ตอน 1 ย้อนหลังกลับไป
ย้อนไปเมื่อ.. 10 ปีก่อน
ในยุคนั้น สกุลอวิ๋นของอวิ๋นฟู่หรง... เป็สกุลขุนนางมานับ100ปี ที่เล่าลือกันว่าเป็สกุลที่ซื่อสัตย์ภักดีต่อราชวงศ์ดังนั้นสกุลอวิ๋นจึงได้รับความโปรดปรานจากองค์ฮ่องเต้ทุกองค์...
สกุลอวิ๋นในยุคนั้นถือว่าเป็สกุลที่สูงศักดิ์ร่ำรวยมั่งคั่งที่สุดในเมืองฉางอาน
สกุลอวิ๋น มีผู้สืบทอดสกุล ชื่อ อวิ๋นฟู่เจิ้ง(คุณชายใหญ่เจิ้ง)พี่ชายของนางเอก.... และมีอวิ๋นฟู่หรง (คุณหนูรอง) นางเอก...
อวิ๋นฟู่เจิ้งแม้จะเป็คุณชายใหญ่..แต่กลับไม่เก่งกาจด้านวิชาทหารเลยเขาจะเก่งกาจวิชาบัณฑิต..
ในราชสำนักมิมีผู้ใดเฉลี่ยวฉลาดเทียบเทียมอวิ๋นฟู่เจิ้ง.. เมื่อเป็เช่นนี้ อวิ๋นฟู่เจิ้งได้รับวางใจจากองค์รัชทายาทมากกราบทูลฮ่องเต้ให้อวิ๋นฟู่เจิ้ง สหายคนสนิทดำรงตำแหน่งราชครูของตน...
เื่ราวนี้ทำให้ขุนนางน้อยใหญ่ในราชสำนักเกิดร้อนรนราชสำนักสั่นคลอน...
ขุนนางคัดค้านการแต่งตั้งอวิ๋นฟู่เจิ้งขึ้นเป็ราชครูเพราะเหล่าขุนนางทั้งหลายมองว่า หากคนสกุลอวิ๋นได้ขึ้นตำแหน่งนี้ละครบารมีอำนาจจะเกิดต้านไหว ไม่มีผู้กล้าต่อกร
เมื่อเป็เช่นนั้นขุนนางชั่วทั้งหลายเริ่มวางแผนฆ่าล้างสกุลอวิ๋น...โดยมีหลิวเฉินป๋อ (พ่อของพระเอก)ที่เป็ขุนนางาุโคอยบงการ...
กระทั่งในวันที่อวิ๋นฟู่หรงวัย 10 ขวบนางเดินทางไปขอพรพระที่วัดกับท่านแม่ของนางวันนั้นเป็วันเดียวกันที่เกิดเื่กับตระกูลของนาง...ตระกูลอวิ๋นของนางถูกฆ่าล้างตระกูล... เมื่อนางได้ยินข่าวคราวเช่นนี้จึงอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนั้นกับแม่ั้แ่เด็ก... ั้แ่เหตุการณ์นั้นเป็ต้นมาแม่ของนางก็เหมือนคนเสียสติ
หลายปีมานี้ อวิ๋นฟู่หรง...อาศัยอยู่ในวัด กระทั่งนางอายุ 20 ปี พาแม่ย้ายออกจากวัด กลับไปยังเมืองฉางอานเช่นเดิม พบว่าบรรยากาศเดิมๆที่ตนคุ้นเคยในเมืองแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก
อวิ๋นฟู่หรง..อาศัยอยู่ที่บ้านร้างหลังเก่าๆ ท้ายเมือง...นางไม่สามารถคอยอยู่ดูแลแม่ได้ตลอดั้แ่เช้านางจัดเตรียมอาหารไว้ให้แม่ที่เสียสติ นางจำเป็ต้องออกไปข้างนอก
"ท่านแม่ อาหารเช้าข้าเตรียมให้ท่านแล้วท่านรีบกินตอนที่ร้อนๆ นะ"
อวิ๋นฟู่หรง.. รีบร้อนออกไปข้างนอก
"ข้าจะรีบออกไปที่ตลาด ไปหางานทำจะได้มีเงินไปแลกของที่ตลาดมาให้ท่านกิน"
แม่ของอวิ๋นฟู่หรง... เห็นว่าลูกออกไปจากบ้านแล้ว..ด้วยความคิดถึงและอาลัยอาวรณ์จวนตระกูลอวิ๋นที่ตนเคยอยู่...
แม่ของนาง แอบออกจากบ้านกลับไปที่จวนตระกูลอวิ๋นแต่กลับพบว่าบัดนี้จวนสกุลอวิ๋นกลายเป็โรงพนันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองฉางอาน
นางจ้องๆ มองๆ อยู่หน้าโรงพนันครู่หนึ่งจนนักเลงเฝ้าประตูทางเข้าเห็นนางจึงเดินเข้ามาหา
"นี่เ้าจ้องมองโรงพนันหลิวชวนของเราอยู่นาน"
"เ้า้าอะไร"
"ข้าอยากเข้าไปดูสักหน่อยว่าจวนของข้าเปลี่ยนไปเช่นไรบ้าง"
พวกนักเลงที่เฝ้าโรงพนัน พานางเข้าไปในโรงพนันหลิวชวน...
คนในโรงพนันจับจ้องนาง ั้แ่เดินก้าวเท้าเข้ามา...เห็นว่านางไม่ใช่คนแถวนี้ หน้าตาดูไม่คุ้นเคย..
เมื่อนางเห็นว่าคนในนั้นมีท่าทีไม่ค่อยดีนัก..ด้วยความหวาดกลัวจะรีบหนีออกมา...
ก็มีคนเข้ามาพูดคุยชักชวนให้นางลองเล่นการพนันดู..
ด้วยความเสียสติของนางทำให้นางเชื่อคนง่าย...หลงเชื่อคำพูดของคนแปลกหน้า... นางลองเล่นการพนัน.. โดยเงินที่นางใช้เล่นพนันเป็เงินยืมที่ยืมจากโรงพนันหลิวชวนเองนั่นแหละ..
แรกเริ่มนางเริ่มรู้สึกสนุกสนานกับการเล่นพนัน...จนกระทั่งนางเสียพนันจนหมดตัว... ไม่มีเงินคืนให้โรงพนัน....
กลุ่มนักเลงและผู้คุมโรงพนันจับกุมตัวนางเอาไว้...หวังจะทำร้ายนางเผื่อขู่ให้นางกลัว..
กระทั่งนางถูกตบตีที่ใบหน้าไป1ครั้งนางกลัวมากจนทำอะไรไม่ถูก...
เพื่อให้ตัวเองรอดพ้นจากเนื้อมือของเหล่าผู้คุมโรงพนัน.. นางได้เสนอข้อเสนอบางอย่างให้กับพวกเขา....
"ข้าไม่มีเงิน"
"แต่ข้ามีลูกสาว...ข้าสามารถขายลูกสาวของข้าชดใช้พวกท่านได้หรือไม่ ขอแค่ปล่อยข้าไปเถอะ"
นางหวาดกลัวมาก ยกมืออ้อนวอนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ได้!!! งั้นเ้าบอกข้ามาว่าข้าจะไปตามหาลูกสาวของเ้าได้ที่ไหน"
"ลูกสาวของข้านางบอกกับข้าว่าจะไปทำงานที่ร้านขายปลาในตลาด"
"ลูกข้า พวกเ้าหาตัวนางได้ไม่ยากหรอกนางแตกต่างจากคนทั่วไป นางผิวขาวราวไข่มุก ร่างกายอรชรบอบบาง...ใบหน้าจิ้มลิ้มรูปไข่ ปากเป็กระจับราวกับนกน้อย เปลือกตามีเสน่ห์ขนตายาวราวขนหงส์หยก"
"ฮ่า ๆ เ้าอย่าพูดให้ข้ามีอารมณ์ขันหน่อยเลย ถ้าลูกเ้างดงามเช่นเ้าว่านางคงเป็สาวงามที่สุดในเมืองฉางอานแล้ว"
ผู้คุมโรงพนันคุยกับลูกน้อง
"เอาเถอะ จะมีรูปโฉมอย่างไรข้าไม่สนเพียงแค่ข้าได้นางมาขัดเกลากามอารมณ์ก็เพียงพอแล้ว"
"ปล่อยนังนี่ไปเถอะไว้นางออกไปดักรอจับนางที่ท้ายตลาด"
นี่คือบทสนทนาที่เสียงดังของผู้คุมโรงพนันกับลูกน้องโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ในโรงพนันแห่งนี้ หลิวชวนหลาน ได้ส่ง หวงเจิ้งเสอ(องครักษ์คู่กาย) มาคอยซุ่มปลอมตัวเข้ามาตรวจตราความเรียบร้อย
หลังจากที่แม่ของอวิ๋นฟู่หรงรีบหนีออกไปด้วยความหวาดกลัว...นางก็กลับไปที่บ้านร้างหลังเก่าท้ายเมือง..
หวงเจิ้งเสอ สะกดรอยแอบตามนางไป... จนพบว่านางเป็หญฺงเสียสติที่อาศัยอยู่ที่นี่กับลูกสาว หวงเจิ้งเสอเกิดความสงสารในใจ...จึงแอบไปที่ร้านขายปลาในตลาด เพื่อดูรูปโฉมของสาวน้อย ลูกสาวของหญิงเสียสติผู้นั้น
ทันทีที่หวงเจิ้งเสอเห็นนาง... จึงคิดว่าคืนนี้พวกผู้คุมโรงพนันกับลูกน้องชั่วนั่นต้องลงมือกับนางแน่...เพื่อผดุงคุณธรรมหวงเจิ้งเสอ...ไม่ยอมให้เกิดเื่เช่นนี้กับผู้บริสุทธิ์แน่...
รีบกลับไปที่จวนอ๋องชวนหลาน สกุลหลิวเพื่อรายงานเื่นี้ให้กับหลิวชวนหลานรู้
หลิวชวนหลานที่กำลังยิงธนูอยู่ในสวน... กำมือแน่น... ด้วยความโมโหหยิบดอกธนูขึ้นมา 3 ดอก เล็งขึ้นบนท้องฟ้า เพื่อระบายความโกรธลูกดอกพุ่งไปปักนกน้อยบนท้องฟ้าร่วงตกลงมาที่บริเวณในจวน 3 ตัวพร้อมกัน
พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า
"ช่างบังอาจ...ทำเื่ต่ำช้าเลวทรามกับผู้บริสุทธิ์"
"แม้สกุลหลิวจะทำกิจการมืดแต่ก็ไม่เอาเปรียบผู้ไร้หนทาง..."
"คนเช่นข้า...แม้จะเลื่องลือว่าโเี้แต่ก็ยังพอมีคุณธรรมอยู่บ้าง"
"หวงเจิ้งเสอ... บอกกับข้า...ว่ามันจะลงมือเมื่อไหร่"
หวงเจิ้งเสอ...รายงานทุกอย่างให้หลานอ๋องฟังอย่างละเอียด
หลานอ๋องยิ้มมุมปาก "หวงเจิ้งเสอ หยิบหน้ากากมาให้ข้า..."