห็นก็แล้วกัน ” ใช้เวลาคิดไม่นาน ร่างเล็กในชุดคลุมหนังสีดำล่องลอยขึ้นเหนือพื้น จงใจมุ่งหน้าไปทางอื่นเปิดทางให้อีกฝ่ายอย่างแเีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อตำแหน่งภายในวาเรียของตัวเองในอนาคต
ชายในชุดสูทเปลี่ยนปืนกระบอกเล็กเป็ไรเฟิลติดกล้องช่วยเล็ง เขาเลือกยืนในมุมอับสายตาของคน้า ส่งสายตาให้โรจิโซจิในร่างมนุษย์เตรียมขึ้นไปช่วยเ้าหญิง แม้รีบอร์นอยากจะเล็งที่กลางหน้าผากของคนที่สร้างความเดือดร้อนแต่เขาเดาใจวองโกเล่พรีโม่ว่าคงจะเก็บหน่วยวาเรียไว้ทำประโยชน์กับวองโกเล่จึงเลือกเล็งมือที่กำลังถือปืนไว้แทน
“ โอ๊ย! ” ความมืออาชีพส่งลูกะุเข้าเป้าไม่คาดเคลื่อนเลยสักมิลลิเมตร ปืนสั้นตกพื้น มือหนาโชกเื ไม่รีรอนัดต่อมาก็เข้าที่แขนแข็งแรงซึ่งกดคนอ่อนแอกว่าไว้ เืสีแดงสดกระเด็นเปื้อนใบหน้าสวยที่กำลังตื่นตระหนก
นกอินทรีเผือกั์บินเข้ามาคาบคอเสื้อเ้านาย พาลงไปหาพ่อบ้านทั้งสองที่รออยู่ด้านล่างได้อย่างปลอดภัยแม้เธอจะไม่รู้สึกตัวเพราะกำลังช็อกอยู่ก็ตาม
“ ไม่เป็ไรแล้วนะครับ ” ฝาแฝดเทพแห่งดวงอาทิตย์โผกอดเ้านายตัวน้อยด้วยความโล่งใจ สติเธอกลับคืนมาพร้อมหยาดน้ำตาเปียกปอนเปื้อนเสื้อสูทคนที่โอบกอดอยู่ เสียงสะอื้นร่ำไห้ชวนให้คนรอบข้างใจคอไม่ดีตาม
“ เธอกลับไปก่อนเถอะที่เหลือฉันจัดการเอง ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับบอส ” อัลโกบาเลโน่รีบอร์นเดินเข้ามาหาเ้าหญิงที่ยังร้องไห้ไม่หยุด ใจนึกอยากจะปลอบโยนด้วยการทำอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ทำอะไร
“ ขะ…ขอบคุณ ที่ช่วย… ชีวิตฉันไว้นะ ” เสียงสะอื้นขึ้นจมูกผสมกับคำพูดฟังแทบไม่ได้ศัพท์แต่เขาก็พยักหน้ารับว่าเข้าใจ
“ มันเป็หน้าที่ของฉันอยู่แล้ว ” เขาพูดทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนจะรีบเรียกรถพยาบาลให้เหล่าคนเจ็บและขอความร่วมมือจากโคโรเนโร่ทำลายสถานที่แห่งนี้ทิ้ง
โรจิโซจิและไซรุพาเ้านายกลับอิตาลี ขณะที่ทั้งซันซัสและผู้พิทักษ์ของเขาอาศัยจังหวะทีเผลอหลบหนี หายตัวกลืนไปกับความมืดโดยไม่ทิ้งร่องรอยเลยว่าเคยปรากฏตัว
สองอาทิตย์ถัดมา ณ โรงพยาบาลนามิโมริ
“ มีคนฝากของมาให้ ” ผู้เป็อาจารย์เดินเข้าห้องพักฟื้นพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ ซาวาดะ สึนะโยชิยกคอเหลือบมอง เฝือกแขนและขาทำเขาขยับตัวมากไม่ได้ รีบอร์นปาจดหมายใส่หน้าคนที่นอนอยู่แม้ลูกศิษย์จะาเ็แต่เขาก็ไม่เคยเบามือให้
มือข้างเดียวที่ยังปกติ คว้าจดหมายขึ้นอ่าน กลิ่นดอกกุหลาบโชยออกมาจากตัวหนังสือ
‘ ขอแสดงความยินดีกับซาวาดะ สึนะโยชิและผู้พิทักษ์ในฐานะผู้ดูแลคนใหม่ของวองโกเล่ พักฟื้นร่างกายให้กลับมาแข็งแรง เตรียมเรียนรู้งานอีกมากมายมหาศาลจากรีบอร์นนะ วันไหนฉันไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกจะแวะไปหา หรือถ้าเดินทางมาอิตาลี ฉันจะคอยต้อนรับเอง ต่อจากนี้ก็ฝากวองโกเล่ด้วยนะ ด้วยความห่วงใย เ้าหญิงแคนดี้ ราชวงศ์ราโกเน่ที่ 35 แห่งราชอาณาจักรโรสริส ’
“ โอ้โห เพิ่งเคยได้จดหมายจากราชวงศ์ครั้งแรก กระดาษหอมมากเลยอ่ะ ” รีบอร์นอมยิ้มกับสีหน้าท่าทางดีใจเกินเหตุเหมือนเด็กขณะเด็กหนุ่มสูดจมูกกับกระดาษอย่างดี เขาโล่งใจที่ทุกอย่างจบลงได้ด้วยดี ไม่สิ ต้องบอกว่าเริ่มต้นได้ดีจะเหมาะกว่าหรือเปล่านะ