Chapter 9
สิทธิพิเศษ
หลายวันผ่านไป
“รู้จักนวตาที่เป็ผู้ช่วยเลขาของคุณอินทรีย์ไหม?”
“เคยได้ยินชื่อมา เห็นว่ามาทำงานใหม่นี่”
“ใช่ แต่ที่พิเศษสุดๆ คือมาทำงานวันเดียวก็ได้ทำงานในห้องประธานบริษัทแล้วคงจะเป็คนโปรดของท่านประธาน”
“สิทธิพิเศษสุดๆ แบบนี้มันเด็กเส้นหรือเปล่าเนี่ย”
“ไม่รู้จ้ะ...ก็คงเด็กท่านประธานนั่นแหละ”
“แต่ปกติท่านประธานก็ไม่เอาเด็กประเภทนั้นขึ้นมาทำงานไม่ใช่เหรอ”
“คนนี้เพิ่งเรียนจบ ท่านอาจจะถูกใจมากก็เลยให้เข้ามาทำตำแหน่งตรงนี้ละมั้ง”
“งั้นเหรอ”
“เผลอๆ ไอ้ตำแหน่งที่แต่งตั้งผู้ช่วยเลขานี่อาจจะไม่มีจริงก็ได้ แค่มีขึ้นมาเพื่อดึงคนนี้เข้ามาทำงาน”
เสียงนินทาต่างลือกันไปโดยที่นวตาแม้จะไม่ได้ยินแต่ก็ััได้จากสายตาการมองของคนและเสียงซุบซิบนินทาบางส่วนที่เล็ดรอดไปถึงหู
มาทำงานได้เพียงไม่นานก็รู้สึกอยากจะลาออกซะแล้ว ความรู้สึกคืออยากจะร้องไห้ทุกวันไอ้สิทธิพิเศษอะไรจากท่านประธานไม่เคยคิดอยากจะได้สักนิด เป็สิ่งที่ได้เองโดยที่ไม่เคยร้องขอ
“เป็อะไรไปน่ะตา ทำหน้าเศร้าเชียว”
อินทรีย์ทักขึ้น ตอนนี้นวตามาเอาเอกสารจากห้องทำงานของอินทรีย์เพื่อที่จะขึ้นไปห้องประธานบริษัทอินทรีย์ััได้ว่าเด็กหนุ่มดูซึมไปจากวันแรกที่มาทำงาน
“โดนคุณภพดุมารึไง ทำใจให้สบายนะเป็เื่ปกติที่ทำงานจะต้องมีการโดนดุกันบ้าง”
“เปล่าหรอกครับคุณอินทรีย์...คุณภพใจดีกับผมมากไม่ได้ดุอะไรหรอก”
“งั้นเหรอ แล้วเป็อะไรไป ปรึกษาฉันได้นะ”
อินทรีย์เองอีกไม่กี่วันก็จะต้องเดินทางไปต่างประเทศแล้วเห็นผู้ช่วยเลขาดูซึมไม่แอคทีฟแบบนี้ก็อดเป็ห่วงไม่ได้ แล้วแบบนี้จะกล้าทิ้งหน้าที่ไปแล้วให้นวตาดูแลดรัณภพแทนชั่วคราวได้ไหมล่ะเนี่ย
“ไม่มีอะไรหรอกครับเดี๋ยวผมขอตัวขึ้นไปทำงานก่อนนะครับต้องรีบเอาเอกสารไปให้คุณภพ”
“อืม โอเคเอาเป็ว่าถ้ามีอะไรที่มันไม่ถูกใจหรือติดใจตรงไหนก็มาปรึกษาได้นะ”
อินทรีย์้าให้ความสบายใจกับลูกน้องที่อยู่ในการปกครอง ถึงแม้ว่าจะอยู่กับประธานบริษัทมากกว่าเขาที่เป็เลขาซะอีกก็ตามทีเถอะ
ได้แต่ยิ้มแล้วก็ออกมาจากห้องของอินทรีย์เพื่อมุ่งตรงไปยังห้องทำงานของประธานบริษัท
ภายในห้องทำงานที่เห็นวิวไปทั่วกรุงเทพมหานครประธานบริษัทอย่างดรัณภพกำลังนั่งตรวจดูเอกสารและข้อมูลลูกค้าที่จะต้องส่งสินค้าไปให้
“เอกสารจากคุณอินทรีย์มาแล้วครับคุณภพ”
“โอเค แล้วเป็ยังไงบ้าง่นี้…ตอนพักเที่ยงไปทานอาหารกลางวันกับพนักงานนี่เข้ากับคนอื่นๆได้มั้ย?”
“ก็ดีครับ...ได้ทำความรู้จักกับคนอื่นๆในบริษัทมากขึ้น”
ตอบไปทั้งฝืนยิ้ม ความเป็จริงแล้วจิตใจช่างห่อเหี่ยว นวตาพอจะััได้ว่าบรรยากาศมันไม่ปกติและรู้สึกว่าคนรอบข้างไม่ค่อยชอบเธอสักเท่าไหร่
“แต่พรุ่งนี้ไม่ต้องไปแล้วนะ เราจะออกไปทานข้าวข้างนอกกัน”
“ทำไมล่ะครับ”
หากเป็ตอนแรกก็คงจะค้านหัวชนฝาไม่ยอมออกไปด้วย แต่ตอนนี้เห็นทีต้องคิดใหม่เพราะดูท่าแล้วเพื่อนร่วมงานเองก็ไม่ได้ปลาบปลื้มใจอะไรในตัวของนวตามากนัก
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันต้องออกไปคุยกับลูกค้าตอนกลางวันอินทรีย์ที่เป็เลขาก็จะไปด้วย ส่วนนายก็ไปในฐานะผู้ช่วยเลขา”
“อ๋อ.. งั้นก็โอเคเลยครับ”
“แล้ววันนี้หลังเลิกงานจะไปไหนไหม”
“เอ่อ คงจะไม่ได้ไปครับ ผมเองก็คงจะกลับหอเลย”
คอบไปแบบนั้นเพราะนวตาเองก็ไม่รู้ว่าจะไปไหนหลังจากทำงานเสร็จแล้ว ออกไปไหนก็มีแต่จะเปลืองเงินฐานะทางบ้านเธอเองก็ไม่ได้ดีอะไร แถมยังต้องส่งแม่ที่ต่างจังหวัดอีก เพราะฉะนั้นการกลับห้องเลยเป็สิ่งที่ดีที่สุด
“งั้นเหรอ...งั้นไปซื้อของที่ห้างเป็เพื่อนหน่อยสิ”
“เอ๋...ไปซื้ออะไรเหรอครับ?” นวตาเอ่ยอย่างแปลกใจที่ประธานบริษัทอย่างดรัณภพชวนเขาออกไปที่ห้างด้วยกันตอนเย็น
“ซื้อของใช้เล็กน้อยน่ะ”
“ก็ได้ครับ”
เห็นว่าตัวเองก็ไม่ได้มีธุระไปไหนจึงรับปากไปอย่างนั้น อย่างมากก็คงจะไปซื้อของใช้เข้าบ้านไม่ก็พวกเสื้อผ้า แต่ไม่คิดเหมือนกันว่าคนอย่างดรัณภพจะซื้อของใช้เข้าบ้านเองระดับเขาควรจะมีคนรับใช้อยู่และมีคนคอยจัดการเื่ข้าวของให้สิทำไมต้องไปซื้อเองด้วยล่ะ? นวตาได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ
ตกเย็น
หลังจากที่ทำงานจะเสร็จแล้ว วันนี้นวตานั่งรถส่วนตัวไปกับดรัณภพ
ดรัณภพพานวตาไปยังแผนกจิวเวลรี่ ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เด็กหนุ่มแปลกใจเป็อย่างมากที่เขาพามาที่แผนกนี้ไหนบอกว่าจะไปซื้อของใช้ส่วนตัว
“เอาเส้นนี้ให้ดูหน่อยได้ไหมครับ”
เขาชี้ไปที่สร้อยเพชรเส้นหนึ่งซึ่งเป็สร้อยทองคำขาวและมีจี้เพชรเล็กๆหนึ่งเม็ดดูแล้วช่างคลีนสะอาดตา
“ได้ค่ะ...ตัวนี้เป็คอลเล็คชั่นใหม่ล่าสุดเลยนะคะ”
พนักงานหญิงในชุดสูทสวมถุงมือสีดำจับสร้อยเพชรเส้นนั้นให้ได้ดูดูท่าร้านเพชรร้านนี้จะเป็เพชรแท้ราคาแพงเพราะดูเครื่องประดับแต่ละชิ้นแล้วช่างน้ำงามซะเหลือเกิน
“สวยจริงๆ...ชอบไหมนวตา”
“เอ่อ ก็สวยดีนะครับ”
นวตาพูดไปตามความรู้สึก สร้อยเพชรเส้นนี้ก็สวยจริงๆ ดูแล้วก็น่าจะราคาแพงมากด้วย
“ชอบไหม” น้ำเสียงแหบเอ่ยถามพร้อมกับมองหน้านวตาไปด้วยสายตาของเขาดูสื่อถึงอะไรบางอย่างที่นวตาเองก็ไม่อยากจะคิด
“ไม่รู้หรอกครับ...ต้องถามคนที่คุณภพจะซื้อไปให้”
เธอเองก็ไม่กล้าตอบว่าชอบหรือไม่ชอบ หากตอบว่าชอบแล้วเ้านายซื้อไปให้คนที่ตั้งใจจะให้แล้วคนคนนั้นดันไม่ชอบจะทำยังไงล่ะ เขาไม่ซวยเลยเหรอ?
“ก็ต้องถามนาย...สร้อยเส้นนี้ฉันตั้งใจจะซื้อให้นายไง”
ได้ยินแบบนั้นคนตัวเล็กก็ทำหน้าตาใ ไม่คิดว่าดรัณภพจะมอบสิ่งของมีราคามากขนาดนี้ให้
“ไม่นะครับ...ผมคงรับไว้ไม่ได้ สร้อยเพชรราคาขนาดนี้”
ไม่รู้ว่าจะต้องทำงานกี่เดือน กี่ปี ถึงจะชดใช้หนี้ก้อนนี้ได้ถ้าหากดรัณภพมอบให้จริงๆมันมากเกินไป
“ผู้ใหญ่ให้ก็ต้องรับสิ ปฏิเสธได้ยังไง”
“...”เถียงไม่ออกเพราะการปฎิเสธผู้ใหญ่ในที่ทำงานทั้งที่พึ่งมาทำงานได้ไม่นานก็ดูจะไม่ดีแถมผู้ใหญ่คนนี้ยังเป็ถึงประธานบริษัทอีก
“งั้นเอาเส้นนี้เลยครับ”
“ได้เลยค่ะ...สักครู่นะคะเดี๋ยวจะจัดการให้”
พนักงานนำสร้อยเพชรเส้นนั้นไปตรวจเช็คให้เรียบร้อยก่อนจะใส่ในกล่องบรรจุเครื่องเพชรดรัณภพจ่ายเงิน ไปอย่างสบายใจ ไม่คิดติดใจอะไรทั้งที่สร้อยเส้นนี้ราคาถึงหลักแสนเลยทีเดียวเป็จี้เล็กๆดูแล้วมินิมอลแต่ราคาแรงใช้ได้
ซื้อจนเสร็จก็เดินออกจากร้านโดยมีนวตาเดินนำหน้ามุ่ย
“เป็อะไรไป ทำหน้าตาไม่พอใจเชียว”
“คุณภพมัดมือชกผมนี่...ผมไม่ได้อยากได้สักหน่อย”
“ทำไมนายต้องรังเกียจเดียดฉันท์อะไรฉันขนาดนั้นด้วย หืม?”
“ไม่ใช่สักหน่อย ผมแค่ไม่อยากรับของมีค่าขนาดนี้ มันมากเกินไป เกินกว่าที่จะรับเอาไว้ได้”
เรียกอีกอย่างว่านวตาไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร
“ที่ให้ก็เพราะเต็มใจ รับไปเถอะน่า…เรายังต้องทำงานด้วยกันอีกนาน อย่าไปคิดเล็กคิดน้อยกับเื่แบบนี้เลย”
ยิ่งนวตาเป็แบบนี้ ดรัณภพก็ยิ่งรู้สึกถูกใจและถูกชะตา อยากจะใช้เวลาอยู่ด้วยนานๆ
ใบหน้าของเสี่ยภพจ้องมองใบหน้าเล็กของนวตาด้วยความหลงใหลนานมากแล้วที่ไม่เจอคนที่ถูกใจขนาดนี้
“งั้นเรากลับเถอะครับ”
ดรัณภพยัดถุงสร้อยเพชรให้นวตาถือเอาไว้อย่างเสียไม่ได้
“เดี๋ยวฉันจะขับรถไปส่งเอง”
“ไม่เป็ไรครับเดี๋ยวผมกลับเองก็ได้” เพียงแค่เขาให้สร้อยเส้นนี้มาก็เกรงใจมากพออยู่แล้วหากต้องให้ไปส่งอีกก็คงจะรู้สึกเกรงใจมากกว่าเดิมเพียงเท่านี้คนในบริษัทก็ต่างพูดกันไปต่างๆนานาแล้วถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับประธานบริษัท
“ฉันจะไปส่งเอง”
“ไม่เป็ไรหรอกครับคุณภพ หอผมทางเข้าเล็ก ผมกลับเองจะดีกว่า”
กลัวว่ารถยุโรปคันหรูของเขาจะเป็รอย
“ทางเข้าเล็กเหรอ เปลี่ยนไปอยู่คอนโดไหมเดี๋ยวฉันจัดการให้เอง”
กับอีแค่เช่าคอนโดให้เด็กอยู่ไม่ใช่เื่ยากของเสี่ยภพหรือจะให้ซื้อคอนโดเลยก็ยังไหว
“คุณภพ...อย่าดูแลผมถึงขนาดนั้นเลยครับ ผมไม่ได้อยากได้สิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่นเดี๋ยวคนอื่นเค้าจะนินทากันได้”
“นินทา? นายโดนคนอื่นนินทางั้นเหรอ บอกมาสิว่าได้ยินมาจากที่ไหนเดี๋ยวฉันจะไปจัดการมันเอง”
ทำทุกทางเพื่อปกป้องเด็กของเขา ในตอนนี้ดรัณภพสามารถทำทุกอย่างให้นวตาได้หมด
“ไม่มีหรอกครับ...งั้นคุณภพไปส่งก็ได้”
แม้จะไม่ชอบที่ตัวเองถูกนินทาแต่ก็ไม่อยากให้ใครเดือดร้อนเพราะตัวเอง ดังนั้นจึงแกล้งทำเป็ลืมไปเพราะตอนที่บอกว่าโดนนินทาดูจากหน้าของดรัณภพแล้วเขาน่าจะไม่พอใจมาก
ขึ้นชื่อว่าประธานบริษัทไม่พอใจพนักงานที่นินทาเขาคงจะโดนเล่นงานอย่างหนัก นวตาไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอยากจะอยู่นิ่งๆแล้วทำงานของตัวเองไป ไม่อยากสร้างความเดือดร้อนให้ใคร
“โอเค...เดี๋ยวฉันไปส่งนายเองคืนนี้”