บทที่ 6 ปรมาจารย์ฉู่ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน
"สะใภ้เสิ่น เ้าอย่าเพิ่งโกรธเลย ตาแก่บ้านข้าพูดจาไม่ค่อยเข้าหูคนเท่าไหร่ แต่ไม่มีเจตนาร้ายหรอก เคียวกับพลั่วนี้เ้าเอาไปเถอะ บนเขาสัตว์ป่ามันเยอะ อย่าเข้าไปลึกนักล่ะ ข้างนอกขุดอะไรได้ก็ขุดไปก่อน ได้ข่าวว่า เมื่อวันก่อน พรานป่าในหมู่บ้านเถาฮวาเข้าไปล่าสัตว์ในป่าลึก แล้วเจอฝูงหมาป่ารุมกัดจนตาย ตอนไปพบเขาก็เหลือแต่ซากกระดูกแล้ว เ้าเป็ผู้หญิงตัวคนเดียวต้องระวังให้มาก หากเกิดเป็อะไรขึ้นมา เด็กสองคนนี้จะอยู่ต่อได้ยังไง"
พี่สะใภ้จางเดินมาได้ยินบทสนทนาของทั้งสองพอดี จึงรีบส่งเคียวกับพลั่วลอดผ่านช่องรั้วไม้ไผ่ให้
นางไม่ค่อยได้เห็นฉู่ชิงเฉินคิดเพื่อลูก ๆ จึงอดพูดเพิ่มอีกสองสามประโยคไม่ได้
"พี่สะใภ้จาง ท่านกำลังแช่งข้าหรือ?!"
ฉู่ชิงเฉินรับเครื่องมือที่พี่สะใภ้จางส่งให้ นางเข้าใจว่าอีกฝ่ายมีความหวังดี จึงเพียงแค่พูดล้อเล่นเท่านั้น
"ดูปากอัปมงคลของข้าสิ ถุย ถุย ถุย พูดอะไรออกไป สะใภ้เสิ่น เ้าอย่าเก็บไปใส่ใจเลยนะ"
พี่สะใภ้จางเกรงว่าฉู่ชิงเฉินจะอาละวาดจนเป็ที่ขบขันของเพื่อนบ้าน จึงรีบขอโทษขอโพย
"พี่สะใภ้จาง ข้าแค่พูดล้อเล่นเท่านั้น ท่านไม่ต้องกังวล ความจริงแล้วข้ามีความรู้เื่การดูดวงอยู่บ้าง ข้าเห็นบางสิ่งบางอย่างในตัวพี่หลี่ ไม่รู้ว่าควรจะพูดดีไหม?"
ฉู่ชิงเฉินถามออกไปเพื่อหยั่งเชิง นางไม่รู้ว่าคนผู้นี้จะเชื่อเื่แบบนี้หรือไม่
"เ้าดูดวงเป็งั้นหรือ? อย่ามาพูดโอ้อวด! คงไม่ใช่ว่าจะมาหลอกเอาเงินพวกเราอีกหรอกนะ"
เหล่าหลี่รีบพูดขึ้นก่อน เขาคิดว่านี่เป็แค่กลอุบายใหม่ที่อีกฝ่ายจะมาหลอกเอาเงิน
ครั้งที่แล้วที่พวกเขาสละเงินยี่สิบอีแปะให้ ก็เพราะนางแกล้งทำเป็ว่าลูกป่วย แล้วยืมเงินพวกเขาไป ใครจะไปคิดว่า เด็กไม่ได้ป่วยเลยสักนิด
"ไอ้หยา! ไม่ได้จะเก็บเงินหรอก ข้าแค่เห็นอะไรนิดหน่อย และเห็นแก่ที่พวกท่านช่วยดูแลลูกข้ามาตลอด ก็เลยอยากเตือนให้รู้ ท่านไม่เชื่อก็ช่างเถอะ ถือว่าข้าไม่เคยพูดอะไรแล้วกัน ข้าไปขึ้นเขาแล้ว"
ฉู่ชิงเฉินโยนเคียวและพลั่วลงในตะกร้าด้านหลัง แล้วก้าวเท้าจะเดินออกไป ในใจบ่นพึมพำว่า ชื่อเสียงของเ้าของร่างเดิมในหมู่บ้าน ไม่ค่อยดีเลยนะ!
"สะใภ้เสิ่น อย่าไปฟังสามีข้าเลย เขาเป็คนตรงไปตรงมาแบบนั้นแหละ เ้าเห็นอะไรก็พูดมาได้เลย"
พี่สะใภ้จางมีแผนเล็ก ๆ ของตัวเองอยู่ ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องเสียเงิน ลองฟังไปก่อนว่าจะแม่นหรือไม่แล้วค่อยว่ากัน
"ดูพี่หลี่สิ หางตามีสีคล้ำ สีหน้าเหลืองซีดเหมือนขี้ผึ้ง ดูอิดโรยมาก สองปีนี้สุขภาพแย่ลงเรื่อย ๆ ทำอะไรก็ไม่มีแรง มักจะหงุดหงิดฟุ้งซ่านอยู่บ่อย ๆ"
ฉู่ชิงเฉินดูจากสีหน้าของเขา ก็สามารถทายได้แม่นยำเกือบเต็มร้อย
"เ้าพูดเื่ที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้วนี่! สุขภาพของข้าแย่ลงเรื่อย ๆ ทำงานหนักไม่ได้ เื่นี้ทั้งหมู่บ้านก็รู้กันหมดแล้ว"
เหล่าหลี่ถูกจี้จุดอ่อนจนเริ่มหน้าเสีย ่สองปีมานี้ เขารู้สึกหมดแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบ้านทั้งหลังต้องพึ่งภรรยาเพียงคนเดียวในการดูแล ทำให้การดำรงชีวิตของครอบครัวยากลำบากมากขึ้น
"รีบร้อนไปทำไม? ข้ายังพูดไม่จบเลย สองปีก่อนท่านจับเพียงพอนตัวหนึ่งที่กินไก่ของท่านในสวนใช่ไหม แล้วโกรธจัดจนตีมันตาย"
ฉู่ชิงเฉินพูดอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็นับนิ้วคำนวณ
คิดแล้วก็น่าน้อยใจ ในศตวรรษที่ 21 บรรดาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลต่างยอมทุ่มเงินมหาศาลในการต่อแถว เพื่อให้นางตรวจดวงชะตาให้สักครั้ง ซึ่งนางยังต้องดูอารมณ์ก่อนถึงจะยอมดูให้
เฮ้อ! ตอนนี้ตกต่ำถึงขั้นทำนายให้คนโดยไม่คิดเงิน แถมยังต้องถูกคนนินทาอีก ช่างน่าเศร้าและน่าสังเวชจริง ๆ!
"เื่นี้... เ้ารู้ได้ยังไง?"
เหล่าหลี่ยืนตัวแข็งอยู่กับที่ เห็นได้ชัดว่าใมาก เื่นี้ไม่ใช่เื่น่าภูมิใจ และเขาก็ไม่เคยเล่าให้คนนอกฟังเลย
แม้จะผ่านไปสองปีแล้ว แต่ตอนนั้น เพียงพอนตัวนั้นกัดคอไก่ ดื่มแต่เืไม่กินเนื้อ ทำให้แม่ไก่ไข่ตายไปถึงสามตัวรวด
เขารู้ดีว่าแม่ไก่ไข่หนึ่งตัวในชนบทมีค่ามากแค่ไหน เขาโกรธจนทนไม่ไหวจึงใช้ไม้กระบองตีเพียงพอนตัวนั้นตายคามือ
เื่นี้เป็ความกังวลในใจของเขามาตลอด เขาฝันร้ายเพราะเื่นี้มาไม่น้อยเลย
"แต่ท่านไม่รู้ว่า เพียงพอนตัวนั้นได้บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็เซียนไปแล้ว สิ่งที่ท่านฆ่าตายเป็เพียงร่างกายของมัน เซียนเพียงพอนกลายเป็ควันหนีไปนานแล้ว และนี่คือเหตุผลที่มันมาแก้แค้นท่าน"
ฉู่ชิงเฉินพูดอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ได้พยายามทำให้เขาใแต่อย่างใด
"น้องสาว... ไม่สิ ปรมาจารย์ฉู่ ในเมื่อเ้าทำนายได้แล้ว เช่นนั้น เ้ามีวิธีช่วยเหลือหรือไม่ ข้ายอมคุกเข่ากราบไหว้เ้าก็ได้"
ตอนนี้เหล่าหลี่เชื่อจริง ๆ แล้วว่า นางดูดวงได้ และรู้สึกยอมรับอย่างมาก
เขาเองก็เคยได้ยินคนรุ่นก่อนพูดถึงเื่เซียนเพียงพอนมาตามล้างแค้น ถ้าจะให้ตายตอนยามสาม ก็ไม่มีทางมีชีวิตอยู่ถึงยามห้า
หัวใจของเขาเต้นรัวเร็ว นึกตำหนิตัวเองว่า ตอนนั้นไม่น่ามือบอนไปฆ่ามันเลย!
"ตอนนี้ข้าต้องขึ้นเขา ไม่มีเวลาหรอก เอาแบบนี้แล้วกัน! หลังพระอาทิตย์ตกดิน พวกท่านมาที่บ้านข้า ข้าจะหาวิธีช่วยให้ ไม่ต้องกังวลไป เมื่อข้าทำนายแล้ว ข้าจะไม่ปล่อยให้ท่านตายแน่นอน"
ฉู่ชิงเฉินกระตุกมุมปาก เมื่อกี้คนนี้ยังบอกว่าไม่เชื่อ แต่ตอนนี้ท่าทีกลับเปลี่ยนไปฉับพลัน
"น้องสาว พี่สะใภ้ต้องขอบใจเ้าล่วงหน้านะ"
พี่สะใภ้จางแสดงความขอบคุณเต็มใบหน้า และไม่รั้งเวลานางอีก เพื่อให้นางรีบไปรีบกลับ
พอเห็นฉู่ชิงเฉินเดินห่างออกไปไกลแล้ว ทั้งสองคนจึงเริ่มกระซิบกระซาบกัน
"เหล่าหลี่ เ้าว่า... ทำไมคนเราถึงเปลี่ยนได้เร็วขนาดนี้! สะใภ้เสิ่นไม่เพียงคิดหาวิธีหาเงิน แต่ยังมารยาทดีกับข้าด้วย ที่คาดไม่ถึงที่สุดคือ นางมีความสามารถในการดูดวง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าไม่เคยรู้เลยว่านางมีความสามารถแบบนี้"
"ช่างเถอะ! เปลี่ยนไปในทางที่ดีก็ถือเป็นิมิตหมายที่ดี ถ้ามีวิธีช่วยได้จริง ๆ ข้า เหล่าหลี่จะกราบขอบคุณบรรพบุรุษของนางเลย"
เหล่าหลี่ไม่ได้สนใจเื่ซุบซิบเหมือนผู้หญิง เขาเเค่สนว่าตัวเองจะรอดชีวิตจากเซียนเพียงพอนได้หรือไม่
ฉู่ชิงเฉินมีประสาทััทางการได้ยินที่ดีเยี่ยม แม้จะเดินออกไปไกลแล้ว แต่นางก็ยังได้ยินเสียงพูดคุยของทั้งคู่อย่างชัดเจน จึงยกมือขึ้นแคะหูเบาๆ
ฉู่ชิงเฉินปีนมาพักใหญ่กว่าจะถึงเชิงเขา โชคดีที่นางดื่มน้ำพุใสจากมิติมาไม่น้อย ทำให้สมรรถภาพทางกายของร่างนี้ดีขึ้นมาก
ไม่อย่างนั้น กิจกรรมที่ต้องใช้แรงอย่างการปีนเขา คงทำให้นางเหนื่อยล้าไปแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการออกไปหาสมุนไพร
บริเวณขอบเขาโล่งเตียน แม้แต่ผักป่าก็ถูกคนขุดไปหมดแล้ว จะมีของดีได้อย่างไร จำเป็ต้องเดินเข้าไปในป่าลึกเท่านั้น
สำหรับสัตว์ป่าที่พี่สะใภ้จางเตือนนั้น นางไม่กลัวเพราะมีวิธีรับมือ
ก่อนออกจากบ้านเมื่อเช้านี้ นางได้ใช้เหรียญห้าจักรพรรดิสามเหรียญ เพื่อทำนายดวงให้ตัวเองไว้แล้ว
เดินไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จะมีโชคลาภทางการเงิน
ฉู่ชิงเฉินไม่หยุดพัก นางก้าวเท้าเดินมุ่งหน้าไปทางป่าลึกทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อจะไปเก็บเงินด้วยความรวดเร็ว
ในป่าลึกแทบไม่มีคนเข้ามา ต้นไม้หนาทึบจนบดบังแสงแดด นกป่าบินว่อนอยู่บนต้นไม้ ส่งเสียงร้องจิ๊บจ๊าบบนหัวของฉู่ชิงเฉิน
บนูเาไม่มีมลพิษ อากาศสดชื่นมาก หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ๆ รู้สึกสบายมาก
คงเป็ที่นี่แหละ นางตั้งใจว่าจะไม่เดินเข้าไปลึกกว่านี้อีก ก้มลงไปก็เห็นกลุ่มเห็ดป่าอยู่ใต้ต้นไม้ เพราะเมื่อสองวันก่อนเพิ่งจะมีฝนตก เห็ดเหล่านี้จึงดูเปียกชื้นและสดใหม่มาก
ฉู่ชิงเฉินก้มตัวลง หยิบพลั่วออกมาจากตะกร้าสะพายหลังออกมาขุดเห็ด หากนำเห็ดเอาไปต้มน้ำแกงจะช่วยชูรสชาติได้ดีมาก โดยเฉพาะเมนูไก่ตุ๋นเห็ด รสชาตินั้นคงสุดยอดไปเลย
เมื่อคิดได้ดังนั้น มือที่ทำงานก็เร็วขึ้นมาก ในป่าลึกมีคนมาน้อย เห็ดก็มีมากมาย ไม่นานก็เก็บได้ครึ่งตะกร้า
ใต้ต้นไม้มีเห็ดหลายชนิด ถ้าไม่ระวังอาจจะเก็บเห็ดพิษได้ โชคดีที่ฉู่ชิงเฉินรู้ว่าเห็ดแบบไหนกินได้ แบบไหนกินไม่ได้ เห็ดที่มีสีสันสดใสส่วนใหญ่มีพิษ นางจึงเก็บแต่เห็ดป่าสีเทาเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าไร้พิษ
ข้าง ๆ เห็ดยังมีกอหญ้าที่ดูเหมือนสมุนไพรอยู่ด้วย เมื่อเพ่งมองดี ๆ ปรากฏว่า มันคือผักเบี้ยใหญ่ ซึ่งมีสรรพคุณช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและสลายเืคั่ง มีประโยชน์มากทีเดียว