ท่านพ่อรู้ความลับของเขาแล้ว!?
'ระบบบ!' จวินหลิงหยางชุนร้องเรียกระบบเสียงดังอย่างแตกตื่น
[นายท่านไม่ต้องใไปขอรับ ์เพียงบอกใบ้เื่ความสามารถของท่านเท่านั้น ส่วนเื่ชาติกำเนิดของท่านกับเื่ขององค์ชายห้า ฮ่องเต้ยังไม่รับรู้ ท่านไม่ต้องเป็กังวลขอรับ]
ระบบปลอบใจนายท่านของตัวเองที่แข็งนิ่งเป็รูปปั้นอย่างน่าสงสาร
องค์ชายน้อยได้ยินดังนั้นก็คลายกังวล ดวงตากลมกะพริบถี่เมื่อกำลังคิดว่าเขาจะตอบสนองต่อคำพูดของเสด็จพ่ออย่างไรดี เมื่ออีกฝ่ายรู้ถึงความพิเศษของเขาเข้า คิดไปคิดมาเขาก็ตัดสินใจหันกายเข้าหาท่านพ่อแล้วซบหน้าลงบนอกอบอุ่นของอีกฝ่ายแทนแล้วเอื้อมกอดคอเสด็จพ่อไว้แน่น ไม่ลืมเงยหน้ามองอีกฝ่ายแล้วยิ้มจนตาหยีพร้อมกับเอานิ้วชี้มาทาบปากเล็กๆ ของตัวเอง ก่อนขยับปากบอกว่า
'เป็ความลับของเราสองคนนะพ่ะย่ะค่ะ'
เมื่อเห็นเสด็จพ่อพยักหน้าตกลงยิ้มๆ หัวใจของเขาก็เบิกบานไปด้วยความสุข ถูไถแก้มซึมซับความอบอุ่นของเสด็จพ่ออยู่ช่วยครู่ก่อนจะหันไปสงบศึกของพี่ชายทั้งสี่คนที่ตอนนี้กินลูกพลับในส่วนของตัวเองจนหมดแล้วเหลือเพียงเมล็ดลูกพลับที่วางกองอยู่บนจาน กับส่วนของเขาและเสด็จพ่อ
เมล็ดเหรอ?
'ระบบ ฉันขอถามหน่อย ถ้าเราเอาเมล็ดของวัตถุดิบระดับห้าไปปลูก ผลผลิตที่ได้จะเป็วัตถุดิบระดับห้าด้วยรึเปล่า'
ตอนนี้เขากำลังนึกไอเดียบางอย่างออก จึงรีบเอ่ยถามระบบทันที
[ระบบไม่ได้รับข้อมูลในส่วนนี้มาจาก์ แต่จากที่ระบบวิเคราะห์ด้วยตัวเอง มีความเป็ไปได้สูงที่ผลผลิตที่ปลูกจะเป็วัตถุดิบระดับห้าขอรับ นายท่านจะนำเมล็ดพวกนี้ไปปลูกหรือขอรับ]
'อื้อ ฉันคิดว่ามันเป็โอกาสที่ดีที่เราจะได้แบ่งปันอาหารแสนอร่อยพวกนี้ให้กับคนอื่นๆ นี่นา แต่จะให้นายไปอัปเกรดวัตถุดิบทั้งหมดก็คงไม่ได้ แต่ถ้าเราใช้วิธีการปลูกมันเพื่อขยายพันธุ์ให้ได้จำนวนเยอะๆ จากนั้นก็นำไปแจกจ่ายให้ทุกคนได้ปลูก เท่านี้ทุกคนก็จะสามารถได้ลิ้มรสอาหารอร่อยๆ เหมือนพวกเรา นายคิดว่านี่เป็ความคิดที่ดีไหม'
เขาเอ่ยขอความคิดเห็นจากระบบ
[โอ้ นายท่าน้าให้วัตถุดิบอาหารระดับต่ำทั้งหมดกลายเป็ระดับห้า นี่ค่อนข้างเป็เื่ใหญ่ ระบบคิดว่าความคิดของนายท่านเป็สิ่งที่ดีมาก แต่ท่านคงไม่สามารถทำมันด้วยตัวเองคนเดียว ส่วนคนที่จะช่วยเหลือท่านได้ก็คือฮ่องเต้ที่มีอำนาจสูงสุดของแคว้น ที่มีทั้งกำลังทรัพย์และกำลังคน นายท่านควรปรึกษาเื่นี้กับบิดาของท่านขอรับ]
'โอ๊ะ จริงด้วย ตอนนี้ฉันไม่ต้องปิดบังเสด็จพ่อแล้วนี่นา ขอบคุณมากนะระบบ'
[ด้วยความยินดีขอรับ หน้าที่ของระบบคือการช่วยเหลือนายท่านทุกอย่าง ไม่จำเป็ว่าต้องเกี่ยวกับภารกิจจาก์เท่านั้นขอรับ]
'ระบบ นายคือเพื่อนที่ดีสุดของฉันเลย'
[แต่ในโลกนี้นายท่านยังไม่มีเพื่อนคนอื่นเลยนะขอรับ]
'...'
หลังจากถูกระบบตอบกลับมาอย่างแทงใจดำ เขาก็รู้สึกหดหู่ทันทีเพราะถูกความจริงตีแสกหน้า ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันเลยแฮะ มีแต่เสด็จพ่อ เสด็จแม่ พี่ชาย ฮองเฮา กับพระสนมคนอื่น นอกนั้นก็เป็ขันทีกับนางกำนัลและทหารติดตาม
นี่เขาเหมือนถูกเลี้ยงดูอยู่ในระบบปิดเลย
อยากลองมีเพื่อนคนอื่นบ้างจัง
ร่างเล็กที่พึ่งค้นพบความปรารถนาอีกอย่างของตัวเอง ได้แต่เก็บมันไว้ในใจเพราะตอนนี้เขาต้องเอาสติมาอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบันก่อน เมื่อพี่ชายกำลังปรึกษากันว่าจะเก็บลูกพลับลงมากินให้หมดต้น
ถ้าพวกท่านเก็บหมดต้น แล้วพรุ่งนี้ข้าจะมาเก็บลูกพลับสมุนไพริญญาจากไหนล่ะ!
เขาจึงต้องหาเหตุผลมาเกลี้ยกล่อมพี่ชายให้เด็ดไปแค่พอกินกับนำไปฝากเสด็จแม่ของแต่ละคนในปริมาณที่พอดี ไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาเก็บกันใหม่ ไม่อย่างนั้นลูกพลับอาจเน่าเสียได้
แต่ถึงจะบอกว่าให้เก็บแบบพอดีแต่เขาก็ยังเสียลูกพลับวัตถุดิบระดับห้าไปถึง 60 ลูก เพราะแบ่งกันหกคน คนละ 10 ลูก จากรอบแรกที่แลกเปลี่ยนไป 32 ลูก ในมิติส่วนตัวของเขาจึงเหลือลูกพลับวัตถุดิบระดับห้าเพียง 8 ลูกเท่านั้น...
ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วยามกว่าจะถึงเวลาทานมื้อเย็นที่ตำหนักของเสด็จพ่อ เขาเลยพูดขึ้นมาว่าจะเอาลูกพลับไปให้เสด็จแม่ที่ตำหนัก และแนะนำให้พี่ชายนำลูกพลับกลับไปให้เสด็จแม่ด้วยตัวเอง แล้วค่อยไปเจอกันที่ตำหนักของเสด็จพ่อ
เมื่อทุกคนตกลงตามนี้ก็แยกย้ายกันไป พี่ใหญ่กับพี่สี่ ไปหาฮองเฮา พี่รองไปหาจ้าวกุ้ยเฟย พี่สามไปหาอู๋เต๋อเฟย ส่วนเขากับเสด็จพ่อจะไปหาเสด็จแม่ของเขา หยางเสียนเฟยด้วยกัน
ตอนนี้ในวังหลังนอกจากฮองเฮาแล้ว เสด็จพ่อยังมีพระชายาเอก 4 คน ตามลำดับยศคือ กุ้ยเฟย ซูเฟย เต๋อเฟย และเสียนเฟย และตำแหน่งพระสนมอีก 4 คนที่เป็มารดาของพี่สาวซึ่งแต่งออกจากวังหลวงไปหมดแล้วไปแล้ว
ในบรรดาพระชายาทั้งหมดของเสด็จพ่อ มีเพียง อันซูเฟย หรือ อันเฟยฮวา ที่ไม่มีทายาทเืเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ความจริงแล้วต้องบอกว่าเคยมี แต่ทรงแท้งบุตรในขณะที่ตั้งครรภ์อ่อน หลังจากนั้นด้วยความเศร้าโศกจากการเสียบุตรของตัวเองไป อันซูเฟยจึงกราบทูลขอร้องต่อฮ่องเต้ว่าจะไม่ตั้งครรภ์บุตรคนต่อไป เพราะไม่อยากให้บุตรอีกคนมาแทนที่บุตรคนแรกที่เสียชีวิตไป
นี่นับเป็เื่น่าเศร้าของวังหลวงที่เกิดขึ้นในตอนนั้น หากอันซูเฟยสามารถรักษาครรภ์จนให้กำเนิดพระโอรสหรือพระธิดาได้สำเร็จ เขาคงได้มีน้องชายหรือน้องสาวเป็ของตัวเอง
"เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ ลูกขอลูกพลับส่วนของเสด็จพ่อในวันนี้ได้หรือไม่ ลูกอยากนำไปฝากอันซูเฟยที่ตำหนักพ่ะย่ะค่ะ"
มือน้อยกระตุกมือของใหญ่ของเสด็จพ่อที่จูงมือของเขาเอาไว้เอ่ยถามขึ้น
เขากลัวอันซูเฟยจะเศร้าใจหากได้รับรู้ข่าวจากตำหนักอื่นว่าองค์ชายทุกคนต่างนำลูกพลับแสนอร่อยไปมอบให้มารดาของตัวเอง แต่มีเพียงอันซูเฟยเท่านั้นที่ไม่ได้ทาน และมันจะไปตอกย้ำาแในใจของอีกฝ่ายจากการสูญเสียบุตรของตัวเอง
จวินหลิงจางเสวียนรู้มาตลอดั้แ่ที่ได้กลับมาใกล้ชิดกับบุตรชายคนเล็กอีกครั้ง เสี่ยวชุนเป็เด็กดีและมีน้ำใจต่อผู้อื่นมาก มักนึกถึงผู้อื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าอะไรเ้าตัวน้อยก็พร้อมแบ่งปันให้กับคนอื่นๆ รวมถึงความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของอีกฝ่ายที่เขาเห็นถึงประโยชน์และโทษของมันเช่นกัน เพราะกังวลว่าความเห็นอกเห็นใจที่มากเกินไป ในอนาคตเ้าตัวเล็กที่ไม่ทันผู้คนจะเผลอไว้ใจคนผิดจนทำให้ตัวเองเดือดร้อนเอาได้
แต่เื่นี้เขาจะค่อยๆ สอนบุตรชายให้รับรู้เกี่ยวกับนิสัยใจคอของผู้คนให้มากขึ้นเอง เพราะอย่างไรตอนนี้ในวังหลวงเขาเป็ผู้ควบคุมดูแลทุกอย่าง ย่อมไม่มีใครหาญกล้ามารังแกองค์ชายผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็โอรสที่เขาโปรดปรานแน่นอน
"ลูกเอาส่วนของพ่อไปได้เลย อย่างไรพรุ่งนี้เราก็สามารถเก็บใหม่ได้อยู่แล้ว พ่อขอบคุณเ้ามากที่นึกถึงอันซูเฟย เสี่ยวชุนของพ่อเป็เด็กดีจริงๆ"
แก้มที่เริ่มกลมขององค์ชายน้อยเจือสีแดงระเรื่อเมื่อได้รับคำชมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจากผู้เป็บิดา ใบหูเล็กร้อนผ่าวหลบซ่อนอยู่ใต้เส้นผมสีดำ ริมฝีปากจิ้มลิ้มเม้มแน่นก่อนจะตอบผู้เป็บิดาด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"ลูกมีเสด็จพ่อเป็แบบอย่างพ่ะย่ะค่ะ"
"เสี่ยวชุนของพ่อปากหวานจริงๆ แต่พ่ออยากบอกให้ลูกรู้เอาไว้ ว่าลูกเป็เด็กดีด้วยตัวของลูกเองอยู่แล้ว ลูกมีหัวใจที่อ่อนโยนมาก และพ่อก็ภูมิใจในตัวลูกมากๆ ไม่ต่างจากภูมิใจในพี่ชายของลูก" คนเป็บิดาหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
"จงรักษานิสัยที่ดีนี้เอาไว้ แต่ก็ต้องระวังเมื่อพบกับคนภายนอก เพราะเขาสามารถเห็นแก่ตัวและหาผลประโยชน์จากความอ่อนโยนของเ้า เพราะฉะนั้นถ้าไม่ใช่คนในครอบครัว อย่าไว้วางใจต่อผู้คนง่ายนัก "
ร่างเล็กพยักหน้าหงึกๆ
"ลูกจะจดจำคำสอนของเสด็จพ่อให้ขึ้นใจพ่ะย่ะค่ะ"
[ระบบจะปกป้องนายท่านจากคนเลวเอง ไม่ต้องกังวลนะขอรับ]
'อื้อ ขอบคุณนายมากนะระบบ'
[ไม่เป็ไรขอรับ ก็ระบบเป็เพื่อนที่ดีที่สุดของนายท่านนี่นา]
หลังจากไปส่งลูกพลับให้กับเสด็จแม่ที่ตำหนักและหยุดพูดคุยกันสักพัก เขากับเสด็จพ่อและขบวนติดตามก็เคลื่อนย้ายไปยังตำหนักของอันซูเฟยต่อ จวินหลิงหยางชุนที่ถูกท่านพ่ออุ้มอยู่มองบรรยากาศรอบตำหนักของอันซูเฟยที่แม้จะมีดอกไม้ผลิบานแต่กลับมีกลิ่นอายเศร้าหมองแทรกซึมอยู่ในอากาศรอบตัว จนทำให้เขารู้สึกหม่นหมองตามไปด้วย ไม่ก็เป็เพราะร่างกายของเขาอ่อนแอจึงค่อนข้างไวในการรับััพวกนี้
เมื่อเข้ามาในตำหนักของอันซูเฟยและได้พบกับเ้าของตำหนัก อันซูเฟยยังคงมีรูปลักษณ์ที่งดงามไม่ต่างจากพระชายาคนอื่นของเสด็จพ่อ ที่แม้จะอายุเข้าสู่่วัยกลางคนกันแล้วแต่ก็ยังรักษาความงามเอาไว้ได้ไม่ห่างจากเด็กสาววัยแรกรุ่นมากนัก
บนดวงหน้างดงามของอันซูเฟย สิ่งที่สะดุดตาเขามากที่สุดคือดวงตาสวยที่มีความทุกข์ระทมฉายออกมาได้อย่างชัดเจน รอยยิ้มที่วาดอยู่บนริมฝีปากไม่ได้ทำให้ผู้เป็เ้าของมีชีวิตชีวามากขึ้นเลยสักนิด รอบตัวอันซูเฟยเหมือนมีก้อนเมฆที่มืดครึ้มและมีฝนตกปรอยปรายอยู่้าตลอดเวลา
เขาสามารถััได้ถึงความเ็ปของอีกฝ่ายที่ต้องสูญเสียบุตรของตัวเองไปั้แ่ยังไม่ทันได้เห็นหน้า และสตรีผู้นี้ก็ไม่สามารถปล่อยวางความเสียใจของตัวเองได้แม้เวลาจะผ่านมาถึงแปดปีแล้วก็ตาม
"อันซูเฟย ่นี้เป็อย่างไรบ้าง วันนี้ข้ากับเสี่ยวชุนนำลูกพลับในอุทยานมาฝาก"
จวินหลิงจางเสวียนเป็ฝ่ายพูดนำขึ้นมาพร้อมกับจูงมือบุตรชายคนเล็กให้ไปนั่งเคียงข้างอีกฝ่าย จากนั้นก็ให้นางกำนัลของตำหนักนำลูกพลับไปจัดเตรียมให้พระชายาของตัวเองได้ลิ้มลอง
องค์ชายน้อยส่งยิ้มหวานให้กับอันซูเฟยที่ก้มมองมายังเขาอย่างสำรวจ ในความทรงจำขององค์ชายห้า ่เวลาก่อนที่อันซูเฟยจะตั้งครรภ์นั้น อีกฝ่ายไปดูแลเขาในยามเด็กค่อนข้างบ่อย ช่วยป้อนยาก็หลายครั้ง แต่หลังจากที่อีกฝ่ายตั้งครรภ์ก็ไม่ได้ไปอีกและเมื่อมีข่าวร้ายเกิดขึ้น องค์ชายห้าก็ไม่ได้เจอกับอีกฝ่ายเลย เพราะอันซูเฟยทรงปิดตำหนักเนื่องจากจมอยู่กับความสูญเสียบุตร
"เสี่ยวชุนโตขึ้นมากแล้ว เวลาผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน" อันเฟยฮวากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้งเล็กน้อย
มือเรียวลูบสำรวจใบหน้าของเด็กชายที่นางเคยเอ็นดูและสงสารที่อีกฝ่ายร่างกายอ่อนแอั้แ่เกิด อีกทั้งมารดาก็ล้มป่วยจนไม่สามารถมาเลี้ยงดูหรือให้นมได้ด้วยซ้ำ นางในเวลานั้นที่ยังไม่มีบุตรเป็ของตัวเองให้ดูแลจึงไปช่วยเลี้ยงอีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งที่เห็นเด็กคนนี้เจ็บป่วย นางก็อดทุกข์ใจแทนไม่ได้ ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ได้ดูแลเด็กคนนี้นางจึงค่อนข้างผูกพันราวกับเห็นเป็บุตรคนหนึ่ง
จนกระทั่งนางได้โอกาสมีตั้งครรภ์บุตรของตัวเองจึงไม่สะดวกในการไปดูแลองค์ชายห้าอีก นางเฝ้าถนอมดูแลร่างกายของนางเป็อย่างดี แต่สุดท้ายแล้วก็เพราะนางระวังมากจนเกินไปถึงได้เกิดอุบัติเหตุที่พรากบุตรในครรภ์ไปจากนางตลอดกาล
ความเ็ปจากการสูญเสียในครั้งนั้นเกือบทำให้นางเสียสติ หากไม่ได้ฮ่องเต้คอยช่วยดูแลใน่แรก แต่ถึงอย่างนั้นแม้ว่านางจะเริ่มทำใจได้ แต่นางก็กลายเป็คนที่หวาดกลัวความสูญเสียอย่างรุนแรง ไม่กล้าแม้กระทั่งจะตั้งครรภ์อีกครั้ง เพราะกลัวว่าจะสูญเสียลูกไปอีก จึงได้เอ่ยขอร้องกับฮ่องเต้ถึงความ้าของนางที่ไม่อยากมีบุตรอีกคน
ความหวาดกลัวนี้ก็ส่งผลกระทบไปถึงความรู้สึกที่นางมีต่อองค์ชายห้าด้วยเช่นกัน เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายอาจไม่สามารถมีชีวิตรอดจากสุขภาพที่อ่อนแอได้ หากนางเอาตัวเองเข้าไปข้องเกี่ยวจนผูกพันมากกว่านี้ เมื่ออีกฝ่ายจากไปอีกคน หัวใจที่มีรอยร้าวของนางคงรับไม่ไหว ถึงได้ตีตัวออกห่างไม่ไปพบองค์ชายห้าอีกเลย
"กระหม่อมเติบโตขึ้นมากแม้จะไม่เท่าเด็กวัยเดียวกันเท่าไหร่ แต่อันซูเฟยยังคงงดงามเช่นเดิมไปเปลี่ยนไปเลยนะพ่ะย่ะค่ะ"
อันซูเฟยสบตากับั์ตากระจ่างใสขององค์ชายน้อย นางรับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากดวงตาที่แสนบริสุทธิ์คู่นี้ ช่างไม่แตกต่างจากยามที่นางเคยหลอกล่อป้อนยารสขมเมื่อตอนอีกฝ่ายยังเด็กเลยสักนิด
เด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาอย่างดีจริงๆ
ตอนนี้หัวใจที่แห้งผากของนางกำลังได้รับหยดน้ำจากเม็ดฝนที่ตกลงมาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น
ในที่สุดนางก็สามารถมีรอยยิ้มจากใจบนใบหน้าได้เป็ครั้งแรกในรอบแปดปีนับั้แ่เกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิต
Talk : เสี่ยวชุนได้รับมัมเหมียวเพิ่มอีกหนึ่งคนแล้ว