ตามคำสอนของท่านปราชญ์ขงจื้อ“สี่คุณธรรม สามคล้อยตาม” จึงเป็สตรีดีงาม
สี่คุณธรรมได้แก่ มารยาทงาม วาจาอ่อนน้อม ใบหน้าสะอาด การเรือนเพียบพร้อม
สามคล้อยตามคือ ไม่ออกเรือนเชื่อฟังบิดา ออกเรือนเชื่อฟังสามี แม้สามีเป็ไปก็ยังต้องเชื่อฟังบุตรชาย
นี่คล้ายเป็สิ่งสมควรแต่หากพินิจอย่างถ่องแท้ จะเห็นได้ว่าผู้ที่กำหนดกฏเกณฑ์ต่างๆ ในสังคมล้วนเป็บุรุษเพศและผู้ที่ได้รับประโยชน์ส่วนมากก็เป็บุรุษ ซึ่งคนเราถ้าแต่ละวันมัวคล้อยตามผู้อื่น ไม่อาจตัดสินเื่ราวจะทำการใหญ่ได้อย่างไรอย่าว่าแต่รับราชการงานเมือง แม้ชีวิตความเป็อยู่ก็ยังไม่สามารถเลือกสิ่งที่ตนพึงใจอย่างแท้จริงส่วนเื่ความรักก็ได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในหอห้อง รอชายแปลกหน้ามาสู่ขอ กระทำเช่นนี้จนเคยชินกลายเป็ทางปฏิบัติ เป็ธรรมเนียม เป็จารีต เป็วัฒนธรรมประเพณี กล่าวได้ว่าสตรีใช้ชีวิตเป็เบี้ยล่างบุรุษมานานนับพันปี
อยู่มาวันหนึ่งพระนางบูเช็กเทียนเสด็จขึ้นครองราชย์ เป็สมเด็จพระจักรพรรดินี ผู้มีอำนาจมากที่สุดในแผ่นดิน
ทุกคนจึงทราบว่าสตรีก็มีความฉลาด ความเข้มแข็ง ความอดทน
และที่สำคัญมีหัวใจ
เมื่อสตรีเป็เ้าแผ่นดินย่อมเข้าใจในอิสตรี ความข้อนี้จะเป็จริงหรือไม่ ไม่สำคัญ ขอเพียงเชื่อมั่น ก็จะมีกำลังขวัญ เมื่อมีกำลังขวัญก็จะมีการกระทำ เช่นนี้แม้แต่สาวชาวบ้านยังกล้าที่จะเอ่ยปากฝากรักกับหนุ่มน้อยที่หมายปองอย่าว่าแต่แม่นางในยุทธจักรซึ่งโดยทั่วไปไม่ยึดติดในกรอบประเพณีเท่าใด จึงปรากฏหญิงงามออกโลดแล่นสร้างความปั่นป่วนให้กับจอมยุทธหนุ่มแก่ทั่วหล้า
แม้แต่บุรุษถือพัดหน้าตาธรรมดาๆผู้หนึ่ง ก็มิอยู่ในข่ายได้รับการละเว้น
มันไม่นิยมเที่ยวซ่องคณิกาไม่ชอบงานเลี้ยงอึกทึกครึกโครม ไม่หวังเสี่ยงโชคในโรงบ่อน เมื่อรัตติกาลมาเยือนจะไปที่ใด
ได้แต่หอบสังขารกลับโรงเตี๊ยม
โรงเตี๊ยมสะอาดสะอ้านมีสองชั้นชั้นล่างย่อมเป็ร้านอาหาร จานเป็ดของที่นี่ขึ้นชื่อ สุราก็ลือชา เสี่ยวเอ้อผู้มัธยัสถ์วาจายังคงรอต้อนรับ
"เนื้อเป็ดผัดต้นหอมหนึ่งจานสุราหนึ่งไห"
น้ำเสียงอิดโรยไปบ้าง
ชั้นสองเป็ส่วนของที่พักห้องหับของที่นี่แม้ไม่หรูหรา แต่ให้ความสบาย ของใช้ตกแต่ง ไม่มากไป ไม่น้อยไป คืนก่อนเคยอยู่อย่างสำราญคืนนี้ใช้สุราข่มคำนึง
คนห่อเหี่ยวอ่อนล้าฝีเท้าเชื่องช้าทรุดโทรม
สุราอาหารจัดวางบนโต๊ะทอดตาไปยังราตรี
ร่ำสุราเคล้าจันทรา
บัดนี้จึงทราบว่ากลิ่นหอมเมื่อคืนก่อนมิใช่ดอกโบตั๋น
เทียนในห้องดับลงแต่คนยังมิอาจนอน
สายตาพลันเหลือบเห็นเงาร่างสายหนึ่งโลดแล่นอยู่ตามหลังคาบ้านดิน มิไกลออกไปเท่าใดชั่วพริบตาก็หายไปหลังกำแพง
จำได้ว่าแถวนั้นมีประตูสีแดงสูงสิบห้าเชี๊ยะสองฟากยืนไว้ด้วยนักบู๊ข้างละสิบคน
นี่มิใช่เื่ของมัน
แต่ก็อดเป็ห่วงม้าตาหวานตัวนั้นมิได้
“เจียเจีย”ะโลงจากหลังคา แทบจะไร้ซุ่มเสียงแนบร่างไปกับเงามืดวิชาตัวเบาเหนือล้ำกว่ามาตรฐานชาวยุทธทั่วไปอยู่เล็กน้อย
ั้แ่อายุครบสิบแปดปีความงามของนางก็เด่นชัดล้ำหน้าเกินหญิงสาววัยเดียวกันในลั่วหย่าง แม้จะมีจิตใจที่น่ารัก ใบหน้างดงาม แต่ด้วยนิสัยโลดโผนสู้คนและวีรกรรมการ หยอกล้อหักหน้าบุรุษเป็ของกินเล่นยามว่าง ก็สร้างความครั่นคร้ามให้แก่ชายหนุ่มทั่วไป จนถึงขั้นมีเสียงร่ำลือว่าผู้ที่ทำให้ “บ้วยหวานดักปักษา” ขุ่นเคือง ย่อมไม่อาจใช้ชีวิตสุขสงบได้แม้ราตรีหนึ่ง
หรือนี่คือราตรีนั้น
แม้ท่าร่างจะรวดเร็วแต่นางไม่รีบร้อน ขยับกายอยู่ตามเงามืดสายตาสอดส่ายคล้ายค้นหาถุงเงินตกหล่น
ขณะที่กำลังจะลอยตัวขึ้นบนหลังคาอีกครั้งบุรุษหนึ่งก็ยืนตามปล่อยตัวตามสบายอยู่เบื้องหน้าในมือโบกพัดผ้าไหม
"คาดอยู่แล้วว่าท่านต้องมานี่แสดงว่าคนแม้ไร้มารยาท แต่ยังไม่ขาดน้ำใจ"
มันต้องถอนหายใจเล็กน้อย
"ยามวิกาลเช่นนี้สตรีดีงามควรอยู่ในหอห้อง"
"ผู้ใดบอกว่าข้าพเ้าเป็สตรีดีงาม"
"ย่อมมี"
"ใคร"
"ข้าพเ้า"
แม้อยู่ในความมืดยังเห็นแก้มบางมีสีชมพูระเรื่อ
"นั่นเป็ท่านคาดเดาไปเอง"
"อย่างน้อยก็ควรระแวดระวังภัย"
"สตรียุคนี้สามารถปกป้องตัวเอง"
"ปกป้องภัยเื้ั"
นางหยุดชงักแววตาเคลือบแคลงสงสัย แต่ยังอดหันหลังไปมองมิได้นั่นทำให้เกือบร้องออกมาด้วยความตระหนก
เงาดำมะเมี่ยมสายหนึ่งยืนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้นผมยาวสีดำ เล็บสีดำ เสื้อคลุมสีดำ ตลอดร่างไม่มีสีอื่น
แต่สิ่งที่ทำให้นางหวาดกลัวก็คือ แม้แต่ดวงตาของมันก็เป็สีดำมืดกว่าราตรีไร้ดาว ไม่มีส่วนของลูกตาขาวแม้แต่น้อย นี่ย่อมมิใช่ดวงตา ของผู้คน
ภูตผี...
ขณะที่คิดนางก็มายืนด้านหลังบุรุษถือพัดแล้ว
ความรวดเร็วของท่าร่างความเด็ดขาดของการตัดสินใจ แม้แต่หอกสยบฟ้า ยังต้องกราบเป็อาจารย์
"วิธีป้องกันตัวของท่านประหลาดดีแท้" บุรุษหนุ่มกระเซ้า
"บุรษย่อมมีหน้าที่ปกป้องสตรีดีงาม"
"ใครเป็สตรีดีงาม"
"ข้าพเ้า"
มันยิ้ม
เงาดำกลับหัวเราะเสียงแหลมแหบแห้งสะท้อนกำแพงก้องไปมา ฟังดูคล้ายกับหมาไน
ดึกดื่นคืนค่ำ หากมีเงาดำมายืนหัวเราะต่อหน้าท่าน ต่อให้มิหวาดกลัว ก็ต้องหวั่นไหว
แต่บุรุษหนุ่มยังคงโบกพัดช้าๆร่ำไรอ้อยอิ่ง
เจียเจียยืนใจสั่นสะท้านอยู่ด้านหลังต้นขาอวบอัดคล้ายอ่อนแรงลงไป ต้องเอื้อมมือไปจับชายเสื้อบุรษที่ยืนบังอยู่ข้างหน้าแต่ตายังแอบจ้องที่เงานั่น
ทันใดนั้นเงาดำก็ถลึงตาโปนสีดำมาให้นางแล้วมันก็หายวับไปต่อหน้า ทั้งที่นางยังจับตามองอยู่
นางกรีดร้องออกมา
พัดสะบัดไปก่อนแล้ว
เสียงน่าอึดอัดคล้ายสิ่งของทึบหนักกระทบกันดังขึ้นเบื้องบนศีรษะ ชายเสื้อหลุดไปจากมือ เมื่อนางหันขึ้นไปดูไม่เห็นสิ่งใด เมื่อหันกลับมาพัดและคนก็ไม่อยู่ตรงนั้น
ขนทุกส่วนในร่างกายของนางชูชัน
ได้เวลาหญิงสาวดีงามกลับหอห้อง