ภัสกรซึ่งกำลังยืนฟังลุงขิ่นพูดเพลิน แสดงท่าทีสงสัยอย่างชัดเจนเมื่อลุงขิ่นเอ่ยให้ฟังถึงคุณหนูอีกคนนอกเหนือจากกัลจารีซึ่งเขารู้จักดีมาั้แ่เด็ก
“บ้านนี้มีคุณหนูสองคนเหรอครับแต่เท่าที่ผมรู้มาคุณลุงวิศาลมีลูกสาวคนเดียวนี่ครับชื่อกัลจารีแล้วคุณหนูขวัญนี่ใครกันละครับ” ภัสกรถามด้วยความสงสัย เช่นเดียวกับกวินที่อยากรู้เหมือนกันว่าคนที่ลุงขิ่นกล่าวถึงจะใช่สาวสวยในเรือนกระจกรึเปล่า
“อ๋อคุณหนูขวัญข้าวเธอเป็เพื่อนสนิทของคุณจานะครับคุณพ่อคุณแม่เสียั้แ่เธอยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีหนึ่งคุณท่านรักและเอ็นดูคุณขวัญมากเหมือนลูกสาวคนนึง เลยจดทะเบียนรับคุณขวัญมาเป็บุตรบุญธรรมน่ะครับ”ขิ่นเล่าเื่ให้ทั้งสองหนุ่มฟังอย่างออกรส แต่ยังไม่ทันจะเล่าต่อคำเอ้ยก็มาตามซะก่อน
“ลุงๆ ลุงขิ่นแม่นายให้มาตามน่ะแล้วฝากบอกคุณสองคนนั่นด้วยว่าเดี๋ยวจะเตรียมสำรับกลางวันมาให้เชิญพักผ่อนตามสบาย” คำเอ้ยรายงานตามที่แม่นายสั่งแล้วทำตาโตมองชายหนุ่มทั้งสองคนสลับกันไปมาจากนั้นก็รีบวิ่งกลับไปที่เรือนใหญ่ทันทีพร้อมร้องะโว่า “ดาราดารามาพักบ้านนายวิศาลเว้ยทุกคนมาดูเร็ว”
“เฮ้ย หยุดเดี๋ยวนี้นะนังคำเอ้ยเดี๋ยวข้าให้แม่แกจับฟาดด้วยไม้เรียวซะหรอก นี่แขกของนายท่านนะเว้ย ไม่ใช่ของแปลกเอ่อผมต้องขอโทษแทนนังคำเอ้ยมันด้วยนะครับมันยังเด็กพูดจาไม่ระวังเดี๋ยวผมจะรีบไปเตือนมันเดี๋ยวนี้ละครับ”ลุงขิ่นกล่าวจบก็รีบวิ่งตามหลานสาวไปทันที
‘เออแฮะแม้แต่เด็กชาวเขายังรู้จักเราเลยแสดงว่าที่นี่ก็มีทีวีดูนี่นาแต่ทำไมยัยนั่นกลับไม่รู้ว่าเราเป็ใครวะ’ กวินนึกถึงสาวสวยเรือนกระจกคนเดิมอีกแล้วไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องนึกถึงผู้หญิงคนนี้ตลอดเวลาด้วยนะทั้งที่เพิ่งจะเคยเจอกันแท้ๆหรือที่จริงแล้วยัยนั่นแกล้งทำเป็ไม่รู้จักเขาเพื่อเรียกร้องความสนใจถ้าเป็แบบนั้นจริงก็ไม่ไหวละ
“เป็อะไรวะไอ้วิน ยังไม่ชินอีกเหรอวะแสดงว่าพวกเราดังมากนะเว้ย เด็กชาวเขายังรู้จักเลย”ภัสกรหันไปพูดกับกวินที่กำลังทำท่าเหม่อลอยไปไกลแล้ว
“เฮ้ยไอ้วินเป็อะไรไปวะ เหม่อเชียว”
“อะไรของแกวะไอ้กร อยู่ใกล้กันแค่นี้จะะโทำไมหนวกหู” กวินหันมาว่าเพื่อน
“หนอยไอ้นี่ ก็ฉันเรียกแกตั้งนานดันไม่ได้ยินมัวเหม่ออะไรอยู่วะ”
“อะไร เหม่ออะไรของแก ไปอาบน้ำดีกว่าวะี้เีคุยฉันขอห้องทางขวานะ ไปละ” ว่าแล้วกวินก็สะพายเป้ใบโปรดตรงไปที่ห้องทันที
“โหไอ้วิน เลือกห้องวิวดีเชียวนะโว้ยย….แต่เอาเหอะครั้งนี้ยกให้ก็ได้ อุตส่าห์มาเป็เพื่อน”
“เออๆ ยุ่งยากน่ะ” กวินตอบตามความเคยชิน คำพูดผิดๆติดปากที่แม่พยายามบอกให้เขาแก้หลายครั้งหลายคราแล้วั้แ่ตอนที่อยู่ต่างประเทศแต่กวินก็แก้ไม่ได้สักที
“นี่ไอ้วินสอนไม่รู้จักจำ บอกให้พูดว่าไม่เป็ไรไงไม่เป็ไรได้ยินไหมวะ เดี๋ยวใครเขาไม่รู้เข้าใจผิดไปละยุ่ง คราวที่แล้วก็ทำเจ๊ซินดี้งอนไปทีหนึ่งแล้ว”ด้วยความที่เป็เพื่อนสนิทกันมาั้แ่สมัยเรียนที่ออสเตรเลียทำให้ภัสกรชินกับคำพูดผิดๆ ถูกๆ ของกวินซึ่งย้ายไปอยู่ต่างประเทศั้แ่เด็กตัวเขาเองก็พยายามช่วยแก้ไขคำพูดผิดๆ ให้กวินมาโดยตลอดเดี๋ยวนี้พัฒนาขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะแต่ไอ้คำพูดตอบรับคำขอบคุณชาวบ้านเนี่ยดิมันแก้ไม่หายซะทีพอบ่นมากเข้ามันก็เลยตอบมาว่า ‘ก็คำว่า “ยุ่งยาก” มันสั้นกว่าคำว่า “ไม่เป็ไร”นี่หว่า’ น่านพ่อเ้าประคุณกวน..เข้าให้จนภัสกรอยากจะแถมเงินให้สักบาท (า) สองบาท(า)
“เอออ ได้ยิน อาบน้ำก่อนละ” มันโผล่หัวออกมาพูดแค่นั้นแล้วยังไงวะเนี่ย
“ไอ้นี่นิต้องโดนดีเข้าสักวันเพราะคำพูดมันนี่ละ”ด้วยความที่กวินเป็คนนิ่งๆ พูดจามะนาวไม่มีน้ำ แถมยังพูดผิดๆ ถูกๆ อีกทำให้คนที่ไม่รู้จักกวินดีพอ เข้าใจผิด คิดว่ากวินหาเื่ จนเกือบได้เื่บ่อยไปดีว่ามีภัสกรกับดนัยคอยเคลียร์ให้แล้วคอยอธิบายกับสื่อว่าเป็เพราะกวินไปอยู่ต่างประเทศั้แ่เด็กทั้งคำพูดและการแสดงออกเลยไม่คุ้นหูคุ้นตาคนไทยประจำถิ่นอย่างเรา แต่จริงๆแล้วกวินไม่ได้หยิ่ง ไม่ได้ตั้งใจหาเื่ หรือพูดจาดูิ่ใครหลังจากแถลงความไปกวินก็มีแฟนคลับเพิ่มขึ้น ไม่เหมือนแรกๆที่เข้าวงการคนส่วนใหญ่คิดว่ากวินเป็เด็กหัวนอก หยิ่งไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่แต่หลังจากมาอยู่เมืองไทยได้ปีกว่ากวินก็พยายามปรับเปลี่ยนตัวเองและเรียนรู้นิสัยพื้นฐานของคนไทยจากการเดินทางไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆได้พบปะผู้คนมากหน้าหลายตา รู้จักความสุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตนและที่สำคัญมิตรภาพและรอยยิ้มที่พบอยู่ทั่วไปทำให้เขาเข้าใจมากขึ้นว่าบางครั้งการยิ้ม การทักทายหรือการแสดงความนอบน้อมถ่อมตนรวมถึงการเลือกสรรคำและคิดก่อนพูดช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้ง่ายขึ้นแต่กับคนสนิทกวินก็ยังคงความเป็ตัวของตัวเองอย่างเต็มร้อย อย่างเมื่อกี้ไงมันน่าเตะจริงๆ
“คำเอ้ยคำเอ้ยจ้ะมาช่วยลุงขิ่นยกสำรับไปให้ที่เรือนริมน้ำหน่อยเร็วป่านนี้แขกของคุณพ่อหิวแย่แล้วล่ะ”ขวัญข้าวเรียกคำเอ้ยทันทีที่เตรียมมื้อเที่ยงสำหรับสองหนุ่มเสร็จ
“โอ้โหน่ากินจังคะคุณขวัญ อะไรคะเนี่ย”คำเอ้ยมองดูสำรับหน้าตาน่ากินส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยได้เป็อย่างดี
“ราดหน้าปลากะพงผัดเต้าซี่กับเห็ดหอมสดจ้ะถ้าอยากทานก็รีบเอาอาหารไปส่งแล้วไปตักทานทางนู้นได้เลยนะจ้ะ ฉันแบ่งไว้ให้แล้ว”ขวัญข้าวมักจะทำอาหารเผื่อคำเอ้ยเสมอเพราะเด็กสาวเป็คนกินเก่งแถมยังพูดจาตรงไปตรงมาช่วยขวัญข้าวได้เยอะในการวิจารณ์อาหารสูตรใหม่อย่างวันนี้ก็ได้ปลากะพงสดมากมายมาเตรียมอาหารในงานเลี้ยงมื้อค่ำขวัญข้าวเลยแบ่งมาทำอาหารจานเดียวให้กับแขกพิเศษของบ้านศิริธนรัตน์
“แล้วถ้วยเล็กนั่นอะไรคะคุณขวัญ”คำเอ้ยชี้ไปยังถ้วยขนาดเล็กที่วางอยู่ข้างแก้วใสบรรจุน้ำส้มคั้นสดใหม่ฝีมือขวัญข้าว
“อันนี้ของว่างจ้ะ สละลอยแก้วไว้ทานแก้เลี่ยนแล้วก็ล้างปากหลังสำรับคาวไงจ้ะ”ขวัญข้าวบอกพลางยิ้มอย่างรู้ทันเด็กสาวตรงหน้า
“ดีจังคะ สละลอยแก้วฝีมือคุณขวัญอร่อยชื่นใจคำเอ้ยจะได้กินล้างปากมั่ง” พูดเสร็จคำเอ้ยก็หันไปเร่งลุงขิ่นที่ยืนอมยิ้มอยู่ข้างๆทันที จะได้รีบไปรีบกลับมากินอาหารแสนอร่อยฝีมือคุณขวัญ
“ยิ้มอะไรยะยัยขวัญ แล้วนั่นทำอะไรทานนะกลิ่นหอมจัง”กัลจารีกลับเข้ามาในครัวหลังจากหลบไปทำใจให้หายตื่นเต้นเพราะเจอคู่ปรับเก่า
“ก็ยิ้มขำคำเอ้ยนะสิ ขวัญทำอาหารอะไรก็ปลื้มไปหมดอร่อยไม่อร่อยไม่รู้ ฟาดเรียบทุกทีเลย แล้วนั่นถ้าหิวก็ตักกินได้เลยนะราดหน้าปลากะพงผัดเต้าซี่กับสละลอยแก้วเชฟขวัญรับรองว่าอร่อยแน่นอน” ขวัญข้าวยิ้มด้วยความภูมิใจขวัญข้าวชอบทำอาหารั้แ่เด็ก เพราะครอบครัวเธอจัดได้ว่าเป็นักชิมว่างเมื่อไหร่ชอบพากันตระเวนไปหาของกินอร่อยๆ ทั้งในและนอกประเทศที่ไหนมีของอร่อยถ้าหากครอบครัวเธอรู้ต้องหาทางไปกินกันจนได้
“หนอยชมตัวเองใหญ่เลยนะยะแม่ครัวเอก หน้าไม่อายจริงๆแต่เอาเถอะยกให้คนหนึ่ง เพราะว่าฝีมือเธอแน่จริงเอ๊าลงทุนชมแล้วตักมาให้ชิมหน่อยดิ” กัลจารีพูดแซวเพื่อนยังไงเธอก็รู้ว่าฝีมืออาหารของขวัญข้าว ขนาดเชฟตามภัตตาคารหรือโรงแรมใหญ่ๆยังต้องยกนิ้วให้เลย ที่พูดนี่ไม่ได้แกล้งชมกันเองนะแต่เพราะขวัญข้าวถูกเพื่อนคุณพ่อขอให้ไปช่วยเป็แม่งานตามงานใหญ่ออกบ่อยไปเพราะติดใจรสมือตอนมาทานข้าวที่บ้านปัจจุบันอาจารย์ก็ขอให้ไปเป็ลูกมือช่วยจัดเตรียมอาหารตามงานต่างๆออกบ่อยจนมีคนชมไม่ขาดปาก
“จ้ะเดี๋ยวจัดให้นะจ้ะคุณเพื่อนเอ่อว่าแต่แขกของคุณพ่อเป็ใครกันน่ะ มากันั้แ่เช้าเชียว”ขวัญข้าวนึกไปถึงชายหนุ่มที่หน้าตาเหมือนดาราคนนั้นกับเพื่อนของเขาที่เห็นแวบเดียวในห้องรับแขกตอนที่ไปส่งนายหน้าดารานั่นแล้วก็รีบกลับมาทำงานต่อ
“อ๋อ..ลูกชายคุณอาดิลกที่เป็เพื่อนสนิทของคุณพ่อน่ะเขาคงมาเป็ตัวแทนที่บ้าน มาอวยพรวันเกิดคุณพ่อ”กัลจารีพูดพร้อมกับใจที่เริ่มเต้นแรงอีกครั้งเพียงแค่คิดถึงคู่ปรับเก่า
“เฮ้ย..เดี๋ยว ลูกชายคุณอาดิลก คุณอาดิลกบริรักษ์ที่แกเล่าให้ฉันฟังอ่ะนะ งั้นลูกชายเขาก็นายแบบชื่อดังภัสกร บริรักษ์นะสิ”‘ภัสกรนายแบบชื่อดังที่เป็เพื่อนสนิทกับเฮ้ยย...งั้นตาคนที่เจอตรงเรือนกระจกที่หน้าเหมือนดารา จริงๆ แล้ว...โอ้ยไม่อยากจะเชื่อ นี่เราถามเขาไปได้ยังไงนะว่าเขาเป็ใครป่านนี้ตานั่นคงคิดว่าเรามาจากบ้านป่าเมืองเถื่อนไม่รับสื่อ ไม่มีทีวีดูซะละมั๊งเฮ้อไม่น่าปล่อยไก่เลยเรา แถมยังไปขู่เขาอีก แย่ชะมัด
“เป็อะไรไปยัยขวัญทำหน้าอย่างกับจะร้องไห้แน่ะ”กัลจารีเห็นท่าทางแปลกๆ ของเพื่อนรักเลยอดถาไม่ได้
“เปล่าจ้ะ ไม่ได้เป็อะไร เอ้านี่ราดหน้าแล้วนี่ของว่างฉันไปจัดดอกไม้ต่อก่อนนะ.. เฮ้ออ” แล้วขวัญข้าวก็เดินปลงตกออกไป‘เปิ่นตลอดเลยยัยขวัญข้าว’
“เป็อะไรของเขานะ” กัลจารีพึมพำแล้วก็ตักอาหารฝีมือเพื่อนรักทานอย่างเอร็ดอร่อย
“อาหารที่นี่อร่อยจังเลยนะครับไม่ว่าจะอาหารคาวอาหารหวานฝีมือแม่นวลใช่มั๊ยครับลุงขิ่น” ภัสกรพูดกับลุงขิ่นขณะที่กำลังรอเอาจานสำรับกลับ
“ไม่ใช่หรอกครับคุณ สำรับนี้ฝีมือคุณขวัญครับคุณขวัญเธอชอบทำอาหารแล้วก็เรียนมาทางนี้โดยตรงเธอเลยอาสาช่วยแม่นายเตรียมเื่อาหารการกินระหว่างที่อยู่ที่นี่นะครับ”ลุงขิ่นอธิบาย
‘คุณขวัญเหรอ ฝีมือดีแฮะจะใช่ผู้หญิงที่เรือนกระจกคนนั้นรึเปล่านะ’ กวินคิดในใจ
“แหมชักอยากทำความรู้จักคุณขวัญของลุงแล้วสิอยากรู้นักว่าเพื่อนสนิทของคุณหนูกัลจารีจะนิสัยเหมือนกันรึเปล่า”ภัสกรพูดพร้อมกับยิ้มให้ลุงขิ่นอย่างอารมณ์ดี ภัสกรเองก็ชอบสรรหาของอร่อยทานถึงจะมีอาชีพเป็นายแบบภัสกรก็ไม่รีรอที่จะทานอาหารอย่างที่้าเพราะเขาหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แทนที่จะต้องงดของโปรดหรืออาหารจานอร่อยคุณหญิงกรกนกแม่ของภัสกรก็ฝีมือดี ชอบเข้าครัวทำอาหารอร่อยให้เขาทานเป็ประจำแล้วเขาจะขัดใจท่านได้ไงละ จริงๆ ก็ชอบกินกันทั้งบ้านนะละ
“เดี๋ยวเย็นนี้คงได้เจอกันละครับ คุณขวัญนะเรียบร้อยน่ารักเหมือนกับคุณจานั่นละครับ”ลุงขิ่นเอ่ยชม
‘ถ้าเรียบร้อยน่ารักเหมือนยัยจาก็คงจะแสบเหมือนกันแหงๆต้องระวังหน่อยแล้วเราปกติคนเดียวก็เกือบแย่แล้วนี่ถ้ามียัยตัวแสบสองคนก็ยิ่งแย่ดิอ้ะแต่เรามีผู้ช่วยมาด้วยนี่หว่าขอลองดูท่าทีก่อนละกัน ทำอาหารเก่ง แม่บ้านแม่เรือนขนาดนี้อาจจะเรียบร้อยจริงก็ได้แฮะ’ภัสกรคิดในใจ
“นี่นายกร ฉันขอไปเดินเล่นย่อยอาหารแถวนี้หน่อยนะเดี๋ยวมา” กวินบอกเพื่อนแล้วเดินออกไปพร้อมกับคิดในใจว่าอาจจะได้เจอสาวดุคนนั้นอีกก็ได้ อยากจะรู้นักว่าไม่รู้จักหรือแกล้งทำเป็ไม่รู้จักเขากันแน่คนบ้านนี้คงไม่ใจร้ายขนาดห้ามหรือไม่มีทีวีให้คนในบ้านดูหรอก
“คำเอ้ย คำเอ้ยจ้ะช่วยหยิบแจกันแก้วสีฟ้าข้างหลังให้หน่อยสิจ้ะ”ขวัญข้าวกำลังตั้งหน้าตั้งตาจัดดอกไม้สำหรับงานคืนนี้อย่างตั้งใจ โดยไม่ได้หันไปดูแขกที่เข้ามาใหม่
“ขอบใจมากจ้ะคำเอ้ยจะไปทำอะไรก็ไปเถอะทางนี้ฉันจัดการต่อเอง”ขวัญข้าวพูดขณะก้มหน้าก้มตาจัดดอกไม้ต่อไปโดยไม่หันมามองคนที่ตอนนี้มานั่งจ้องตัวเองจัดดอกไม้อยู่ข้างๆแล้วขวัญข้าวก็รู้สึกแปลกใจเมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวบนโซฟาตัวเดียวกับที่ตัวเองนั่งอยู่ในเมื่อเธอเองก็บอกให้คำเอ้ยไปช่วยงานที่อื่นแล้วนี่นา
“ทำไมจ้ะคำเอ้ยอยากเรียนจัดดอกไม้เหรอมางั้นเดี๋ยวฉันสอนให้นะ เริ่มจากเอาโอเอซิสที่แช่น้ำไว้ตรง..ว๊ายยย” ขวัญข้าวใทันทีที่รู้ว่าคนที่อยู่ข้างตัวไม่ใช่คำเอ้ยอย่างที่ตัวเองคิด แล้วปฏิกิริยานั้นก็ทำให้เธอเผลอปัดมือไปโดนหนามกุหลาบที่อยู่บนโต๊ะจนโดนเกี่ยวเป็แผลทำให้กวินที่ไม่คิดว่าจะทำให้หญิงสาวตรงหน้าใจนได้รับาเ็รีบคว้ามือคนตัวเล็กตรงหน้ามาทันที
“คุณเป็อะไรมากรึเปล่าครับ เืออกด้วย”กวินพูดพร้อมกับจับมือของคนตรงหน้าแล้วเริ่มลงมือห้ามเืที่ปลายนิ้วทันทีด้วยยาสมานแผลขนานเอกตามความเข้าใจของตนเขาใช้ปากดูดซับเืที่ซึมออกมาโดยไม่นึกเลยว่าหญิงสาวตรงหน้าจะรู้สึกยังไงด้วยความใขวัญข้าวเลยนั่งนิ่งปล่อยให้ชายหนุ่มห้ามเืตามแบบฉบับของเขาต่อไป
“อุ๊ย.. เจ็บนะคุณ ทำอะไรน่ะปล่อยมือนะ” ความเจ็บแปลบที่ปลายนิ้วทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวสะบัดมือออกทันที
“ผมแค่ห้ามเืให้เองนะครับ ไม่ได้คิดจะทำอะไรสักหน่อยแล้วนี่คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ”ชายหนุ่มทำให้หญิงสาวอึ้งเพราะดูท่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินเธอจริงๆเพราะเขาหันกลับมาตั้งคำถามใส่เธอหน้าตาเฉย ขอบอกว่าเฉยมากจริงๆจะเรียกว่าเนียนก็ได้ กวินลืมคิดไปว่าผู้หญิงไทยค่อนข้างถือในเื่แบบนี้อีกอย่างเขากับเธอยังไม่รู้จักกันแม้แต่ชื่อแต่เขาดันทำแบบนี้ซะแล้วเป็ใครก็คงใเอ๊ะหรือว่าจริงๆ แล้วไม่ได้ใกับการกระทำของเขาแต่ใเพราะเจอดาราที่แกล้งทำเป็จำไม่ได้มาอยู่ตรงหน้าอีกครั้งกันแน่กวินคิดในใจพลางคอยดูปฏิกิริยาของคนที่อยู่ตรงหน้าว่าจะทำยังไงต่อไป
“คุณ คุณกวินคุณมานี่ได้ยังไงกันคะ แล้วเพื่อนคุณละ” ขวัญข้าวถามด้วยใจที่ยังคงเต้นแรงจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่
“อ้าว ตกลงคุณรู้จักชื่อผมด้วยเหรอครับแล้วก่อนหน้านี้ทำไมแกล้งทำเป็จำไม่ได้ล่ะ” กวินสงสัย สงสัยจริงๆ นะ
“นี่คุณฉันไม่ได้แกล้งนะใครจะไปนึกว่าดารานายแบบชื่อดังอย่างคุณกับเพื่อนของคุณจะมาอยู่บนเขาในเวลาแบบนี้ละ”ขวัญข้าวนึกโมโหในคำกล่าวของคนตรงหน้า ‘หนอยมาหาว่าเราแกล้งทำเป็ไม่รู้จักจะหาเื่กันรึไง รู้ยะว่าดังแล้วไงยะฉันจะไปรู้เหรอว่าคนดังอย่างนายจะมาเดินเป็ชาวเขาอยู่แถวนี้ไม่ได้มีผู้สื่อข่าวคอยแจ้งให้รู้ล่วงหน้านิจะได้หลบไปให้พ้นๆ อยากเจอตายล่ะ’
“ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าผมเป็แขกของคุณวิศาล”กวินตอบอย่างใจเย็น เมื่อััได้ถึงความหงุดหงิดของหญิงสาวตรงหน้า
“แล้วฉันจะรู้ได้ไงคะว่าแขกของคุณพ่อจะมีดาราดังมาด้วยแล้วยังมากันั้แ่เช้าอีกคนอื่นเขามาร่วมงานเย็นกันทั้งนั้น ไม่สงสัยก็แปลกแล้ว” ขวัญข้าวโต้กลับ
“โอเคครับ โอเคไม่รู้ก็ไม่รู้ว่าแต่ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ” กวินถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัยอีกครั้ง
‘ตานี่พูดตัดบทกันซะงั้น น่าโมโหชะมัด’ขวัญข้าวรู้สึกหงุดหงิดยิ่งขึ้นเมื่อเห็นท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาวของคนตรงหน้าก็แน่แหละท่าทางตานี่กวนใช่ย่อย แต่จริงๆ เขาไม่มีอะไรนะถ้าเพื่อนสนิทอย่างนายภัสกรกับดนัยอยู่ก็คงพอจะช่วยอธิบายบุคลิกลักษณะขวานผ่าซากของคนตรงหน้าที่ไม่มีอะไรแอบแฝงให้หญิงสาวปลงได้แต่บังเอิญทั้งสองคนไม่ได้อยู่ที่นี่ซะด้วยสิ
“คุณเห็นฉันทำอะไรอยู่ละคะปลูกดอกไม้อยู่มั๊ง”ขวัญข้าวตั้งใจพูดจากวนเพราะรู้สึกไม่สบอารมณ์กับท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของชายหนุ่มข้างกาย
“ปลูกดอกไม้ เขาปลูกกันแบบนี้เหรอครับผมเพิ่งรู้นะเนี่ย ทำให้ดูหน่อยได้ไหมครับ”กวินถามเพราะั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยทำสวน จับจอบ ส้อมหรือเสียมเลยสักครั้งแต่ใครจะไปนึกละว่าเขาไม่รู้จริงอ่ะ คนตัวเล็กเลยเข้าใจว่าโดนกวนโมโหเข้าอย่างจังเลยล่ะ
“นี่คุณอย่ามากวนโมโหนะ คนกำลังตั้งใจทำงานจัดดอกไม้มันต้องใช้สมาธินะรู้รึเปล่าฉันว่าเชิญคุณออกไปเดินเล่นข้างนอกหรือรีบกลับไปที่พักซะดีกว่าคะป่านนี้เพื่อนของคุณคงหาตัวคุณทั่วแล้วละ” ‘ตัวป่วนแบบนี้ปล่อยมาเพ่นพ่านได้ไงเนี่ยเพิ่งรู้ว่าดาราดังๆ นิสัยแย่ชอบกวนโมโหคนอื่นเชอะ
“ทำไมคุณพูดแบบนั้นละครับ ผมไม่ได้กวนโมโหสักหน่อยคุณบอกว่าปลูกดอกไม้ผมก็แค่อยากรู้วิธี แล้วตอนนี้คุณกลับบอกว่ากำลังจัดดอกไม้ตกลงใครกันแน่ครับที่กวน” กวินเริ่มมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง เพราะั้แ่เกิดมายังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนพูดจากวนโมโหแถมยังไล่เขาอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้มาก่อนในชีวิตเขามีแต่ผู้หญิงคอยเข้าหาตลอดไม่ใช่ว่าเขาเป็คนหลงตัวเองหรอกนะแต่มันเป็แบบนั้นจริง ‘เอ๊ะคิดดูอีกทีหรือว่ายัยคนนี้ตั้งใจจะเรียกร้องความสนใจจากเขา ตอนเช้าก็ทีหนึ่งแล้วทำเป็ไม่รู้จักเขาพอตอนนี้กลับนึกออกว่าเขาเป็ใคร พอพูดด้วยดีๆ ก็หาว่าเขากวนโมโหั้แ่เข้าวงการมา มีผู้หญิงมากมายพยายามหาทางเข้าใกล้เขาด้วยวิธีการต่างๆที่เขาเองยังนึกไม่ถึง ทั้งแกล้งเดินมาชน ลงทุนมาให้รถเขาเฉี่ยวแกล้งเป็ลมต่อหน้า ถึงขนาดปลอมเป็สต๊าฟเข้ามาในกองถ่ายก็มีนับประสาอะไรกับมุขเรียกร้องความสนใจง่ายๆ แบบนี้ เสียดายหน้าตาก็ออกจะดีไม่น่าคลั่งดาราเลยแฮะ’ กวินคิดในใจแล้วรอดูท่าทีว่าหญิงสาวจะทำยังไงต่อ