ลู่เสียนรีบเดินตามก่อนจะผละตัวถอยห่างเมื่อได้ยินชื่อตนกำลังถูกเอ่ยด้วยคนทั้งสอง ฮุ่ยหลิงที่ได้ยินว่าพี่ชายเพิ่งเดินทางกลับจากการเที่ยวล่าสัตว์จึงรีบมาเข้าเฝ้า แม้พวกเขาทั้งสองต่างเป็โอรสต่างฝ่าย แต่เพราะวัยใกล้เคียงกันอีกทั้งฮุ่ยิโอรสลำดับสามตำแหน่งรัชทายาทยังใจดีต่อเขามาั้แ่เด็กจึงทำให้พวกเขาทั้งสองผูกพันกันนัก ฮุ่ยหลิงเกิดมาก็ถูกตราว่ามีร่างกายอ่อนแอมิอาจให้ออกห่างจากตำหนักฤดูหนาวไปไหนได้ทำให้ฮุ่ยิรัชทายาทในตอนนั้นเกิดความเป็ห่วงเป็ใยน้องชายที่เพิ่งกำเนิดเทียวมาหาและอยู่เฝ้าเป็เพื่อนคลายเหงา กระทั้งฮุ่ยหลิงอายุได้เจ็ดหนาวเขาก็รู้ได้ว่าตนนั้นก็มิต่างจากเด็กคนอื่น ๆ เพียงเพราะตำแหน่งของเขานั้นอันตรายเกินไป ขุนนางฝ่ายสนับสนุนมารดาหึกเหิมหมายส่งเขาขึ้นชิงตำแหน่งรัชทายาทด้วยเพราะมิชอบฮ่องเฮาแคว้นเมิ่งที่เป็คนป่าเถือน จึงกล่าวต่อพระพักตร์ต์ว่าโอรสที่เกิดจากหม่ากุ้ยเฟยคือผู้เหมาะสมเพราะเป็คนชาวแคว้นหยางหรั่น มิใช่โอรสที่เกิดจากสตรีชาวเมิ่ง ด้วยเกรงว่าต่อไปจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหากรัชทายาทฮุ่ยิขึ้นครองราชย์จักเอาแผ่นดินหยางหรั่นไปให้ชาวเมิ่งกอบโกย ฮ่องเต้ที่ทรงฟังก็หวั่นกลัวว่าจะมีผู้หมายทำร้ายโอรสเช่นเขา จึงสั่งหลัวกงกงจัดการมิให้ผู้ใดรับรู้ว่าโอรสที่เกิดจากหม่ากุ้ยเฟยนั้นมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เพียงไม่นานทั่วแคว้นหยางหรั่นก็ได้ข่าวว่าโอรสคนที่เจ็ดของหยางฮ่องเต้เป็เด็กที่เกิดมาอาภัพร่างกายมิแข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไป ทำให้เขาต้องรักษาตัวอยู่เพียงตำหนักฤดูหนาว ตำหนักที่สร้างไว้เฉพาะในการรักษาโอรสเช่นเขา
ฮุ่งหลิงโค้งตัวเคารพต่อหน้าผู้เป็เชษฐาแม้จะมีใบหน้าคล้ายกันเพียงสองส่วน ฮุ่ยิย่อมือประคองบ่าผู้เป็อนุชาก่อนเอ่ยทัก
“ข้าได้ยินว่าเ้าหมั้นหมายกับบุตรีแม่ทัพลู่”
“เสด็จพี่ได้ยินมิผิดพ่ะย่ะค่ะ แต่สัญญานั่นยังมิสมบูรณ์เพียงรอฝ่ายนั่นตอบรับเสียก่อน”
“อะไรกัน เหตุใดเสด็จพ่อจึงกล่าวสัญญาเช่นนั้น พระองค์มิรู้หรือว่าหากบุตรีแม่ทัพลู่เอ่ยปฏิเสธเ้าขึ้นมาใครกันที่อับอาย ข้าจะไปคุยกับเสด็จพ่อเื่นี้เอง” ฮุ่ยิที่ได้ยินก็ลุกพลันลั่นวาจาอย่างมิพอใจ
“เสด็จพี่สามอย่าเพิ่งรีบร้อนพระทัย ยามนี้คุณหนูลู่ยังมิได้กล่าวปฏิเสธ แต่ท่านพี่ก็รู้ว่าจะมีบุตรีขุนนางใดอยากแต่งให้แก่บุรุษผู้อ่อนแอเยี่ยงข้าเล่า”
“แล้วเ้าละ...เ้าชอบคุณหนูลู่หรือไม่” ฮุ่ยิเอ่ยโพล่งถามผู้เป็อนุชาเมื่อเห็นแววตาหลุบต่ำลง ฮุ่ยหลิงสีหน้าถอดสีพลันกล่าวขึ้นทันที
“ข้ามิได้ชอบนางเสียหน่อย นางนั้นเด็กเกินไปสำหรับข้าด้วยซ้ำ” ลู่เสียนที่ยืนอยู่หลังพุ่มไม้ได้ยินหัวใจก็พลันเต้นแรง นางกับเขานั้นมิใช่ว่าห่างกันไกลนัก นางเพียงยี่สิบเอ็ดหนาวส่วนเขาหากนับถอยจากองค์รัชทายาทเพียงสองปีก็สามสิบหกหนาวเห็นจะได้ ลู่เสียนยกมือทาบอกด้านซ้ายตนพยายามข่มมิให้เต้นแรงเสียงดัง เกรงว่าเขาที่อยู่มิไกลจักได้ยิน แต่ยังมิทันที่จะได้ถอยหลังหนีใครบางคนก็เอ่ยทักขึ้น
“อ้าว..คุณหนูลู่ท่านกำลังจะมาพบองค์ชายเจ็ดหรือ” เจียวหั่วเป็คนโผงผางพูดจาหวน ๆ แต่ก็มีสัมมาคารวะ เจียวหั่วแม้เป็องครักษ์ข้างกายฮุ่ยหลิง แต่ก็มีตำแหน่งเป็องครักษ์ขั้นสามได้รับดาบอาญาสิทธิ์จากฮ่องเต้ เพื่อให้การอารักขาฮุ่ยหลิงรอดพ้นภัยจึงได้สิทธิ์ถือดาบนั่นดูแล ลู่เสียนหันมองด้วยความใ มิคิดว่าจะมีใครมาพบ นางละล่ำละลักเพื่อจะเดินหนีแต่ก็มิทันการ ฮุ่ยหลิงได้ยินเสียงจึงรีบเดินมาดู
“เสียนเออร์?” ฮุ่ยหลิงกล่าวทักทั้งยืนมองสตรีที่เป็ว่าที่คู่หมั้นตนพลางอย่างสำรวจท่าทาง ‘นางคงมิได้ยินที่เขาเอ่ยเมื่อครู่หรอกนะ’ ฮุ่ยหลินที่ยืนอยู่ก็เดินตามมาช่วยแก้สถานการณ์ตรงหน้าเกรงว่าสตรีผู้นี้จะหนีอนุชาเขาไปเสียก่อน
“ถวายพระพรรัชทายาทเพคะ” ลู่เสียนยอบกายเมื่อฮุ่ยิหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
“อะไรกัน นางออกจะงามปานล่มเมืองไยเ้ายังมิใส่ใจ หากเ้ามิชอบงั้นข้าจะรับนางเป็สนมเ้าว่าดีหรือไม่” ฮุ่ยิมิว่าเปล่าเขายังหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้เจียวหั่ว ฮุ่ยหลิงได้ยินก็รีบแย้ง
“สนมเสด็จพี่สามมีนับสิบ ทั้งยังงดงามทุกคนเสด็จพี่สามยังมิพออีกหรือพ่ะย่ะค่ะ” ฮุ่ยหลิงยอกย้อน ลู่เสียนก้มหน้าเหมือนรู้สึกผิดจึงรีบเอ่ย
“วันนี้หม่อมฉันเดินทางมากับท่านพ่อ พอดีนึกเบื่อเลยเดินชมดอกไม้เพลินมิทันระวังว่าเป็เขตของพระองค์ หม่อมฉันขออภัยเพคะ เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัว” กล่าวจบลู่เสียนก็รีบหันหลังเดินกลับมิรั้งรอให้เขาได้อธิบาย ฮุ่ยิหันหน้ามองผู้เป็อนุชาพลางตบบ่ากล่าวขึ้นว่า
จ้าอย่าปิดหูขโมยกระดิ่ง[1]เลยน้องเจ็ด” กล่าวจบฮุ่ยิก็เดินจากไป ปล่อยให้ผู้เป็อนุชายืนทบทวนสิ่งภายในใจของเขาเองลู่เสียนเดินกลับมาที่บิดาอย่างมิพอใจ เขามิชอบนางยังกล่าวว่านางมิสวยอีก ช่างเป็บุรุษที่มิถนอมน้ำใจหน้าสตรีเลย ลู่เสียนนั่งหน้างอง้ำรอพลางนึก ‘หรือเราจะกล่าวขอให้ท่านพ่อยกเลิกสัญญาหมั้นหมายนี้ดี แล้วหนีไปบวชอยู่วัดเสียที่ห่างไกล...มิได้ มิได้หากเราทำเช่นนี้ท่านพ่อต้องเสียใจ’ เมื่อนึกว่ามิได้แล้วเรียวตารีก็หลุบมองพื้นอย่างทดท้อใจ ช่างมิง่ายเลยที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตา ลูกเสียนเงยหน้ามองก็เห็นนางกำนัลต่างกระซิบกระซาบกันพลางหัวร่อใส่ มีผู้ใดบ้างที่จะมิหัวร่อสตรีที่เลือกอภิเษกให้กับองค์ชายอ่อนแอเช่นเขา ชาติที่แล้วนางมิเลือกเขาก็เื่นี้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือหลงคิดว่าโจวเหรินจงนั้นจะเป็บุรุษที่ดีถนอมน้ำใจนาง สมแล้วที่เขาจะว่านางโง่เขลา เพราะยามนั้นแววตานางราวกับมืดบอดมองมิเห็นความชั่วที่โจวเหรินจงกระทำ ทั้งยังช่วยเหลือส่งเสริมให้บุรุษผู้นั้นทำความชั่วเพิ่มไปอีก นางช่างโง่เขลาจริง ๆ
เชิงอรรถ