บทที่ 8 สุดทางหนี
“ขึ้นไปข้างบน! ขึ้นไปข้างบน…”
เซี่ยปู๋เอ้อจับมือเฉินจิงฮัววิ่งหนีขึ้นบันได เขาได้รู้แล้วว่าราคาของการทำตัวเป็พระเอก ที่ช่วยชีวิตสาวงามไว้มันสูงลิ่วแบบนี้นี่เอง มันเป็เื่ที่ไม่สามารถถอนตัวได้ง่ายๆ ไม่เหมือนกับฝูงซอมบี้พวกนี้ที่เขาจะทุบให้เละเมื่อไหร่ก็ได้
“กรี๊ด…”
มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากชั้นล่าง ก่อนที่จะมีอีกหลายคนวิ่งขึ้นบันไดมาที่ชั้น 4 เซี่ยปู๋เอ้อหยุดชะงักและหันกลับไปมอง คุณครูผู้ชายสะดุดล้มลงไปทับคุณครูผู้หญิง ทั้งสองคนกลิ้งตกบันไดไปเหมือนลูกบอล
“แย่แล้ว!!!”
สัญชาตญาณของเซี่ยปู๋เอ้อร้องเตือน เขาเห็นซอมบี้ 2-3 ตัวพุ่งเข้ามาหาคุณครูทั้งสองคนนั้นที่อยู่ด้านล่างบันได เกิดเสียงกรีดร้องดังขึ้นโหยหวน ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เกือบทุกคนตัวเย็นเยียบด้วยความตกตะลึง
“คุณครูหู…”
เฉินจิงฮัวยกมือปิดปากร้องให้ ครูใหญ่สื่อและครูคนอื่นๆ มองดูสถานการณ์ด้วยใบหน้าซีดขาว ในพริบตาเดียวเด็กนักเรียนอีกกลุ่มใหญ่ที่กลายเป็ซอมบี้ก็ปรากฏตัวขึ้น ทุกคนพุ่งเข้ามาฉีกกกระชากร่างกายของคุณครูทั้งสองคนอย่างบ้าคลั่ง
“นี่มันอะไรกันเนี่ย! ทำไมคนอื่นถึงกลายเป็ซอมบี้ แต่เราไม่เป็…”
ต้ายุ้ยโถวหันมองรอบตัวด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ตอนนี้เด็กนักเรียนคนอื่นในอาคารกลายเป็ศพเดินได้ไปหมดแล้ว แต่เขาพูดยังไม่ทันขาดคำ ซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างบันไดก็พยายามจะวิ่งขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าศพมนุษย์ 2 ศพไม่เพียงพอต่อการเป็อาหารของพวกมัน เซี่ยปู๋เอ้อร้องะโบอกให้ทุกคนวิ่ง
“วิ่งไปที่ไหนล่ะ? มีแต่ผีดิบเต็มไปหมด…”
ผอ.สื่อได้แต่นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้วขณะที่วิ่งตามกลุ่มเด็กนักเรียนไป ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสน แต่จุดหมายของผอ.นั้นชัดเจนไม่ต่างไปจากเซี่ยปู๋เอ้อ ผอ.สื่อเลี้ยวมุมตรงไปที่ระเบียงลิฟต์ เขารัวนิ้วมือกดปุ่มเรียกลิฟต์โดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น
“ลงไปข้างล่างไม่ได้ ที่นั่นมีแต่ซอมบี้…”
ผอ.สื่อรีบวิ่งไปที่หน้าต่างและพาดขาออกไป แต่เมื่อลองมองลงไปข้างล่าง พื้นที่หน้าโรงแรมกลับเต็มไปด้วยศพเดินได้กระหายเื มีถนนอยู่หลายสายที่สามารถใช้เดินทางออกจากูเาลูกนี้ได้ และแล้วในตอนนั้นเองเสียง “ติ๊ง” ก็ดังขึ้น ประตูลิฟต์เปิดออก แต่ก่อนที่ผอ.จะได้หันกลับมา เขาก็ได้ยินเสียงคำรามก้อง
“กรี๊ด…”
คุณครูผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างประตูลิฟต์ถูกซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ เสียงกรีดร้องดังมากมากกว่าเดิมเมื่อเธอถูกซอมบี้จับตัวเอาไว้ แต่ก่อนที่มันจะได้กัดคอขาวๆ นั่น เซี่ยปู๋เอ้อก็จิกผมบนศีรษะของมันขึ้นมา และใช้มีดแทงไปที่ขมับของมันได้ทันเวลาพอดี ซอมบี้ตัวนั้นล้มลงไปทับร่างคุณครูผู้หญิง และความรุนแรงที่เกิดขึ้นก็มีอันยุติลงเป็การชั่วคราว
“จะมาไม่มาก็เลือกกันเอาเองนะ…”
เซี่ยปู๋เอ้อดึงมือของเฉินจิงฮัวเข้าไปด้านในลิฟต์ ต้าอวี่โถวและคนอื่นๆ รีบตามเข้ามา ภายในลิฟต์เต็มไปด้วยคราบเื มีน้ำเืน้ำหนองเปรอะเปื้อนอยู่ตามผนังลิฟต์ บนพื้นก็มีเศษกระดูกกองใหญ่ แต่ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก
“อย่าเพิ่งปิด! รอพวกครูด้วย…”
คุณครูที่ยังเหลือรอดชีวิตอยู่รีบวิ่งเข้ามา คุณครูผู้หญิงที่นอนอยู่บนพื้นผลักร่างซอมบี้ออกไปและรีบเข้ามาในลิฟต์เช่นกัน เซี่ยปู๋เอ้อกดปิดประตูลิฟต์โดยทันที เขากดปุ่มขึ้นไปชั้นที่ 5 ทุกคนยกมือปิดปากด้วยความหวาดกลัว ได้แต่มองตากันและกันไม่กล้าหายใจ
“ติ๊ง”
เสียงเตือนเมื่อลิฟต์มาถึงจุดหมายดังขึ้น คุณครูทั้งหลายรวมตัวกอดกันกลม ได้แต่มองไปที่ประตูลิฟต์ซึ่งกำลังเปิดออก ทุกคนร่างกายสั่นเทา หวาดกลัวว่าข้างนอกจะมีฝูงซอมบี้รอคอยอยู่ คราวนี้ต่อให้พวกเขามีปีกบินก็คงหนีไม่รอดอีกแล้ว
แต่โชคดีที่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ไม่มีอะไรรอคอยพวกเขาอยู่อย่างที่หวาดกลัว มีเพียงเซี่ยปู๋เอ้อที่หัวเราะเยาะออกมาว่า “ใช้สมองกันเป็บ้างไหมครับเนี่ย? เมื่อกี้พวกคุณครูส่งเสียงโวยวายที่ชั้น 3 ซอมบี้มันอยู่ข้างบนได้ยินเสียงก็รีบลงไปกันหมดแล้ว เื่แค่นี้พวกครูยังไม่เข้าใจ คุณเป็ครูที่แย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย”
“อ้วก…”
จังหวะนั้นคุณครูผู้หญิงก้มตัวลงอาเจียนออกมา แต่เซี่ยปู๋เอ้อผลักเธอออกไป และก่อนที่เธอจะล้มลง คุณครูก็ได้อาเจียนออกมาชุดใหญ่ เพื่อนร่วมงานของเธอะโหนีแหวกไปคนละทาง ปล่อยให้คุณครูนอนจมกองอาเจียนของตนเอง ต้ายุ้ยโถวและคนอื่นๆ หัวเราะอย่างมีความสุข คุณครูแสนใจร้ายเหล่านี้ต้องได้ลิ้มรสชาติความทรมานเสียบ้าง
“ครูเฉิน เป็อะไรหรือเปล่า…”
เซี่ยปู๋เอ้อให้ความสนใจมาที่เฉินจิงฮัว เธอเองก็มีสีหน้าอยากอาเจียนเช่นกัน เฉินจิงฮัวยืนตัวสั่น แต่เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆ จำนวนหลายสิบคนของเธอตอนนี้เหลือชีวิตอยู่แค่เพียงไม่กี่คนในพริบตาเดียว เฉินจิงฮัวก็โถมกายมาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้งและร่ำร้องว่า “ปู้เอ้อร์ พวกเราจะรอดกันไหม?”
“รอดอยู่แล้ว มีผมอยู่”
เซี่ยปู๋เอ้อกอดเธอแน่น แต่ดูเหมือนเฉินจิงฮัวจะนึกได้ว่าตอนนี้พวกเขาออกจะใกล้ชิดกันเกินไปหน่อยแล้ว เธอจึงรีบขยับถอยไป 2 ก้าวด้วยใบหน้าแดงปลั่ง แต่เซี่ยปู๋เอ้อก็พูดว่า “เราจะหาทางลงไปจากตึกให้ได้ครับ เราจะออกไปจากูเา และไปจากที่นี่ซะ”
“ข้างล่างก็มีซอมบี้อยู่เหมือนกัน พวกเราลงไปไม่ใช่เดินไปมันเลยหรือไง…”
คุณครูผู้ชายที่นั่งอยู่บนพื้นรีบลุกขึ้นยืน ถ้าเขาไม่เอามือยันผนังเอาไว้ก็คงต้องทรุดลงไปอีกครั้งแน่ แต่เซี่ยปู๋เอ้อก็ไม่ได้สนใจเขาเลย “แล้วคุณครูมีความคิดดีๆไหมล่ะครับ ถ้ามีผมจะได้ตามคุณครูไป ให้เป็ลูกน้องเลยก็ยังได้”
“เปล่า...ไม่มีหรอก…”
คุณครูผู้ชายส่ายศีรษะด้วยความตื่นกลัว ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างและมองออกไป เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่นอกหน้าต่างก็แทบจะหมดแรงยืน ตอนนั้นเองคุณครูผู้หญิงที่เซี่ยปู๋เอ้อได้ช่วยชีวิตเอาไว้ก็รีบเข้ามาพูดว่า “นักเรียนเซี่ย ครูจะไปทุกที่ตามที่เธอบอก และครูจะสนับสนุนเธอเต็มที่”
“แหม ซ่งเจียเหวิน ครูดูจะชอบด่าผมเป็คนไม่เอาไหนนี่นา…”
เซี่ยปู๋เอ้อถลึงตามองกลับไป เมื่อเทียบกับเฉินจิงฮัวที่มีลักษณะของเด็กผู้หญิงผอมบางแล้ว พูดได้ว่าซ่งเจียเหวินมีร่างกายที่ดูเซ็กซี่เร่าร้อนมากกว่ากันหลายเท่า และซ่งเจียเหวินก็รู้ดีว่าตนเองมีข้อได้เปรียบในเื่นี้ เธอพูดว่า “ฮ่าๆ มันเป็เื่เข้าใจผิดนะ อย่าถือสากันเลย ครูขอโทษเธอแล้วกัน!”
“เด็กนักเรียนเซี่ย! ผอ.ขอสั่งเธอในนามของโรงเรียน”
ขณะนี้ผอ.สื่อได้รีบลุกขึ้นจากพื้น จัดแว่นตาพูดเสียงเข้มขรึมว่า “เนื่องจากเธอมีความประพฤติที่ดี โรงเรียนจะยกโทษให้เธอทั้งหมด และผอ.จะจัดงานประกาศความดีความชอบของพวกเธอต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนด้วยตัวเอง!”
“...”
เกิดความเงียบงันยาวนานตามมาหลังจากนั้น ทุกสายตามองมาที่ผอ.เหมือนเขาเป็คนปัญญาอ่อน ซ่งเจียเหวินขยับเข้าไปสะกิดกระซิบบอกว่า “ผอ.คะ ลืมไปแล้วหรือไง ครูเป็คนไล่เขาออกไปเองเกือบจะปีนึงแล้ว เด็กรุ่นเดียวกับเขาก็เรียนจบกันหมดแล้ว ให้เขากลับไปเรียนใหม่เขาก็เป็เด็กโข่งน่ะสิ”
“นั่นมันเื่นานมาแล้ว ครูใหญ่ไม่สนใจหรอกว่าเธอยังโกรธอยู่หรือเปล่า แต่ตอนนี้เธอต้องทำตัวดีๆ…”
เซี่ยปู๋เอ้อหัวเราะออกมาและยื่นมีดทำครัวให้ครูใหญ่กับคุณครูผู้ชายอีก 2 คนถือเอาไว้ คุณครูทั้ง 3 คนทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้พร้อมกันโดยมิได้นัดหมายทันที
“ไม่ได้นะ พวกเราคนมีการศึกษา ให้มาหยิบจับอาวุธเป็เื่ไม่ถูกต้อง”
ผอ.สื่อก้มมองมีดทำครัวที่เปื้อนเืสีดำของศพเดินได้ แล้วเขาก็สั่นไปทั้งตัว คุณครูผู้ชายอีก 2 คนก็มีอาการไม่ต่างกัน ผิดกับซ่งเจียเหวินที่พูดด้วยความโกรธว่า “เป็ลูกผู้ชายกันหรือเปล่าคะ ขนาดเด็กนักเรียนยังลุกขึ้นมาดูแลตัวเองได้เลย อย่าบอกนะว่าครูจะให้เด็กพวกนี้มาคอยดูแล”
“แจ้งตำรวจ! รีบแจ้งตำรวจกันดีกว่า”
ทันใดนั้นผอ.สื่อก็นึกเื่นี้ขึ้นมาได้ คุณครูอีกหลายคนรีบทำตามโดยทันที พวกเขานำโทรศัพท์มือถือออกมาพยายามจะโทรแจ้งตำรวจ แต่ในที่สุดก็ต้องพูดว่า “โทรไม่ได้ ไม่มีสัญญาณเลย”
“มันเป็แบบนี้ได้ยังไงกัน”
ผอ.สื่อเอนตัวพิงกำแพงแล้วถอนหายใจ “งั้นก็รอความช่วยเหลือกันดีกว่า ยังไงเกิดเื่ใหญ่ขึ้นที่นี่ ไม่ช้าก็เร็วเดี๋ยวตำรวจก็ต้องมา ถ้าเราหาที่ซ่อนตัวที่ปลอดภัยได้ ตำรวจก็จะมาช่วยเราได้ทันเวลาแน่นอน!”
“ใช่แล้ว! รอความช่วยเหลือนี่แหละเป็วิธีที่ฉลาดที่สุด”
แต่คุณครูบางส่วนก็ไม่เห็นด้วย พวกเขาหันมามองที่เซี่ยปู๋เอ้อโดยไม่รู้ตัว แต่เซี่ยปู๋เอ้อทำเป็ไม่สนใจขณะพูดว่า “ในเมื่อครูตัดสินใจแล้วก็ไปได้เลย ไม่ต้องห่วงพวกผม ยังไงผมก็ไม่ใช่นักเรียนของคุณอีกแล้ว”
“ผอ.! รีบเข้าไปในห้องก่อนดีกว่านะครับ หาอะไรมาดันประตูเอาไว้ แค่นี้ก็ไม่เป็ไรแล้ว”
คุณครูผู้ชายอีกคนหนึ่งเดินมาหาผอ.สื่อ ผอ.สื่อเรียกคุณครูทั้ง 5 คนมาปรึกษาอะไรบางอย่าง แต่ซ่งเจียเหวินแอบดึงเซี่ยปู๋เอ้อมาคุยที่มุมระเบียงทางเดินด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ปู้เอ้อร์ ครูรู้ว่าเธอคิดหาทางออกได้แล้ว ช่วยบอกครูหน่อยได้ไหมจ๊ะ”
“ตกลงว่าครูจะตามผม หรือจะตามพวกเขาล่ะครับ”
เซี่ยปู๋เอ้อมองตาเธอด้วยสายตาของผู้ชนะ มือของเขาโอบเอวของเธอไว้ ว่ากันว่าซ่งเจียเหวินคือผู้ที่สวยที่สุดในโรงเรียน ถึงแม้ว่าเธอจะแต่งงานแล้ว แต่เธอก็ชอบทำให้เด็กนักเรียนลุ่มหลงโดยเฉพาะการอวดเรือนร่างที่เย้ายวนทุกครั้งที่มีโอกาส
“เด็กดื้อ! เธอกล้าฉวยโอกาสกับครูได้ยังไง”
ซ่งเจียเหวินทำเป็โกรธเคือง แต่ก็เขย่งปลายเท้ากระซิบใส่หูเขาว่า “คุณครูพูดแล้วว่าจะสนับสนุนเธอเต็มที่ ไม่ว่าเธอไปไหนคุณครูก็จะไปด้วย แต่เธอต้องคอยดูแลคุณครูด้วยนะจ๊ะ ครูยังไม่ได้ตอบแทนเธอที่ช่วยชีวิตเอาไว้เลย”
“ถ้าอย่างนั้นครูก็จะมากับผม…”
มือของเซี่ยปู๋เอ้อลูบไล้ไปตามสะโพกของเธอ ซ่งเจียเหวินหัวเราะคิกคักและขยิบตาให้เขา แต่เฉินจิงฮัวทำหน้าหงิกงอ เซี่ยปู๋เอ้อจึงรีบปล่อยมือออกมาจากตัวของซ่งเจียเหวินในทันทีราวถูกไฟฟ้าช็อต ก่อนจะแกล้งทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น