เช้าวันรุ่งขึ้นจวินอี้ เดินทางออกจากหมู่บ้าน เดินทางไปที่ดินแดนร้าง เพื่อไปหาโอสถเชื่อมชีพจร์ แต่ก่อนจะออกจากหมู่บ้านจวินอี้ต้องเดินผ่านชาวบ้าน ทุกคนต่างมองจวินอี้ด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม บางคนก็พูดดูิ่
"เ้าหมอนี่มันคนที่ไร้พร์ ที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลจวินนี่"
"ใช่ๆ หมอนี่แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า...คนไร้พร์"
"เศษสวะ..."
เสียงพูดดูิ่นินทาเริ่มดังขึ้น ทุกคนรอบๆตัวของจวินอี้มองเขาด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม จวินอี้ที่ได้เห็นและได้ยินการดูถูก แทนที่เขาจะโมโห กลับสงบนิ่งและเดินจากไปอย่างเงียบๆ
"ออกมาพ้นจากหมู่บ้านสักที พวกแกทุกคนตอนนี้ดูถูกข้าไปเถอะ แล้วข้าจะตอบแทนด้วยการกระทำที่ไม่มีวันลืม" จวินอี้พูดขึ้นหลังเดินทางพ้นจากหมู่บ้าน
หลังพูดจบจวินอี้เดินทางสู่ดินแดนร้าง หลังจากเดินทางมาสักพัก จวินอี้ก็มาถึงทางเข้าของดินแดนร้าง ทางเข้าดินแดนร้างตั้งอยู่กลางหุบเขาอันกันดาร สองฟากเป็ผาหินสูงตระหง่าน สีคล้ำดุจเหล็กเก่าที่ผ่านการหลอมด้วยโลหิตมานับพันปี ผิวหินแตกร้าวเป็เส้นยาว คล้ายรอยกระบี่ที่ถูกฟันฝากไว้จากศึกโบราณ พื้นทางเป็หินผุพังปะปนกรวดทราย ทุกย่างก้าวสั่นะเืเล็กน้อย ราวกับพื้นดินตอบสนองต่อลมปราณของผู้มาเยือน อากาศโดยรอบหนักอึ้ง พลังปราณฟ้าดินไหลเวียนปั่นป่วน ไม่เป็ระเบียบ จนผู้ฝึกยุทธที่พลังต่ำยากจะหายใจได้สะดวก
เพียงยืนอยู่หน้าประตู ก็รู้สึกราวถูกสายตานับหมื่นคู่จ้องมองและเมื่อก้าวข้ามเส้นนั้นไป ก็เท่ากับเหยียบเข้าสู่ดินแดนที่ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงมีสิทธิ์รอดกลับออกมา
"นี่หรือทางเข้าดินแดนร้าง ช่างน่ากลัวยิ่งนัก แรงกดดันที่มหาศาลจนหายใจแทบไม่ออก และเหมือนถูกจ้องมองจากสายตาของบางสิ่งที่แข็งแกร่งมากๆ แค่เดินย่างก้าวเพียงก้าวเดียวก็โดนกดดันอย่างรุนแรง" จวินอี้พึมพำในใจ
จวินอี้เริ่มก้าวเข้าสู่ดินแดนร้าง และพบว่าเมื่อก้าวลึกเข้าไป แสงตะวันถูกผาหินบดบังจนเหลือเพียงลำแสงริบหรี่ พลังสังหารที่หลงเหลือจากอดีตค่อย ๆ แผ่ซึมออกมาจากผืนดิน กดทับจิตใจราวูเาหนักพันชั่ง เสียงลมที่พัดผ่านช่องเขาดังหวิวหวิว คล้ายเสียงคร่ำครวญของยอดฝีมือที่ล้มตายไปนานแล้ว
ร่างกายของจวินอี้ถูกกดดันอย่างหนักเพียงก้าวเข้าเขตประตูทางเข้าดินแดนร้าง แรงกดดันก็ถาโถมลงมาในพริบตา หน้าอกแน่นอึดอัด กระดูกทั่วร่างส่งเสียงครวญคราง เหงื่อไหลพล่าราวถูกฝนโปรย ทั้งที่อากาศเย็นะเื ต้องกัดฟันฝืนยืนหยัด มิฉะนั้นร่างกายคงคุกเข่าลงกับพื้นไปแล้ว
"แรงกดดันจะรุนแรงเกินไปแล้ว ข้าที่ร่างกายชีพจรแตกสลาย ไม่มีพลังปราณแค่ก้าวเดินหนึ่งก้าวยังลำบาก"
หลังกัดฟันฝืนทนเดินมาสักพัก จวินอี้ก็มาหยุดที่หน้าถ้ำในดินแดนร้าง ความรู้สึกของจวินอี้หลังมาถึงปากถ้ำ ปากถ้ำดินแดนร้างอ้ากว้างดุจปากอสูรโบราณ ผนังหินสีคล้ำหยาบกร้าน เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและคราบสนิมแห่งกาลเวลา เพียงยืนอยู่ด้านนอก ก็ััได้ถึงแรงกดดันที่แผ่ออกมาเป็ระลอก ทำให้ลมหายใจหนักอึ้งโดยไม่อาจอธิบาย
"นี่คงเป็ถ้ำที่ทวนแห่งศรัทธาบอก แค่ปากถ้ำแรงกดดันที่แผ่ออกมารุนแรงกว่าด้านนอกหลายเท่า แต่ก็ข้าไม่จำเป็ต้องกลัวอะไรแล้ว มาถึงขนาดนี้แล้วเข้าไปเลยแล้วกัน"
จวินอี้หลังกล่าวจบ ก็ก้าวเดินเข้าสู่ถ้ำในดินแดนร้างทันที.....