บทที่ 24 ทำไมถึงยกเลิกงานแต่ง (รีไรต์)
ลู่เย่อุ้มหมีน้อยขึ้นมาหมุนไปมาสองสามรอบ แล้วโยนออกไป พร้อมพูดว่า “กลับบ้านไปกินนมแม่ซะ!”
จากนั้น หมีดำตัวน้อยก็ลอยเป็เส้นโค้งสวยงามในท้องฟ้ายามค่ำคืน ตกลงบนยอดหน้าผาอย่างมั่นคง
บนยอดหน้าผาเต็มไปด้วยพุ่มไม้ หมีดำน้อยมีิัหนา หลังจากกลิ้งไปสองรอบบนพื้นก็ลุกขึ้นมา แล้วส่ายหัวมองหาน้ำผึ้ง
ลู่เย่โยนขวดไปไกล ๆ แต่ลูกหมีมีประสาทรับกลิ่นดีเยี่ยม จึงพบเป้าหมายอย่างรวดเร็ว
มันวิ่งไปอย่างร่าเริง ใช้เท้าตะบปขวดน้ำจนแตก น้ำผึ้งมะนาวรสหวานไหลนองเต็มพื้น ลูกหมีเลียกินอย่างเอร็ดอร่อย
แต่มันยังลิ้มรสได้ไม่เต็มที่ ก็ถูกแม่หมีที่วิ่งมาตบจนหงายท้อง
หลังจากโดนลงโทษ แม่หมีก็คาบคอลูกตัวเอง แล้วหายลับเข้าไปในป่า
ก้นเหว เสิ่นชิงและลู่เย่ได้ยินเสียงฝีเท้าของแม่หมีค่อย ๆ ห่างออกไป จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
เสิ่นชิงและลู่เย่ทรุดตัวลงนั่งบนพื้น เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว ราวกับเพิ่งถูกลากขึ้นมาจากน้ำ
พระจันทร์บนท้องฟ้ากลมโต ทั้งสว่างและเจิดจ้า
แสงจันทร์ค่อย ๆ เปล่งแสงลงมาที่ผืนป่า ปกคลุมก้นเหวด้วยผ้าโปร่งสีเงิน
สายลมอ่อน ๆ พัดระลอกน้ำในสระ ก่อให้เกิดวงคลื่นเป็ระลอก
ผืนดินเงียบสงัด แสงจันทร์นวลส่อง ลมพัดเย็นเอื่อย ๆ
ทั้งคู่รู้สึกยินดีอย่างมากที่รอดชีวิตมาได้
เสิ่นชิงเงยหน้ามองหน้าผา หน้าผานี้ไม่ชันมากนัก รอพวกเขาฟื้นฟูพละกำลังแล้ว ก็น่าจะปีนขึ้นไปได้
“โครกกก...”
เสียงท้องของทั้งสองคนดังขึ้นพร้อมกัน หลังจากวิ่งมาทั้งวัน พลังงานในร่างกายก็ถูกเผาผลาญไปจนหมดสิ้น
ลู่เย่เดินไปที่ริมสระน้ำ อาศัยแสงจันทร์ มองเห็นปลาจำนวนมากแหวกว่ายในน้ำ
ลู่เย่ส่ายหัว “น่าเสียดายที่ไม่มีไฟ ไม่งั้นก็จะได้ย่างปลากินแล้ว”
ทันใดนั้น เขาหันกลับมาถามว่า “เสิ่นชิง เธออยากกินปลาดิบไหม”
เสิ่นชิงทำสีหน้ารังเกียจ “ฉันไม่เอา”
การกินปลาน้ำจืดดิบมีโอกาสติดพยาธิได้ง่าย เธอจะไม่คิดทำแบบนั้นเด็ดขาด นอกเสียจากว่าจะไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ
ลู่เย่นั่งลงบนพื้นหญ้าพลางพูดว่า “เธอคิดว่าจะมีคนมาช่วยพวกเราไหม? รอนานขนาดนี้แล้ว ทำไมถึงไม่มีวี่แววเลย”
เสิ่นชิงมองดูดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้า ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ต้องมีสิ รออีกหน่อยเถอะ”
ลู่เย่ใช้มือเท้าศีรษะ นอนราบไปกับพื้นหญ้าอ่อนนุ่ม ฟังเสียงแมลงและสายลมที่พัดผ่านไปมา มองดูดาวบนฟ้าอย่างเหม่อลอย
ชั่วครู่หนึ่ง เขาก็ถามขึ้นอย่างแ่เบา “เสิ่นชิง ตอนนั้นทำไมเธอถึงยกเลิกงานแต่ง?”
แม้เสียงของลู่เย่จะแ่เบา แต่เสิ่นชิงก็ััได้ถึงความโกรธที่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น
เสิ่นชิงก้มหน้าลง ปิดบังแววตาเอาไว้ ทำให้มองไม่เห็นอารมณ์ที่แท้จริงของเธอในนั้น
เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจ “นิสัยนายแย่ขนาดนั้น ผู้หญิงคนไหนจะอยากแต่งงานด้วย”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เย่รู้สึกเ็ป ดวงตาหม่นหมอง เหมือนลูกสุนัขตัวน้อยที่ถูกคนเตะ
แต่ไม่นานเขาก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้น “เหอะ ใครบอกว่าไม่มีใครอยากแต่งงานกับฉัน ฉันคือชายในฝันของสาว ๆ นับพันล้านคน ผู้หญิงที่อยากจะตามจีบฉันมีเยอะแยะไป”
เสิ่นชิงและลู่เย่เป็คู่กัดกันมาั้แ่เด็ก
ตอนอายุ 6 ขวบ เสิ่นชิงต่อยลู่เย่จนฟันหลุดในงานเลี้ยง
ส่วนลู่เย่ก็แอบตัดขนตาของเสิ่นชิง ตอนเธอนอนพักกลางวันที่โรงเรียน
ตอนอายุ 7 ขวบ เสิ่นชิงเตะลู่เย่ตกลงไปในบ่อขี้
ส่วนลู่เย่ ก็ขังเสิ่นชิงไว้ในห้องดับจิต
ตอนอายุ 8 ขวบ เสิ่นชิงซื้อโมเดลรุ่นลิมิเต็ดที่ลู่เย่อยากได้ไปต่อหน้าต่อตา
ลู่เย่ก็เลยแอบขโมยสุนัขที่เสิ่นชิงรักมากที่สุดกลับบ้าน
ทั้งคู่พอเจอหน้ากันทีไร ก็มักทะเลาะวิวาทชกต่อยกันเสมอ
คุณปู่ตระกูลเฉียวกับคุณปู่ตระกูลลู่เห็นว่าเด็กทั้งสองสนิทกันมาก ก็เลยตกลงให้ทั้งคู่หมั้นหมายกัน
ตระกูลเฉียวกับตระกูลลู่ต่างก็เป็ตระกูลใหญ่ในหางโจว แต่ตระกูลลู่คุมกิจการไว้มากกว่า แถมยังมีเส้นสายในกองทัพ การแต่งงานครั้งนี้ จึงถือว่าตระกูลเฉียวได้ไต่เต้าขึ้นไปเช่นกัน
ตอนนั้น เฉียวเฟิงกับภรรยาคัดค้านอย่างหนัก เพราะเสิ่นชิงไม่ใช่ลูกสาวของพวกเขา
ในสายตาของพวกเขา เื่แต่งงานกับตระกูลลู่ควรจะเป็ของเฉียวอวี้เหอ จะปล่อยให้คนอื่นมาเอาเปรียบไม่ได้
การปล่อยให้เสิ่นชิงได้ดิบได้ดี มันทรมานยิ่งกว่าฆ่าพวกเขาทิ้งเสียอีก
ดังนั้น เฉียวเฟินกับภรรยาจึงใช้ข้ออ้างว่า ‘ไม่เห็นด้วยกับการคลุมถุงชน’ มาคัดค้านคุณปู่สารพัด
แต่ตอนนั้น คุณปู่เฉียวเป็ผู้นำตระกูล จึงมีอำนาจในการตัดสินใจเด็ดขาด
ต่อให้เฉียวเฟิงกับภรรยาไม่เห็นด้วย ก็ไม่มีประโยชน์
ต่อมา คุณปู่เฉียวป่วยหนัก อำนาจในการตัดสินใจของตระกูลจึงตกไปอยู่ในมือของเฉียวเฟิง
เฉียวเฟิงกับภรรยาจึงอ้างว่าเสิ่นชิงมีคนรักอยู่แล้ว และใช้วิธีอดอาหารประท้วงการแต่งงาน เพื่อจะได้ถอนหมั้นกับตระกูลลู่
ในตอนนั้น ลู่เย่มักจะแกล้งเสิ่นชิงเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทั้งซุกซน และก่อเื่ป่วนเพื่อรังแกเสิ่งชิงทุกวัน
เสิ่นชิงเกลียดเขามาก ดังนั้น ตอนที่พ่อกับแม่พยายามจะถอนหมั้น เธอจึงไม่ได้พูดอะไรออกไป
เมื่อนึกถึงเื่นี้ เธอก็หลับตาลงพูดว่า “เื่ที่ยกเลิกงานแต่งกับนาย ฉันก็เพิ่งมารู้ทีหลังเหมือนกัน”
ลู่เย่ขมวดคิ้ว เหมือนกับว่าเขาเข้าใจอะไรบางอย่าง
เขาหันหลังให้เสิ่นชิงด้วยความโกรธเคือง แล้วพูดอย่างหงุดหงิดว่า “เสิ่นชิง เธอรู้อะไรไหม? การที่คุณชายใหญ่แห่งตระกูลลู่ถูกยกเลิกงานแต่ง มันน่าอับอายมากแค่ไหน”
เธอมองลู่เย่ “เพราะแบบนี้ นายถึงได้มาหาเื่ฉันตลอดงั้นเหรอ? อะไรที่ฉันชอบ อะไรที่ฉันอยากได้ นายก็จะทำลายมันทั้งหมดเลยใช่ไหม”
ลู่เย่เกาหัวคล้ายยอมรับ
เสิ่นชิงถามต่อว่า “ถ้าอย่างนั้น ตงตงก็เป็ฝีมือนายใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เย่ก็โกรธขึ้นมาบ้าง “ เสิ่นชิง เื่นี้ฉันอธิบายไปหลายรอบแล้ว ฉันไม่ได้ทำอะไรตงตงทั้งนั้น ฉันไม่ลดตัวไปทำแบบนั้นกับสุนัขของเธอหรอก”
ตงตงเป็สุนัขของเสิ่นชิง มันเป็พันธุ์โกลเด้นรีทรีเวอร์ที่แสนรู้ ฉลาด และอ่อนโยน
ปกติเสิ่นชิงไม่มีเพื่อน พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยมาหา เธอจึงเห็นตงตงเป็เหมือนคนในครอบครัว
ท่ามกลางค่ำคืนอันเหน็บหนาว ตงตงคือเพื่อนที่อยู่เคียงข้างเธอเสมอ
แม้ว่าในวัยเด็ก เธอจะมีบ้านหลังใหญ่ มีพี่เลี้ยงคอยดูแล มีเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่ไม่ซ้ำ แต่เธอก็รู้ดีว่าในบ้านหลังนั้น นอกจากคุณปู่และตงตงแล้ว ก็ไม่มีใครรักเธอเลย
แต่หลังจากที่ตระกูลเฉียว เสนอให้ยกเลิกงานแต่งไม่นาน ตงตงก็ถูกวางยาพิษจนตาย
บังเอิญที่ตอนนั้นลู่เย่โกรธเื่การยกเลิกงานแต่งงานมาก ถึงขั้นพูดจาข่มขู่ว่า เธอว่าจะต้องชดใช้
ดังนั้น เมื่อตงตงถูกวางยาพิษ เสิ่นชิงจึงคิดว่าเป็ฝีมือของลู่เย่
นับั้แ่นั้น ทั้งสองก็ไม่ลงรอยกันอีกเลย พอเจอหน้ากันทีไร ต้องมีเื่ทะเลาะกันตลอดมา
เสิ่นชิงพูดเสียงเ็า “ถ้านายไม่ได้เป็คนทำ แล้วใครทำ? ตงตงไม่เคยกินอะไรจากคนแปลกหน้า นอกจากคนรู้จัก แล้วใครจะทำแบบนั้น?”
ลู่เย่ลุกขึ้นเหยียดตรง “ฉัน ลู่เย่ ขอสาบานต่อฟ้าดิน ถ้าฉันเป็คนวางยาตงตง ขอให้ฉันโดนหมีกัดตาย!”
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียด บนหน้าผาก็พลันมีเสียงสุนัขเห่าหอนดังขึ้นสองครั้ง
สุนัขตัวใหญ่สีเหลืองเห่าส่งเสียงดังไปยังเบื้องล่าง ตามมาด้วยเสียงผู้คนโห่ร้องอย่างอึกทึก ดูเหมือนว่าทีมกู้ภัยจะมาถึงแล้ว
ชาวบ้านคนหนึ่งโบกคบเพลิงด้วยความดีใจ พลางะโว่า “เจอแล้ว! เจอแล้ว! พวกเขาทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่!”