แสงตะวันแรกทอประกายสีทอง สาดส่องผ่านม่านหมอกขาวที่ยังคงคลอเคลียอยู่ตามไหล่เขา ยอดเขาสูงตระหง่านราวกับคมดาบที่ชี้ขึ้นสู่ฟ้าคราม ปลายยอดถูกแต้มด้วยสีส้มเรืองรองของรุ่งอรุณ ราวกับมีเทพเซียนกำลังพ่นลมปราณสีทองลงมา
สายลมอ่อนโยนพัดผ่านป่าสน ส่งกลิ่นหอมสดชื่น เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วดังประสานกันเป็ท่วงทำนองแห่งการเริ่มต้นวันใหม่ หยดน้ำค้างที่เกาะพราวอยู่บนยอดหญ้าและใบไม้ สะท้อนแสงระยิบระยับราวกับอัญมณีเม็ดเล็กๆ ธารน้ำใสไหลรินลงมาจากซอกเขา กระทบโขดหินน้อยใหญ่ ก่อให้เกิดเสียงซ่า... ที่ฟังดูสงบและผ่อนคลาย ไอเย็นจากผืนน้ำลอยละล่องขึ้นมา ััผิวกายให้รู้สึกสดชื่น
เมื่อแสงอาทิตย์ค่อยๆ ไต่สูงขึ้น ม่านหมอกก็เริ่มจางหาย เผยให้เห็นทัศนียภาพที่กว้างไกล เบื้องล่างของหุบเขา ปรากฏภาพของเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสายใหญ่ หลังคาบ้านเรือนสีเทาเข้มเรียงรายลดหลั่นกันไป คล้ายกับหมู่ัที่กำลังเลื้อยพันกันอยู่
เมื่อมองลงมาจากเนินเขา จะเห็นว่าเมืองเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ถนนสายหลักทอดยาวจากประตูเมืองด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่ง ผู้คนสัญจรไปมาอย่างขวักไขว่ พ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ส่งเสียงร้องขายสินค้า เสียงพูดคุยต่อรองดังระงมไปทั่ว
ร้านน้ำชาส่งกลิ่นหอมของใบชาและขนมหวานอบควันโขมง ผู้คนนั่งจิบชาพลางสนทนากัน บ้างก็เล่าเื่ราวการผจญภัยของจอมยุทธ์ บ้างก็วิพากษ์วิจารณ์ข่าวสารล่าสุดที่ได้ยินมา โรงเตี๊ยมขนาดใหญ่มีป้ายผ้าสีแดงสดแขวนอยู่ด้านหน้า ภายในเต็มไปด้วยนักเดินทาง พ่อค้า และผู้ฝึกยุทธ์ที่แวะเวียนมาพักเหนื่อย และเติมพลัง
เสียงตีเหล็กดัง "ฉ่าง... ฉ่าง..." มาจากโรงตีดาบข้างทาง ช่างตีเหล็กหนุ่มกำลังขะมักเขม้นกับการตีดาบเล่มใหม่ เปลวไฟลุกโชนส่องประกายร้อนแรง สะท้อนให้เห็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงของเขา เด็กน้อยวิ่งเล่นไล่จับกันตามตรอกซอกซอย เสียงหัวเราะคิกคักดังก้องไปทั่ว
ที่ลานกว้างกลางเมือง มีนักแสดงเร่กำลังแสดงกายกรรมและเชิดสิงโต ผู้คนมากมายยืนล้อมวงชมด้วยความตื่นตาตื่นใจ เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องดังเป็ระยะๆ บริเวณใกล้เคียง มีสำนักฝึกวรยุทธ์ขนาดเล็ก ศิษย์สำนักกำลังฝึกซ้อมท่าทางต่างๆ อย่างตั้งใจ เสียงะโและเสียงลมปราณดังแว่วมาเป็ระยะ
แม้จะเป็เพียงเมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงาขุนเขา แต่กลับเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายอาชีพและเื่ราวมากมาย เป็ศูนย์กลางการค้า การแลกเปลี่ยนของผู้คนในแถบนี้ และเป็จุดพักพิงที่อบอุ่นสำหรับนักเดินทางที่ผ่านมา...
ท่ามกลางความคึกคักของตลาด เด็กหนุ่มร่างท้วม ผิวขาวอมชมพู ในชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อน กำลังเดินอย่างระมัดระวัง มืออวบอ้วนประคองช่อดอกไม้ป่าหลากสีสันที่เขาบรรจงเก็บมาด้วยความตั้งใจ ดอกไม้เ่าั้ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ คลุ้งไปทั่วบริเวณ ใบหน้ากลมแป้นมีรอยยิ้มบางๆ เจือด้วยความเขินอาย ดวงตากลมโตเป็ประกายวาววับด้วยความหวัง นามของมันคือ ‘หวู่ เผิงหลง’ บุตรชายคนเดียวของ มหาเศรษฐี ‘หวู่ ฟู่ไช’ แห่งเมืองนี้
เผิงหลงนั้นเป็เด็กชายที่ถูกเลี้ยงมาเป็อย่างดี ประดุจไข่ในหิน เป็มันเป็บุตรคนเดียวของสกุลที่หวู่ ฟู่ไช้าให้สืบทอดทุกอย่างในอนาคต ทว่า....เพราะถูกเลี้ยงดูมาแบบนี้ เผิงหลงจึงมีนิสัยที่เอาแต่ใจ อะไรที่้าไม่มีคำว่าไม่ได้ เงินทองกับอำนาจของบิดามันบันดาลทุกสิ่งได้เสมอ ยกเว้นเพียงสิ่งเดียว สิ่งที่ไม่ว่าเผิงหลง หรือบารมีของ หวู่ ฟู่ไชก็มิอาจใช้เงินซื้อได้ ซึ่งมันก็คือ หัวใจของ สตรีนางหนึ่ง สตรีที่ทำให้เผิงหลง ยอมทำทุกอย่างเพียงแค่นางเอ่ยปากออกมาคำเดียวสั้น ๆ
จบบทที่1