"ข้าขอโทษนะเทียนอี้ที่ทำเ้าเจ็บตัวอีกแล้ว วันนี้ข้าก็ว่าข้าเบามือแล้วนะ เ้าเจ็บมากหรือไม่"
ไป่เทียนอี้มองหรงฮุ่ยจวินคนเขามีความคิดเกินกว่าสหายไปไกลด้วยสายตามึนงง ดวงตาคมของเขาก้มมองรอยช้ำเล็กน้อยบริเวณต้นแขนหนาของตัวเองแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างขบขัน
"รอยช้ำเพียงเท่านี้จะทำข้าเจ็บได้อย่างไร ปกติบางครั้งที่ซ้อมกันเราใช้กระบี่จริงเสียด้วยซ้ำ าแเือาบกว่านี้ก็ยังเคยมี แต่ไม่เห็นเ้าจะถามข้าสักคำว่าเจ็บไหม อะไรทำให้เ้าทำตัวผิดแปลกจากปกติถึงเพียงนี้ หรือว่าเ้าจะไม่สบาย"
ข้าไม่ได้ไม่สบายแต่วันนี้เ้าพกฮ่องเต้มาด้วยจะไม่ให้ข้ากังวลได้อย่างไร!
หรงฮุ่ยจวินร้องะโใส่สหายอยู่ในใจอย่างกระวนกระวาย เขามองยังรอยช้ำตรงต้นแขนของอีกฝ่ายซ้ำแล้วซ้ำอีก เมื่อไป๋เทียนอี้ขยับใส่เสื้อตัวบนก็ไม่เห็นรอยช้ำแล้วก็จริง แต่หากสหายของเขากับฮ่องเต้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แล้วฮ่องเต้เอ่ยถามสาเหตุของรอยช้ำนี้เข้าล่ะ เขาจะโดนเพ่งเล็งจากฮ่องเต้หรือไม่
เดี๋ยวก่อน เขาจำได้ว่าที่เรือนของเขามีขี้ผึ้งแก้ฟกช้ำอย่างดีที่ท่านแม่หาซื้อมาให้อยู่นี่นา
เมื่อนึกได้ดังนั้นมือหนาของหรงฮุ่ยจวินก็ผลักดันหลังของไป๋เทียนอี้ให้ลุกขึ้นก่อนจะรีบดึงอีกฝ่ายไปยังเรือนนอนของเขาทันที จะเอายามาทาตอนนี้หากฮ่องเต้มองมาจากทางศาลาย่อมต้องเห็นแน่นอน เขาต้องเก็บหลักฐานอะไรให้เรียบร้อย ขี้ผึ้งของท่านแม่นั้นหากรอยฟกช้ำไม่เยอะนักก็สามารถทำให้รอยช้ำหายไปได้ในเวลาสองชั่วยาม
หรงฮุ่ยจวินเงยหน้ามองแสงแดดในเวลานี้แล้วก็นึกดีใจ ยังเหลือเวลาอีกถมเถกว่าจะมืดซึ่งเป็่เวลาของคู่รักที่จะออกกำลังกายยามค่ำคืนด้วยกัน เขาไม่ต้องกังวลแล้วว่ารอยช้ำที่เขาเป็คนทำจะถูกฮ่องเต้ค้นพบ!
"เ้าจะพาข้าไปไหนเนี่ย ฮุ่ยจวิน" ไป๋เทียนอี้เดินตามแรงดันของสหายด้วยใบหน้ายิ้มๆ ที่แผ่นหลังได้รับััจากฝ่ามืออย่างใกล้ชิดของอีกฝ่าย
"พาเ้าไปอาบน้ำทายาที่เรือนของข้าอย่างไรล่ะ" หรงฮุ่ยจวินเอ่ยขึ้น
ร่างกายของไป๋เทียนอี้แข็งเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายลงเช่นเดิน มุมปากของเขายกเป็รอยยิ้มสูงขึ้น แม้เขาจะรู้ว่าวันนี้อีกฝ่ายดูผิดปกติกว่าทุกวัน แต่หากการผิดปกติของอีกฝ่ายทำให้เขาสามารถเข้าไปในเรือนของหรงฮุ่ยจวินได้ เขาก็นึกขอบคุณแล้ว
น้อยครั้งนักที่เขาจะได้เข้าไปในเรือนของหรงฮุ่ยจวิน ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายหวงเรือนของตัวเอง แต่เป็เพราะเขาหาเหตุผลที่จะเข้าไปไม่ได้ต่างหาก ส่วนมากเหตุผลที่เข้าไปก็มาจากการที่แม่ทัพหรงเอ่ยชวนเขาร่ำสุราในตอนกลางคืนด้วยกันพร้อมกับบุตรชายและนายกองอีกหลายคน หลังจากที่เวลาผ่านไปครึ่งคืนจนเขามึนเมาจนเดินไม่ตรงแล้วนั่นแหละ ถึงจะได้อาศัยค้างกับหรงฮุ่ยจวิน
ทันทีที่เข้ามาในเรือน หรงฮุ่ยจวินก็เดินนำเขาไปยังห้องอาบน้ำทันที ภายในนั้นมีน้ำอยู่ค่อนถังก่อนแล้ว ไป๋เทียนอี้เลิกคิ้วมองอีกฝ่าย เ้าตัวก็เดินมาถอดเสื้อของเขาออกลวกๆ ก่อนจะดันเขาไปทางถังอาบน้ำ
"เ้าอาบน้ำไปให้หอมๆ ข้าจะไปหาชุดที่เ้าเคยลืมเอาไว้มาให้ใส่"
เ้าของเสียงเดินออกไปนอกฉากกั้นอย่างรวดเร็วจนไป๋เทียนอี้ที่กำลังจะเอ่ยปากชวนอีกฝ่ายมาอาบน้ำด้วยกันได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเสียดาย
ช่างเถอะ ยังมีโอกาสอีกหลายครั้งในอนาคตที่เขาจะได้อาบน้ำร่วมกับอีกฝ่าย
ภาพในหัวของไป๋เทียนอี้ในยามนี้นึกถึงคำบรรยายของตำรายวนยาง์เล่มหนึ่ง ที่มีการเสพสังวาสกันในถังน้ำระหว่างฮ่องเต้กับเขา แต่ภาพของฮ่องเต้ถูกแทนที่ด้วยหรงฮุ่ยจวิน บุรุษที่เขาปันใจให้อีกฝ่ายั้แ่ยามที่หรงฮุ่ยจวินเข้ามารับตำแหน่งรองแม่ทัพของตระกูลหรง
หากนับเวลาดูแล้วนี่ก็หลายปีได้ที่เขาเก็บงำซ่อนความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่ายเอาไว้เพราะไม่กล้าเปิดเผย เนื่องจากการรักกันของบุรุษนั้นยังไม่เป็ที่ยอมรับ โดยเฉพาะในกลุ่มขุนนางชั้นสูง ยิ่งกับเขาที่มีตำแหน่งของผู้นำตระกูลไป๋แขวนคอเอาไว้เช่นเดียวหรงฮุ่ยจวินที่ในอนาคตก็คงสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลหรงเช่นเดียวกับเขาแล้วด้วย
ไป๋เทียนอี้จึงไม่กล้าขยับความสัมพันธ์ของเขาไปมากกว่านี้ จนมักถูกซีฉินมู่หยางเรียกว่าคนขี้ขลาดอยู่บ่อยครั้ง และมันก็ช่างจี้จุดเขาเหลือเกินจนต้องโวยวายไปเสียทุกครั้งอย่างเสียอาการ
ทว่าสถานการณ์ในยามนี้ได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างที่ซีฉินมู่หยางได้บอกไว้เพราะตำรายวนยาง์ของปรมาจารย์เยว่หลันคนนั้น ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นซึ่งมันได้ทำให้ความคิดของประชาชนแคว้นซีฉินเปิดใจยอมรักคนที่รักเพศเดียวกันเช่นเขามากขึ้น
อุปสรรคหลายๆ อย่างที่เคยทำให้เขาไม่กล้าก้าวข้ามและยอมเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อหรงฮุ่ยจวินเพราะเกรงว่าจะถูกคัดค้านจากทั้งครอบครัวของเขาและตระกูลหรง ไหนจะด้วยหน้าที่แม่ทัพของเขาอีกที่อาจได้รับผลกระทบโดยตรง
ในเวลานี้ไป๋เทียนอี้เหมือนได้ปลดปล่อยความกดดันทุกอย่างที่เขาต้องแบกรับมาตลอดหลายปีออกจากบ่าของเขา
เวลานี้เขาคือไป๋เทียนอี้ มนุษย์คนหนึ่งที่มีใจรักมั่นกับหรงฮุ่ยจวินแบบที่อยากมีอีกฝ่ายเข้ามาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันนับจากนี้ไปจนกว่าเส้นผมของพวกเขาจะขาวโพลนไปทั้งศีรษะ
เขาสามารถรักหรงฮุ่ยจวินได้อย่างอิสระด้วยไม่ต้องเกรงกลัวสิ่งใดอีกต่อไป
เอ่อ อาจจะเว้นว่าที่พ่อตาอย่างแม่ทัพหรงซีฮ่าวไว้หนึ่งคน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะยอมยกหรงฮุ่ยจวินให้เป็ฮูหยินของเขาหรือไม่
ไม่สิ เขาคิดข้ามขั้นเกินไปหน่อย เขายังไม่รู้เลยว่าตอนนี้หรงฮุ่ยจวินมีความรู้สึกต่อเขาเช่นไร อีกฝ่ายอาจคิดกับเขาเป็เพียงสหายคนหนึ่งก็ได้ แต่ถึงจะเป็เช่นนั้นไป๋เทียนอี้ก็ไม่คิดยอมแพ้ เขาเชื่อว่าเขาสามารถทำให้หรงฮุ่ยจวินเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อเขาให้ลึกซึ้งกว่านั้นได้ แต่อาจต้องใช้เวลาสักหน่อย
ถึงอย่างไรตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพไป๋เขาก็จองไว้ให้กับหรงฮุ่ยจวินเพียงผู้เดียวเท่านั้น!
"ข้าเห็นเหมือนแม่ทัพไป๋จะได้รับาเ็จากการฝึกซ้อม ฮ่องเต้ไม่เสด็จทอดพระเนตรอาการของแม่ทัพไป๋หน่อยหรือพ่ะย่ะค่ะ"
หรงเยว่ซีที่พักสายตามองไปยังลานซ้อมแล้วเห็นพี่ใหญ่จับดูต้นแขนของแม่ทัพไป๋อยู่เอ่ยถามอย่างคาดเดา อีกอย่างก็คือเขา้าไล่ฮ่องเต้ให้รีบๆ ห่างไปจากเขาเสียทีเพราะกลัวจะถูกจับผิดอีก
"การาเ็ขณะฝึกซ้อมก็เป็เื่ปกติอยู่แล้วมิใช่หรือ เหตุใดข้าต้องกังวลอาการาเ็ของแม่ทัพไป๋ด้วย"
ซีฉินมู่หยางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อ้าว แล้วไม่คิดจะเป็ห่วงพระสวามีของตัวเองหน่อยเหรอฝ่าา!
หรงเยว่ซีลอบส่งสายตาคุยกับเสี่ยวเว่ยอย่างไม่ได้ดั่งใจในการตอบสนองของฮ่องเต้ที่ดูไม่ห่วงใยพระสวามีของตัวเองสักนิด
ดวงตาของหรงเยว่ซีชำเลืองไปไปยังลานฝึกซ้อมอีกครั้ง เขาก็เห็นว่าพี่ใหญ่กำลังดันหลังของแม่ทัพไปให้เดินไปยังทิศทางหนึ่ง
ทันใดนั้นเองเขาก็เข้าใจทันทีว่าฮ่องเต้อาจกำลังหึงหวงแม่ทัพไป๋กับพี่ใหญ่ของเขาอยู่ก็เป็ได้ เมื่อเห็นความใกล้ชิดของทั้งคู่ในเวลานี้จนเกิดความเข้าใจผิดขึ้น
อืม จะว่าไป่นี้แม่ทัพไป๋ก็มาที่ฝึกซ้อมที่ตระกูลหรงแทบทุกวันเลยนี่นา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มานั่งรอที่ศาลาอย่างนี้ทุกวันเพื่อชื่นชมกล้ามเนื้อที่แสนงดงามของแม่ทัพไป๋เพื่อเป็อาหารตาหรอก
"เอ่อ นั่นย่อมเป็เพราะแม่ทัพไป๋เป็แม่ทัพคนสำคัญของแคว้นซีฉินของเราไงพ่ะย่ะค่ะ"
หรงเยว่ซีหัวเราะแห้ง จากนั้นจึงพยายามอธิบายความสัมพันธ์ของแม่ทัพไป๋กับพี่ชายของเขาว่าเป็เพียงแค่สหายธรรมดาเท่านั้น ไม่มีเกินเลยไปมากกว่านี้อย่างอ้อมๆ เพราะในเมื่อฮ่องเต้ยังไม่ประกาศความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับแม่ทัพไป๋ พวกเขาก็ควรทำเป็หลับตาข้างหนึ่งไว้ก่อนดีกว่า
"พี่ใหญ่กับแม่ทัพไป๋มีความชอบเื่การฝึกซ้อมต่อสู้แบบเดียวกัน ทั้งสองจึงมักใช้เวลาว่างเพื่อมาประลองกันบ่อยครั้งเพื่อไม่ให้ร่างกายฝืดเคืองขอรับ เดี๋ยวฝึกซ้อมเสร็จอีกสักพักก็แยกย้ายกันแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
"อย่างนั้นเหรอ"
"พ่ะย่ะค่ะ"
อ่า แล้วเขาต้องต่อประโยคอะไรอีกดีล่ะเนี่ย พี่ใหญ่ท่านมาพาแม่ทัพไป๋ไปไหนรีบเอามาส่งคืนฮ่องเต้เสียที ข้าอยากออกไปจากตรงนี้จะแย่แล้ว!
หรงเยว่ซีโหยหวนในใจ ในเมื่อเขาคิดไม่ออกว่าจะต่อบทสนทนากับฮ่องเต้อย่างไรดีจึงจิ้มขนมยัดเข้าปากไม่ให้ปากว่างเสียเลย จากนั้นก็ทำเป็เปิดตำรากลอนของสมัยนี้ที่หยิบติดมือมาเฉยๆ ไปมาให้ดูเหมือนคนใฝ่รู้อีกสักหน่อย
ซีฉินมู่หยางทอดสายตามองยังเกอตรงหน้าด้วยแววตาที่มีแผนการร้ายกาจซ่อนอยู่
ยามแรกที่มายังจวนหรงนั้น เขาคิดว่าเมื่อได้เจอกับหรงเยว่ซีอาจได้รำลึกความหลังและบอกความจริงว่าตัวตนของเขาในชีวิตที่แล้วคือฉินมู่หยาง เพื่อที่พวกเขาจะได้พูดคุยกันได้อย่างสนิทสนมมากขึ้นอย่างน้อยก็ในฐานะหัวอกเดียวกันที่ต้องทะลุมิติเข้ามาที่นี่
เขาเองก็จะได้สอบถามหรงเยว่ซีถึงสาเหตุที่อีกฝ่ายเสียชีวิตด้วยเพราะนี่คือสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจของเขา
แต่หลังจากได้พูดคุยกับอีกฝ่ายในวันนี้แล้วได้รู้ว่าหรงเยว่ซีชอบพอในตัวไป๋เทียนอี้แล้ว เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนทันที โดยคิดที่จะเปิดเผยตัวตนของตัวเองหลังจากที่เขาสามารถทำให้หรงเยว่ซีหันมาชอบเขาได้แล้ว
ส่วนแผนใหม่ที่เขาคิดได้เมื่อครู่นี้ก็มาจากความหมั่นไส้ส่วนตัวบวกกับความคิดของอีกฝ่ายที่ยัดเยียดให้เขาเป็ภรรยากับไป๋เทียนอี้ ไม่เพียงแค่ในตำรายวนยาง์เท่านั้น แต่นี่ยังเอามาเกี่ยวข้องกับชีวิตจริงอีกด้วย ความคิดเพ้อเจ้อของอีกฝ่ายจะต้องโดนเขาดัดนิสัยเสียแรงๆ หน่อย
ในเมื่อเ้าชอบยัดเยียดให้ข้าเป็ภรรยาของไป๋เทียนอี้เพราะข้างดงามมากใช่หรือไม่ เ้าเตรียมรับมือได้เลยเพราะข้าจะยัดเยียดคนงามอย่างข้านี่แหละให้กลายเป็ภรรยาของเ้าให้จงได้ ข้าล่ะอยากรู้เหลือเกินว่าหากข้าใช้ความงามของร่างนี้ยั่วยวนเ้า เ้าจะสามารถลืมรูปร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของไป๋เทียนอี้ได้หรือไม่!
ส่วนเื่ฟาดก้นของเ้าจนช้ำนั้น ข้าจะติดไว้รอฟาดแบบทบต้นทบดอกในคืนเข้าหอของเราแทน แน่นอนว่าข้าจะไม่ใช้มือฟาดเ้าแล้ว แต่เป็xxxของข้าแทน!!
Talk: พี่ใหญ่กับซีซีก็คือเป็พี่น้องกันโดยสายเื เพ้อเจ้อเหมือนกันเลย เชิญทุกคนเติมตัวอักษรในxxxได้ตามใจชอบค่า
วันนี้มาส่งสายอีกแล้วค่า ฝันดีนะคะทุกคน พึ่งเสร็จร้อนๆ จากเตาเลยค่า