ณ ดาวเสวียนหลิน
สำนักหลิงหยุน
ูเาหลินเทียน
่เวลาในฤดูหนาวมองออกไปพบเพียงหิมะสีขาวปกคลุมไปทั่วทั้งูเา
“เห้อ.....”
ซูเฉินที่อยู๋ในชุดสีขาวกำลังนั่งมองหิมะที่กำลังตกก่อนจะถอนหายใจ
เขาทะลุมิติมาโลกนี้20 ปี และมาอยู่บนูเาหลินเทียนแห่งนี้มา 10 ปีแล้ว
แมู้เาหลินเทียนจะเป็หนึ่งในสิบยอดูเาของสำนักหลิงหยุนและซูเฉินก็ได้รับตำแหน่งประมุขแห่งูเาหลินเทียนมาแล้วแต่กลับไม่มีประโยชน์อะไรสักอย่างเลย
ยอดูเาอื่นๆ มีศิษย์เป็กลุ่ม แต่หยางชิงกลับตัวคนเดียว ไม่ได้รับศิษย์เลยจนกระทั้ง 10ปีที่ผ่านมาหยางชิงได้รับศิษย์คนแรก ในตอนนั้น
เหตุการณ์ในตอนนั้นทำให้ผู้าุโในสำนักต่างพากันฮือป่หนึ่ง
ซูเฉินก็คิดว่าตัวเองมีพร์อะไรซะอีกกำลังคาดหวังอยู่เลยว่าตัวเองจะแข็งแกร่งไปอยู่บนจุดสุดยอดของชีวิต
แต่กลับนึกไม่ถึงเลยว่าเขาเป็ผู้ที่ไม่สามารถบ่มเพาะพลังลมปราณได้ชัดๆ
ทว่าหยางชิงก็ไม่ได้รับศิษย์คนใหม่เข้ามาเลยเช่นกันในอีกทางหนึ่งซูเฉินสามารถรับสวัสดีการทั้งหมดของูเาหลินเทียนได้อย่างเต็มที่เช่นกัน
เดิมทีวันเวลาเช่นนี้ก็ดีอยู่กันแม้ว่าบนูเาหลินเทียนจะมีกันอยู่สองคนแต่ด้วยความแข็งแกร่งของหยางชิงจุงไม่มีใครกล้านินทาว่าร้ายอะไรแกู่เาหลินเทียนเลยสักนิดด้วยความหวดกลัวต่อความแข็งแกร่งของหยางชิง
ทว่าเมื่ออยู่มาวันหนึ่งหยางชิงได้ออกไปทำภารกิจและได้เสียชีวิตไปในภารกิจปล่อยไว้เหลือเพียงแค่ซูเฉินที่อาศัยอยู่บนูเาหลินเทียนคนเดียว
เนื่องจากหยางชิงมีคุณงามความดีที่ยิ่งใหญ่ให้แก่สำนักูเาหลินเทียนจึงไม่อาจถูกถอดถอนไปจากสำนักได้เช่นกันแต่ให้ศิษย์เพียงคนเดียวของหยางชิงสืบทอดตำแหน่งประมุขของูเาต่อไป
ทว่าเมื่ออยู่ภายใต้การปกครองของซูเฉินูเาหลินเทียนกลับตกต่ำลงเรื่อย ๆ เมื่อไม่มีใครให้พึ่งพิงอย่างหยางชิงชีวิตในทุก ๆวันของซูเฉินก็ย่ำแย่เช่นกันแม้ซูเฉินจะมีทุกอย่างแม้แต่วิชายุทธ์ระดับมหาเทพก็ตามซูเฉินกลับใช้ตำราระดับมหาเทพเป็เชื้อเพลิงแทนท่อนไม้เพื่อความอบอุ่นภายในบ้านหลังเล็กๆ ของเขาแทนหากมีใครมาเห็นจะต้องทุบตีซูเฉินให้ตายคามือแน่นอน
และในเวลานี้เองมีศิษย์ในสำนักคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมาเหนือหัว ซูเฉินมองขึ้นไปก่อนที่จะพบกับศิษย์คนหนึ่งที่กำลังขี่กระบี่อยู่
“พรุ่งนี้จะเป็วันที่สำนักเปิดรับศิษย์ในทุกๆ สิบปีจะเริ่มขึ้นแล้วเ้าสำนักสั่งให้ข้ามาแจ้งให้เ้ารีบเร่งเดินทางไปเข้าร่วมงานรับศิษย์ทีู่เาเหลิงหยุนด้วย”
เด็กชายมองซูเฉินด้วยความเย้ยหยันรอบหนึ่งก่อนที่จะใช้กระบี่บินกลับออกไปในทันทีโดยไม่สนใจซูเฉินจะตอบรับหรือไม่ก็ตาม
ใบหน้าของซูเฉินไร้อาราณ์เพราะเขาไม่มีอาราณ์ที่จะเข้าร่วมการรับศิษย์อะไรเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยและเขาก็เบื่อสถานที่แห่งนั้นเพราะเขาจะพบกับความเย้ยหยันและเหยียดหยามอยู่ตลอดเวลา
ซูเฉินที่ตัดสินใจว่าจะไม่ไปเข้าร่วมรับศิษย์ในครั้งนี้กลับมีเสียงดังขึ้นมาในหัวของเขา
[ระบบประกาศภารกิจใหม่ ]
[ ขอให้โฮสต์รีบเร่งเดินทางไปยังูเาหลิงหยุนหลังจากรับศิษย์สำเร็จ ได้รับศิษย์แล้ว ระบบศิษย์ผู้อ่อนแอจะได้รับการกระตุ้น ]
[ระบบศิษย์ผู้อ่อนแอความเร็วในการบ่มเพาะของศิษย์ทั้งหมดและของโอสต์เพิ่งขึ้นหนึ่งพันเท่าผลการฝึกฝนของศิษย์จะส่งคืนกลับมาให้โฮสต์หนึ่งหมื่นเท่า ]
เมื่อได้ยินเสียงววตาของซูเฉินประกายขึ้นมาในทันทีและออกเดินทางไปยังูเาหลิงหยุนในทันทีเพื่อที่จะเข้าร่วมพิธีรับศิษย์ของสำนักลิงหยุน
“ สิบปีในที่สุดภารกิจแรกก็มาแล้ว”
ด้วยระบบศิษย์ผู้อ่อนแอจะสามารถทำใหู้เาหลินเทียนกลับมายิ่งใหญ่เหมือนครั้งก่อนหรือแม้แต่ยิ่งใหญ่มากกว่าครั้งก่อน ๆที่เคยมีมาด้วยซ้ำไปทำให้ซูเฉินจึงเร่งเดินทางออกไปให้ทันพิธีรับศิษย์ก่อนที่จะจบลงเพราะระยะทางของแต่ละูเานั้นอยู่ห่างกันมากยิ่งูเาหลินเทียนที่อยู่ห่างที่สุดอีกด้วย
วันต่อ
ณูเาหลิงหยุน
วินาที่นี้มีผู้คนมากมายอย่างไรเสียในเขตพื้นที่บริเวณรอบข้างหลายหมื่นลี้สำนักหลิงหยุดก็เป็หนึ่งในสำนักใหญ่ เป็ดินแดนบ่มเพาะที่ใฝ่ฝนของคนรอบ ๆ สำนัก
“เงียบ”
ในเวลานี้เองก็มีเสียงชายวัยกลางคนะโออกมาพร้อมใส่พลังลมปราณเข้ามาในเสียงด้วยทำให้เสียงดังไปเที่ยวสำนักและทำทุกคนเงียบในทันที
ก่อนที่จะเห็นว่ามีผู้าุโเดินขึ้นมาบนเวทีเพื่อดำเนินการพิธีรับศิษย์
ส่วนด้านหลังของผู้าุโนั้นยังมีกลุ่มคนอีกหนึ่งที่มีออร่าไม่ธรรมานั่งอยู่ด้วยซึ่งชายที่นั่งอยู่ตรงจุดกลางก็คือเ้าสำนักแห่งสำนักหลิงหยุน เย่หลิงซวนส่วนผู้อื่นที่อยู่ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาล้วนเป็เ้าูเาทั้งสิบ
“ทุกคนเข้าแถวและเริ่มตรวจสอบพร์ตามลำดับ”
เสียงของผู้าุโที่ได้รับหน้าที่ให้รับผิดชอบในตอนนี้ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“มีหินทดสอบพร์หนึ่งร้อยก้อนว่างอยู่บนสนามด้านล่างรัศมีวงเสียนอยู่รอบ ๆหินทดสอบแบ่งออกเป็หนึ่งร้อยช่องเพื่อให้ศิษย์ใหม่เหล่านี้ตรวจสอบพร์
ไม่นานนัก
ศิษย์หลายคนก็เริ่มพากันตรวจสอบพร์ตามลำดับใบหน้าอันอ่อนวัยทั้งหลายเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พร์ที่แข็งแกร่งคือเส้นที่ไปได้ไกลของพวกเขาในอนาคตของพวกเขา
การตรวจสอบพร์นั้นง่ายดายมากขอแค่นำพลังลมปราณของตัวเองถ่ายเทเข้าไปในหินตรวจสอบจากนั้นหินตรวจสอบจะเปล่งแสงรัศมีสะท้อนออกมาจากหินทดสอบ
หินตรวจสอบพร์จะสะท้อนข้อมูบออกมาเป็สีได้แก่ ขาว เขียว ฟ้า ม่วง ส้ม แดงและสีทองทั้งหมดหกสีพร์สีขาวคือพร์ระดับธรรมดาสามารถพบได้ทั่วไปยิ่งลำดับสีสูงมากเท่าไรพร์ก็ยิ่งสูงมากเท่ากัน และอนาคตก็จะไปได้ไกลเช่นกัน
การตรวจสอบพร์ผ่านไปเรื่อยๆ มีคนทั้งที่ดีใจและเสียใจไปในเวลาเดียวกัน
ซึ่งพร์ของศิษย์ส่วนใหญ่ที่ผ่านการทดสอบไปแล้วจะเป็สีขาวละมีส่วนน้อยที่จะเป็สีอื่น ๆ คละ ๆไปหลังจากตรวจสอบพร์เสร็จสิ้นผู้ตรวจสอบพร์ทั้งหมดจะต้องเข้าแถวโดยมีสีของพร์เป็ตัวจำแนกเพื่อคัดแยกให้เห็นโดยชัดเจน
“ไม่รู้ว่าปีนี้จะมีศิษย์ที่มีพร์หายากเข้ามาหรือไม่”
บนที่นั่งเหล่าผู้าุโและเ้าสักนักต่างพากันพูดออกมา
“นั่นสินะหากมีพร์สีม่วงหรือสีส้มปรากฏออกมาก็นับว่าดีแล้วสำหรับสำนักของเรา”
หนึ่งในประมุขูเาพูดออกมา
“หากมีพร์สีม่วงปรากฏขึ้นมาจริงๆ สำนักหลิงหยุนของเราก็คงจะรุ่งโรจน์ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว” เ้าสำนักเย่หลิงซวนพูดออกมาด้วยหน้าตาเบิกบานในส่วนของพร์สีส้มหรือที่เหนือกว่านั้นเ้าสำนักหลิงหยุดนั้นไม่ได้คาดหวังเลยว่าจะปรากฏขึ้นมาได้ที่สำนักของเขาเพราะมันเปรียบเหมือนกับ์จะเข้าข้างสำนักหลิงหยุนมากเกินไปเขาจึงไม่กล้าที่จะจิตนาการถึงพวกมันเลย
ผ่านไปไม่นานพร์สีแดงได้ปรากฏบนสนามทดสอบนี่จึงทำให้ผู้คนพากันตกตลึง
ประมุขจากูเาต่าง ๆ้าจะแย่งชิงศิษย์ที่มีพร์สีแดงในทันทีแต่ด้วยความแข็งแกร่งกลับไม่มีใครกล้าที่จะแย่งชิงกับูเากระบี่ดาวตกเลยแม้แต่คนเดียว
“เ้าสำนักเรามาเริ่มกันเถอะ”
จ้าวเฟ่ยประมุขูเากระบี่ดาวตกพูดออกมาเพื่อ้าคัดเลือกศิษย์พร์สีแดงให้มาเป็ศิษย์ของูเากระบี่ดาวตกของตนเองจึงพูดออกมาทันทีเพื่อเร่งเวลาให้เร็วขึ้น