“ท่านน้าลั่วสาเหตุเป็นเพราะข้าเอง ถึงทำให้ท่านพ่อถูกพวกมันจับจุดอ่อนได้ เพราะท่านพ่อต้องการปกป้องชื่อเสียงของสตรีอย่างข้าและไม่ยอมบอกว่าเหตุใดตอนนั้นจึงพาคนไปปรากฏตัวที่ค่ายโจรเลี่ยหยาง”
เยี่ยนรั่วเสวี่ยเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเรื่องราวจึงกลายเป็นเช่นนี้ยามปกติเหล่าคนที่เข้าหาตระกูลของนาง ตอนนี้กลับปิดประตูไม่ยอมเจอหน้าคนในครอบครัวก็ถูกจับขังในคุก ส่วนตัวนาง เนื่องจากหลายวันก่อนไปทำพิธีในวัดจึงหลบพ้นเคราะห์กรรมไปได้หากนางตกหลุมพรางไปอีกคน ใครเล่าจะทวงความยุติธรรมให้กับครอบครัว
“เจ้าอย่าร้อนใจไป” ชีเหนียงเอ่ยปลอบโยนแล้วหันไปถามลั่วจิ่งเฉิน “ตอนนี้สามารถพบใต้เท้าเยี่ยนได้หรือไม่?”
ลั่วจิ่งเฉินส่ายหน้าพวกเขาอยู่เมืองหลวง ไม่มีผู้มีอำนาจให้พึ่งพาได้แม้ว่าใต้เท้าเฉียนจะดีกับครอบครัวพวกเขาแต่พวกเขาจะทำให้ใต้เท้าเฉียนตกกระไดพลอยโจนไปด้วยไม่ได้กระทั่งใต้เท้าหยางที่เป็นพี่เขยของจวนสกุลเยี่ยนก็ยังจนปัญญาจะรับมือแล้วนับประสาอะไรกับใต้เท้าเฉียน
เดิมทีเยี่ยนรั่วเสวี่ยต้องการหลบซ่อนในบ้านสกุลหยางแต่เนื่องจากตู้หมิงเจวียนกับตู้หมิงซิ่วเป็นพี่น้องกัน ความสัมพันธ์ระหว่างสกุลหยางกับสกุลเยี่ยนจึงแน่นแฟ้นทำให้สกุลหยางย่อมต้องได้ผลกระทบเช่นกัน เมื่อเลี่ยงไม่ได้ตู้หมิงเจวียนจึงนึกถึงชีเหนียงและให้เยี่ยนรั่วเสวี่ยนำสาส์นมาหาชีเหนียงและหลบซ่อนตัวที่นี่ก่อนชั่วคราว
หลังจากที่ลั่วจิ่งเฉินอ่านสาส์นแล้วก็ไม่ได้แจ้งให้ชีเหนียงรับทราบ หากแต่ตัดสินใจรับเยี่ยนรั่วเสวี่ยกับบ่าวรับใช้ไว้โดยพลการแน่นอนว่าเพื่อเลี่ยงความอึดอัดยามปกติลั่วจิ่งเฉินจึงจะพาลั่วจิ่งซีออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกข้อหนึ่งก็เพื่อสืบสถานการณ์ในเมืองหลวงข้อสองเพื่อช่วยคลี่คลายคดีที่เกี่ยวกับจวนสกุลเยี่ยน
เพียงเต่เขาเองก็คาดคิดไม่ถึงว่าเรื่องทั้งหมดนี้เกี่ยวพันกับค่ายโจรเลี่ยหยาง
หลังจากส่งเยี่ยนรั่วเสวี่ยกับบ่าวรับใช้แล้วลั่วจิ่งเฉินก็บอกข้อสงสัยของตนกับชีเหนียง “ในเมื่อคนเหล่านี้รู้การมีอยู่ของค่ายโจรเลี่ยหยางเช่นนั้นก็อาจจะรู้ตำแหน่งที่ตั้งของค่ายโจรเลี่ยหยางหากพวกเขายืนกรานจะใช้ค่ายโจรเลี่ยหยางทำลายสกุลเยี่ยน ตามหลักแล้วควรส่งคนไปค้นหาคนที่เหลืออยู่ของค่ายโจรเลี่ยหยาง เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานเหตุใดจึงยังไม่เคยได้รับข่าวคราวเช่นนี้มาก่อน?”
ชีเหนียงไตร่ตรอง “หรือเป็นเพราะว่าคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกับสือเลี่ยหยางในตอนนั้นล้วนตกหลุมพรางหมดส่วนตอนนี้คนที่เหลืออยู่ก็คือคนในเรือนพักผ่อนอันหยาง เพราะมีสิงเหล่าซื่อ ทำให้ชีวิตในตอนนี้ดีกว่าในอดีตมากพวกเขาจึงไม่ได้เผยพิรุธอะไรออกมา ดังนั้นคนพวกนั้นจึงตามหาตัวคนของอดีตกองโจรเลี่ยหยางไม่พบก็เลยไม่ได้เอ่ยถึง”
“ที่ท่านแม่พูดมามีความเป็นไปได้มากแต่ข้ารู้สึกว่าเรื่องราวไม่ได้ง่ายดายเช่นนั้น เหตุใดพวกเขาจึงต้องใส่ร้ายใต้เท้าเยี่ยนสมคบคิดกับค่ายโจรเลี่ยหยางด้วยหรือเพราะพวกเขาจะใช้แผนเป็นโจรเองแต่เรียกร้องให้จับโจร”
ช่วงระหว่างนี้นับว่าลั่วจิ่งเฉินสืบรู้เหตุผลที่ค่ายโจรเลี่ยหยางเลื่องชื่อได้แล้ว
“เป็นโจรแต่เรียกร้องให้จับโจรก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้โอกาสเป็นไปได้สูงเพราะว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังอาจจะไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นอีกทั้งยังกลัวความจริงเปิดเผยจึงอยากหาแพะรับบาป”
ขณะที่สองแม่ลูกกำลังวิเคราะห์ข้อมูลกันเฉียนจี้หวั่งที่อยู่ในจวนก็ร้อนใจจนแทบทนไม่ไหวเช่นกัน
เขาให้คนจับตาดูลั่วจิ่งเฉินตลอดเวลาเมื่อรู้ว่าลั่วจิ่งเฉินรับตัวเยี่ยนรั่วเสวี่ยไว้ก็ร้อนใจอย่างมาก คนพวกนั้นล้วนมีหูตาอยู่ทั่วเมืองหลวงเกรงว่าเรื่องที่เยี่ยนรั่วเสวี่ยหลบซ่อนอยู่ในบ้านสกุลลั่ว พวกเขาคงรู้นานแล้วที่ยังไม่มีคนไปจับกุมตัวสักที ก็เพราะหลักฐานที่มัดตัวเยี่ยนเซี่ยงหมิงยังไม่เพียงพอจึงได้แต่ยั้งมือไว้ก่อน
“ไม่ได้!” เฉียนจี้หวั่งรีบไปที่คุกหลวงจากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ถนนทิศใต้กลางดึกต่อ
ลั่วจิ่งเฉินคิดไม่ถึงว่าใต้เท้าเฉียนจะมาหากลางดึกเมื่อเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าร้อนรน จึงรู้ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่
“ใต้เท้าเฉียนมาหากลางดึกมีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือ?”
เฉียนจี้หวั่งกวาดตามองรอบทิศก่อนจะรีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว “เจ้าหนอเจ้าครั้งนี้เจ้าก่อเรื่องใหญ่แล้ว”
ปัญหาใหญ่นี้หมายถึงสิ่งใดลั่วจิ่งเฉินย่อมรู้ดี
“ที่ใต้เท้าเฉียนกล่าวมาผู้น้อยทราบดี เพียงแต่เรื่องที่สกุลเยี่ยนเกี่ยวข้องกับคนของค่ายโจรเลี่ยหยางน่าจะเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากครอบครัวของผู้น้อยด้วยเช่นกัน” จากนั้นลั่วจิ่งเฉินจึงได้บอกเล่าเรื่องราวระหว่างเยี่ยนรั่วเสวี่ยกับลั่วชีเหนียงให้เขาฟังอย่างกระชับเฉียนจี้หวั่งจึงเข้าใจความเป็นไป
มิน่าเยี่ยนเซี่ยงหมิงจึงไม่ยอมพูดอะไรออกมาเลยชั่วชีวิตนี้ของเยี่ยนเซี่ยงหมิง ไม่มีลูกชายและไม่แต่งอนุมีเพียงภรรยาอย่างตู้หมิงซิ่วคนเดียว และเยี่ยนรั่วเสวี่ยก็คือบุตรีเพียงคนเดียวของเขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดเขาจึงไม่ยอมปริปากแก้ตัว
“ที่เยี่ยนเซี่ยงหมิงปิดปากเงียบสนิทเช่นนี้เกรงว่าคงไม่ใช่เพียงแค่ทำเพื่อเยี่ยนรั่วเสวี่ยอย่างเดียว แต่คนพวกนั้นนอกจากจะต้องการจำจัดเยี่ยนเซี่ยงหมิงแล้วบางทีพวกเจ้าเองก็คงเป็นหนึ่งในเป้าหมายด้วยเช่นกัน”
วันนี้เฉียนจี้หวั่งใช้เส้นสายส่วนตัวเพื่อเข้าไปพบเยี่ยนเซี่ยงหมิงแม้ว่าเยี่ยนเซี่ยงหมิงจะไม่ได้บอกอันใดแน่ชัด หากบอกเขาเป็นนัยว่า คนที่มาหาเขามักจะถามอยู่เพียงแค่คำถามเดียวเหมือนต้องการพิสูจน์ว่าเขารู้จักกับใครหรือไม่ ส่วนเขาก็จงใจหลอกล่อคนพวกนั้นเช่นกันเพื่อต้องการดูว่าพวกเขาต้องการทำอะไรกันแน่
ตอนนี้เมื่อสรุปรวมคำพูดของลั่วจิ่งเฉินได้แล้วทำให้เขาไม่อาจไม่ไตร่ตรองจุดประสงค์ของคนพวกนั้นได้ อีกทั้งเหตุใดถึงได้เกี่ยวพันกับสกุลลั่ว
“ความหมายของใต้เท้าคือพวกเขาอาจจะอยากเล่นงานพวกผู้น้อยด้วยหรือ?” ลั่วจิ่งเฉินใช้ความคิดอย่างรวดเร็วทันใดนั้นก็นึกถึงเรื่องที่ประสบพบเจอในเรือนพักผ่อนในก่อนหน้านี้ “บางทีอาจเป็นเช่นนั้นจริง”
“เจ้านึกอะไรขึ้นได้หรือ?”
เรื่องนี้เป็นเรื่องค่อนข้างใหญ่ลั่วจิ่งเฉินเองก็ไม่กล้าปิดบังชีเหนียง อีกทั้งกิจการเรือนพักผ่อนอันหยางก็เป็นฝีมือของท่านแม่หากอยากพูดเรื่องตื้นลึกหนาบางของเรือนพักผ่อนคงต้องผ่านความเห็นชอบของท่านแม่ก่อนจึงจะดี
ชีเหนียงมาที่ห้องของลั่วจิ่งเฉินหลังจากฟังคำบอกเล่าของคนทั้งสอง ภายในใจก็เกิดคลื่นถาโถม คนผู้เดียวที่นางคิดว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงก็คือจี้ฉงเหวิน
“ถูกต้องคืนนั้นตอนที่เยี่ยนรั่วเสวี่ยถูกช่วยออกไปมีชาวเมืองอันที่มีความแค้นกับค่ายโจรเลี่ยหยางขึ้นเขามาด้วยเช่นกันคนของสือเลี่ยหยางตายไปเสียส่วนใหญ่ มีเพียงสือเลี่ยหยางที่ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหนส่วนคนที่เหลือในค่ายโจร ส่วนหนึ่งคือคนที่ถูกค่ายโจรเลี่ยหยางจับมาในอดีตด้วยเหตุนี้ พอเกิดเรื่องกับค่ายโจรเลี่ยหยาง พวกเขาก็เลือกจากไปมีเพียงที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คือคนของเรือนพักผ่อนอันหยาง”
“หลายวันก่อนก็มีคนมาหาเรื่องที่เรือนพักผ่อน จากสถานการณ์ที่ข้าตรวจสอบได้คนที่สร้างเรื่องน่าจะอยู่ในเมืองหลวง หากสิ่งที่ใต้เท้าเฉียนกล่าวมาคือความจริงเกรงว่าคนที่ใส่ร้ายใต้เท้าเยี่ยนกับคนที่ส่งคนมาสร้างเรื่องที่เรือนพักผ่อนน่าจะเป็นคนคนเดียวกันจุดประสงค์ของเขาชัดเจนนัก คนของเรือนพักผ่อน เดิมทีถือกำเนิดจากโจรย่อมถูกยั่วยุได้ง่าย หากพวกเขาเปิดเผยธาตุแท้ของความเป็นโจรเกรงว่าตอนนี้คงมีคนไปจับกุมพวกเขาแล้ว โจรส่วนมากล้วนกลัวตาย เมื่อถูกจับมาทรมาน เกรงว่าการสารภาพจนหมดเปลือกคงเป็นเรื่องที่ช้าเร็วก็ต้องเกิดขึ้น”
ชีเหนียงบอกเล่าการคาดคะเนของตนเองเมื่อนางกล่าวจบบรรยากาศในห้องก็ยิ่งเย็นยะเยือก
“ส่วนคนที่เปิดกิจการเรือนพักผ่อนบนเขาที่เป็นซ่องโจรไม่ว่าจะรู้เรื่องหรือไม่ ก็จะถูกหาว่าเป็นพวกเดียวกันและถือเป็นกลุ่มโจร”
นี่คือผลลัพธ์ที่ทั้งสามนึกได้พร้อมกัน
ชีเหนียงนิ่งเงียบไปชั่วขณะ “ข้ามีคำถามข้อสงสัยก่อนหน้านี้ข้าเคยถามคนในเรือนพักผ่อนอันหยางเกี่ยวกับตำแหน่งของค่ายโจรเลี่ยหยางซึ่งค่อนข้างลึกลับคนส่วนมากรู้เพียงว่าอยู่ในเมืองอัน แต่ไม่รู้ว่าอยู่ส่วนไหนของเมืองอันกระทั่งคนที่มาหา ส่วนมากก็ต้องไปหาคนของค่ายโจรจากจุดนัดพบในเมืองอัน จากนั้นจะถูกปิดตานำมาจนถึงค่ายโจรตามหลักแล้ว วิธีการที่รัดกุมเช่นนี้ ผู้บงการเบื้องหลังไม่น่าจะรู้ตำแหน่งแท้จริงของค่ายโจรเลี่ยหยางได้มิใช่หรือ”
------