
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีที่ตำรวจมาถึง ฝูงจักรยานยนต์แตกฮือราวกับผึ้งแตกรัง ส่วนแก๊งชะนีขี่ไม้กวาดต่างก็ะโขึ้นรถของเด็กแว้นคู่ใจกันจ้าละหวั่น ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศละทาง มีแต่เบญจกัลยาณีเท่านั้นที่ยืนงงในดงมอเตอร์ไซค์อย่างงกๆ เงิ่นๆ มองหาลูกพี่ลูกน้องไม่เจอ
“ไอ้มังกือ...ไอ้มังกือโว้ย...อยู่ไหนวะ”
หญิงสาวหันรีหันขวาง แต่ในความสับสนอลหม่านนั้นเธอกลับไม่เห็นหัวตั้งๆ ของลูกพี่ลูกน้องเลยแม้แต่เงา ทำให้ต้องรีบะโขึ้นรถเด็กแว้นคันที่ว่างซึ่งแล่นมาจอดรับพอดีก่อนจะสายเกินไป
“ไปเลยเพ่”
หญิงสาวะโบอกพลางหันไปมองแสงไฟไซเรนวูบวาบด้วยความลุ้นระทึก สักครู่แสงไฟเ่าั้ค่อยๆ เล็กลงและหายวับไป
‘รถหมอนี่แรงจริงวุ้ย’
เบญจกัลยาณีหลับตาฟังเสียงท่อไอเสียอันไพเราะ ่ชุลมุนเธอไม่ได้ดูว่ารถยี่ห้ออะไรหรือใครเป็คนขี่ แต่ก็รู้ได้ทันทีว่ารถคันนี้คือคาวาซากิ เคเอสอาร์ ที่ปรับแต่งเครื่องยนต์มาแน่ๆ
ครู่หนึ่งรถก็ค่อยๆ ชะลอแล้วก็จอด หญิงสาวจึงลืมตาขึ้น ก่อนจะพบว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ท่ามกลางความเปลี่ยวร้าง สองข้างทางเป็พงหญ้ารกทึบ และไม่มีบ้านคนอยู่ในรัศมีที่ตาเห็นเลย
‘ฉิบหายแล้ว มันจอดตรงนี้ทำไมวะ จะพามาข่มขืนหรือเปล่าเนี่ย’
หญิงสาวคิดในใจ เพราะั้แ่เป็สก๊อยมา นอกจากัแล้วก็ไม่เคยติดสอยห้อยตามเด็กแว้นคนอื่นไปไหนต่อไหนเลย ยิ่งเมื่อเห็นหมวกกันน็อกของเ้าของรถที่เธอซ้อนมา เบญจกัลยาณีก็ถึงกับผงะ รีบะโลงจากรถแทบจะทันที
“นาย! ...”
“จะลงตรงนี้หรือไง” เด็กแว้นที่หมวกกันน็อกสีดำลายเปลวเพลิงหันมาถาม กระจกปิดหน้าที่ดำสนิททำให้เธอไม่เห็นแม้แต่ดวงตาของเขา
“นะ...นายมันไอ้เด็กแว้นต่างถิ่นนี่”
“แล้วไง มีกฎห้ามสก๊อยซ้อนท้ายเด็กแว้นต่างถิ่นหรือไง”
“กะ...ก็เปล่า” เบญจกัลยาณีส่ายหน้า พลางยกมือขึ้นกอดอกหนั่นแน่นด้วยความกลัว “นายมาจอดแถวนี้ทำไม”
“ฉันจะถามเธอว่าบ้านอยู่ไหน จะไปส่ง”
“แล้วทำไมต้องมาจอดที่เปลี่ยวๆ แบบนี้” หญิงสาวเหลียวซ้ายแลขวาอย่างนึกหวั่น
“ก็บอกว่าจะถามเื่บ้าน” ชายหนุ่มย้ำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “สรุปจะลงตรงนี้แล้วกลับบ้านเอง หรือให้ฉันไปส่ง”
‘เธอชนะ เธอต้องเข้าไปจีบพ่อหนุ่มนั่น กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำฉันใด สก๊อยอย่างเราต้องคำไหนเป็คำนั้นฉันนั้น’
เสียงของกุลสตรีผุดขึ้นมาในสมองปลาทองของเบญจกัลยาณีทันทีที่ได้ยินคำถามจากชายหนุ่ม ทำให้ความคิดหวาดกลัวว่าจะโดนปล้ำมลายหายไป
“ยังไม่อยากกลับ”
ชายสวมหมวกกันน็อกชะงักเล็กน้อย “แล้วจะอยู่ตรงนี้หรือไง ไม่กลัวเรอะ ทั้งมืดทั้งเปลี่ยว”
“กลัวดิ” เบญจกัลยาณีตอบเสียงสั่น เพราะกวาดตามองไปทั่วแล้วก็ให้ประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ไม่น้อย เกิดจู่ๆ มีสาวใส่ชุดไทยโผล่มารำให้ดู มีหวังหัวโกร๋นกลายเป็สก๊อยหัวโล้นแน่ นี่ยังไม่นับว่าถ้าเจอพวกกลัดมันมากันเป็โขยงอีกนะ รับรองได้กลายเป็สก๊อยร้อยผัวแน่
“ฉันไปบ้านนายได้ไหมอะ”