เฟยหลงได้รับการแนะนำจากผู้าุโซุนหวู่รวมถึงผู้าุโซุนหวู่ไม่เพียงแต่รับเขาเป็ศิษย์หลักเท่านั้นเขายังนำตำราสมุนไพรที่เขาเขียนขึ้นมาเองมามอบให้เฟยหลงอีกด้วยในตำราเล่มนั้นบันทึกสมุนไพรทุกชนิดและวิธีปลูก วิธีดูแลรักษา รวมถึงสรรพคุณต่าง ๆไว้อย่างละเอียด โดยผู้าุโซุนหวู่ใช้เวลากว่าสามร้อยปีในการเขียนตำราเล่มนี้และเขาตั้งใจจะมอบตำราเล่มนี้ให้กับศิษย์หลักของเขาั้แ่แรกอยู่แล้ว
แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากลับไม่มีใครน่าสนใจในสายตาของซุนหวู่เลยจนกระทั่งมาเจอกับเฟยหลง เขาเห็นแววอัจฉริยะในตัวของเฟยหลงอีกทั้งยังผ่านการทดสอบของเขาในการดูแลสมุนไพรชนิดต่าง ๆ อีกด้วย ซุนหวู่แอบสังเกตเฟยหลงเวลาดูแลสมุนไพรเฟยหลงนั้นตั้งใจดูและและศึกษาตำราของเขาอยู่ตลอดเวลาทำให้เขารู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง
“เฟยหลงพรุ่งนี้เป็วันทดสอบคัดเลือกศิษย์เป็สายในเ้าเองไม่ลองไปทดสอบดูระดับฝีมือของเ้าหน่อยหรือ จะได้รู้ว่าเ้าอยู่ในระดับใดและมีธาตุประจำตัวอะไรบ้าง”
“ท่านอาจารย์ข้าสามารถเข้าทดสอบได้ด้วยเช่นนั้นหรือ?”
“ได้สิแม้ข้าจะรับเ้าเป็ศิษย์หลักแล้วก็ตาม แต่เ้าก็สามารถเข้าทดสอบเพื่อดูระดับพลังและพลังธาตุของเ้าได้”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ศิษย์จะลองไปทดสอบดูไม่รู้ว่าความสามารถของศิษย์จะอยู่ในระดับใดหวังว่าคงไม่ทำให้อาจารย์ต้องอับอายคนอื่นหรอกนะ”
“เ้าอย่าได้เป็ห่วงเื่นั้นเลยสิ่งสำคัญที่สุดคือความตั้งใจ หากเ้าตั้งใจและขยันหมั่นฝึกฝนเ้าก็สามารถเป็ยอดคนได้ในอนาคต”
“ศิษย์จะจำคำสอนของอาจารย์ไว้ศิษย์จะตั้งใจศึกษาและหมั่นฝึกฝนขอรับ”
วันรุ่งขึ้นเฟยหลงและเพื่อนๆเดินทางไปยังจุดทดสอบของสถาบันฟ้าครามเพื่อเข้าเป็ศิษย์สายในเหล่าศิษย์ใหม่และศิษย์เก่าที่ยังคงไม่ผ่านการทดสอบเดินทางมาถึงก่อนเวลาจำนวนมากพวกเขาต่างหวังที่จะผ่านการทดสอบในครั้งนี้ไปให้ได้
ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมาพวกเขาต่างฝึกฝนกันอย่างหนักหากพวกเขาพลาดโอกาสในครั้งนี้ พวกเขาต้องรอไปอีกสามเดือนกว่าทางสถาบันจะทำการทดสอบอีกครั้งหนึ่งจำนวนผู้สอบผ่านในแต่ละครั้งนั้นล้วนไม่เท่ากันแล้วแต่ว่าใครจะผ่านเกณฑ์การตัดสินของสถาบันและเข้าเป็ศิษย์สายในได้
เมื่อถึงเวลาทดสอบผู้าุโสถาบันฟ้าครามคนหนึ่งพลันเดินขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับประกาศ
“วันนี้ก็ครบรอบสามเดือนที่สถาบันของเราต้องคัดเลือกศิษย์สายนอกเพื่อเข้าเป็ศิษย์สายในสำหรับศิษย์ใหม่ที่สองร้อยห้าสิบคนที่ยังไม่เคยทดสอบพลังธาตุและระดับพลังเวทย์จะได้รับการทดสอบพลังธาตุและวัดระดับพลังเวทย์ก่อนจากนั้นจึงเข้าจะสามารถเข้าทดสอบคัดเลือกได้”
“ส่วนศิษย์สายนอกที่ไม่ผ่านการทดสอบในครั้งก่อนให้พวกเ้าเข้าสู่สนามสอบเป็ศิษย์สายในได้เลยขอให้พวกเ้าทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้โชคดี”
เหล่าผู้าุโสถาบันฟ้าครามจำนวนห้าคนที่มาดูการทดสอบในแต่ละครั้งทุกครั้งพวกเขาจะรับศิษย์ที่ผ่านการคัดเลือกกลับไปด้วยโดยผู้าุโแต่ละคนจะเป็ตัวแทนของธาตุต่าง ๆ เพื่อนำศิษย์ใหม่กลับไปยังตำหนักของพวกเขา
สถาบันฟ้าครามแบ่งเป็5 ตำหนัก ได้แก่ ตำหนักอัคคี (ธาตุไฟ) ตำหนักวารี (ธาตุน้ำ) ตำหนักวายุ(ธาตุลม) ตำหนักปฐี(ธาตุดิน) และตำหนักสุดท้ายนั้นเป็ตำหนักอัสนี (ธาตุพิเศษ) และส่วนมากผู้ที่อยู่ตำหนักอัสนีมักจะถูกผู้าุโเลือกไปเป็ศิษย์ของพวกเข้าั้แ่ผ่านการทดสอบ
แต่จำนวนในตำหนักอัสนีนั้นมีจำนวนศิษย์ไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำเพราะธาตุพิเศษอย่างธาตุสายฟ้าและธาตุมิตินั้นนับหาว่าได้ยากยิ่งจากศิษย์จำนวนกว่าหมื่นคนจะมีธาตุพิเศษเพียงแค่หนึ่งถึงสองคนเท่านั้น
เฟยหลงและเพื่อนๆ รู้แล้วว่าตนเองธาตุไหนส่วนระดับนั้นถูกปู่อู๋ซวนผนึกเอาไว้ให้อยู่ในระดับหนึ่งมาโดยตลอดจนกระทั่งพลังธาตุของพวกเขาตกผลึก มิได้เป็หมอกควันจาง ๆ ดังเช่นคนอื่น ๆ
“พวกเ้าศิษย์ใหม่ทั้งหมดตามข้ามา”
ศิษย์สายในคนหนึ่งที่รับหน้าที่ดูแลศิษย์ใหม่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเดินนำหน้าพวกเขาไปยังห้องหนึ่งซึ่งมีผู้าุโรอพวกเขาอยู่ห้าคนเพื่อคอยบันทึกผลการทดสอบพลังธาตุของพวกเขาไว้ในป้ายประจำตัวของแต่ละคน
ก่อนทำการทดสอบพวกเขาต้องยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ผู้าุโก่อนแล้วจึงเดินไปที่ลูกแล้วเพื่อสำรวจธาตุประจำตัวของแต่ละคนจากนั้นจึงเดินไปที่แทนวัดพลังเวทใช้มือทั้งสองข้างแตะไปที่แทนระดับพลังจะแสดงออกมาให้เห็นตามระดับพลังเวทของแต่ละคน
เมื่อศิษย์ใหม่คนแรกเดินขึ้นไปเขายื่นป้ายประจำตัวให้กับผู้าุโพร้อมกับเดินเข้าไปที่ลูกแก้วเขาปลดปล่อยจิตััออกไปทันใดนั้นลูกแก้วจึงปรากฏสีเหลืองขึ้นมาในทันทีจากนั้นเขาจึงเดินไปยังแทนวัดพลังใช้ผ่ามือทั้งสองแตะไปยังแท่นพร้อมกับปลดปล่อยพลังเวทออกมาระดับตัวเลขจึงปรากฏออกมา เป็เลขสาม
“เอ๋อจินซูพลังธาตุดินนักเวทฝึกหัดขั้นต้นระดับสาม” เสียงของผู้าุโตำหนักปฐีดังขึ้นพร้อมกับคืนป้ายให้กับเอ๋อจินซู
“คนต่อไป”
“หลู่ซิวพลังธาตุน้ำ นักเวทฝึกหัดขั้นกลางระดับสี่”
“คนต่อไป”
“หลิวเจินพลังธาตุไฟ นักเวทฝึกหัดขั้นต้นระดับสอง”
“คนต่อไป”
“ซานจื่อพลังธาตุลม นักเวทฝึกหัดขึ้นกลางระดับห้า”
“คนต่อไป”
“ฉินฟู่ พลังธาตุดินและธาตุลม นักเวทฝึกหัดขั้นกลางระดับสี่”
เกิดเสียงฮือฮาในหมู่ของศิษย์ใหม่ขึ้นมาเล็กน้อยแต่เพียงไม่นานก็ถูกเสียงของผู้าุโเอ่ยขึ้นมาแทน
“เ้าจะเลือกฝึกฝนธาตุใดเป็ธาตุหลัก”
“ข้าน้อยเลือกธาตุธาตุลมขอรับ”
ผู้าุโตำหนักปฐีและตำหนักวายุบันทึกข้อมูลลงในป้ายประจำตัวของฉินฟู่ เขามองกลับมายังพวกของเฟยหลงพร้อมกับยิ้มเยาะเย้ย
หลังจากนั้นการทดสอบยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เหล่าผู้ที่ทดสอบเสร็จเรียบร้อยและได้รับป้ายประจำตัวกลับไปแล้วพวกเขาต่างมุ่งหน้าไปยังสถานที่ทดสอบเป็ศิษย์สายในต่อไป
“หว่านหลิงธาตุพิเศษสายฟ้า นักเวทฝึกหัดขั้นสูง ระดับ แปด”
เสียงของศิษย์ใหม่ดังไปทั่วห้องอีกครั้งเหล่าผู้าุโต่างมองไปยังหว่านหลิน
“ในที่สุดก็มีเด็กที่มีธาตุพิเศษโผล่ออกมาแล้วข้านึกว่าในปีนี้จะไม่มีใครมีธาตุพิเศษเหมือนเช่นปีก่อน ๆ แถมยังอยู่ในขั้นสูงระดับแปดอีกด้วยคงทดสอบผ่านเป็ศิษย์สายในได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไหร่หรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ผู้าุโตำหนักอัสนีหัวเราะด้วยความยินดี
“คนต่อไป”
“หยวนฉู่ ธาตุลมนักเวทฝึกหัดขั้นต้นระดับหนึ่ง”
“ระดับหนี่งเช่นนั้นหรือ? ยังมีระดับหนึ่งหลงเหลืออยู่อีกเช่นนั้นหรือสงสัยคงอีกนานกว่าจะเลือนเป็ศิษย์สายในได้” ผู้าุโตำหนักวายุเอ่ยขึ้นมา