กาลเวลาหมุนผ่านไปเกือบ 5 ปี... ภายในโรงเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่ถูกดูแลอย่างดี พื้นที่กว้างขวางเต็มไปด้วยพุ่มดอกไฮเดรนเยียหลากสายพันธุ์ที่เบ่งบานสะพรั่งอย่างหนาแน่น ซึ่งดอกไม้เหล่านี้เป็ดอกไม้ที่ท่านย่าของเซเลสรักมากที่สุด ท่านปู่แวนจึงตั้งใจปลูกและฟูมฟักพวกมันขึ้นมาเพื่อเป็ตัวแทนความคิดถึงและระลึกถึงคนรักของตนเอง
เซเลสในวัย 4จะเข้า5 ขวบที่ปกติจะเป็เด็กนิ่งเงียบและสุขุม กลับวิ่งวุ่นสำรวจดูดอกไม้ทั่วทั้งโรงเรือนอย่างตื่นเต้นดีใจเคียงข้างไปกับท่านปู่
เซเลส (ในวัย 4 ขวบ)
"ข้าจะช่วยท่านปู่ดูแลพวกมันเองค่ะ!"
ใบหน้าแสนสดใสเงยขึ้นมาเผยยิ้มกว้างให้ผู้เป็ปู่ น้ำเสียงนั้นสดใสกว่าปกติ พลางประคองช่อดอกไฮเดรนเยียในมือขึ้นมาดูด้วยความทะนุถนอม
ปู่แวน
"ถ้าเ้าชอบ ปู่ก็จะดูแลพวกมันให้ดีที่สุดเพื่อเ้าและย่า...จำไว้นะเซเลส ดอกไม้พวกนี้อาจดูบอบบาง แต่มันแฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง เหมือนกับตัวเ้า"
วางมือลูบหัวหลานสาวด้วยความเอ็นดูอย่างสุดหัวใจ
เซเลส
"เ้าค่ะ! ข้าจะจำคำของท่านปู่ไว้ให้ขึ้นใจเลยค่ะ"
กอดช่อดอกไม้ไว้แนบอกด้วยความอบอุ่นใจ พลางพยักหน้ารับคำสอนของท่านปู่อย่างตั้งใจ
ทันใดนั้น ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในโรงเรือนที่มีเพียงเสียงลมพัดแ่ๆ จากด้านนอก หูของเซเลสพลันได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามาใกล้จังหวะเดียวกับที่เธอกำลังยิ้มให้ท่านปู่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของขนมหวานลอยนำมาก่อนตัวคน พร้อมกับการปรากฏตัวของซาร่าที่เดินถือกล่องไม้ขนาดเล็กและถาดขนมเข้ามาในโรงเรือนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
เซเลสรีบละสายตาจากดอกไม้แล้วหันไปมองซาร่าด้วยความรวดเร็วและตื่นเต้น
เซเลส
"ท่านแม่! ท่านแม่เ้าคะ!"
เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงกึ่งดีใจกึ่งตื่นเต้น พร้อมกับรีบลุกขึ้นยืนโดยที่ในมือยังคงถือช่อดอกไฮเดรนเยียอยู่
เซเลส
"ดูนี่สิคะท่านแม่ ท่านปู่บอกว่าข้าแข็งแกร่งเหมือนดอกไม้พวกนี้เลยค่ะ!"
กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาซาร่าด้วยท่าทางร่าเริง พลางชูช่อดอกไม้ในมือขึ้นอวดด้วยความภาคภูมิใจ
ซาร่า
"แม่เห็นแล้วจ้ะ เป็ดอกไม้ที่สวยมากจริงๆ แต่ลูกรู้ไหม... วันนี้มีของพิเศษส่งตรงมาจากเมืองไกลฝากมาถึงลูกด้วย คืออะไรกันนะ!"
พลางพูดให้เซเลสสงสัย แล้วยื่นกล่องไม้แกะสลักที่มีตราประทับของร้านอัญมณีที่ไม่คุ้นตานักให้แก่เซเลส
เซเลส
ทำแววตาเหมือนสงสัยและเอียงคอเล็กน้อยด้วยความอยากรู้ว่าคืออะไร
ซาร่า
"ท่านพ่อของลูกส่งจดหมายพร้อมกับกล่องนี้มาให้ ท่านบอกว่าตั้งใจสั่งทำสิ่งนี้ให้เป็ของขวัญล่วงหน้าสำหรับวันเกิดครบรอบ 5 ปีของลูก เพราะกลัวว่าจะเดินทางกลับมาไม่ทันจ้ะ"
เซเลส
"ของท่านพ่อหรือคะ ท่านพ่อส่งของขวัญมาให้ข้า" พูดตอบรับด้วยอารมณ์ตื่นใและตื่นเต้นเล็กน้อย
เซเลส
"แต่ท่านแม่... ข้าอยากให้ท่านพ่อกลับมางานวันเกิดครบรอบ 5 ปีของข้าให้ทันจังเลยค่ะ... ั้แ่เกิดมา ข้ายังไม่เคยเห็นหน้าท่านพ่อเลยสักครั้ง... มีแต่ท่านแม่ที่คอยเล่าเื่ของท่านให้ข้าฟังอยู่ตลอด" ก้มหน้าลงทันที
ในขณะเดียวกัน ซาร่าเห็นเซเลสทำแววตาเศร้าๆ ด้วยความนึกคิดถึงท่านพ่อที่ไม่ได้เคยเจอกันั้แ่เกิดจนถึง 5 ปี
เนื่องจากท่านพ่อติดภารกิจต้องเดินทางไปอาณาจักรอันแสนไกล และต้องคอยสืบข่าวตลอดทางจนกินเวลาไปกลับครั้งละเกือบปี ทำให้ยังไม่มีโอกาสได้กลับมาพบหน้าเธอเลยสักครั้ง
ซาร่า
ขยับเข้าไปใกล้แล้ว ค่อยๆ วางมือลูบลงบนหัวของเซเลสอย่างเบามือ พร้อมยื่นกล่องของขวัญให้
"เซเลสลูกแม่... แม้ว่าวันเกิดปีนี้ท่านพ่ออาจจะเดินทางกลับมาไม่ทัน... แต่แม่เชื่อว่าอีกไม่นาน ภายในปีนี้ท่านพ่อจะกลับมาหาเ้าแน่นอน"
เซเลส
เงยหน้ามองด้วยตาเป็ประกาย
"จริงหรือคะท่านแม่? ท่านพ่อจะกลับมาจริงๆ ใช่ไหม? ข้าอยากให้ท่านพ่อมาเห็นดอกไม้ของข้า ที่ข้ากับท่านปู่ช่วยกันปลูกไว้"
ซาร่า
ยิ้มรับแล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวล
"อ่อจริงสิ... ถึงในจดหมายฉบับล่าสุดท่านพ่อจะไม่ได้เขียนบอกวันกลับที่แน่นอนไว้ แต่ของขวัญชิ้นนี้ก็คือตัวแทนความคิดถึงที่ส่งมาก่อนตัวเ้าไง... ลองเปิดดูสิว่าท่านพ่อส่งอะไรมาให้"
เซเลส
"อะไรกันนะ ท่านพ่อส่งอะไรมาให้ข้ากัน"
ดวงตากลมโตเป็ประกายระยับ มือเรียวรีบเอื้อมไปหาของชิ้นนั้นด้วยความกระตือรือร้น
เซเลส
ค่อยๆเปิดกล่องออกมาเพื่อดูของด้านใน
ทันใดนั้นเอง
"ว้าาาว...! ท่านแม่ ดูนี่สิคะ! นี้คือดอกไม้จากท่านพ่อ? ...เอ๊ะ แต่หน้าตาแอบเหมือนดอกไม้ของท่านปู่เลยแฮะ"
ว่าแล้วหัวทุยๆ ก็เอี้ยวหันกลับไปมองดอกไม้สายพันธุ์เดียวกันที่เบ่งบานอยู่ทางด้านหลัง เพื่อเปรียบเทียบความคล้ายกันทันที... ดวงตาคู่เล็กเป็ประกายวิบวับพิจารณาอย่างตื่นเต้น
"...มันประกายวิบวับๆ เหมือนอัญมณีที่ท่านแม่ชอบใส่บ่อยๆ เลยนะคะ"
ดวงตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น มือเล็กๆ ค่อยๆ เอื้อมไปหยิบอัญมณีสีน้ำเงินนั้นขึ้นมาอย่างเบามือ มันคืออัญมณีที่ถูกเจียระไนอย่างประณีตและสรรค์สร้างขึ้นมาให้มีลักษณะเลียนแบบกลีบดอกไฮเดรนเยียเพียงหนึ่งดอก ทอประกายสีน้ำเงินครามละมุนตาราวกับหยดน้ำค้างค้างอยู่บนกลีบดอกไม้จริงๆ
ซาร่า
"ใช่จ้ะ... ท่านพ่อรู้ว่าลูกชอบดอกไม้ชนิดนี้ที่สุด มาจ้ะ ให้แม่ลองใส่สร้อยเส้นนี้ให้ลูกนะ และในงานวันเกิดวันที่จะถึงนี้ลูกต้องใส่มันไว้นะจ๊ะ เผื่อว่าถ้าท่านพ่อมาถึงทันงานเลี้ยง ท่านจะได้เห็นว่าลูกชอบของขวัญชิ้นนี้แค่ไหน"
หยิบสร้อยคอขึ้นมาสวมให้ลูกสาวอย่างแ่เบาด้วยความเอ็นดู
เซเลส
"ดอกไม้ของท่านพ่อ... ข้าชอบมันที่สุดเลยค่ะท่านแม่!"
อุทานออกมาด้วยความดีใจอย่างที่สุด พลางกุมจี้รูปกลีบดอกไม้ไว้ที่หน้าอกพร้อมด้วยรอยยิ้มที่สดใสที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ปู่แวน
"เ้านั่นก็ใกล้จะได้เวลากลับมาแล้วสินะ"
ซาร่า
" ค่ะท่านพ่อ ในจดหมายแม้ไม่ได้จะระบุวันที่กลับแต่ก็คงอีกไม่นานแล้วล่ะค่ะ"
หลังจากจบคำพูดซาร่าและเซเลสที่ดีใจกับของขวัญจากท่านพ่อได้สักพัก แสงแดดยามเย็นเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มทองทอประกายผ่านกระจกโรงเรือนลงมา ซาร่าพาเซเลสนั่งลงที่โต๊ะน้ำชาเพื่อทานขนมมื้อเย็นอย่างสงบ
แต่แล้วความสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าที่วิ่งตึงตังมาแต่ไกล พร้อมกับเสียงหัวเราะและเสียงเถียงกันเบาๆ ของเด็กผู้ชายที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
ฟิวส์
"เซเลส! พี่กลับมาแล้ว! ดูสิวันนี้พี่เอาอะไรมาฝากเ้าด้วย!"
วิ่งนำหน้าพี่ๆ เข้ามาในโรงเรือนกระจกด้วยสภาพชุดที่หลุดลุ่ย และเปรอะเปื้อน เล็กน้อย ในมือถือกล่องแมลงหรือของเล่นชิ้นเล็กๆ มาด้วยความตื่นเต้น
คาร์ล
"ฟิวส์! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวิ่งในโรงเรือน เดี๋ยวก็ชนกระถางดอกไม้ของท่านปู่แตกหรอก!"
วิ่งตามหลังมาติดๆ พลางบ่นน้องชายด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ แต่ในมือก็ยังหอบหิ้วสมุดหนังสือจากการเรียนมาด้วย
เอล
"ท่านแม่ ท่านปู่ 'เลสจัง.... พวกข้ากลับมาแล้วขอรับ"
เดินตามเข้ามาเป็คนสุดท้ายด้วยท่าทางที่นิ่งสงบและสำรวมที่สุด เขาวางกระเป๋าลงแล้วเดินตรงไปหาเซเลสพร้อมรอยยิ้มบางๆ
เซเลส
"พี่เอล พี่คาร์ล พี่ฟิวส์! ดูนี่สิคะ ท่านพ่อส่งของขวัญมาให้ข้าด้วยล่ะ!"
ชูจี้อัญมณีสีน้ำเงินที่คอให้พี่ๆ ดูด้วยความภาคภูมิใจและยิ้มกว้าง
พี่ชายทั้งสามคนก้มลงมองอัญมณีชิ้นนั้นด้วยความทึ่ง เอลลูบหัวเซเลสเบาๆ คาร์ลพิจารณาความงามของมันอย่างสงบ ส่วนฟิวส์ก็ตื่นเต้นจนอยากจะัับ้าง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นของพี่น้องที่รุมล้อมน้องสาวเพียงคนเดียวของบ้าน
หลังจากที่ เซเลส อวดจี้อัญมณีให้พี่ชายทั้งสามดูด้วยความตื่นเต้น พี่ชายทั้งสามก็ก้มลงมาล้อมรอบน้องสาวเพื่อพิจารณาของขวัญจากท่านพ่ออย่างใกล้ชิด
เซเลส
"สวยใช่ไหมคะพี่เอล พี่คาร์ล พี่ฟิวส์... แม่บอกข้าว่า ท่านพ่อทำมาให้ข้าโดยเฉพาะเลย! มันเหมือนกับดอกไม้ของท่านปู่มากๆ เลยค่ะ"
ชูจี้อัญมณีสีน้ำเงินใสขึ้นมาอวดอีกครั้งด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ
ฟิวส์
"โห... สว่างวาบเลย! ท่านพ่อลำเอียงนี่นา ส่งของสวยๆ แบบนี้มาให้เซเลสแค่คนเดียวเอง!"
ทำหน้ามุ่ยแบบหยอกล้อพลางยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ จนเกือบจะชนหน้าเซเลส
คาร์ล
"พูดจาเลอะเทอะนะฟิวส์... ท่านพ่อไม่ได้ลำเอียงเสียหน่อย แต่เพราะบ้านเราเฝ้ารอน้องสาวตัวน้อยมานานต่างหาก ทุกคนถึงอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ อีกอย่างเ้าก็ได้ของขวัญเหมือนกันทุกปีแหละน่า"
ยิ้มกว้างพลางขยิบตาให้เซเลสอย่างอ่อนโยน
คาร์ล
"แต่อย่าเพิ่งดีใจจนลืมพวกพี่ไปล่ะเซเลส... เพราะของขวัญที่พวกพี่เตรียมไว้ให้เ้า ก็พิเศษไม่แพ้ของท่านพ่อเหมือนกันนะ!" ยิ้มบางๆ
เซเลส
"จริงเหรอคะ! พี่คาร์ลจะให้ตัวอะไรข้าเหรอ หรือว่าเป็ขนมของโปรดของเลสจัง ฮี่ฮี่?"
คำพูดเจือกระแสหยอกเย้าขี้เล่น ดวงตาเป็ประกายวิบวับอย่างนึกสนุกขณะจ้องมองคนตรงหน้าอย่างคาดหวัง รอยยิ้มกว้างที่แต้มบนใบหน้าทำให้น้ำเสียงที่เอ่ยถามดูสดใสขึ้นเป็เท่าตัว
เอล
""พวกพี่ตกลงกันว่าจะเก็บไว้เป็ความลับก่อนน่ะเซเลส... พวกเราจะไปเซอร์ไพรส์ในงานเลี้ยงวันเกิดเ้าทีเดียวเลย"
เอลพูดพลางลูบหัวน้องสาวคนนี้ด้วยความทะนุถนอม สายตาที่มองลงมาเต็มไปด้วยความรักและเอ็นดูสุดหัวใจ
เซเลส
ขยับเข้าไปใกล้ตอนที่เอลกำลังลูบหัวให้
"ข้าหน่ะชอบให้พี่เอลลูบหัวข้า ที่สุดเลย"
เซเลสเอ่ยพลางขยับกายเข้าไปซุกซบใกล้ชิดยิ่งขึ้น มือเล็กกุมจี้ที่คอไว้แน่นอย่างมีความสุขที่สุด ขณะที่ฝ่ามือหนายังคงวางค้างและลูบเรือนผมนุ่มลงมาด้วยสายตาเอ็นดูทะนุถนอมอันแสนหลากหลาย
บรรยากาศในโรงเรือนกระจกยังคงอบอุ่น พี่ชายทั้งสามรุมล้อมน้องสาวท่ามกลางแสงสีทองยามอาทิตย์อัสดง
ซาร่า
"เอาล่ะๆ เื่ของขวัญน่ะเก็บไว้เซอร์ไพรส์ในงานวันเกิดน้องเถอะจ้ะ... ว่าแต่พวกเ้าเถอะ วันนี้การเรียนที่เรือนกลางเป็อย่างไรบ้าง? อาจารย์ปราชญ์บ่นอะไรพวกเ้ามาอีกหรือเปล่า?"
เดินเข้ามาใกล้กลุ่มเด็กๆ พลางวางมือลงบนไหล่ของเอลและคาร์ลอย่างอ่อนโยน
เอล
"วันนี้เรียบร้อยดีครับท่านแม่ อาจารย์เริ่มสอนเื่การจำแนกประเภทัธาตุโบราณ และเล่าให้ฟังถึงกฎเกณฑ์เบื้องต้นของโรงเรียนเตรียมทหารอาณาจักรครับ ท่านบอกว่าถึงพวกเราจะยังเด็ก แต่การรู้เื่พวกนี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เราเตรียมตัวถูกเมื่อถึงเวลาต้องเข้าเรียนจริงในอีกหลายปีข้างหน้าครับ" ยืนตัวตรงและโค้งคำนับท่านแม่อย่างสุภาพตามแบบฉบับพี่คนโต
คาร์ล
"ใช่ครับท่านแม่ ท่านพี่เอลทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก แต่อาจารย์ก็กำชับว่าพวกเราต้องเริ่มฝึกสมาธิให้หนักขึ้น เพราะมานาในร่างกาย่อายุ 10 ปีจะเริ่มผันผวนครับ"
เอล
"เ้าเองก็เก่งไม่น้อยไปกว่าข้าหรอกนะคาร์ล"
ยิ้มบางๆแก้เขิล พรางพูดตอบรับคำน้อง
ฟิว์สพูดแทรกขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นเต้นพลางะโโลดเต้นไปรอบๆ
ฟิวส์
"ท่านแม่! ท่านพี่ ท่านปู่! ข้า ข้าน่ะเรียนเสร็จก่อนพี่ๆ ตั้งครึ่งวันแน่ะ พออาจารย์สอนข้าเสร็จที่เรือนซ้าย ข้าก็ไปนั่งแอบดูอาจารย์าุโที่สอนพี่เอลกับพี่คาร์ลที่เรือนกลางด้วยล่ะ!"
ฟิวส์
"เซเลส! เ้ารู้ไหม ัในอาณาจักรเราไม่ได้มีแค่สีเขียวสีแดงนะ อาจารย์บอกว่าัธาตุแสงน่ะตัวใหญ่ั์เท่าูเาเลย! แล้วยังมีัธาตุมืดที่ชอบแอบอยู่ในเงาด้วยนะ... แถมใครที่จะเข้าโรงเรียนอาณาจักรได้น่ะ ต้องผ่านบททดสอบสุดโหดอย่างการ 'สื่อสารกับจิตั' ให้ได้ก่อนด้วย!" หันไปหาเซเลสแล้วทำท่าทางประกอบด้วยมืออย่างยกใหญ่ดูน่าสนุก
คาร์ล
"เ้าแอบไปนั่งฟังแล้วจำมาได้แค่นี้เหรอฟิวส์? ที่อาจารย์พูดจริงๆ คือเื่ 'การรักษาสมดุลธาตุ' ต่างหาก ไม่ใช่แค่ัตัวใหญ่เท่าูเา"
ส่ายหัวเบาๆ พลางหรี่ตามองน้องชายอย่างระอาใจ
ฟิวส์
"ก็มันน่าตื่นเต้นนี่นาพี่คาร์ล! อาจารย์บอกว่าวันแรกที่เปิดเรียนที่โรงเรียนอาณาจักรน่ะ จะมีศิลาัั์ตั้งอยู่ตรงกลางโถง ถ้าใครที่มีพลังเสถียรพอ ศิลาจะส่องแสงเรียกัที่คู่ควรออกมา! ข้านะ... จินตนาการไปถึงตอนที่ข้าอัญเชิญัเพลิงตัวมหึมาออกมาท่ามกลางสายตาทุกคนเลยล่ะ!" กอดอกเชิดหน้าขึ้นพลางยิ้มกริ่มอย่างภาคภูมิใจในจินตนาการของตัวเอง
คาร์ล
"เ้าก็เพ้อฝันไปเรื่อยนะฟิวส์... แต่เซเลสฟังพี่นะ ที่ฟิวส์พูดมันก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง การเข้าเรียนที่โรงเรียนอาณาจักร่อายุ 15 ปีน่ะ ไม่ใช่แค่เื่เรียนหนังสือแต่มันคือการพิสูจน์ว่าเรามีความสามารถพอที่จะเป็คู่หูของัได้หรือเปล่า เพราะงั้นเ้าต้องเตรียมตัวให้ดีนะ" หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมาสบตาน้องสาวด้วยแววตาที่จริงจังแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความรัก
ปู่แวน
"ฟังดูพวกเ้าจะกระตือรือร้นกันดีนะ... แต่จำไว้อย่างหนึ่งนะเด็กๆ ัไม่ได้เลือกคู่หูจากแค่พลังที่แข็งแกร่ง แต่มันเลือกจาก 'หัวใจ' ที่สื่อถึงกันด้วย... เหมือนที่เซเลสรักดอกไม้พวกนี้ไงล่ะ ถ้าเ้ามีใจรักและดูแลสิ่งใดด้วยความจริงใจ สิ่งนั้นย่อมตอบสนองต่อเ้า" ลูบเคราขาวสะอาดของตนเองพลางส่งยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเมตตาให้กับหลานๆ ทุกคน
เซเลส
"หัวใจที่สื่อถึงกัน... ข้าจะจำไว้ค่ะท่านปู่ ข้าจะตั้งใจเรียนเพื่อที่จะสื่อสารกับัของข้าให้ได้เหมือนกัน!"
กุมจี้อัญมณีสีน้ำเงินที่คอไว้แน่นพลางเงยหน้าขึ้นมองทุกคนในครอบครัวด้วยความมุ่งมั่นเปี่ยมล้น
เซเลส
"ัตัวใหญ่อย่างนั้นเหรอ หึหึ รอข้าก่อนเถอะ..."
พึมพำแ่เบากับตัวเองพลางใช้มือน้อยๆ กุมจี้อัญมณีไว้แน่นจนััได้ถึงความอุ่นที่แผ่ออกมา ในใจนึกไปถึงภาพเงาร่างมึนงงของัขนาดมหึมาที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน
ท่ามกลางเสียงหัวเราะและไออุ่นของครอบครัวที่ยังคงอบอวนอยู่รอบตัว
ภาพของพวกเขาค่อยๆห่างไกลออกไปทีละน้อย ทิ้งไว้เพียงเสียงพูดคุยแว่วหวานที่ค่อยๆเลือนหายไปในความเงียบสงบของค่ำคืน พร้อมกับประกายไฟดวงเล็กๆที่เริ่มจุดขึ้นในใจของเซเลส