“กัปตัน“นามิร้องอย่างคาดไม่ถึง เมื่อเห็นไคท์พุ่งพรวดมาอย่างรวดเร็วพร้อมอาวุธในมือ
Light as a Feather (วิชาตัวเบา )๑๐
เคลื่อนที่ หลบหลีก ต่อสู้ ไวกว่าปกติหลายเท่าตัว
ไคท์ใช้สกิล Light as a Feather โจมตีศัตรูด้วยการเคลื่อนไหวที่ปราดเปรียว และว่องไวเขาพุ่งสกัดบอสเห็ดได้ทันท่วงที ก่อนร่างั์ของมันจะจู่โจมนามิ แต่ยังไม่อาจเบี่ยงความสนใจมันได้
ชายหนุ่มเปิดใช้สกิล"Fall of the Ascending Dragon" ร่างของเขาก็มีมวลพลังมหาศาลอัดเข้ามาเหมือนลมดูด ด้วยพลังและการเคลื่อนไหวรวดเร็วราวสายลมเงาัทองปรากฏขึ้นด้านหลังเขา เป็สัญลักษณ์แห่งอำนาจตามความเชื่อชาวตะวันออกอากาศรอบด้านส่งเสียงดังเปรี๊ยะ ๆ ด้วยกระแสไฟฟ้า
ในการต่อสู้อันดุเดือดเขาพบว่ากำลังเผชิญกับสัตว์อสูรที่ทรงพลัง ิัหนาของมันคล้ายยางรถยนต์ ชายหนุ่มยิ้มเหี้ยมเกรียมแล้วควงหอกเตรียมพร้อม รู้สึกถึงประจุไฟฟ้ากำลังส่องประกายแปลบปลาบ
เขากระโจนไปข้างหน้าจ้วงหอกแทงทะลุร่างบอสเห็ดอย่างง่ายดายด้ามของมันจมลึกเข้าไปข้างในจนเขารู้สึกได้ถึงแรงต้านมหาศาล ขณะที่ดึงหอกออกมาทันใดนั้นสายฟ้าก็ฟาดลงมา เพิ่มความแข็งแกร่งและชาร์จมันด้วยพลังที่มากขึ้น
ชายหนุ่มเหวี่ยงหอกอีกครั้งคราวนี้โจมตีด้วยพลังทั้งหมด กระทั่งบอสเห็ดมีเืสีเขียวเข้มไหลทะลักออกมามันแผดเสียงคำราม ดิ้นพล่านด้วยความเ็ป
ไคท์หายใจหอบถี่ถอยไปหนึ่งก้าว ด้วยรอยยิ้มพึงใจ เขามองหอกในมือ พร้อมกับดึงออกจากร่างบอส ประจุไฟฟ้ายังคงวิ่งปราดทั่วร่างชายหนุ่มหมุนควงอาวุธอีกครั้ง สายฟ้าไหลมาตามหอกอย่างรวดเร็วเพื่อเสริมพลังจากนั้นเขาจ้วงแทงไปที่ร่างของบอสเห็ดซ้ำอีก ดูเหมือนเคาน์เตอร์การโจมตีจะได้ผล
Fall of the AscendingDragon (พลังหอกแห่งดาราั) ๑๐
บัฟเสริมพลังของตัวเองทุกค่าสถานะ และทำให้เกิดพลังสายฟ้าได้ขณะโจมตี
(เคาน์เตอร์การโจมตี (Counter Attack) เป็กลยุทธ์หนึ่งที่ใช้ในการต่อสู้หรือการเล่นเกมที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้เป้าหมายของเคาน์เตอร์คือการโจมตีแบบตอบโต้หรือต่อสู้กลับ ในขณะที่ถูกโจมตีมาโดยใช้กลยุทธ์เพื่อยับยั้ง ทำลาย หรือลดความสามารถของฝ่ายตรงข้าม - ผู้เขียน)
ไคท์โจมตีอย่างดุเดือดเขาใช้พลังจากสกิลส่งกลับไปในทิศทางตรงข้ามกับบอสเห็ดแล้วะโลอยตัวขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็วก่อนจะม้วนตัวตีลังกาเหมือนฉากในหนังโชว์กำลังภายใน ยืนอยู่ไม่ไกลจากนามิ
"นายจะทำเท่คนเดียวไม่ได้นะเพื่อน”เสียงหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างใหญ่กระโจนไปหาบอสในขณะที่มันโงนเงนจวนจะล้มลงแล้วะโว่า "Energy BlastPunch!" ด้วยพลังมานาที่รวมไว้ที่หมัดขวาของเขาจากนั้นต่อยไปที่บอสเห็ดอย่างสุดแรง ต่อเนื่องจากไคท์ทันที
ไคท์หันไปทางไบเซอร์แล้วยักคิ้วพูดว่า
"เป็ผลงานที่น่าประทับใจนายเป็คู่หูที่ยอดเยี่ยมมาก"
"ฉันทำไม่ได้หรอกถ้าไม่มีนาย" ใบเซอร์ตอบแล้วยิ้มมุมปาก
Energy Blast Punch (หมัดะเิ) ๑๐ หมัดบรรจุด้วยพลังมานาโจมตีเป็กลุ่มหรือเดี่ยวได้
“กี๊สสส!!!!”
เสียงแหลมเล็กของบอสเห็ดดังยาวนานพร้อมกับเืที่ลดลงเรื่อย ๆ
“เค็นมาริ ตีต่อไป !!”นามิสั่งการเมื่อเห็นว่ามีกองหนุน จึงไม่ควรพลาดโอกาส
“เราชนะแน่กัปตันและท่านรองมาแล้ว” หล่อนคิดในใจพลางมองรอบ ๆ เพื่อสำรวจเพื่อนรวมทีมว่าแต่ละคนอยู่ในจุดที่พร้อมหรือยัง
“มานาของฉันฟื้นฟูได้ครึ่งนึงแล้ว” โฮชิโนะ พูดในช่องสนทนาเฉพาะปาร์ตี้
“ผู้เล่นไคท์และใบเซอร์ขอเข้าร่วมปาร์ตี้"หน้าต่างระบบแจ้งเตือนมายังนามิซึ่งเป็หัวหน้าปาร์ตี้“
"รับฉันเข้า'ตี้ด้วย”ไคท์ะโเสียงดังให้นามิได้ยิน ขณะที่เขาเริ่มออกวิ่งไปล่อบอส
นามิยิ้มเล็กน้อยพลางกดปุ่มยอมรับทั้งสอง
“ได้ค่ะกัปตัน”
...
บันทึกของอัคคี
แต่สิ่งที่ผมกังวลยิ่งกว่าคือผมไม่คิดว่าใยแมงมุมเหล่านี้เป็เพียงเส้นทางที่พวกมันทำขึ้นเพื่อหลบเลี่ยงการปะทะเท่านั้น
บันทึกของก็อบลิน
สวัสดีข้าคือนายพลก็อบลินซาลาซัด ผู้บันทึกสารนี้เราเป็เผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในเหมืองนี้มาช้านาน ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านของเราและไม่ใช่เพียงเราที่ดำรงอยู่ ยังมีแมงมุมอาศัยอยู่อีกด้านหนึ่งของเหมืองเช่นกัน
เราจับแมงมุมเ่าั้มาเป็อาหารพวกมันก็จับเาาวก็อบลินเป็อาหารด้วย และหลายครั้งที่เกิดการต่อสู้ขึ้นแต่ไม่รุนแรงเท่าเหตุการณ์ล่าสุด
เราได้พบกับสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งข้าไม่รู้ว่ามันมาจากไหน? มีที่มาหรือกำเนิดได้อย่างไร แต่มันมาจากส่วนลึกของเหมืองที่แม้แต่พวกเราก็ไม่มีใครกล้าเข้าไป
มันไร้ฝูงและชุมชน แต่ก็สามารถต่อสู้กับพวกเราหลายตัวตามลำพังได้ องค์าาตรัสว่ามันคือลิงั์ และวานรนั้นยิงธนูได้อย่างแม่นยำ ที่แปลกกว่านั้นคือต่อให้เราสังหารมันได้ เ้าลิงนั้นก็ยังกลับมาอีก
องค์าาสั่งไม่ให้เราเข้าไปตอแยกับสิ่งที่สู้ไม่ได้ แต่เ้าลิงไม่หยุดมันสังหารก็อบลินจำนวนมากที่ค่ายกักกันปีศาจ ซึ่งองค์าาได้ตัดขาของสุนัขอสูรนั้นทิ้งเพื่อไม่ให้มันเคลื่อนไหวหรือทำอันตรายเราได้ แต่เ้าลิงก็ปลดปล่อยมันออกมา
ทั้งสองสังหารเพื่อนของข้า รามัสกัสนายพลก็อบลินซึ่งเฝ้าที่คุมขังสุนัขอสูร และไล่ฆ่าเราองค์าาจึงส่งนักรบผู้เกรียงไกรหลายตัวไปสังหารมัน แต่เรากลับล้มตายกันหมด
สุนัขอสูรสีเขียวขนฟู
เราพบสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกับลิงตัวนั้นที่รังเก่าของเ้าแมงมุมองค์าาตรัสว่ามันเป็ลิงตัวเมียที่มีพลังดาบมหาศาลสามารถใช้อาวุธทรงอานุภาพสังหารเราได้ และ ไม่มีใครกล้ายุ่งกับมันดูเหมือนว่ามันจับฝูงกับลิงตัวผู้ที่ยิงธนูได้ การปรากฏตัวของพวกมันทำให้องค์าาส่งก็อบลินฝีมือดี เข้าร่วมกับหน่วยลาดตะเวนและเพิ่มการป้องกันเป็สองเท่า แต่โชคดีที่พวกลิง ไม่ได้รุกรานเราเหมือนแมงมุม
บันทึกของก็อบลิน
และนี่เป็อีกครั้งที่ข้าจดบันทึก ข้าคือนายพล Goblin Salazar ดูเหมือนสิ่งที่ข้าไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นเราถูกลอบโจมตีจากศัตรูที่ไม่รู้ที่มา และไม่เคยมีใครรอดชีวิตมาส่งข่าวได้เส้นทางที่เราเคยใช้ เพื่อนำคริสตัลไปถวายองค์าา ถูกบางสิ่งซุ่มโจมตีและข้าได้ตรวจสอบพื้นที่แล้ว ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ แต่สังหรณ์ของข้าบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เื่ดี
หลังจากแร่คริสตัลเริ่มขาดแคลนองค์าาส่งพวกเรากลุ่มใหญ่ไปขุดแร่ก้อนใหม่ ข้าได้ยกเลิกใช้เส้นทางเดิมเราจึงเดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่ของเหมืองซึ่งเป็ทางหลักหน้าค่าย และตอนนั้นเองที่ข้าต้องเศร้าสลดใจเพราะทีมขุดเหมืองของเรา เหลือรอดกลับมาแค่ตัวเดียว
ภายในถ้ำเหมืองซึ่งถูกขุดเป็ที่พักอาศัยของก็อบลินตนหนึ่ง นายพลก็อบลินซาลาซัดกำลังก้มหน้าเขียนอะไรขยุกขยิก โดยใต้ลังไม้บรรจุกระดาษหลายแผ่น และมีแผ่นหนึ่งวางแยกจากม้วนกระดาษอื่น ๆ และถูกเปิดดูบ่อยครั้งมันถูกถือด้วยมือยาวและมีเพียงสี่นิ้วของก็อบลินคลี่ออกอ่าน ท่ามกลางแสงไฟวูบไหวส่องให้เห็นเนื้อความบนกระดาษ
บันทึกของก็อบลินผู้รอดชีวิต
วันนั้นข้าออกไปขุดเหมืองตามคำสั่งขององค์าาเนื่องจากมีรายงานเื่ผลึกแร่บริสุทธิ์ ในโถงถ้ำใหญ่ ท่านนายพลสั่งให้เราใช้เส้นทางหลัก ห้ามใช้ทางแยกอื่น ซึ่งข้าได้ยินมาว่า มีก็อบลินหายตัวไปหลายตนตอนที่พวกเขาออกไปขุดเหมือง และหน่วยลาดตะเวนก็ยังไม่กลับมา
และเพื่อความปลอดภัยท่านนายพลจึงให้มีหน่วยอารักขาเพิ่มขึ้น เป็กองร้อยขนาดใหญ่กว่าทุกครั้งและได้มอบแตรเป่าสัญญาณแก่ข้า ข้ารู้สึกกังวลใจ แม้ว่าข้าเคยผ่านศึกต่อสู้กับแมงมุมหลายครั้งแต่ยังไม่เคยเห็นเาาวก็อบลินขุดแร่ โดยใช้กำลังพลคุ้มกันมากขนาดนี้
ไอเทมแตรเป่าสัญญาณ(ใช้ได้หนึ่งครั้ง)
เมื่อใช้แล้วจะเกิดเสียงดังกังวานสหายก็อบลินจำนวนหนึ่งจะออกมาช่วยเหลือ
เราเดินไปตามเส้นทางหลักแต่ข้าก็ไม่รู้ทางจริง ๆ หรอก เพราะเหมืองนี้เหมือนเขาวงกต สิ่งที่ข้าทำได้คือเดินตามหน่วยลาดตะเวนไปจนถึงจุดหมาย ตามที่หน่วยสอดแนมคนก่อนเขียนไว้ในรายงาน
สถานที่อันกว้างใหญ่นี้มีผลึกแร่คริสตัลจำนวนมาก หากสิ่งที่ทำให้เราตกตะลึงคือ แร่บริสุทธิ์เหล่านี้ส่องประกายสุกใสเจิดจ้ายิ่งกว่าคริสตัลใด ๆ ที่ข้าเคยเห็นเราตื่นเต้นกันมากที่ได้ถวายคริสตัลนี้แด่องค์าา ดังนั้นเราจึงลงมือขุดอย่างเอาเป็เอาตาย แต่ดูเหมือนอุปกรณ์ของเราจะทะลวงผ่านบริเวณนี้ไม่ได้ง่ายๆ
ทันใดนั้นเองอสูรตัวเขียวที่ครั้งหนึ่งเคยบุกเข้ามาในหมู่บ้าน และฆ่าเรา แต่พ่ายแพ้ต่อองค์าาตอนนี้มันโผล่ออกมาจากความมืดส่วนหนึ่งของถ้ำ ที่ที่แสงไฟส่องไม่ถึง
มันวิ่งชนจนร่างข้ากระแทกกับเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ เมื่อหน่วยลาดตะเวนได้ยินเสียงก็วิ่งกรูมาเพื่อจะช่วยเรา มันส่งเสียงหอนที่ทำให้เราแทบเสียสติ เพราะเสียงนั้นกระตุ้นให้เราโกรธและหวาดกลัว
พวกเราหลายสิบตัววิ่งตามสุนัขอสูรไปตามทางแต่จู่ ๆ ร่างของมันก็หายไปราวปาฏิหาริย์ ที่แท้ทั้งหมดเป็เพียงแผนการชั่วร้ายของแมงมุมเท่านั้นมันใช้สุนัขปีศาจสีเขียวล่อให้เราไปที่ถ้ำของมันจากนั้นพวกมันหลายสิบตัวก็ออกมาโจมตีเรา แล้วข้าก็นึกขึ้นได้ว่าเหตุใดท่านนายพลจึงได้มอบแตรสัญญาณนั่นกับข้า? เพราะท่านรู้ว่าแมงมุมชั่วร้ายเหล่านี้วางกับดัก
และข้าคิดว่าเหตุการณ์ที่พวกเราสูญหายและการตายของหน่วยสอดแนม ก็เป็ฝีมือแมงมุมเช่นกัน
เราาเ็ล้มตายกันเป็จำนวนมากหน่วยอารักขา แม้จะสามารถต้านทานแมงมุมได้ในระยะแรกแต่ยังมีพวกมันจำนวนมากออกมาจากรัง ข้าไม่มีเวลาคิดจึงตัดสินใจใช้แตรเป่าสัญญาณที่ท่านนายพลให้ไว้ เสียงแตรก้องกังวานไปทั่วโถงถ้ำ จนแมงมุมหยุดชะงักครู่หนึ่งจากนั้นมันก็พุ่งจู่โจมมาที่พวกข้าตามเดิม
ข้าภาวนาต่อาาก็อบลินโปรดอภัยข้าด้วย ที่ไม่อาจนำแร่ไปถวายได้ แต่ทันใดนั้นเสียงแตรก็ส่งสัญญาณถึงพวกพ้องของข้า ก็อบลินทหารออกมาช่วยเราได้ทันท่วงที
เราต่อสู้กับแมงมุมอย่างดุเดือดในขณะที่คิดว่าจะกำชัยได้ แมงมุมตัวใหม่ก็ปรากฏขึ้นและจู่โจมเราแม้มีจำนวนน้อย แต่เ้าพวกนี้แข็งแกร่งว่องไวมันตัวเดียวสามารถเอาชนะก็อบลินอย่างเราได้ถึงสามตัว
แต่เาาวก็อบลินต่างไม่ยอมจำนนตกเป็อาหารของมันโดยง่าย ข้าจึงตัดสินใจเข้าแลกด้วยชีวิต แต่พลาดท่าเสียทีจนร่างกระเด็นไปไกล
าดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้แพ้ รู้ชนะ ในตอนหนึ่งข้าถูกแมงมุมพุ่งใส่จนสลบไปและฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าต่างฝ่ายต่างตายเกือบหมดเหลือรอดชีวิตเพียงฝ่ายละหนึ่งตัว แต่ขาและแขนของข้าหัก ไม่สามารถหยิบจับอะไรได้ส่วนเ้าสัตว์นรกนั้น มองมาที่ข้าอย่างโกรธแค้นและข้าก็จ้องมองมันด้วยสายตาที่ไร้ความเกรงกลัว
...
บันทึกจากกระดาษแผ่นนั้นถูกอ่านและวางลงบนลังไม้ตามเดิมแล้วนายพลก็อบลินซาลาซัด ก็เขียนบันทึกต่อ
หลังจากาครั้งนั้น เราก็อยู่ร่วมกันไม่ได้เหมือนเคย แมงมุมแสดงท่าทีเปลี่ยนไปมันไม่ได้โจมตีเรา เพียงแค่้าอาหารเท่านั้น แต่เห็นเราเป็ศัตรู และเพื่อความปลอดภัยข้าจึงได้ถวายรายงานต่อองค์าาให้พิจารณา และองค์าาสั่งให้มีการระดมพล ฝึกกองกำลังติดอาวุธ และที่สำคัญคือ
เราสร้างหอคอยพร้อมทั้งป้อมค่ายเฝ้าระวังทำให้การป้องกันของกำลังเสริมและพลธนูก็อบลินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทำให้เราสามารถเก็บเกี่ยวผลึกแร่คริสตัลได้จำนวนมาก องค์าาและกองทัพของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
กษัตริย์รับสั่งให้เราบุกจู่โจมเข้าไปในอาณาเขตของพญาแมงมุมถึงพวกมันจะเก่งกาจ แต่เป็เพียงสัตว์เดรัจฉาน ต้องจำนนให้กับความมีอารยะของเรา มันพ่ายแพ้แก่เราด้วยไฟและอาวุธ เราเผ่าทำลายรังของมันจนมอดไหม้ กระทั่งร่างของมันก็ถูกเผาไม่เหลือซาก ตามที่องค์าาได้ตรัสไว้ พวกมันเป็เพียงสัตว์ล้าหลัง
พวกมันถอยร่นเข้าไปด้านในเกือบจะใกล้รังของนางพญาแมงมุม ทว่าทุกอย่างไม่ง่ายเหมือนที่คิดข้าจำได้ ตอนนั้นข้าอยู่ด้วย
“ยิง!”
นายพลก็อบลินบัญชาทัพสั่งนักธนูที่อยู่แนวหลัง ส่วนด้านหน้า นักรบก็อบลินที่มีโล่และดาบสั้นในมือต่างก็ถืออาวุธรอรับการปะทะ
ก็อบลินหลายร้อยตัวทำงานอย่างเป็ระบบ พลธนู ปล่อยธนูราวห่าฝนจากคันศรเล็ก ๆ ที่ทำจากไม้เนื้อหยาบพุ่งเข้าใส่แมงมุมที่อยู่ตามพื้นและผนังถ้ำ ทำให้พวกมันหลายตัวร่วงลงมาแต่ปริมาณของแมงมุมไม่ได้ลดจำนวนลงเลย มันกลับผุดออกจากรังราวท่อน้ำแตกต่างกระโจนเข้าหานักรบก็อบลิน จนโล่ไม้แตกเป็เสี่ยง ๆ
“อย่าใทุกคนรีบตั้งแนวรับ”
ท่านนายพลสั่งการ
ก็อบลินที่ใเหมือนได้สติพากันวิ่งกรูเข้าฝูง และ ต่อสู้เป็กลุ่มทำให้พวกแมงมุมเริ่มล่าถอย
“มันล้อมเราไว้แล้ว!!”
พลธนูก็อบลินตนหนึ่งร้องอย่างตื่นตระหนก
สถานการณ์ขับคันตึงเครียดถึงขีดสุดแม้เราจะรวมกันต่อสู้ แต่แมงมุมก็รุมล้อมเราเป็วงกลม โดยมีเราอยู่ตรงกลางสู้แค่ตัวตาย แต่ไร้หนทางหลบหนี
ด้านหน้าทางเข้ารังใหญ่ของมันมีแมงมุมจำนวนมากออกมาโจมตีเรา จนเราไม่สามารถต้านกำลังมันได้ มันไม่กลัวตายและต่อสู้อย่างดุเดือดมันแข็งแรงกว่าแมงมุมทั่วไป ตัวใหญ่และสีดำสนิทะโได้ว่องไวและมีเส้นใยเหนียวหนึบหนับ
“ตูม!”
เสียงจากะเิหินของฝูงแมงมุมที่รุมล้อมปิดทางเราดังขึ้นจนพวกเราล้มกลิ้งกระเด็นกระดอน ทันใดนั้นร่างอันใหญ่โตกว่าเราก็ปรากฏขึ้น มันคือวานรสองตัวตัวหนึ่งถือธนูและอีกตัวถือดาบเล่มใหญ่พวกมันสวมชุดเกราะที่ประทับตราสัญลักษณ์ของเรา และเ้าสุนัขปีศาจก็บุกเข้ามาโจมตีพวกแมงมุม จนเปิดทางออก
ข้ารู้ทันทีว่านั่นคือทางรอดเดียวที่องค์าาส่งมาสัญลักษณ์ก็อบลินบนชุดเกราะ ทำให้ข้ามั่นใจว่า พวกเขามาช่วยข้าจึงตัดสินใจได้ว่าควรทำอย่างไร
"ถอยไปที่ทางออก!”
นายพลก็อบลินออกคำสั่งทันทีตอนนี้ก็อบลินหลายร้อยตัวเหลืออยู่เพียงหยิบมือเดียวรีบวิ่งกรูโดยมีวานรสองตัวและปีศาจตัวเขียวเปิดทาง
แมงมุมเหมือนจะรู้ทันมันไม่ปล่อยโอกาสให้เราหนีออกไปได้ พวกมันนับร้อยตัวจึงกระโจนเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง
บันทึกของนายพลก็อบลิน
ใน่เวลาคับขันนั้นเราได้รับการช่วยเหลือโดยไม่คาดคิดจากลิงสองตัวรวมถึงเ้าสัตว์ประหลาดตัวเขียวก็มาช่วยเราจากการสังหารหมู่ด้วยทำให้เรารอดตายมาได้ แม้ว่าหลังจากการบุกครั้งนั้น เราจะเสียไพร่พลไปมากก็ตามและมีเพียงสิบห้าตัวเท่านั้นที่รอดชีวิต แต่ถือว่ามากแล้ว ที่สำคัญเราได้ลิงสองตัวกับสุนัขอสูร มาเป็พันธมิตรในการต่อสู้ครั้งนี้
....
บันทึกของเวลไฮเดอร์(เ้ากล้า)
ตอนนี้ข้าและคู่หูได้เข้าร่วมกับก็อบลินแม้โดยส่วนตัวข้าไม่ชอบก็ตาม เพราะสิ่งที่มันเคยทำกับข้า แต่ข้าก็เชื่อใจเขา ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร
ข้ายอมรับว่าแมงมุมเป็ศัตรูที่ไม่อาจเอาชนะได้โดยง่าย พวกมันแข็งแรง และเคลื่อนไหวได้เร็วข้าได้รับภารกิจให้ไปช่วยก็อบลินต่อสู้กับพวกมัน
“หนีเร็วเข้ามัวทำอะไรอยู่”
อัคคีะโลั่นขณะที่เขายังคงยิงธนู พร้อมหลบการโจมตีจากแมงมุมอย่างรวดเร็ว
“เ้า...ทิ้งข้าไว้ที่นี่เถอะ! ”
นายพลก็อบลินพูดอย่างอ่อนแรง เขาเป็คนสุดท้ายที่ยืนหยัดต่อสู้กับพวกแมงมุม และได้รับาเ็สาหัส สั่งทหารก็อบลินหนีไปโดยทิ้งเขาไว้ตามลำพัง
“เ้าโง่! เร็วเข้าเราต้องไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ !”เสียงหนึ่งโพล่งขึ้นพร้อมร่างของข้าปรากฏตัวขึ้นทำให้พลทหารก็อบลินใ
“ทำไมเ้าพูดภาษาเราได้”
“นี่ไม่ใช่เวลามาสนใจเื่นี้รีบไปจากที่นี่ซะ”
“ข้าคงไม่รอดพวกท่านไปเถอะ ขอบใจมากที่ช่วยเหลือ”
นายพลก็อบลินพูดอย่างอ่อนแรงพลางกุมบริเวณท้องที่เืกำลังไหล
“ไป!”
ข้าร้องเสียงเครียดพลางดันร่างของเขาขึ้นมาบนลำตัว แล้ววิ่งไปตามทางที่อัคคีกำลังยิงธนูสกัดการโจมตี
เราหลุดจากวงล้อมของแมงมุมแต่มันยังไล่ตามจนถึงโถงถ้ำใหญ่
“เมลิน่ารีบไปเร็ว”
อัคคีพูดแล้วฉวยข้อมือหล่อนออกวิ่งทำให้หล่อนหน้าแดงก่ำ
“หนีไปไม่ต้องรอ”
เขาสั่งพลางหันมายิงธนูเพื่อสกัดแมงมุมตัวที่เข้ามาใกล้
ข้าวิ่งอยู่ด้านหน้าพร้อมกับแบกร่างก็อบลินไปด้วย เมลิน่าวิ่งตามมาติด ๆ อัคคีอยู่หลังสุดในตอนนั้นเอง แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นที่ปากทางโถงถ้ำ
“เป่าแตรและส่งสัญญาณให้พวกเราอย่าให้มันโจมตี ผู้ช่วยเหลือ”
นายพลก็อบลินเมื่อเห็นว่าทางออกอยู่ด้านหน้าจึงร้องสั่งก็อบลินที่ติดตามมา
“ปู๊นนน!”
เสียงแตรดังมาจากพลทหารที่วิ่งคู่มากับเวลไฮเดอร์สะท้อนไปทั่ว ทำให้ทหารยามก็อบลินบนหอคอยรีบไปยังตำแหน่งของตนแล้วส่งสัญญาณ เพื่อไม่ให้โจมตีเวลไฮเดอร์ เมลิน่าและ อัคคี ครู่หนึ่งก็อบลินหลายร้อยตัวพร้อมอาวุธครบมือก็วิ่งออกจากอุโมงค์หมู่บ้านเพื่อเป็กองหนุน และเมื่อพวกมันเห็นกลุ่มของอัคคีแบกนายพลมาก็แหวกหลบทางให้ ส่วนพวกรอดชีวิตยังคงวิ่งเข้าไปข้างใน
แมงมุมที่ไล่ตามมาราวกับไร้ความกลัวมันผุดออกมาตามรายทาง ตอนนี้ข้าเพิ่งประจักษ์ว่าหอคอยนี้ไม่ได้ไร้ประโยชน์และด้วยชัยภูมิที่เหนือกว่า ทันทีที่แมงมุมออกมาจากถ้ำก็ถูกห่าธนูจากพลธนูก็อบลินระดมยิงใส่
“ก๊าซซซ!!”
ภายในถ้ำสั่นะเืด้วยเสียงที่ดังมาจากรังของแมงมุมก็อบลินตัวสั่นด้วยความกลัว และหวาดผวาไปตาม ๆ กัน และพวกแมงมุมที่ไล่ตามอัคคีไม่ได้ออกมาปะทะกับก็อบลินที่โถงใหญ่ ศึกครั้งนั้นจึงจบลง
...