ตอนที่ 10
เป็นอันว่าบอดีการ์ดเกือบหมดท่า...
ยิ่งคืนฉายไม่ถูกโฉลกกับเพศที่สามเท่าไหร่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกให้เขาได้มีโอกาสใกล้ชิดกับบุคคลประเภทนี้มากขึ้นเท่านั้นมากจนเกือบเสียศูนย์...เมื่อวานก็โดนนายแม่ ‘ฉกกะปู๋’ ไปหนึ่งครั้ง วันนี้ยังโดน ‘ขยำช้างน้อย’ อีก แถมรอบนี้ยังคูณสองเสียด้วยมิหนำซ้ำยังถูกบันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐานอีกต่างหาก
ที่สำคัญ...ผู้ที่บันทึกนั้นก็คือคุณหนูปูจ๋าซึ่งตอนนี้ส่วนลึกในใจเขามองหล่อนเหนือไปจากความเป็นคุณหนูตัวดี...เป็นลูกสาวนายจ้าง...เป็นน้องสาวของเพื่อนเปรียบหล่อนเสมือนเป็น ‘คู่ปรับ’
เมื่อคืนฉายขอพูดกับปรีดิ์รติเป็นส่วนตัวในห้องทำงานโดยไม่มีเก้งกับกวาง ผู้เป็นชนวน...หรือมีสาวๆหน้าไหนคอยสอดรู้สอดเห็นเขาจึงเอ่ยเสียงเข้มพร้อมกับวางท่าขึงขัง
“ผมขอให้คุณหนูลบคลิปที่ถ่ายเอาไว้ให้หมดดีกว่าครับทั้งของวันนี้ แล้วก็ของเมื่อวาน”
ปรีดิ์รติได้ทีกำลังถือไพ่เหนือกว่า มีหรือที่จะทำตามคำขอของชายหนุ่ม ดังนั้นหล่อนจึงเอนหลังพิงพนักสูงอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานอย่างสบายอกสบายใจยิ้มแค่นอย่างสะใจ “นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่ง ฉันไม่มีทางลบภาพพวกนั้นแน่”
“ทั้งเมื่อวานทั้งวันนี้ เป็นแผนการของคุณหนูใช่ไหม”
เมื่อหล่อนไม่ตอบสนองความต้องการคืนฉายจึงเปลี่ยนไปถามตรงประเด็น แต่ดูเหมือนว่าผู้ถูกถามไม่ได้นึกหวาดเกรงต่อสีหน้ามึนตึงของอีกฝ่ายเท่าใดนัก จึงตอบเสียงสะบัด “ถ้าใช่...แล้วนายจะทำไม”
คืนฉายพยายามกลั้นอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมาด้วยการถอนหายใจหนักๆ “นี่คุณหนูกำลังต้องการแก้เผ็ดผมใช่ไหม”
“ไม่น่าจะถามฉันบอกแล้วยังไง ว่าไม่ชอบขี้หน้านายและไม่เคยอยากได้บอดีการ์ดหน้าไหนมาคุ้มกันทั้งนั้น ถ้าคิดว่าทนไม่ไหวก็ลาออกไปซะตั้งแต่ตอนนี้ เผื่อฉันอาจจะเปลี่ยนใจทำลายคลิปพวกนั้นทิ้งก็ได้...แต่ถ้ายังดึงดันที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไปก็เตรียมตัวไว้ได้เลย เพราะที่เจอ มันยังแค่เบาะๆเท่านั้น มันยังไม่ใช่ของจริงแต่ก็จะให้โอกาสนะ...ถ้านายเชื่อฟังคำสั่งของฉัน ไม่กวนประสาท ไม่ยุ่มย่าม วุ่นวายบางที ฉันอาจจะใจอ่อนก็ได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ ทำให้ฉันไม่สบอารมณ์รับรองว่าคลิปของนายได้โชว์ว่อนเน็ตแน่”
ยิ่งโต้เถียงดูเหมือนว่าปรีดิ์รติจะยิ่งยอกย้อน และคืนฉายจะเสียเปรียบอยู่วันยังค่ำดังนั้นเขาจึงเดินหนีออกมาจากห้องทำงานของหญิงสาว ไปยืนหลบมุมอยู่ด้านข้างของอาคารบริเวณที่เขากำลังยืนกอดอก เพื่อข่มอารมณ์อยู่นั้น คือบันไดไม้แปดขั้นตีเป็นแนวยาว เบื้องหน้าแลเห็นแต่ต้นไม้น้อยใหญ่เขียวครึ้มต้นก้ามปูซึ่งสูงใหญ่กว่าต้นอื่นแผ่กิ่งก้านจนเกิดเงาร่มทอดตัวไปตามพื้นหญ้าสีเขียวซึ่งตัดเรียบเตียนส่วนแนวที่เป็นทางเดินนั้นโรยกรวด มีแผ่นศิลาวางเป็นทางยาวไปจนถึงสะพานไม้ซึ่งทอดข้ามเหนือลำคลองเล็ก
คืนฉายเดินเลาะตามแนวแผ่นศิลามายืนอยู่กึ่งกลางสะพานไม้ ซึ่งตีแผงเหล็กกั้นสองฝั่งทาสีเขียวแก่สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือเก้าอี้ไม้สัก แขนโค้ง ทรงรถถัง ซึ่งตั้งไว้คู่กันโดยมีโต๊ะเล็กตั้งคั่นกลางบนโต๊ะนั้นมีหนังสือการจัดสวนปกหนาวางซ้อนกันอยู่สองเล่มข้างกันคือถ้วยน้ำชาใบจิ๋วกับกาน้ำเข้าชุด ในถ้วยยังมีน้ำชาเต็มควันโชยกลิ่นหอมฉุย
บรรยากาศโดยรอบซึ่งร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ ผนวกเข้ากับเสียงนกแว่วอยู่ไกลๆ ทำให้เขาปลอดโปร่งลืมความหงุดหงิดจากการโต้เถียงกับคุณหนูไปได้ชั่วขณะเขาจึงหย่อนก้นลงนั่งที่เก้าอี้ มือสองข้างกุมวางอยู่บนหน้าตักปล่อยใจไปกับความหอมของกลิ่นใบชาที่ลอยมาเตะจมูก ขณะเริ่มปิดเปลือกตาลงเบาๆ
นานเกือบสิบนาทีซึ่งทำให้ใจสงบพอที่จะตั้งต้นใหม่ คิดหาทาง ‘แก้ลำ’ คุณหนูตัวแสบได้อย่างไร
ครั้นลืมตาขึ้นเบาๆแทนที่เบื้องหน้าจะเป็นราวสะพานเหล็ก มีฉากหลังเป็นความเขียวของขจีแต่สิ่งที่เห็นตรงหน้า กลับกลายเป็นผู้หญิงแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักมักคุ้นกำลังยืนพิงราวเหล็กบนสะพาน ทอดสายตามองเขาอย่างอ่อนโยน
เสียงหล่อนหวานเจื้อยแจ้วขึ้นว่า “ฉันมากวนจนทำให้คุณตื่นหรือเปล่าคะ”
....................................................