ตอนที่สามสิบเอ็ด รับศิษย์รับใช้
“เข้ามาได้”
ผมส่งสัญญาณให้นักวิทยาศาสตร์เข้ามา
ซึ่งทำให้พวกนักษัตรไม่ค่อยไว้ใจเพราะเป็ชาวต่างชาติมีอายุมากแล้ว และด้วยเหตุผลประการอื่นประกอบ
“พวกนี้ดูอ่อนแอ ไม่มีคุณสมบัติร่างกายที่ดีในการฝึกอย่างพวกเรานะกระต๊าก”
“การหายใจไม่สมดุล ธาตุทองอ่อนแอส่งผลต่อปอด เจี๊ยก”
“กระดูกไม่แข็งแรงยากต่อการฝึกให้สำเร็จคร่อก”
โอ๊ะ ไอ้พวกนี้มันเก่งจริงด้วยแฮะที่ดูออกว่าพวกนักวิทยาศาสตร์ปอดไม่แข็งแรงร่างกายอ่อนแอ
ก็พอคุ้นๆว่าตามปอดคือธาตุทองตามตำราแต่พวกนี้มันดูออกตามแบบจอมยุทธในหนังจริงๆหรือนี่?
ซึ่งอ้าวป้าหม่าก็พยายามจะตั้งสติให้ดี
ว่าทำไมผมถึงฝึกง่ายจัง เพราะผลของโสมร้อยปีที่ราคาแพงมหาศาลหากอยู่ในขั้นสูงกว่านี้ก็บรรลุได้ทันทีการบรรลุขั้นต่ำด้วยโสมร้อยปีจึงถือว่าสิ้นเปลืองอย่างยิ่ง หรือเพราะอ้าวป้าหม่ามันมีคุณสมบัติร่างกายที่ดีอยู่แล้ว?
มุกตามเื่ทำนองนี้มักจะบอกว่าคนที่หน้าตาดีจะฝึกวิชาเสน่ห์ได้ดีกว่า
ดังนั้นผมคิดว่าควรจะหาวิชาสายเสน่ห์ที่สามารถอัพเกรดหน้าตาตนเองที่ดีจนคนเขียนบรรยายว่าน่าหมั่นไส้เพื่อสร้างวิชาเสน่ห์ที่สูงขึ้นดีหรือเปล่า?
แต่ต้องแก้ไขเื่ตรงหน้าก่อน
“ถูกต้องแล้วร่างกายอ่อนแอไม่เหมาะสมกับการฝึกวิชาชั้นสูงของพวกเราแต่พวกนี้เหมาะกับเป็ศิษย์รับใช้ของพวกเราเพราถนัดเื่ของตำรา “
ผมชี้ไปที่คิงคองเงิน
“คิงคองเงินข้าดีใจมากที่เ้ามาปรุงยาโสมร้อยปีให้กับข้า”
ที่ท่าทางร่างกายใหญ่โตแต่ดันเป็คนที่ถนัดทำอาหารและปรุงยาที่สุดในแก๊งนักษัตรนั่นเอง
“คร่อก ทำเพื่อเ้าสำนักไม่นับเป็ความชอบแต่ประการใด”
คิงคองเงินตบอกตนเองอย่างภาคภูมิใจ
พวกนักษัตรอีกสองคนก็มองอย่างชื่นชมและอิจฉา
ผมผงกศีรษะ
“แต่เวลาของเ้ามีค่ามากกว่านั้นมากแทนที่จะมาทำเื่เล็กน้อยแค่นี้ เราถ่ายโอนงานรับใช้ปลีกย่อยต่างๆ ให้กับเหล่าศิษย์รับใช้ปรุงยาไป”
พวกนักษัตรทำหน้างง
“ถูกต้องแล้วการกระทำแตกต่างจากที่เคยเป็มา ไม่ใช่ข้าดูถูกสำนักนักษัตร แต่ว่านั่นเพราะก่อนหน้านี้พวกเรามีกำลังคนจำกัด จึงต้องทำทุกอย่างด้วยตนเอง แต่ตระกูลเล็กมีกฎเกณฑ์ของตระกูลเล็กตระกูลใหญ่มีกฎเกณฑ์ของตระกูลใหญ่ สำนักนักษัตรก็เช่นกัน หาก้าขยับขยายการวางกฎเกณฑ์ การรับคน การควบคุมวินัย ต้องแตกต่างออกไปจากเดิม
คิงคองเงิน เ้าชาญฉลาดเชี่ยวชาญกฎเ้าทำหน้าที่ผู้าุโควบคุมกฎ ระกาเหล็กเ้าทำหน้าที่เฝ้าระวังป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นกับพวกเราส่วนวานรทองแดง เ้าชาญฉลาดไหวพริบดี แต่จดจ่อลำบาก ดังนั้นเ้าบอกแิที่แล่นผ่านหัวของเ้าให้กับพวกศิษย์สายนอกบันทึกไว้และเราค่อยๆมาวิเคราะห์เคล็ดวิชาเพิ่มเติมกัน”
พวกนักษัตรมองหน้ากันไปมา
“คร่อกนายท่านพวกข้า--”
คิงคองเงินทำท่าลังเล
“ถูกแล้ว เ้าอาจจะกังวล เพราะสถานการณ์ไม่อาจเป็อย่างเดิมอีกต่อไปพวกเ้าไม่ได้เคลื่อนไหวเพียงลำพัง แต่ต่อไปนี้ เ้าคือตัวแทนคนคุมกฎของสำนักที่เกี่ยวกับผู้คนในสำนักนับร้อยนับพันในอนาคตยืดอกไว้ภูมิใจในตำแหน่งของตนเองคิงคองเงินเอ๋ย”
“คร่อก เ้าสำนักสั่งมาข้าคิงคองเงินขอพลีชีพทำให้สำเร็จลุล่วง”
“กระต๊าก ข้าจะพลีชีพไม่ให้ใครเข้ามาหยามเหยียดสำนักเรา”
“จิ๊กเจี๊ยก นายท่านข้าไม่คิดว่าแิเหลวไหลของข้าจะทำอะไรได้จิ๊ก”
มีวานรทองแดงที่ไม่มั่นใจ
แต่ตามเนื้อเื่เ้านี่ถ่วงเวลาพระเอกได้มากกว่าคนอื่นอีกแต่แน่นอนตายอนาถ
“กล่าวตามสัตย์ อันที่จริงขช้าหวังไว้กับเ้ามากที่สุดวานรทองแดงเอ๋ย”
“จิ๊ก หวังไว้กับข้า”
วานรทองแดงชี้ที่ตนเองอย่างงงวย
“ถูกต้อง ตระกูลสำคัญที่การสืบทายาทสำนักสำคัญที่การสืบต่อเคล็ดวิชา เราต้องบุกบั่น ฝ่าหนทางให้ลูกศิษย์หลานศิษย์ของเราที่ตามมาภายหลัง”
“ลูกศิษย์หลานศิษย์คร่อกนายท่านสายตายาวไกลนัก”
ผมว่ามันก็เื่ธรรมดานะแค่ก็อปปี้แนวปราณยุทธ โลกเซียนมาเท่านั้นเอง
“ข้าคิดอย่างจริงจังที่ว่าจะทำสำนักนักษัตรให้ยิ่งใหญ่การยิ่งใหญ่คือการสืบทอดต่อไปจากบรรพาจารย์ที่วางรากฐานให้พวกเราและพวกเราทำให้งอกงามรุ่งเรืองต่อไปและลูกศิษย์หลานศิษย์ของเราจะสืบทอดต่อไปไม่สิ้นสุด”
พวกนักษัตรมีสายตาเพ้อฝันเมื่อฟังคำพูดของอ้าวป้าหม่า
ทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตนี้ราวกับฝันไป
มีพลังเพิ่มขึ้น มีเ้านายที่ให้เงินมีการสร้างสำนัก
หากเป็ฝันก็ขออย่าให้ตื่นเลยพวกนักษัตรคิดในใจ
“นายท่าน—เ้าสำนักแม้พวกข้าตายก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว”
นั่นยังอยากตายอีก เก็บชีวิตไว้ทำงานสิฟะ
“เ้าอุทิศชีวิตเพื่อสำนักปกป้องทุกคนในสำนักก็เพียงพอแล้ว “
ผมผายมือไปทางพวกนักวิทยาศาสตร์
“เอาล่ะรับพวกนี้เป็ศิษย์รับใช้และถ่ายทอดวิชากับกฎเกณฑ์สำนักให้ศิษย์รับใช้สายนอกกันเถอะ”
ฟู่ เท่านี้ผมก็เอานักวิทยาศาสตร์มาปรุงยาและค้นคว้าพลังปราณได้แล้วล่ะนะ
ลากเ้าพวกนักวิทยาศาสตร์ มาเป็แนว”หอคัมภีร์”“หอปรุงยา” แบบเดียวกับโลกเซียนนั่นเอง