วันนี้ผมจะต้องปะแป้งท่านรองให้ได้ครับนี่ก็จะได้เวลาที่ทีมท่านรองจะมาถึงฐานที่ผมประจำอยู่แล้ว ผมแอบไปดูรายชื่อที่ Sup มามีพี่พลอยู่ทีมเดียวกับท่านรองด้วย เราอาจจะได้เห็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดก็ได้แค่คิดก็สนุกแล้วครับ ฮ่าๆ
“Sup เราให้จับคู่พี่พลกับท่านรองได้มั้ยครับ”
“หืม ท่านรองเขาไม่มาเล่นอะไรแบบนี้หรอก”
“ทำไมล่ะครับ”
“ทุกๆที เขาก็ไม่เคยเล่นนะส่วนมากไปนั่งคุยอยู่กับผู้จัดการบ้าง หรือทำงานบ้าง”
โห Sup ปล่อยให้ทำอย่างนั้นได้ไงอ่ะ ไม่ยุติธรรมเลย
“Sup เดี๋ยวผมขอตัวแป๊บนะ”
“เออๆรีบๆมานะ เดี๋ยวอีกทีมจะเข้ามาแล้ว”
ผมจะไปตามล่าหาท่านรองครับต้องลากท่านรองมาเล่นเกมให้ได้
ผมแอบชะโงกหน้าเข้าไปในห้องสัมมนา อ้ออยู่ที่นี่เองไม่เข้าไปร่วมกิจกรรม จะมาทำไม อยู่ทำงานที่บ้านก็ได้มั้งครับท่าน
“สวัสดีครับท่านรอง”
“ครับ มีอะไรรึเปล่า”
อุ๊ย คนหล่อพูดเพราะ ธรรมดาเสียงเหมือนจะกินหัวชาวบ้านเขา
ผมไปไม่เป็เลย ไม่ชินอ่ะ
“เอ่อ คือ ผมจะมาเชิญไปเล่นเกม”
“ผมไม่ไปหรอก พวกคุณเล่นไปเหอะ”
“คนอื่นเขาก็เล่นกันหมดนี่ครับ”
“…”
“หรือว่าท่านรองกลัวแพ้ครับ”
ร้อยทั้งร้อยหากโดนท้า ต้องไม่ยอมกันทั้งนั้น
“…”
เอ๊ะ เงียบ หรือว่าวิธีนี้ไม่ได้ผล
“ผมว่าท่านรองอาจจะแพ้ คงสู่พี่พลไม่ได้”
“แล้วถ้าผมชนะ ผมจะได้อะไร”
ยังจะหวังผลตอบแทน ไอ้คนนิสัยไม่ดี
“แล้วท่านรองอยากได้อะไรอ่ะครับ”
“อืม…เลี้ยงข้าวผมมื้อนึง”
“…ก็ได้ครับท่านรอง”
แต่อย่าเลือกร้านแพงนะ ค่าขนมผมไม่เยอะ
แล้วทำไมผมต้องลงทุนขนาดนี้วะ รู้สึกแพ้ั้แ่ยังไม่ได้แข่งเลย
“คุณนำไปสิ”
แกเก็บโน๊ตบุ๊คและเอกสารใส่กระเป๋า
อืม ผมคิดถูกหรือคิดผิดวะเนี่ย
“เฮ้ย ไอ้น้องหมอกเอ็งไปลากท่านรองมาได้ไงเนี่ย”
Sup ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้นผมอาจจะต้องแลกด้วยอิสรภาพของตัวเองเชียวนะ
“เอาน่า Sup ให้แกจับคู่กับพี่พลเลยครับ”
ผมกับ Sup แอบกระซิบกระซาบกันแล้ว Sup ก็ไปกระซิบกับพี่พลต่อพี่พลแกเลยส่งยิ้มชั่วร้ายมาให้
“ทางนี้เลยครับท่านรองเดี๋ยวผมผูกลูกโป่งให้”
ผมลงทุนก้มผูกลูกโป่งที่ข้อเท้าให้เลยนะเพราะคนอื่นผมแจกให้ไปผูกกันเองนะครับ ผมแถมให้ที่เท้าของท่านรองเป็ 3 ลูกครับ รักมากเลยให้มาก อ่ะ ไม่ใช่แหละ ล้อเล่นหรอกครับ
“ทำไมผมได้มากกว่าคนอื่นลูกนึง?”
“ไม่เป็ครับท่านรอง อันนี้ผมแถมให้”
“…”
ผมส่งยิ้มหวานให้ ท่านรองก็ส่งยิ้มตอบนะแต่เป็ยิ้มแบบเหี้ยมๆยังไงไม่รู้
“พี่พลพร้อมมั้ยครับ”
คู่นี้ผมใส่ใจเป็พิเศษครับอยากเห็นความพินาจ เอ้ย ไม่ใช่! ความสามัคคีต่างหากครับ
“พร้อมสิไอ้น้อง อยากขยี้มานานแล้วแกเสร็จชั้นแน่ ไอ้เมฆ”
“ฝันไปเหอะไอ้พล”
เริ่มแล้วครับความแตกแยกและความที่ไม่อยากโดนทาแป้งหน้าขาว
หลังจากเสียงนกหวีดจากSup ดัง ผู้เล่นเกมก็เริ่มชุลมุนด้วยความที่ไม่อยากแพ้ เพราะคนแพ้จะเปียกและโดนทาแป้งหน้าขาว ทำให้แต่ละคนแย่งกันทำให้ลูกโป่งของฝ่ายตรงข้ามแตกและป้องกันของตัวเองไม่ให้แตกด้วย ขำครับฮ่าๆสะใจ โดยเฉพาะคู่ของท่านรองและพี่พล อันนี้เด็ดสุด สุดท้ายท่านรองแพ้ครับเป็อย่างที่ผมหวังไว้จริงๆ คุ้มค่ากับที่ผมแอบสวดมนต์อยู่ในใจจริงๆ
“ฮ่าๆ ท่านรองแพ้นะครับงานนี้ต้องโดนปะแป้ง”
ผมเตรียมหยิบกระป๋องแป้งแล้วอ่ะขอกระป๋องใหญ่เลยครับ
“…”
แกทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไรครับ
“ฮ่าๆ ชั้นล่ะอยากเห็นมานานแล้วไอ้เมฆสมน้ำหน้าแกว่ะ”
พี่พลดูเหมือนจะสะใจมากเลยนะครับ
“หุบปากไปเลยไอ้พล”
“ผมจะปะล่ะนะครับท่านรอง”
หน้าตาท่านรองไม่เปียกเลยอ่ะ ผมต้องเอาน้ำผสมซักหน่อย
“เฮ้ย แล้วคุณจะใส่น้ำเพิ่มทำไมมันก็ล้างยากสิ”
ก็ผม้าให้ล้างยากๆไงครับ
“เฮ่ย ถ้าล้างง่าย มันก็ไม่สนุกอ่ะดิไอ้น้องหมอกเอ็งนี่ช่างคิดจริงๆ”
ขอบคุณที่ชมครับ
“ใช่ครับ มันต้องล้างยากๆสิครับมันถึงจะสนุก”
แล้วผมก็วิ่งไล่จับท่านรองปะแป้งแกหนีครับ ผมนี่วิ่งไล่กันไปกันมา เหนื่อยครับ
“ท่านรอง อย่าวิ่งสิครับ”
ผมเหนื่อย หอบแฮ่กๆเลย
“…นี่คุณจะทำจริงๆเหรอ”
โห คนหล่อ หน้าหดครับ สงสารก็สงสารแต่อยากสะใจมากกว่าครับ
“จริงสิครับ เดี๋ยวคนอื่นจะว่าได้นะท่านรองแพ้ก็ต้องโดนปะแป้ง”
มาเลย ผมแบมือรอเลย แล้วแกก็ยืนนิ่งๆให้ปะ
“…”
“ก้มลงมาหน่อยครับ”
ท่านรองสูงอ่ะ ผมปะไม่ค่อยถนัดเลยแต่แกก็ก้มลงมาให้ปะดีๆ น่ารักจริงๆ
“คอยดูเหอะ ระวังผมจะเอาคืน”
อุ่ย มีข่มขู่แต่ผมนี่ละเลงหน้าหล่อๆอย่างสะใจอ่ะครับ
“เสร็จแล้วครับ”
จริงๆผมก็ไม่ได้ปะให้เยอะอะไรแค่ปาดที่หน้าผากทีนึง แก้มสองข้างเยอะหน่อยแค่นั้นเอง แต่ดูรวมๆแล้ว ขำครับ
“…คุณทาเยอะไปรึเปล่า”
ท่านรองอยากจะลูบหน้าดูแต่ก็คงกลัวเลอะเทอะกว่าเดิม
“ไม่หรอกครับท่านรอง นิดหน่อยเอง”
ผมกลั่นหัวเราะจนหน้าดำหน้าเดง ขำฉิบหาย
“นี่คุณแอบขำเหรอ”
“เปล่าครับ ฮ่าๆๆๆ”
โอ้ยกลั้นไม่อยู่แล้วหัวเราะออกมาดีกว่าครับ
“นี่คุณมานี่เลย”
แล้วแกก็กระชากมือลากผมไปที่ห้องน้ำครับ
“ท่านรองจะให้ผมไปไหนผมต้องรอทีมต่อไปมาเล่นเกมต่อนะ”
“คุณก่อเื่ ก็ต้องมาช่วยผมล้างหน้า”
หน้าตัวเองก็ล้างเองสิครับ
ในห้องน้ำไม่มีคนเลย วังเวงสัดผมจะโดนฆ่าหมกส้วมมั้ยครับ
“ช่วยผมล้างเร็วๆ”
แล้วท่านรองก็หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋ากางเกงสีเทาครับ เพราะถ้าเป็สีชมพูนี่ผมหัวเราะตายเลย
แกยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ผมถือ
“ก็ได้ๆ ครับ”
เดี๋ยวต้องไปช่วย Sup อีก ไม่อยากชักช้า ท่านรองค่อยๆล้างหน้าครับ ผมก็ยืนดูคนหล่อล้างหน้าแค่ล้างหน้าก็ยังดูเท่
แกล้างเสร็จก็หันมาหาผม
“ผมล้างสะอาดรึเปล่า”
“ครับๆ สะอาดแล้วครับท่านรองมาผมเช็ดหน้าให้”
แล้วแกก็ก้มลงมา ความเตี้ยกว่าของผมนี่ก็เป็อุปสรรคจริงๆผมก็รีบๆเช็ดหน้าให้แก
“ท่านรองจับมือผมทำไม ผมเช็ดไม่ได้อ่ะ”
ท่านรองจับมือผมที่กำลังเช็ดหน้าให้ท่านเขาอยู่แล้วมองสบตาผม ตาคมจ้องมองผม ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ
“อ๊ะ”
ผมอุทานมือขวาของท่านรองรวบเอวผมเข้าไประชิดตัวเขา
หน้าของท่านรองค่อยโน้มเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ
“ท…ท่านรองจะทำอะ…”
ผมถามได้แค่นั้นเรียวปากของท่านรองบดบี้อยู่ที่ริมฝีปากผม ไม่ได้รุนแรงแต่เนิ่นนานจนผมเกือบลืมหายใจ
ท่านรองถอนเรียวปากออก แต่ยังจ้องมองผมสายตาท่านรองมองผมเหมือนกำลังสื่ออะไรบางอย่างให้ผม แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจ
“ผ…ผมต้องไปแล้ว”
แล้วผมก็ใส่เกียร์หมารีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำทันทีว้ายๆ ท่านรองจูบผม ผมควรจะทำยังไงดี
เ้าปั๊กน้อยรีบวิ่งจู๊ดออกไปจากห้องน้ำทันทีผมเผลอจูบเด็กฝึกงานจอมเฮี้ยวในห้องน้ำ โรแมนติกฉิบหาย หมอกคงใมาก จริงๆแล้วผมไม่ได้ตั้งใจหรือผมตั้งใจวะจะบอกว่าบรรยากาศมันให้ก็คงไม่ใช่เพราะเราอยู่ในห้องส้วมเพียงแค่อยากรู้ว่าปากแดงๆนั่น ถ้าลองจูบแล้วมันให้ความรู้สึกยังไง ก็แค่นั้นเอง…
“ไอ้น้องหมอกทำไมหอบขนาดนั้น แล้วหน้าแดงๆเป็อะไรรึเปล่า”
“ป…เปล่าครับ Sup”
หลังจากที่ผมลืมหายใจไปห้าวิตอนนี้ผมรีบโกยอากาศเข้าเต็มปอด ใอ่ะ อายด้วย ท่านรองจูบผมแต่ผมไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยนี่สิ อยากจะตีปากตัวเองฉิบหาย
“เอ้า พร้อมนะ ทีมต่อไปกำลังมาแล้ว”
“ครับๆ”
หายใจเข้าลึกๆหายใจออกลึกๆเว้ย ไอ้หมอก อย่าเพิ่งตายตอนนี้ แค่จูบไม่ทำให้ตายหรอก แต่ใจเต้นแรงโคตรๆ
แล้วผมก็ผ่านวิบากกรรมเสียจูบแรกไปโดยที่ไม่รู่อีโหน่อีเหน่คิดแล้วก็แค้น เดี๋ยววันหลังผมต้องแก้แค้นจูบกลับท่านรองแม่งมั่ง
“ไอ้น้องมีนเก็บของเสร็จแล้วก็ไปกินข้าวกัน”
“ครับๆแป๊บครับ Sup”
ตอนนี้ผมเริ่มทำใจได้แล้วคิดซะว่าโดนน้องไซ (บีเรียน) ั์กัด เื่กินสำคัญกว่าเห็นๆนี่ผมก็หิวใส้จะขาดอยู่แล้ว ่บ่ายไม่มีกิจกรรมอะไรต่อ ปล่อยตามสบายพรุ่งนี้เช้ามีล่องเรือชมเกาะ ตอนกลางวันก็กลับโรงงานครับ กิจกรรม 2 กรุ๊ปเหมือนเดิมเป๊ะ ผมซึ่งเป็ staff รู้สักเหมือนเกิดเดจาวูเลย
ตอนนี้เรากำลังกินอาหารกลางวันที่รีสอร์ทจัดไว้ให้ครับเป็บุฟเฟ่ต์อาหารไทยเรานี่แหละ มีข้าวผัด อาหารปรเภทยำ ไก่ทอด ลาบ ส้มตำอาหารทะเลผมนี่กระดี๊กระด๊ามากอ่ะ
“ไอ้น้องมีน เช็ดน้ำลายมึงหน่อยรักษาภาพจน์เอ็งบ้าง”
แหม Sup ก็คนมันหิวอ่ะ
“พวกเอ็งจะไปนั่งโต๊ะไหน ไปโต๊ะพี่มั้ย”
พี่พลถามพวกผม 3 คนที่ยังไม่ได้จองโต๊ะนั่ง
“ก็ดีครับ ผมยังไม่โต๊ะนั่งเลย”
ไอ้บาสผู้ที่ไม่ค่อยรู้จักใครนอกจากฝ่ายผลิตยิ้มหน้าบานสงสัยไม่กล้าไปนั่งกับคนอื่น
“ดีค่ะ หนูก็ยังไม่มีโต๊ะนั่งเลย”
ส้มจี๊ดยิ้มหวานหยดย้อยผมเผลอมองตามจนน้ำลายจะไหลอีกรอบแล้วครับ
“เหอะ!”
มึงเป็อะไรไอ้บาสก้างปลาโลมาติดคอเหรอ
“พี่พลถือจานนี้ให้หน่อย”
“ได้ครับๆ ได้เสมอสำหรับน้องมายด์ครับ”
สองคนนี่ก็จู๋จี๋กันจังเห็นแล้วอิจฉาริษยามากบอกเลย
เรา 3 คนเลยเดินตามพี่ๆเขาไป เป็ไปตามคาดโต๊ะพี่พลที่ว่ามีท่านรองประทับอยู่คนเดียว ไม่มีใครกล้านั่งด้วยเลยครับสงสารเขานะครับไม่มีใครเอา ผมเลยนั่งแหมะข้างๆท่านรองซะเลยแอบเหลือบมองเขานิดหน่อย ผมยังเคืองไม่หาย จูบผมแล้วอ่ะ ต้องรับผิดชอบด้วยท่านรองหันมาสบตาผมแต่ไม่ได้พูดอะไร
“สองคนกินได้แล้ว จ้องกันอยู่ได้อย่ากัดกันล่ะ”
แหมๆ ไอ้พี่พลผมไม่ใช่น้องหมานะครับจะได้กัดกัน ส่วนท่านรองล่ะก็ไม่แน่
“ตลกนะแก หลบหน่อยจะไปเข้าห้องน้ำ”
ท่านรองทำท่าจะลุกขึ้น ผมก็ต้องตามไปสิครับเผื่อหาทางแก้แค้นได้
“ผมไปด้วย”
“…ก็ตามมาสิ”
“เฮ่ย ทั้งสองคนอย่าไปตีกันในห้องน้ำล่ะเดี๋ยวชาวบ้านชาวช่องเขาจะใเอา หึหึ”
“…”
เอิ่ม เห็นพวกผมเป็อะไรกันแต่หน้าพี่พลดูตอแหลๆนะครับเวลาพูด
“ท่านรองไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอครับ”
ขอโทษที่ทำหรือบอกว่ามันเป็อุบัติเหตุผมยังพอให้อภัยได้นะ
“…จะให้ผมพูดอะไรก็คุณเล่นวิ่งหน้าตั้งออกไปอย่างนั้น”
วิ่งหน้าตั้ง?ยังดีนะถ้าพูดว่าวิ่งหูตั้งหางตก ผมจะคิดว่าท่านรองด่าผมว่าเป็หมาแน่ๆ
“…”
ผมผิดเหรอ เอาใหม่
“ผมหมายถึง…เอ่อ…คือท่านรองจ…”
ติดอ่างอีกกู จะถามว่าท่านรองจูบผมทำไมมันยากนักเหรอ
“ที่ผมจูบคุณผม…ไม่รู้สิ ก็แค่อยากจูบ แล้วผมก็จะไม่ขอโทษด้วย”
รู้อีกว่าผมจะถามอะไรแต่ดูคำตอบท่านเขาน่าตบมากครับขอบอก
“…”
ผมเริ่มจะโกรธแล้วนะ จะทำยังไงดีวะจูบกลับแม่งเลยดีมั้ย น่าจะสะใจดี
“ผมให้คุณจูบคืนก็ได้”
แล้วท่านเขาก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ
ห๊ะ! ได้เหรอ แต่เดี๋ยวก่อนมันเหมือนผมเสียเปรียบยังไงไม่รู้อ่ะ
“บ้าเหรอ แบบนั้นผมก็เสียเปรียบแย่ดิ”
เออ ผมก็ยังมีความฉลาดอยู่บ้างหรอกนะ
“แล้วคุณจะเอายังไง”
โหย ไม่เอาไง ไปดีกว่าท่านรองตอนนี้ทำหน้าตาได้ตอแหลเหมือนพี่พลเลย
“เฮ้ย ปล่อยผมนะ ท่านรองมาจับแขนผมไว้ทำไม๊”
หรือกูจะโดนจูบอีกรอบมีรอบสองผมให้พ่อท่านรองมาขอผมกับกำหนันหมานเลยนะ
“คุยกันก่อนสิ”
“ไม่เอา ผมยังไม่ได้กินข้าวเลย”
ร้อมผมร้องจ๊อกๆแล้วเนี่ย
“งั้นไปกินข้าวกัน”
“ก…ก็ได้ครับ”
เปลี่ยนเื่เร็วจริง แล้วถามผมว่าปฏิเสธท่านเขาได้บ้างมั้ยตอบได้เลยว่า…ไม่
ทั้งผมและท่ารองก็เดินกลับมานั่งที่โต๊ะเอ ผมลืมอะไรไปนะ เออใช่ ท่านรองยังไม่ได้เข้าส้วมเลย
“แล้วท่านรอง ไม่เข้าห้องน้ำเหรอครับ”
“…ตอนนี้หายแล้ว”
หายได้ด้วย ? ทำไงอ่ะ อยากรู้วิธีเผื่อรถติดนานเวลาปวดฉี่จะได้ทำมั่ง…ไม่ถามดีกว่า
ท่านรองกลับมาอยู่ในโหมดหน้าบูดคนเดิมอีกแล้วเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ประจำเดือนไม่มาเหรอ
“แล้วเดี๋ยวจะไปไหนกันดี ่บ่ายฟรีสไตล์”
พี่พลถามพวกเราที่นั่งกันอยู่ที่โต๊ะ
“ไปเที่ยวสะพานแขวนกันมั้ยคะ มายด์อยากไป”
“ได้สิครับน้องมายด์”
จ้า เอาเลยจ้า Sup พี่พลยิ้มหน้าบานกว่าจานดาวเทียมแล้ว
“อืม ไปสิ มายด์กล้องพี่อยู่ไหน”
หืม ท่านรองสนิทกับ Sup เหรอ ผมไม่ยักกะรู้ แต่ก็ไม่แน่เพราะท่านรองเป็เพื่อนกับพี่พล
“อยู่ในรถพี่พลค่ะ”
Sup หันไปตอบท่านรอง บรรยากาศแปลกๆนะผมว่าแต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไร ไม่อยากรู้เื่ของท่านเขาหรอก ไม่อยากรู้เล้ยยย
“เราสามคนจะไปด้วยมั้ย”
Sup หันมาถามพวกผม
“ไปด้วยกันสิ”
ว้าวๆ ท่านรองชวน ฟ้าถล่ม แผ่นดินทลาย
“ครับ/ค่ะ”
รีบตอบรับไปสิครับรออะไรขึนชักช้าท่านอาจจะของขึ้นได้
“ไปรถพี่แล้วกัน”
ก็คงต้องอย่างนั้นแหละครับก็มีรถพี่พลคนเดียว คนอื่นเอารถมาที่ไหนกันล่ะ
แล้วเรา 6 คนกันเดินทางไปยังสะพานแขวนที่ว่า สวยดีนะครับ สะพานยาวฉิบหายผมกล้าๆกลัวๆค่อยๆเดินเตาะแตะไปทีละก้าว เสียวตูดเลย ร่วงลงไปนี่กูตายแน่ว่ายน้ำก็ไม่เป็
“เป็อะไรคุณ กลัวเหรอ”
เออสิครับท่านรอง เสียววาบๆ
“เปล๊า ผมไม่กลัวเล๊ย”
เสียงผมสั่นแล้วเนี่ย ไอ้บาสห่าก็เดินไปกับส้มจี๊ดโน่นแล้วแต่เอ๊ะ ทำไปเดินไปด้วยกัน เออ ช่างมันก่อนเอาตัวเองให้รอดก่อน
“หึหึ”
ท่านรองยิ้มหัวเราะเยาะครับ น่าโบกจริงๆหันไปมองคู่รักหวานชื่น อ้าวหายไปไหนแล้ววะ
“จับมือผมเร็วๆ”
ท่านรองแกยื่นมือมาให้จะเชื่อท่านเขาดีมั้ย เข้าห้องน้ำล้างมือมารึยังก็ไม่รู้แล้วถ้าท่านจูงผมไปปล่อยกลางสะพานทำไงอ่ะ
“…”
ผมยังไม่ตัดสินใจเชื่อกลัวแกลากไปปล่อยกลางสะพานจริงๆ
“ผมไม่แกล้งหรอก เร็วๆสิ”
เชื่อก็ได้วะ อืม วิวดีฉิบหาย ลมเย็นมาก
“ยิ้มหน้าบานเลยที่บ้านไม่ปล่อยให้ออกเที่ยวรึไง”
เอ๊ะ คำพูดแปลกๆ
“เปล่าครับ บ้านผมก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอกแต่ผมไม่เคยมา”
“อืม…ยืนเฉยๆนะมองไปข้างหน้า”
อะไรของท่านเขาล่ะทีนี้ จะให้ผมทำอะไร
“…ท่านรองให้ผมทำอะไรครับ”
“คุณก็ยืนเฉยๆสิ มันยากรึไง ผมจะถ่ายรูป”
แล้วก็ซูมกล้องตัวละล้านแปดมาทางผมผมมั่วครับ ไม่รู้ราคากล้องหรอกแต่ดูดีมีสไตล์เหมือนคนถ่ายด็คิดว่าคงจะแพงมาก
“ครับๆ”
ทำเสียงดุอีก ยังไม่ได้ขออนุญาตผมถ่ายเลย
แล้วท่านรองก็กดชัตเตอร์ 2-3 แชะ แล้วก็ยื่นมือมาให้ผมจับต่อ
“ไปตรงกลางสะพานกัน”
“ท่านรองคงไม่พาผมไปปล่อยแล้วหนีกลับหรอกนะ”
“…เห็นผมเป็คนยังไง”
ไม่รู้เหรอ หลอกจูบผมแล้วทิ้งมั้ง เออจริงด้วยผมยังไม่ได้แก้แค้นเลย อยากจะหยิกให้เนื้อเขียวจริงๆ
“…เหอะ”
“เวลาคุณเบะปากนี่มันเหมือนเ้าปั๊กจริงๆ”
“ผมจะถือว่าเป็คำชมก็แล้วกันครับ”
“อืม ถ้าคุณคิดว่าดีก็คิดไปแล้วกัน”
อืม ผมจะได้ทำบ่อยๆ ยิ่งมีแต่คนว่าหน้าเหมือนหมาอยู่เป็ซะให้มันรู้แล้วรู้รอดไป
“ไปเร็วๆ”
หืม มือท่านเขาเปลี่ยนมาโอบที่เอวแทน จั๊กจี้เลย
“ด…เดี๋ยวผมเดินเอง”
แล้วผมก็ใช้นิ้วหนีบมือท่านรองออกให้พ้นเอวแอบหยิกไปทีนึง
“หยิกผมเหรอ”
“เปล๊า ผมไม่กล้าหรอกครับท่านรอง”
“หึหึ คุณนี่มันกวนประสาทจริงๆ”
แล้วผมก็ค่อยๆเดินไปตรงกลางสะพานท่านเขาก็บอกให้ผมยืนโพสท่านั้นท่านี้แล้วถ่ายรูปของท่านเขาไป แล้วก็ลากผมกลับมาที่ฝั่งรอดตายแล้วผม
หลังจากนั้นพวกเราก็ไปเที่ยวสวนน้ำเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานยกเว้นแต่พี่พลกับท่านรองที่นอนเก๊กอยู่ริมสระ
“ท่านรองไม่เล่นน้ำเหรอ”
ผมเดินตัวเปียกมะล่อกมะแล่กเข้าไปชวนท่านเขาตามมารยาท
“พวกคุณเล่นไปเถอะ”
“เอ็งเล่นไปเลย พี่ไม่ไหวว่ะ ขอนอนรอดีกว่า”
“ครับๆ เชิญท่านทั้งสองตามสะบายครับ”
แล้วผมก็ะโน้ำตูมตั้งใจให้น้ำมันกระเด็นไปถูกท่านรอง แต่ดันไปไม่ถึง เสียดายฉิบหาย
“กวนประสาทได้ตลอดสิน่าไอ้น้องหมอกเนี่ย”
“หึหึ”
“ยิ้มหน้าบานเป็จานดาวเทียมแล้ว ไอ้เมฆ”
“หุบปากไปเลยไอ้พล”
แล้วใครมันจะไม่ยิ้มล่ะกวนตีนเก่ง น่ารักก็เก่ง…