ตอนที่ 14 :ความสุขของฉันอยู่ที่เธอ
“การ์ตูน ? ”
ซู่ปางจือที่เพิ่งออกมาจากห้องครัวก็เดินมาดูภาพวาดบนโต๊ะน้ำชาด้วยความสงสัยเขาเอ่ยถามขึ้นว่า “โอ้โห ? เยว่เยว่ไหนบอกลุงหน่อยได้ไหมว่าสัตว์ตัวน้อยเหล่านี้มันคืออะไร ? ”
“นี่คือลูกเป็ดขี้เหร่ นี่คือนกกระสานี่คือห่านบินค่ะ….”
เสี่ยวเยว่เยว่ชี้ให้เขาดูทีละตัวพร้อมทั้งแนะนำสัตว์ต่าง ๆ ที่อยู่บนกระดาษ“สัตว์เหล่านี้ถูกคุณพ่อเชิญมาที่บ้านค่ะ ! ”
เมื่อถึงจุดนี้เด็กหญิงตัวน้อยก็มีสีหน้าที่ค่อนข้างภาคภูมิใจ
“ลูกเป็ดขี้เหร่ ? ”ซู่ปางจือรีบหยิบกระดาษที่มีรูปเป็ดขึ้นมาและกล่าวขึ้นว่า “จริงด้วยเป็ดนี่น่าเกลียดมาก ๆ พี่สาม ใครกันเป็คนวาดเ้าเป็ดขี้เหร่ตัวนี้ขึ้นมาพี่ไม่กลัวว่ามันจะทำให้เสี่ยวเยว่เยว่เสียสายตาบ้างหรือยังไง ? ”
“ลุงอ้วนนิสัยไม่ดี !ลูกเป็ดขี้เหร่ไม่ได้น่าเกลียดเลยสักนิด ! ”เสี่ยวเยว่เยว่เม้มริมฝีปากของเธอและกล่าวอย่างไม่พอใจ “ลูกเป็ดขี้เหร่จะกลายเป็หงส์ขาวที่สวยที่สุดเมื่อเติบโตขึ้นหงส์ขาวไม่ได้ขี้เหร่ ! ”
“ลูกเป็ดขี้เหร่จะกลายเป็หงส์ขาว ? ”ซู่ปางจือทำหน้างุนงง “มันคืออะไรกันวะ ? ”
“นี่คือนิทานที่พ่อเล่าให้หนูฟังเมื่อคืนนี้! ” เสี่ยวเยว่เยว่กล่าวอย่างเย่อหยิ่ง “ลุงอ้วนห้ามดูถูกลูกเป็ดขี้เหร่เด็ดขาดเลยนะ! ”
คราวนี้ไม่ต้องพูดถึงซู่ปางจือแม้แต่ซงจิงจ้านและไป่เหลียนเฉิงก็นิ่งเป็ก้อนหิน พวกเขาไม่เข้าใจอะไรเลย
หลิวจือเซียนั่งบนโซฟาพร้อมกับรอยยิ้มเขากล่าวกับทั้งสามคน “เมื่อวานก่อนที่จะเข้านอน ฉันได้เล่านิทานเล็ก ๆ น้อย ๆที่แต่งขึ้นมาเองให้เธอฟังน่ะ”
“พี่แต่งมันขึ้นมาเอง ? ”ซู่ปางจือกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ “อย่าบอกนะว่าสัตว์ตัวน้อยเหล่านี้พี่ก็วาดเองทั้งหมด ? ”
หลิวจือเซียพยักหน้า
“ไม่นะ น้องสาม ! ”ซงจิงจ้านไม่สามารถสงบได้ “ฉันอยู่กับนายมาก็หลายปี ฉันไม่เคยรู้เลยว่านายวาดรูปได้! ”
“มันจะสำคัญอะไร ? ” หลิวจือเซียยักไหล่“ถ้าไม่ใช่เพราะวิดีโอที่เป็ข่าววันนี้พวกพี่ก็คงจะไม่รู้ว่าฉันเองก็แต่งเพลงได้ใช่ไหมล่ะ ! ”
ถูกต้องเด็กคนนี้เหมือนจะพูดได้ตรงประเด็น !
ซงจิงจ้านมองไปที่ซู่ปางจือและไป่เหลียนเฉิงโดยไม่พูดอะไร
ในขณะนั้นทั่วทั้งห้องนั่งเล่นก็จมลงสู่ความเงียบงันจู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของซงจิงจ้านก็ดังขึ้นมา
ซงจิงจ้านหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและอุทานด้วยความตื่นเต้น“สวัสดีเสี่ยวถง ตื่นหรือยัง ? กินอาหารเช้าหรือยัง ? ให้ฉันเอาอะไรไปให้ไหม ? ”
“พี่ไป่ นี่มันอะไรกัน ? ”เมื่อมองไปที่ใบหน้าที่มีความสุขของซงจิงจ้าน หลิวจือเซียก็ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย“กำลังมีความรักอยู่งั้นหรือ ? ”
“ยิ่งกว่าคนมีความรักเสียอีกมันเสียสติไปแล้ว ! ” ไป่เหลียนเฉิงกุมขมับของเขาและกล่าวต่อว่า “เธอเป็รุ่นพี่น่าจะเรียนอยู่สาขาวิชาการจัดการและวัฒนธรรม ชื่อว่าหวางเสี่ยวถงพวกเขาตัวติดกันอย่างกับกาว”
“พี่สามพี่ไม่รู้หรือว่าพี่ใหญ่คุยกับเสี่ยวถงมาสองเดือนแล้วตอนนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยงของเธอ” ซู่ปางจือบ่นต่อ“พวกฉันที่โสดก็ต้องทนดูพวกเขาหวานกัน จนไม่รู้ว่าจะรักอะไรกันขนาดนั้น”
“ทำไมโหดร้ายขนาดนั้น ? ” หลิวจือเซียใแต่เขารู้แค่ว่าซงจิงจ้านตอนนี้กำลังอยู่ในอาการคลั่งรัก มันจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะสงสัยต่อ
“อะไรนะ ? เสี่ยวถงผู้ชายคนนั้นโทรมาหาเธอด้วยหรือ ? ”
เมื่อพวกเขาพูดกันอยู่นั้น จู่ ๆซงจิงจ้านก็พูดขัดขึ้นมาเสียงดัง “ไม่ไว้หน้าฉันเลย เธอรอฉันก่อน ฉันจะไปเดี๋ยวนี้! ”
“น้องสาม พี่ไป่ เ้าอ้วน ฉันขอตัวก่อนพวกนายอยู่ที่นี่แหละ”
เมื่อวางสายแล้วซงจิงจ้านก็บอกลาพวกเขาด้วยใบหน้าที่มืดมน
“พี่ใหญ่ รอก่อน ! ”
อารมณ์ของซงจิงจ้านเป็ยังไงนั้น ?พวกเขาอยู่หอพักด้วยกันมาตั้งสี่ปี ทำไมพวกเขาจะไม่รู้ ?เมื่อดูจากท่าทางของเขาในตอนนี้แล้วก็เห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะออกไปต่อยกับใครสักคน ดังนั้นพวกเขาจะต้องห้ามไว้ !
“เ้าอ้วน นายจะห้ามฉันทำไมวะ ? ”ซงจิงจ้านสะบัดซู่ปางจือที่คว้าไหล่ของเขาเอาไว้ “ตอนนี้ฉันยุ่งมาก ๆฉันจะกลับมาหลังเที่ยงก็แล้วกัน ตอนนั้นค่อยไปหาอะไรกินด้วยกัน”
“เป็อะไรกัน ?ทำไมไม่พูดให้ชัดเจนก่อนจะไป ? ”ไป่เหลียนเฉิงที่มีร่างกายบอบบางเข้ามาขวางหน้าประตูเอาไว้ “ตอนนี้นายเป็แบบนี้นายกำลังทำให้เย่วเยว่รู้สึกกลัวนะ แล้วพวกเราจะกล้าปล่อยนายไปได้ยังไง ? ”
เมื่อซงจิงจ้านหันกลับมาก็พบว่าเสี่ยวเยว่เยว่กำลังซ่อนตัวอยู่ด้านหลังหลิวจือเซียเด็กหญิงมองดูเขาด้วยสายตาตื่นกลัว
“ฮู้ว”
ซงจิงจ้านสูดลมหายใจลึก ๆเข้าไปสองครั้ง เขาสงบสติอารมณ์และพูดขึ้นว่า “มีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับเสี่ยวถงเสี่ยวถงทำงานเป็บรรณาธิการในสำนักพิมพ์อี้ฮวา เมื่อเดือนที่แล้วเธอได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบในการจัดพิมพ์หนังสือเด็ก”
“สำนักพิมพ์อี้ฮวา ? ”ซู่ปางจือประหลาดใจมาก “พี่สะใภ้ของฉันเก่งมาก ! ”
สำนักพิมพ์อี้ฮวาเป็สำนักพิมพ์ขนาดใหญ่ในเจี้ยงฮัวส่วนใหญ่พวกเขามักจะเผยแพร่นิยายและบทกวี รวมถึงหนังสือสำหรับเด็กสมัยใหม่ในบรรดาสำนักพิมพ์ในกรุงปักกิ่ง สำนักพิมพ์นี้ติดอยู่ในห้าอันดับแรก
การที่สามารถเข้าไปทำงานในสำนักพิมพ์ระดับนี้ได้มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าหวางเสี่ยวถงนั้นเก่งเพียงใด
“สัปดาห์ที่แล้วหัวหน้าบรรณาธิการแผนกหนังสือเด็กขอให้เสี่ยวถงติดต่อกับเ้าของหนังสือเพื่อที่จะขอซื้อลิขสิทธิ์หนังสือเล่มนั้นแต่เ้าของหนังสือจะยอมทำตามก็ต่อเมื่อเสี่ยวถงยอมไปเที่ยวกับเขาเขาถึงจะพิจารณาเื่เซ็นต์สัญญากับสำนักพิมพ์อี้ฮวา ในตอนนั้นเสี่ยวถ่งโกรธอย่างมากจึงกลับออกมา”
ซงจิงจ้านกำหมัดและกัดฟันแน่น “เดิมทีเสี่ยวถงตั้งใจที่จะไม่ขอรับผิดชอบงานนี้แต่ชายคนนั้นก็เอาแต่บ่นด่าและไปเรียกหัวหน้าบรรณาธิการของแผนกหนังสือเด็กให้มาต่อว่าเสี่ยวถงเขาหาว่าเธอนั้นหยิ่ง ชอบมาสาย และไม่จริงใจ ครั้งนี้ฉันเลยคุยกับเสี่ยวถงอย่างจริงจังในเื่นี้! ”
“เ้าของหนังสือคือใครกัน ? ”ไป่เหลียนเฉิงขมวดคิ้วและครุ่นคิด“ไม่ใช่ว่าเขาเป็นักเขียนเทพนิยายที่ขายดีที่สุดในอัลบั้มหมีน้อยใช่ไหม ? ”
“ใช่ ไอ้ขยะนั่นแหละ ! ”ซงจิงจ้านขมวดคิ้ว “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่านักเขียนเทพนิยายที่โด่งดังจะไร้ยางอายได้แบบนี้! ”
“พ่อคะแม่เคยเล่านิทานจากหนังสือเด็กให้หนูฟัง”
จู่ ๆ เสี่ยวเยว่เยว่ก็หยิบถุงบางอย่างและเดินออกมาจากด้านหลังของหลิวจือเซียเธอกล่าวว่า “แต่นิทานที่แม่เล่านั้นไม่สนุกเท่าลูกเป็ดขี้เหร่ของพ่อเลย”
แปะ แปะ แปะ
ซู่ปางจือปรบมือและกล่าว “พี่ใหญ่พี่สะใภ้ของฉันมีหน้าที่รับผิดชอบอะไรในสำนักพิมพ์อีกไหม ? ถ้ามีทำไมเธอจะต้องไปขอชื้อลิขสิทธิ์จากหนังสือนิทานแบบนั้นล่ะทำไมเธอไม่เขียนมันขึ้นมาเอง ? หรือไม่ก็เอานิทานที่พี่สามแต่งขึ้นมาไง ? ”
เ้าอ้วนคนนี้เป็คนมองโลกในแง่ดีจริง ๆเขาถึงกับเปรียบเทียบนิทานหลอกเด็กกับนักเขียนนิยายที่ดีที่สุดอยู่งั้นหรือ ?
ถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรให้เสียแต่สำนักพิมพ์จะกล้าเสี่ยงด้วยกันไหม ?
เขาส่ายหัวไปมาแต่ในขณะนั้นเมื่อเขาได้ยินชื่อของหลิวจือเซียมันก็ทำให้ซงจิงจ้านทิ้งความโกรธที่มี และจ้องมองไปที่หลิวจือเซียตาไม่กะพริบ
“น้องสามนายเป็ความหวังเดียวของพวกเราแล้ว ! ” หลังจากผ่านไปสักพักซงจิงจ้านก็พูดประโยคที่น่าใออกมา
“พี่ใหญ่ ไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ? ”หลิวจือเซียยิ้มอย่างขมขื่น คนพวกนี้เป็ใคร ?เขากำลังเพ้อเจ้อหรือฝันกลางวันอยู่งั้นหรือ ?
“จริง ๆ ! ”ซงจิงจ้านวางมือบนไหล่ของหลิวจือเซีย “น้องสาม ไปหาเสี่ยวถงกันเถอะ”
หลิวจือเซียจะไปพูดอะไรได้อีก ?เขาทำได้แค่เกาหัวเท่านั้น
แม้จะเทียบกับหนังสือที่โด่งดังที่สุดของเหอ ปิซู ‘นักเขียนเทพนิยาย’แต่นิทานที่อยู่ในหัวของหลิวจือเซียนั้นก็คือนิทานที่ขายดีที่สุดในโลกที่เขาจากมาเหมือนกันทำไมเขาจะต้องกลัวกะอิแค่คนธรรมดาบนโลกใบนี้ ?
มันไม่มีอะไรให้ต้องกังวล !
“เอาล่ะ รอฉันก่อนนะ ฉันจะเอากระดาษไปด้วย”
หลิวจือเซียพยักหน้าเขาจะพยายามทำสุดความสามารถ แม้ว่ามันจะไม่ใช่เทพนิยายแต่เป็แค่นิทานทั่วไปในโลกใบเก่าของเขาก็ตาม !