บทที่ 43
“เห้ย!! นายสองคนไม่ต้องสุภาพกับฉันมากขนาดนั้นก็ได้ ตอนนี้ฉันได้ทำการถอนหุ้นออกจากเครือ NPC แล้ว นั่นเท่ากับว่าฉันไม่มีสิทธิ์ในการจอดรถในชั้นผู้บริหารนี้ พวกนายไม่ไล่ฉันออกไปจะดีเหรอ” ไอซ์ที่ยังคงปั้นหน้ายิ้มนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีพัดลมเป่าสบายๆอยู่เอ่ยขึ้นกับหน่วยรักษาความปลอดภัย พวกเขาสองคนได้แต่มองหน้ากันและกัน โดยที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี“เออ..คือ.. พวกเรายังไม่ได้รับการยืนยันในเรื่องนี้ ดังนั้นพวกเราไม่กล้าหรอกครับ” หน่วยรักษาความปลอดภัยกล่าวตอบกับไอซ์ หากไม่มีการยืนยันจากหัวหน้าของพวกเขา พวกเขาก็ยังถือว่าไอซ์นั้นมีสิทธิ์ที่จะจอดอยู่ตรงนี้ได้โดยไม่ผิดกฎแต่อย่างใด“อย่างนั้นเหรอ.. ว่าแต่เจ้านายของพวกนายจะมาเมื่อไหร่เนี้ย ฉันไม่ได้มีเวลามานั่งเล่นทั้งวันนะจะบอกให้..”ไอซ์กล่าวบ่นด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม เรื่องนี้มันจะทำให้เขาสนุกได้แค่ไหนกัน นั่นคือสิ่งที่เขากำลังสงสัยอยู่ เรื่องของหุ้นของเครือ NPC เขาไม่ได้เครียดเลยแม้แต่น้อย ยังมีอีกหลายเครือที่เขาสามารถซื้อได้ กะอีแค่เครือเดียวจะไปสนใจทำไมให้วุ่นวาย ไอซ์นั่งรอสักพัก ชายรูปร่างอ้วน ดูจากอายุก็น่าจะไม่เกิน 40 ปี มันวิ่งมาทางเกศราด้วยพุงที่กระเพื่อมของมัน“ที่รัก เป็นยังไงบ้าง.. เดี๋ยวผมเรียกรถพยาบาลให้.. มันใช่ไหมที่กล้าทำร้ายคุณขนาดนี้” เกศราที่ได้ยินสามีกล่าวเธอก็พยักหน้าให้ทันที จากที่ฟังบทสนทนาของชายหนุ่มตรงหน้าเมื่อสักครู่ เขาเพิ่งจะถอนหุ้นออกไป ก็เท่ากับว่าตอนนี้เขาคนนี้ไม่ได้เป็นเจ้าของห้างอีกต่อไปแล้ว“ใช่ค่ะที่รัก โอ๊ย! ฉันเจ็บไปหมดแล้ว.. ทั้งๆที่เขาไม่ได้เป็นผู้บริหาร ความสัมพันธ์อะไรกับห้างก็ไม่มี แต่เขาก็ยังมาจอดที่นี่ แถมยังเป็นที่ที่คุณให้ฉันจอดประจำ ฉันขอร้องให้เขาย้ายออกไป แต่เขากลับ.. โอ๊ย! เขาทุบตีฉัน สามี คุณต้องช่วยฉันนะ” เกศราเล่าเรื่องออกไป แน่นอนว่ามันขัดกับความจริงที่มันเกิดเป็นอย่างมาก“ใช่ๆ มันเป็นอย่างที่เธอพูดมานั่นแหละ พอดีว่าเธอขวางหูขวางตา ฉันก็เลยตบสั่งสอนไปนิดหน่อย นายพุงย้อยนายอย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลย เลิกแล้วต่อกันให้มันจบๆไป โอเคไหม” ไอซ์ยังคงยั่วโมโหอีกฝ่าย และแน่นอนว่ามันได้ผลเป็นอย่างดี ไม่นานหน่วยรักษาความปลอดภัยอีกหลายสิบคนก็วิ่งมาด้านหลังของนายพุงย้อย“พุงย้อย?.. เลิกแล้วต่อกัน?.. ได้กับผีแกน่ะสิ แกคิดว่าแกทำเรื่องขนาดนี้แล้วยังจะได้กลับไปแบบครบ 32 อีกหรือไง..พวกแกสองคนมัวทำอะไรล่ะ ทำไมไม่จับมันเอาไว้ ไม่พอยังให้เก้าอี้มันนั่ง เอาพัดลมมาเป่าอีก พวกแกอยากจะตกงานมากใช่ไหม” นายพุงย้อยกล่าวอย่างโมโห ก่อนจะหันมาด่ากับพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งสองที่ทำสีหน้าบอกบุญไม่รับ“คุณธนา เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ..” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยวิ่งมาใกล้ก่อนจะเอ่ยถามกับเจ้านายของพวกเขาในทันที“จะอะไรซะอีกล่ะ ลูกน้องของแกไง ปล่อยให้ใครไม่รู้เข้ามาในพื้นที่ของผู้บริหาร ไม่พอมันยังกล้าทำร้ายภรรยาของฉันอีก ถ้าแกยังพอฉลาดอยู่บ้างก็อัดมันให้เละซะ” ธนาหรือนายพุงย้อยเอ่ยขึ้นอย่างโมโห“ครับคุณธนา.. พวกนายสองคน มันเกิดอะไรขึ้น พวกนายไม่น่าจะทำหน้าที่ผิดพลาดได้นี่” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยยังคงใจเย็น เขาผ่านงานประเภทนี้มาเยอะมากแล้ว การมองสถานการณ์ทั้งหมดให้ออกเป็นหน้าที่ของเขา ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้มาไกลถึงจุดนี้หรอก อีกอย่างสองคนที่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยในชั้นนี้ เขาเป็นคนคัดมาเองกับมือ ทั้งซื่อสัตย์ ทำงานเก่ง และมีเหตุมีผล ทั้งสองคนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะยื่นกระดาษที่แสดงถึงรายชื่อผู้มีสิทธิ์ในการใช้พื้นที่ให้กับหัวหน้าของตัวเองดู“ชายคนนี้ชื่อว่า อนุวัฒน์ เราได้เปรียบเทียบรายชื่อกับบัตรประชาชนแล้วพบว่าเขาเป็นผู้ถือหุ้นเครือ NPC ของเราจำนวน 7.5 เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่าผมไม่ได้ทำอะไรเกินเลยครับหัวหน้า” หน่วยรักษาความปลอดภัยกล่าวรายงานกับหัวหน้าค่อนข้างเสียงดัง ธนาที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันมองหน้าภรรยาที่กำลังจะทำให้เขาเดือดร้อนด้วยดวงตาราวกับสัตว์ร้าย“สามี ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าเขาคือใคร.. แต่เมื่อครู่เหมือนว่าเขาจะขายหุ้นของเครือทิ้งไปแล้ว นั่นก็เท่ากับว่าเขาไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับเครือห้าง NPC แล้ว ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น สามีต้องจัดการเขาให้ได้นะ” เกศรากล่าว“จริงอย่างนั้นเหรอ?..” ธนากล่าวด้วยความที่เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ไอซ์ก็ไม่อยากจะรออะไรอีก“ใช่ที่เธอกล่าวเป็นความจริง ทำไมนายไม่ลองโทรไปถามกับต้นสังกัดสาขาใหญ่ดูล่ะ ก่อนที่จะลงมือทำอะไรได้สะดวกๆ..” ไอซ์กล่าวยืนยันด้วยอีกคนหนึ่ง เขาหยิบมือถือเพื่อที่จะเช็กอีกครั้งหนึ่งว่ามันเป็นความจริงหรือไม่ เขาเข้าเว็บไซต์เช็กรายชื่อพนักงาน และผู้บริหารของทางเครือห้างในทันที มันทำงานแบบเรียวไทม์ที่มีการแก้ไขทุกนาที ดังนั้นที่เขาจะเห็นก็คือผลรายงานล่าสุด มันเคยมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นมาก่อน พนักงานที่ถูกไล่ออกกลับมาขโมยของบนห้างในยามวิกาลเป็นต้น ดังนั้นระบบนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ว่าชายตรงหน้ายังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่อีกหรือไม่ และภาพที่ปรากฏในจอแสดงผลก็ทำให้เขายิ้มออกมา“เป็นจริงอย่างที่แกพูด.. ดังนั้นก็แปลว่าตอนนี้แกกำลังทำผิดกฎอยู่... และฉันไม่ต้องเกรงใจแก” ธนากล่าว เกศราที่ได้ยินก็ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย ก่อนจะทำเป็นเจ็บเล็กเจ็บน้อย เพื่อให้ดูน่าลำเค็ญ“ก็ตามนั้นแหละ.. แล้วนายจะทำยังไงต่อล่ะ นายพุงย้อย” ไอซ์ก็ยังคงบูลลี่ธนาเหมือนเคย แน่นอนว่าธนาก็ยิ้มกลับราวกับว่าไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว“ก็ไม่มีอะไรมาก ฉันมีคติอยู่ ใครทำฉันเจ็บฉันก็จะเอาคืนเป็นร้อยเท่าพันเท่า แกทำร้ายภรรยาของฉัน ก็เท่ากับแกทำฉันด้วยเช่นกัน ฉันจะให้แกทรมานทีละเล็กทีละน้อย โดยเริ่มจาก.. รถของแกก่อนเป็นไง.. ทุบรถของมันเดี๋ยวนี้!!.” ธนากล่าวขึ้นมาเสียงดังพอประมาณ ไอซ์ที่ได้ยินก็ยักไหล่เล็กน้อย เขาไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว กลับยิ่งชอบใจมากกว่าเดิมเสียอีก หน่วยรักษาความปลอดภัยไม่มีความลังเลอีกต่อไป พวกเขาพุ่งตรงเข้าไปยังรถ BMW Z4 ก่อนจะหาอุปกรณ์อะไรก็ตามที่พบเจอ ทุบลงไปบนรถอย่างมันมือ เสียงของโลหะ เสียงกระจกที่แตกกระจาย ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเกศรา และธนา โดยที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทั้งสองได้แต่ยืนเหงื่อไหลอยู่ข้างๆหัวหน้าเท่านั้น พวกเขาได้ยินที่ไอซ์คุยโทรศัพท์ และเขาไม่ต้องการมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ นอกจากนี้พวกเขายังได้รั้งตัวหัวหน้าของเขาเอาไว้ ไม่ให้ทำอะไร พวกเขายังได้ส่งสัญญาณเป็นเชิงปฏิเสธ และอยู่เฉยๆเท่านั้น แน่นอนว่าตัวหัวหน้าเขาไม่ได้โง่ เขาเชื่อลูกน้องสองคนนี้อย่างสุดหัวใจ ไอซ์มองรถที่เขาเพิ่งจะซื้อมาด้วยอาการเฉยชา ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น“ต่อจากเศษเหล็กก็คงต้องเป็นอะไรที่อ่อนน้อยลงมาหน่อย.. ทุบมันให้กระดูกแตกไปเลย แต่อย่าให้มันตายล่ะ ข้าไม่อยากมีปัญหา..” ธนากล่าว เหล่าลูกน้องที่ได้ยินอย่างนั้นก็เริ่มเดินเข้ามาตรงหน้าไอซ์อย่างช้าๆ แต่ในจังหวะที่พวกเขาเข้ามาใกล้ได้เพียง 5 เมตร เสียงโทรศัพท์ของธนาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน“ใครแม่งมันโทรมาตอนนี้วะ..พวกแกรอแป็บหนึ่ง กูอยากเห็นมันโดนกระทืบต่อหน้าต่อตา..” ธนากล่าวกับเหล่าลูกน้องของเขา ก่อนจะกดรับสายทันที แต่เขายังไม่ทันได้กล่าวคำใดๆ แม้แต่สวัสดีครับก็ยังไม่ทันได้พูด ปลายสายก็จัดชุดใหญ่ไฟกะพริบมาก่อน..