"ท่านโจววันนี้แม่ทัพลู่กลับเมืองหลวงท่านกลับไปกินข้าวกับนางเถิดคงคิดถึงกันมากนางจากบ้านเมืองไปนานต้อนรับนางให้สมเกียรติ ตรงนี้ไม่มีสิ่งใดที่ท่านต้องกังวลใจแล้ว"
"งั้นกระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ"
แม่ทัพเจียวโจวรีบกลับจวนในทันทีด้วยเขาเองก็คิดถึงบุตรีไม่น้อยไปกว่าใคร แม้จะเป็บิดาที่เข้มงวดกับนางแต่ก็ภาคภูมิใจทุกครั้งเมื่อเห็นนางอยู่ในสนามรบเยี่ยงผู้กล้า
นางออกสนามรบั้แ่ยังเยาว์วัยนัก หลายสิบปีกว่าจะได้กลับคืนเมืองหลวง หากเขายังออกศึกได้เมื่อสมัยก่อนป่านนี้นางคงเป็สตรีที่งดงามออกเรือนไปกับบุรุษที่แข็งแกร่งมากด้วยอำนาจแล้ว
"ท่านพ่อ! "
ยังไม่ทันที่อดีตแม่ทัพเจียวโจวจะเดินพ้นประตูจวน เสียงที่คุ้นเคยพร้อมกับร่างที่โผล่เข้ากอดดังเช่นวันวาน
"ฮ่าๆ ลูกข้ายังเป็เด็กเช่นเดิมเลยนะ เ้าลืมไปแล้วรึว่าบัดนี้เ้าเป็แม่ทัพใหญ่ขั้นยศสูงศักดิ์ไม่อาจมีผู้ใดกล้าต่อกร จะมาะโกอดข้าแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ"
แม้จะเอ่ยคล้ายตำหนิแต่มือที่เริ่มเหี่ยวย่นตามกาลเวลาก็ยกขึ้นมาสวมกอดบุตรสาวอันเป็ที่รักด้วยความภาคภูมิใจ
"ข้าก็ยังเป็เด็กน้อยของท่านอยู่วันยังค่ำ อีกอย่างข้าไม่สนใจยศศักดิ์นั่นหรอก ท่านพ่อข้าคิดถึงท่านมาก ออกศึกข้าคิดว่าจะตายไม่ได้ต้องกลับมากินฝีมือการทำหมั่นโถวของท่านเสียแล้ว เช่นนั้นข้าถึงรอดมาได้จนวันนี้"
"ฮ่าๆ ลูกสาวข้าคนนี้ช่างปากหวานเสียจริงไปๆ ข้าจะทำให้เ้ากินพุงแตกไปเลย"
"ท่านพ่อใจดีกับข้าที่สุดเลย"
อดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกรจูงมือบุตรสาวของตนเข้าจวนไปด้วยรอยยิ้มมีความสุข ในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน
บ้านเมืองสงบสุขไร้ซึ่งศึกานี่แหละคือสิ่งที่ทำให้แม่ทัพอย่างพวกเขานอนหลับสนิทในยามค่ำคืน
"ท่านแม่เหตุใดท่านพ่อไม่ใจดีกับข้าแบบที่ทำกับท่านพี่บ้าง"เจียวมิ่งถามผู้เป็มารดาด้วยสีหน้าเง้างอน
"สมัยนั้นนางตัวเล็กกว่าเ้ามากนางเจอการฝึกฝนที่ทรมานเจียนตาย ทั้งฝึกกระบี่กลยุทธ์การรบและการฝึกวรยุทธ์ กว่าพี่เ้าจะยิ้มสดใสมีวันนี้ได้มันไม่ง่ายเช่นเ้าหรอกนะ นางยอมเสียสละตนเองเพื่อที่เ้าจะไม่ต้องออกศึกเช่นนาง เ้าคิดว่าหากพ่อเ้าจะให้เ้าเป็แม่ทัพจริงฝึกเพียงแค่นี้แถมเ้าไม่เอาไหนอีกเ้าจะยังเดินลอยหน้าลอยตาอยู่เช่นนี้หรือไม่"
ฮูหยินลู่จื่อบอกบุตรชายให้เข้าใจ ดีที่ถึงแม้เจียวมิ่งจะเป็คนไม่เอาไหนทำเื่ใดไม่เคยประสบความสำเร็จแต่มีสิ่งหนึ่งที่นางคิดว่าเลี้ยงลูกมาดีคือเจียวมิ่งบุตรชายของนางเป็คนจิตใจดี
"ข้าเข้าใจแล้วข้าถึงรักท่านพี่ไง ถึงท่านพ่อมาทำดีกับข้าเช่นทำกับท่านพี่ข้าก็ไม่เอาขนลุก"
"เ้านี่! ไปเถอะวันนี้ท่านพ่อเ้าลงครัวเองนานๆ ทีจะได้ลิ้มรสอาหารดีๆ เช่นนี้"
เจียวมิ่งทำหน้าตาไม่ค่อยอยากอาหารเกรงว่ารสชาติมันจะทำให้จำไว้ลืมเลือน แต่ผู้เป็มารดาก็เหมือนล่วงรู้ถึงความคิดจึงเข้ามาดึงมือบุตรชายคนเล็กไป
หลังจากกลับเมืองหลวงได้หลายวันแล้วพักผ่อนหายเหนื่อยเจียวลู่ก็ออกมาเดินเที่ยวเล่นตลาดพร้อมอี้เฉิน
"บ้านเมืองแปลกตาไปมากว่าไหม ข้าจำไม่ได้เลยว่าเมืองหลวงเรามีหอนางโลมที่ใหญ่เพียงนี้อยู่ด้วย ว่าแล้วก็เข้าไปดูหน่อยเห็นว่าชื่อเสียงเลื่องลือไปถึงหัวเมือง"
หอนางโลมแห่งนี้เป็ที่เหล่าขุนนางต่างมาดื่มสุราสนทนาลับและมาหาความสำราญจากอิสตรีงดงามในที่แห่งนี้ด้วย
ได้ยินว่าฉีิก็ชอบมาดีดพิณที่นี่กับองค์ชายอันโจว เพราะไม่ได้อยู่เมืองหลวงนานและให้ผ้าปิดบังใบหน้าทำให้ไม่มีผู้ใดจำได่ว่านางเป็แม่ทัพใหญ่ผู้โเี้
ภายในหอนางโลมแห่งนี้ใหญ่โตโอ่อ่าสมคำร่ำลือ ภายในมีการแสดงมากมายรวมทั้งมีหลายชั้นดูจากสายตาคงไม่ต่ำกว่าสิบ
"เชิญๆ คุณชายทั้งสองนั่งด้านในเดี๋ยวข้าเรียกสาวๆ มาปรนนิบัตินะขอรับ"
คนดูแลรีบเข้ามาต้อนรับเมื่อเห็นว่ามีแขกที่ดูจากอาภรณ์ที่ใส่เป็ผ้าชั้นดีคงมีอัดมากมากมายเป็แน่ ที่แห่งนี้หากอัดและทองคำไม่ถึงก็ยากจะเข้ามาหาความสำราญได้
"เอาสิ ขอเหล้าแรงๆ ให้ข้าด้วยนะ "
ข้อดีของการอยู่กับพวกทหารนานนับสิบปีทำให้ผู้คนภายนอกแทบแยกไม่ออกว่าแม่ทัพเจียวลู่เป็บุรุษหรือสตรี
ยิ่งวันนี้แต่งเป็ชายยิ่งยากที่จะแยกออก เป็เช่นนั้นก็ดีจะได้แอบดูคนที่รอคอยได้อย่างไม่ต้องกังวลว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะจับได้
เป็ปกติที่อี้เฉินนั้นพูดน้อยสายตาคอยสอดส่องดูความปลอดภัยให้ท่านแม่ทัพอยู่ตลอดเวลาไม่สนใจสตรีแสนสวยที่นั่งรินเหล้าให้ข้างกายเลยแม้แต่น้อยนิด
"เฉินเ้าไม่ต้องคอยระวังภัยให้ข้าหรอก ที่นี่เมื่อหลวงไม่มีผู้ใดกล้าปองร้ายข้าหรอก ถึงมีข้าก็จัดการเองได้เ้าควรผ่อนคลายหน่อยนะข้าอนุญาตให้เ้าค้างที่นี่ได้ดีหรือไม่"
"ไม่ขอรับ ข้าไม่้าและไม่สนใจ ชีวิตข้ามีไว้เพื่อท่านแม่ทัพต่อให้ท่านไม่้าข้าก็ยังจะทำ"
อี้เฉินเอ่ยเสียงแข็งรับรู้ถึงความจริงใจในแววตาคู่นั้นที่ไม่ว่าจะกี่ปีมันก็มีแต่แววภักดีเช่นนี้เสมอมา
"เฮ้ออ...ข้าคงไม่ใช่เป็คนทำให้เ้าแข็งกระด้างเช่นนี้เหรอนะ ช่างเถอะๆ ถ้าเมาก็นอนนี่ข้าก็จะนอนเป็เพื่อน"
เพราะเวลาอยู่ในค่ายทหารบางเวลาก็ต้องนอนรวมกันทำให้เจียวลู่ไม่ได้คิดสิ่งใด แต่ผู้ฟังกลับยกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ
ทั้งสองนั่งกินกันอยู่บนชั้นสองที่สามารถมองเห็นการแสดงชั้นล่างได้อย่างชัดเจน
เสียงดีดพิณที่ไพเราะฟังดูแล้วเหมือนอารมณ์ร่องรอยไปอยู่กับคนผู้นั้นดึงดูดสายตาของเจียวลู่ได้เป็อย่างดี
พอมองไปตามเสียงพิณสายตาก็พบกับบุรุษรูปงามที่เจียวลู่รู้ได้ทันทีว่าผู้นั้นคือใคร ท่วงท่าสง่างามและใบหน้าเรียบเฉยนั้นชั่งเป็เอกลักษณ์ยิ่งนัก
"ฉีิ..."
ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านล่วงเลยไปนานเพียงใดบุรุษผู้นี้ก็มีผลต่อหัวใจของนางไม่เสื่อมคลาย
เขายังคงเติบโตมาเป็บุรุษรูปงามที่ดูเหมือนนางจะไม่คู่ควร แต่เหนือสิ่งอื่นใดในเวลานี้เจียวลู่ไม่ใช่สตรีผู้นั้นแล้ว
นางมีทั้งตำแหน่งอำนาจที่เขาไม่อาจปฏิเสธนางได้ ในเวลานี้หากนาง้าสิ่งใดก็ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธนางได้
เจียวลู่มองบุรุษเบื้องล่างด้วยสายตาแห่งรักแต่แล้วทันใดนั้นสายตานางก็มองไปเห็นเจียลี่คุณหนูสูงศักดิ์ที่เป็คู่หมายองค์ชายเจียวโจวเดินเข้าหาชายที่นางหมายตา
หากนางมองไปยังคู่หมายของนางก็คงไม่ทำให้แม่ทัพใหญ่ว้าวุ่นใจเพียงนี้ แต่สายตานางกลับต้องไปที่คู่หมายผู้อื่นด้วยสายตาหยาดเยิ้มปิดไม่มิด
"เห็นทีงานนี้ข้าคงมีเื่สนุกๆ ดูแทนละครงิ้วแล้ว"
อี้เฉินมองตามสายตาของนางก็เจอกับบุรุษที่เขาไม่อยากพบเจอและไม่อยากให้ท่านแม่ทัพเข้าใกล้ด้วย
แต่เขาเองก็รู้ว่าโชคชะตาและบัญชาจากองค์ฮ่องเต้ไม่อาจขัดได้ จึงทำได้เพียงทำใจยอมรับว่าสักวันมันต้องมาถึงไม่ช้าก็เร็ว ขอเพียงได้อารักขาให้นางไปจวบสิ้นลมหายใจสุดท้ายก็เพียงพอแล้วสำหรับเขา