บทที่ 22 ลูกสาวที่จากไป
สายน้ำดุจหัวใจได้ยินดังนั้นก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะไม่สนใจว่าตอนนี้เป็เวลาดึกดื่นค่อนคืน เขารีบคว้าเสียมแล้วตรงไปยังบ้านหลังเก่าทันที
บ้านเก่าของพวกเขาเป็บ้านชั้นเดียว สร้างมาหลายสิบปีแล้ว ปล่อยร้างมานานหลายปี จึงมีหญ้ารกในสวนสูงท่วมหัว
สายน้ำดุจหัวใจพบต้นไทรเก่าแก่ในสวน ขุดลงไปไม่กี่ครั้งก็พบโถเซรามิก
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในโถคือใบประกาศนียบัตมหาวิทยาลัยปังกิ่งที่เหลืองซีด
แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ชื่อนักเรียนที่ได้รับการตอบรับบนนั้นคือมารดาของสายน้ำดุจหัวใจ
ตราประทับสีแดงสด บ่งบอกถึงการยอมรับจากสถาบันการศึกษาสูงสุดของประเทศจีน แต่น่าเสียดาย มันหมดอายุไปหลายสิบปีแล้ว
สายน้ำดุจหัวใจมองดูใบประกาศนียบัตรด้วยความงุนงง “ทำไมมันถึงถูกฝังไว้ในสวนบ้านเก่าของเรา? ใครเป็คนฝัง? ทำไมต้องฝังมันด้วย? ทำไมถึงทำลายชีวิตแม่ของผม!”
ซันเฟยหวานจึงตอบคำถามนั้นอย่างใจเย็น “จริง ๆ คุณก็รู้คำตอบอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? คนที่สามารถฝังของไว้ที่นี่ได้มีเพียงพ่อของคุณ เพราะมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่เขาจะสามารถรั้งแม่ของคุณไว้ในชนบทได้ และจะได้มีโอกาสแต่งงานกับแม่ของคุณ”
ผู้ใช้งาน : ผมนี่ช็อกไปเลย คนเราจะใจร้ายได้ขนาดนี้เชียวเหรอ! แค่เห็นแก่ความอยากได้อยากมีของตัวเอง ถึงกับทำลายอนาคตทั้งชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งได้ลงคอ!
ผู้ใช้งาน : พอรู้ว่าตัวเองไม่ได้เื่ ก็เลยลากอีกฝ่ายลงไปนอนกองกับพื้นกับตัวเองด้วย น่ารังเกียจสิ้นดี!
ผู้ใช้งาน : สงสารคุณแม่ของคุณสายน้ำดุจหัวใจจังเลย นั่นมันมหาวิทยาลัยปักกิ่งเลยนะ คิดดูสิ ตอนนี้ยังเข้ายากขนาดไหน เมื่อ 40 ถึง 50 ปีก่อนยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย ถ้าตอนนั้นได้เข้าเรียน ป่านนี้เธอคงได้เป็ผู้นำวงการใดวงการหนึ่งไปแล้ว!
ผู้ใช้งาน : คนเราใจดำอำมหิตกันได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอ น่าสงสารเธอจริง ๆ ชีวิตทั้งชีวิตก็พังทลายไปแบบนั้น
สายน้ำดุจหัวใจกอดใบแจ้งผลการสอบเอาไว้นานแสนนานโดยไม่ปริปากพูดอะไรออกมา
เขาไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี
ทั้งชีวิตของแม่... แต่คนที่ทำลายชีวิตของเธอกลับเป็พ่อผู้ล่วงลับที่เขาเคารพรักยิ่ง แล้วในฐานะลูกชายอย่างเขาจะพูดอะไรได้ล่ะ
“คำตอบที่คุณอยากรู้ ฉันบอกไปหมดแล้ว ส่วนจะบอกเื่นี้กับแม่ของคุณหรือไม่ ก็ตัดสินใจเอาเองเถอะ” ซางเฟยหว่านเอ่ย
สายน้ำดุจหัวใจได้สติกลับคืนมา เขามองซางเฟยหว่านด้วยแววตาซาบซึ้ง “ขอบคุณนะครับคุณซาง ถึงคุณจะบอกว่าไม่รับค่าครูจากผม แต่ผมก็ไม่กล้าคิดเอาเปรียบแบบนั้นหรอกครับ”
พูดจบ เขาก็เปิดหน้าต่างส่งของขวัญ แล้วกดส่ง ‘วาฬโบยบิน’ ให้เธอโดยไม่ลังเล จากนั้นจึงกดตัดสายไป
ผู้ใช้งาน : มันน่าลำบากใจเหลือเกิน ถ้าเป็ฉัน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรบอกแม่ดีไหม”
ผู้ใช้งาน : ถ้าไม่บอก ท่านคงเสียใจไปจนตาย แต่ถ้าบอกไปแล้ว... จะทำใจยอมรับได้ยังไงล่ะ
ผู้ใช้งาน : คุณหมอดู เป็คุณจะบอกไหมคะ?
ผู้ใช้งาน : เฮ้อ ไม่ว่าจะบอกหรือไม่บอก ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว ชั่วชีวิตนี้ ช่างน่าเจ็บแค้นจริง ๆ!
ผู้ใช้งาน : พวกคุณสังเกตไหมว่า คุณซางใจเย็นมาก ไม่ว่าจะทำนายทายทักอะไร เธอก็ยังคงควบคุมอารมณ์ได้เสมอ มีแต่พวกเราเนี่ยแหละ ที่เดี๋ยวก็โกรธ เดี๋ยวก็เศร้า
ผู้ใช้งาน : จริงด้วย เื่ราวพวกนี้ อย่างมากก็แค่ทำให้คุณหมอดูถอนหายใจ แต่มันคงไม่สามารถทำให้เธอหวั่นไหวได้
ผู้ใช้งาน : ไม่ใช่ว่าเธอไร้หัวใจหรอกนะ เพียงแต่เธอมีชีวิตมาเนิ่นนาน ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย จิตใจจึงสงบนิ่ง ไม่หวั่นไหวไปกับอะไรเลยต่างหาก
“วันนี้ดูดวงครบสามคำถามแล้ว พบกันใหม่พรุ่งนี้นะคะ”
หลังจากเอ่ยลา ซางเฟยหว่านก็ปิดไลฟ์ จากนั้นก็เข้าไปดูรายได้ตามปกติ
วันนี้ดูไปสามคน คนแรก เ้าของชื่อบัญชี ‘หัวใจอ้างว้าง’ โดนความจริงเข้าไป เลยเป็ลมล้มพับไปซะก่อน ค่าครูเลยอดไป
ส่วนคนที่สอง เื่ราวยังไม่จบ เงินค่าครูเลยยังไม่เข้าบัญชี
และเื่สุดท้าย เธอเตรียมจะดูให้ฟรี ๆ แต่อีกฝ่ายกลับยังส่งของขวัญให้
รวมกับของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนดูมอบให้ กับเงินสนับสนุนจาก 'นกน้อยโผบิน' และ 'คุณชายรักอิสระ' ั้แ่เริ่มไลฟ์ คืนนี้ เธอได้รับของขวัญมูลค่ารวมกว่า 500,000 เมื่อหักค่าส่วนแบ่งของแพลตฟอร์มไปแล้ว เธอก็ยังได้กำไรเกือบ 300,000
แต่เมื่อคิดถึงคุณชายรักอิสระทีไร ซางเฟยหวั่นก็รู้สึกปวดหัวเสียทุกที
ทันทีที่คิดถึง เธอก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากเขา
[อยู่ไหม?]
[ฉันรู้ว่าเธอยู่ ทำไมไม่ตอบล่ะ]
[ทำไมเธอทำแบบนี้กับป๋าใจปล้ำได้ลงคอ]
[ตอบหน่อยสิ คุณย่า!]
ซางเฟยหว่านรู้ดีว่าความผูกพันได้ก่อตัวขึ้นแล้ว
เธอกดพิมพ์ข้อความตอบไปกลับอย่างเ็า [พูดให้ตรงประเด็น]
[โอ๊ย! เธอนี่จะตรงไปไหม ตอบแชทให้มันมีสีสันหน่อยไม่ได้หรือไง]
[2,000 ต่อต่อหนึ่งคำถาม]
จากนั้นก็มีข้อความจากอีกฝ่ายตอบเข้ามาอย่างรวดเร็ว [ก็ได้ ฉันอยากให้เธอช่วยดูโหงวเฮ้งให้หน่อย เมื่อคืนฉันกดแย่งคิวไม่ทัน เธอน่าจะยังไม่กลับปักกิ่งใช่ไหม พรุ่งนี้ตอนกลางวันว่างไหมล่ะ มาเจอฉันหน่อยได้ไหม]
[ส่วนค่าทำนาย เธออยากจะได้เท่าไหร่ก็บอกมาเลย!]
หญิงสาวครุ่นคิดเพียงครู่หนึ่งก่อนจะตอบดออกไปเพื่อตัดรำคาญ เพราะต่อให้ปฏิเสธไป อีกฝ่ายก็คงจะคะยั้นคะยอหาเื่ตามตื๊อเธอไม่เลิกอยู่ดี
[เจ็ดโมงเช้า ห้องอาหารชั้น 2 โรงแรมซิงเฉิน ให้เวลาคุยครึ่งชั่วโมง]
คุณชายรักอิสระส่งข้อความตอบกลับด้วยความไม่พอใจนัก [อะไรนะ! เจ็ดโมงเช้าเหรอ!? ฉันอยู่โรงพยาบาล เช้าขนาดนั้นฉันอาจจะออกจากโรงพยาบาลไม่ได้นะ]
หญิงสาวอ่านแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาหนัก ๆ
[ถ้ามาสายฉันไม่รอ]
คุณชายรักอิสระยังอยากจะส่งข้อความไปอีก แต่ระบบแจ้งว่า อีกฝ่ายได้ออฟไลน์ไปแล้ว
“อ๊าก!!!”
...
ก่อนนอนคืนนี้ แม่สามียังคงพยายามเป่าหูป่วนประสาทฟางเสี่ยวเหมยอยู่ที่หน้าประตู
“ฉันขอเตือนเธอนะ คืนนี้ ถ้าเธอเจอเด็กนั่นจริง ๆ อย่าใจอ่อนเด็ดขาด รีบไล่มันไปซะ! จะเอาเงินเอาทอง เอาเครื่องเซ่นไหว้ เราก็เผาให้มันได้ทั้งนั้น! แต่อย่าให้มันมายุ่งกับเส้นทางเกิดของหลานชายฉันเชียวนะ!”
“แม่คะ ทำไมแม่ต้องเอาแต่พูดถึงหลานชายอยู่เรื่อย? เรายังไม่รู้เลยว่าเขาจะมาเกิดหรือเปล่า”
“เธอน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจไม่ใช่หรือไง! ถ้าเธอไม่นอนหลับเป็ตายแบบนั้น ลูกที่น่าสงสารคงจะไม่ขาดอากาศหายใจตาย เด็กนั่นเลยไม่ยอมไปเกิด เพราะความแค้น แล้วมาตามหลอกหลอนแกแบบนี้ยังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะมันตามรังควานแก สามครั้งที่ผ่านมา แกจะแท้งได้ยังไง เห้อ! ถ้าไม่ใช่เพราะเื่นี้ หลานชายฉันคงได้เกิดมาตั้งนานแล้ว!”
ทุกครั้งที่แม่ผัวลูกสะใภ้ทะเลาะกันเื่การมีทายาท แม่สามีก็มักจะขุดเื่นี้ขึ้นมาด่าเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทุกครั้ง เธอก็ได้แต่เงียบไม่กล้าโต้ตอบ
ฟางเสี่ยวเหมยทำผิดต่อลูก ผิดต่อสามี ผิดต่อครอบครัวเขา
และเพราะความรู้สึกผิดนี้เอง ทำให้เธอตั้งครรภ์สามครั้งก็แท้งทั้งสามครั้ง เธอต้องเ็ปหัวใจถึงสามครั้ง จนตอนนี้ เธอเองก็ดูแก่กว่าวัยไปถึงสิบกว่าปี
ในเื่นี้ เธอรู้ตัวว่าเป็ฝ่ายผิด ดังนั้น เมื่อเผชิญกับคำต่อว่าของแม่สามี เธอจึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับอย่างเงียบงัน
จนกระทั่ง แม่สามีพูดจบและเดินจากไป เธอจึงปิดประตูห้องแล้วขึ้นเตียงนอน
ขณะนอนอยู่บนเตียง ฟางเสี่ยวเหมยท่องบทสวดที่ซางเฟยหว่านสอนในไลฟ์สดไปพลางก็คิดถึงลูกน้อยผู้น่าสงสารที่จากไปก่อนวัยอันควรไปพลาง
คิดไปจนน้ำตาไหลอาบหน้า ก่อนจะค่อย ๆ จมดิ่งสู่ห้วงนิทราท่ามกลางความเสียใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
“แม่จ๋า… แม่จ๋า!”
ใคร? ใครกันที่กำลังเรียกเธอ?
“แม่จ๋า ลืมตาขึ้นมามองหน่อยสิ หนูเอง!”
ทันทีที่ฟางเสี่ยวเหมยลืมตาขึ้น ก็เห็นเด็กหญิงอายุราวเจ็ดแปดขวบนั่งยอง ๆ อยู่ข้างเตียง แก้มยุ้ย ตาแป๋ว หน้าตาละม้ายคล้ายกับตัวเธอเอง
มีหลายต่อหลายครั้งที่เธอคิดว่า ถ้าวันนั้นเธอไม่เผลอหลับไป จนทำให้ลูกต้องตาย ตอนนี้ ลูกสาวตัวน้อยของเธอจะโตไปแค่ไหนแล้วนะ?
เขาจะหน้ากลม ตาโตเหมือนเธอไหมนะ?
เด็กหญิงตัวน้อยสวมชุดเ้าหญิงสีชมพู นี่คือชุดที่ฟางเสี่ยวเหมยตั้งใจซื้อมาเผาให้ลูกสาวตัวน้อยเมื่อไม่นานมานี้