จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 37 โฉมงามประหนึ่งเทพนิยาย (4)

            ตอนที่ 37 โฉมงามประหนึ่งเทพนิยาย (4)


            ลาซิเฟียที่เพิ่งได้เป็นประจักษ์ในเหตุการณ์ศิษย์ภายนอกอันดับหนึ่งวิ่งหนีเอาตัวรอดก็อดที่จะขบขันไม่ได้ เขาแข็งแกร่งมากจริงๆแม้เพียงมองผิวเผินยังกล้าพนันได้เลยว่าเขาแข็งแกร่งถึงกระนั้นเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร หากเขาสามารถรักษาบ่อกักเก็บพลังเวทย์ได้มากถึงสิบส่วนร้อยจริงๆ เธอคงจะกลับมาเป็นที่หนึ่งในเขตนอกและอาจถูกยอมรับจนกลายเป็นศิษย์ภายในเลยก็ได้


            "หากท่านเป็นหมอเทวดาจริงๆ เห็นทีข้าคงได้พบกับบุคคลสำคัญเข้าแล้วกระมัง" ลาซิเฟียกล่าวพลางเดินตรงไปยังที่พำนักของตน


            กาติรัสก็ไม่ได้กล่าวอะไรท่ามกลางสายตานับร้อยที่จับจ้องมายังเขา เขาก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเลยสักนิดพลันเดินตามหลังลาซิเฟียไปทันที สำหรับพรรคแดนศักดิ์สิทธิ์ ลาซิเฟียศิษย์ภายนอกที่เพิ่งจะเข้ามาได้ไม่นานโดยรับตรงมาจากท่านเจ้าเมือง เธอมีอิทธิพลที่มากโขเนื่องจากเจ้าเมืองหนุนหลัง ความงดงามต่างเป็นที่ต้องตาของเหล่าบุรุษนับไม่ถ้วนและตอนนี้ใบหน้าของเหล่าบุรุษเพศต่างแสดงความโกรธเกลียดและอิจฉา เทพธิดาสุดเย็นชาเพิ่งจะเดินขึ้นมากับใครบางคนและเขายังเป็นบุรุษเสียด้วย


            "ไอ้เจ้านั่นมันเป็นใครวะ!! ทำไมถึงดูสนิทกับนางฟ้าของพวกเรานัก"


            "เมื่อครู่คนที่หนีไปมันเจ้าลี่จุ้ยไม่ใช่หรือ? มันหนีผู้ชายคนนั้นงั้นรึ?"


            "ไม่เห็นค่าพลังของเขา เขาคงแข็งแกร่งเป็นอันมาก"


            สายตานับร้อยคู่ต่างเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้างถึงกระนั้นเหล่าสตรีต่างแตกต่างจากเหล่าบุรุษ ใบหน้าต่างเคลิบเคลิ้มพลางอารมณ์ที่พรั่งพรูออกมาราวกับถูกกระชากวิญญาณ ร่างกายต่างแข็งทื่อและแววตาที่เบิกโพลงกว้าง ภาพตรงหน้าราวกับตัวตนในจินตนาการไม่มีผิด จังหวะการเต้นของหัวใจเริ่มถี่รัว ไม่อาจละสายตาไปไหนได้จนกระทั่งบุรุษเดินทางไปไกลแสนไกล ไกลจนไม่อาจจับตามองได้อีกแล้ว


            "ขะ...เขาเป็นใคร"


            "เขามากับลาซิเฟียหรอ"


            "อะ...อยากรู้จักกับเขาเหลือเกิน"


            กาติรัสที่คิดว่าที่พักคงอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่แต่ทว่าเขาคิดผิดถนัด ที่พักมันอยู่ไกลสุดๆ ไกลจนอดคิดไม่ได้ว่าเธออาจจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรหรือนักพรต ป่าไม้สูงใหญ่โดยรอบคอยให้ความร่มรื่นและร่มเย็น บ้านเรือนที่เคยปรากฏอยู่มากมายต่างหายไปหมดแล้ว เบื้องหน้าเหลือเพียงบ้านหลังหนึ่ง เป็นบ้านไม้ธรรมดาๆไม่มีอะไรพิเศษ ลาซิเฟียพลันหันมองชายหนุ่มก่อนเอ่ยกล่าว "เข้าไปข้างในกันเถอะ" พลางเปิดประตูเข้าไป


            ปรากฏเป็นห้องว่างๆและเตียงหนึ่งเตียง ทั้งห้องมันมีแค่นั้นจริงๆ มีน้อยจนน่าแปลกใจเธอคงเป็นคนรวยที่อยู่อย่างสมถะ ลาซิเฟียที่เห็นกาติรัสไม่ยอมเข้ามาก็เอ่ยต่อทันที "รีบเข้ามาสักที ลาซิเฟียผู้นี้อุส่าชวนเข้าบ้านเลยนะ"


            กาติรัสที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นพลันเอ่ย "เจ้าจะคุยกันเรื่องรักษาเจ้ามิใช่หรือ"


            "ก็ใช่ไงเพราะงั้นเข้ามาได้แล้ว!!" ลาซิเฟียที่กล่าวอยู่สามรอบแต่กาติรัสก็ไม่เข้ามาสักที ใบหน้าเริ่มบึงตึงแล้ว


            กาติรัสพลันเดินเข้ามาข้างในบ้านด้วยความงุนงงก่อนลาซิเฟียจะเป็นผู้ปิดประตูบานนั้นเสียเอง กาติรัสได้แต่ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ทำไมต้องทำให้การรักษามันยุ่งยากถึงเพียงนี้? ชายหนุ่มที่ได้แต่สงสัยจึงเอ่ยถามออกไป "เจ้ามีเรื่องอะไร?"


            "ท่านจะรักษาข้ามิใช่หรือ?" ลาซิเฟียกล่าวพลางนั่งลงบนฟูกอย่างแช่มช้า หญิงสาวพลันหันซ้ายขวาเพื่อสังเกตความปลอดภัยโดยรอบก่อนจ้องกาติรัสดังเดิมพลางกล่าวขึ้น "ท่านพูดแต่เรื่องรักษาข้าหากแต่ท่านไม่เคยพูดถึงผลตอบแทนที่ข้าต้องจ่ายเลยสักคราเดียว"


            ชายหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นสีหน้ากลายเป็นผ่อนคลายในทันที เขานึกว่าจะมีเรื่องใหญ่เสียอีกก่อนนั่งลงบนพื้นไม้พลางกล่าวออกมาอย่างสบายๆ "เจ้าเป็นสาวงาม ข้าเพียงแค่ได้ชื่นชมความงามเจ้าก็เพียงพอแล้ว" เป็นการกล่าวชมที่ไม่มีอาการเขินอายเลยแม้แต่น้อย


            ลาซิเฟียล้วนไม่ต่างกันเลย ใบหน้านิ่งเฉยสงบและเย็นชาประดุจน้ำแข็ง ไม่เหมือนสาวน้อยเลยสักนิดราวกับผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโชนมากกว่า ไม่มีความเขินอายในคำชมของบุรุษเลยถึงกระนั้นหญิงสาวพลันยกยิ้มขึ้นก่อนกล่าวอย่างเย็นชา "ข้าไม่ได้นิยมชมชอบในบุรุษถึงกระนั้นข้าก็ไม่ได้ชื่นชอบในสตรีเช่นกัน" ในสายตาเธอแล้วกาติรัสไม่ต่างอะไรไปจากคนแปลกหน้าและน่าสงสัย ทว่า สิ่งที่เธอพูดไปล้วนเป็นความจริงมิได้โป้ปด


            "เห็นทีชีวิตของเจ้าคงน่าเบื่อหน่ายเสียแล้วกระมัง เกิดมาเป็นสตรีแต่หาได้ชื่นชมในตัวบุรุษไม่" กาติรัสกล่าวอย่างสุขุมเยือกเย็น


            ไม่ได้ดูเหมือนเด็กอายุสิบห้าสิบหกปีคุยกันเลยสักนิดราวกับพวกตาเฒ่าพันปีมาตั้งวงก๊งเหล้ากันเสียมากกว่า การใช้คำพูดก็ล้วนผิดแปลกผิดสมัยราวกับหลุดมาจากยุคโบราณกันทั้งคู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาทั้งคู่ต่างเป็นผู้มีประสบการณ์ซึ่งผ่านโลกมาอย่างโชกโชน


            "นั่นมันเรื่องของข้า" ลาซิเฟียกล่าวพลางกล่าวต่อในทันควัน "ข้าคงรู้สึกไม่สบายเท่าไหร่นักหากท่านจะไม่ให้ข้าตอบแทนอะไรเลย ถ้าเช่นนั้นข้าเสนอให้ท่านเข้าร่วมงานรื่นเริงก่อนการประลองด้วยกันละเป็นไง?" น้ำเสียงเล็กใสนุ่มละไมพลางขาซ้ายกดตัวลงก่อนยกขาขวาขึ้นเล็กน้อยพลางวางทับหัวเข่าขาซ้ายอย่างเป็นธรรมชาติ


            วินาทีแรกที่ลาซิเฟียได้เห็นใบหน้าของกาติรัสสามารถสัมผัสได้ถึงอาการที่ตื่นเต้นได้อย่างชัดเจน หัวใจมันพองโตขึ้นมาอย่างอธิบายสาเหตุไม่ได้ในขณะที่กาติรัสดูเยือกเย็นอย่างที่สุดราวกับไร้ความรู้สึก ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเขารู้สึกยังไง สิ่งที่บ่งบอกความรู้สึกของเขาได้มีเพียงคำพูดที่ออกมาจากปากเท่านั้น ทว่า เพียงลมปากมันจะไปน่าเชื่อถือได้เยี่ยงไร กาติรัสตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปกับนักฆ่ายอดฝีมือเลยสักนิด ทั้งเยือกเย็นสุขุมและแข็งแกร่ง เขาปกปิดความรู้สึกที่แสดงออกมาได้อย่างหมดจดถึงกระนั้นลาซิเฟียก็มีประสบการณ์หลายภพชาติเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งวัน เธอก็สามารถกลับมาทำตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติได้ดังเดิม


            "งานรื่นเริงก่อนการประลอง?" กาติรัสกล่าวพลางคิ้วเลิกสูงขึ้นตั้งแต่เข้าเมืองมาจนนี่ก็เวลาพลบค่ำแล้ว เขายังไม่เคยได้ข้อมูลเกี่ยวกับงานรื่นเริงนี้เลยสักนิด


            "พวกเขาจัดงานนี้ทุกทุกปีก่อนจะเริ่มการประลองเสมอ เป็นงานที่ท่านเจ้าเมืองจัดขึ้นน่ะ ท่านหวังว่าพวกเขาจะสามารถทำความรู้จักจนเป็นมิตรกันได้ก่อนจะฆ่าแกงกันในวันพรุ่งนี้เพราะอัตราการตายในงานประลองมันสูงมากน่ะ ถ้ารู้จักกันก่อนที่จะได้ขึ้นประลอง อีกฝั่งคงไม่เอาเรื่องถึงชีวิตน่ะ" ลาซิเฟียอธิบาย


            "งานเริ่มวันนี้รึ?"


            "ถูกต้อง" ลาซิเฟียกล่าวตอบพลางส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร


            ชายหนุ่มที่นั่งบนพื้นเสมอพลันลุกขึ้นมาพลางเพ่งมองลาซิเฟียด้วยสายตาคมกริบก่อนเอ่ยถามอย่างขึงขัง "งานจะเริ่มขึ้นเมื่อใดกัน?" ใบหน้าแสดงถึงความสนใจเป็นอย่างมากเป็นครั้งแรกเลยที่หญิงสาวได้สัมผัสถึงบรรรยากาศที่ทำให้รู้สึกอึดอัดเช่นนี้ คำพูดของเขาราวกับคำพูดของราชา รู้สึกขัดขืนไม่ได้เลย


            "อะ...อีกหนึ่งชั่วโมง" ลาซิเฟียกล่าวอย่างตะกุกตะกัก แรงกดดันที่เขาส่งมามันทำให้รู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก


            "ยังพอมีเวลา" กาติรัสกล่าวด้วยใบหน้าจริงจังราวกับเขาถูกเชิญด้วยตัวเองก่อนชายหนุ่มจะกล่าวต่อ "รีบรักษาเจ้ากันเถอะ ข้าอยากไปเจอคนที่แข็งแกร่งที่นั่น"


            ลาซิเฟียที่รู้สึกเหมือนอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ชวนเขาไป? แรงกดดันที่เขาแผ่ซ่านออกมาราวกับราชันไม่มีผิดราวกับเกิดมาเพื่อเป็นหนึ่งเหนือใต้หล้าอย่างไรอย่างนั้น ความรู้สึกนับไม่ถ้วนต่างถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย ประสบการณ์สิบภพชาติของเธอยังไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อนยามแรกหญิงสาวได้แต่คิดว่าเขาคือคนของหนึ่งในตระกูลราชาแห่งโลกา ทว่า เธอกลับรู้สึกว่าตนคิดผิดเต็มๆ ความมั่นใจของเขา ความแข็งแกร่งของเขา ความหยิ่งยโสของเขาและบรรยากาศของราชัน


            ช่างเป็นบุรุษที่มีนิสัยผิดแปลกช่างผิดสามัญสำนึกอย่างสิ้นเชิงราวกับหลุดมาจากเทพนิยายอย่างไรอย่างนั้น ความแข็งแกร่งที่เป็นของจริง ความหยิ่งยโสที่มากเกินคณาและความมั่นใจที่สูงส่ง เป็นลักษณะบุคคลที่ไม่ควรมีตัวตนเลยจริงๆ เขาสมบูรณ์แบบมากเกินไปหรือไม่? เขาไม่มีข้อเสียเลยงั้นรึ?


            ลาซิเฟียที่เพียงสิบลมหายใจก็สามารถครุ่นคิดได้เป็นสิบสิบเรื่อง การคำนวณของเธอเป็นของจริงก่อนหญิงสาวจะเอ่ยกล่าวเพื่อยืนยัน "ท่านอยากจะไปกับข้าใช่หรือไม่"


            กาติรัสเริ่มหงุดหงิดขึ้นมา เธอชอบถามคำถามซ้ำซากจริงๆ "ไปสิ" นัยน์ตาคู่นั้นจับจ้องหญิงสาวปานจะกลืนกิน เป็นความโลภที่สูงล้ำยิ่งนักเขาอยากจะไปงานนั้นขนาดนั้นเลยหรือ?


            "ถ้าเช่นนั้นก็เป็นอันตกลง"


            ลาซิเฟียกล่าวจบก่อนจะจับชายเสื้อแล้วค่อยค่อยขยับมันลงมา เสื้อผ้าอาภรณ์สีเขียวเข้มสลับเขียวอ่อนค่อยค่อยเคลื่อนลงมาตามฝ่ามือที่ลูบผ่านอย่างช้าๆ เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนละเอียดประหนึ่งหิมะงาม หากได้มันผู้ใดได้เห็นเรือนร่างนั้นแล้วก็คงอดไม่ได้ที่จะเกิดความกระหายขึ้นมา เป็นความกระหายที่สูงยิ่งราวกับสัตว์ป่าคลั่งไม่มีผิด ทว่า กาติรัสต่างสงบสติอารมณ์ได้เป็นอย่างดีถึงกระนั้นเขาก็ยังอดชมขึ้นมาจากใจไม่ได้ ช่างเป็นความงดงามที่น่าหมายปอง รักเดียวใจเดียวยังยอมสยบ ขันทียังรู้สึกเสียดาย ไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบรรยายความงดงามที่ยากจะจับจองเฉกเช่นนี้เลย


            กาติรัสพลันคิ้วเลิกสูงขึ้นพลางแสดงใบหน้าประหลาดใจก่อนจะสวมอกพลันเอ่ยถาม "เจ้ากำลังทำสิ่งใด?"


            ลาซิเฟียที่ยามนี้เผยผิวกายท่อนบนไปถึงหนึ่งในสี่ส่วน สามารถสังเกตเห็นขนาดของภูเขาสองลูกที่เผยออกมาเพียงน้อยนิด ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นงุนงงสงสัยก่อนเอ่ยถาม "ท่านหมายความว่าอย่างไร?" น้ำเสียงใสและนุ่มนวลชวนน่าฟัง ทว่า มันแฝงไปด้วยความตื่นตะลึงที่ชัดเจน


            "แค่ข้าได้สัมผัสกับฝ่ามือเจ้า ข้าก็สามารถรักษาได้แล้ว"


            !!!


            สิ้นเสียงชายหนุ่มใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทั่วทั้งหน้า ทั้งที่ทิ้งความรู้จักละอายไปทั้งนานแล้ว ทว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาแล้วมันกลับเขินอายอย่างบอกไม่ถูกพลันรีบเร่งใส่เสื้อกลับไปในทันที เธอประหลาดใจจริงๆ เขาพูดได้น่าทึ่งมาก นักอักขระที่สามารถรักษาได้แค่เพียงสัมผัสมือ เล่นเอาความรู้ที่เธอมีกลับสร้างความเขินอายให้แก่เธอทั้งหมด


            ลาซิเฟียที่เขินจนไม่รู้จะกระทำสิ่งใดแล้วพลันยื่นฝ่ามืออันบอบบางออกไปเบื้องหน้า ใบหน้ายังคงสีแดงฉานราวกับผิวเชอรี่ก่อนกาติรัสจะสัมผัสมันอย่างอ่อนโยน สองตาพลันปิดสนิทก่อนชายหนุ่มจะเพ่งสมาธิ พลังประหลาดที่มีพลังสูงส่งมากๆ มันเป็นอัตลักษณ์ของจักรพรรดิมีเพียงจักรพรรดิเท่านั้นที่ทำได้ เพียงการเผยอัตลักษณ์จักรพรรดิออกมา ชายหนุ่มพลันสามารถโคจรสรรพธาตุในร่างกายของลาซิเฟียได้ราวกับเป็นเจ้าของ สรรพธาตุที่กระจัดกระจายไม่เป็นระบบเริ่มเคลื่อนที่กลับมาสู่สิ่งที่ควรจะเป็น บ่อกักเก็บพลังเวทย์ที่พังยับเยินเริ่มถูกพลังเวทย์ซึมซับเข้าไปข้างในเรื่อยๆ


            เป็นผลให้บ่อกักเก็บพลังเวทย์เริ่มดูดซับและทำการรักษาตัวเอง เพียงสามลมหายใจมันกลับรักษาตัวเองได้มากถึงสิบในร้อยส่วน ค่าสเตตัสของลาซิเฟียฟื้นกลับมาอยู่ในระดับสิบส่วนร้อยแล้ว ลาซิเฟียสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของตัวเองได้ดีที่สุด บ่อกักเก็บพลังเวทย์ที่เคยพังยับเยินกำลังรักษาตัวเองแล้ว มันยังคงรักษาตัวเองเรื่อยๆ ช่างเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์


            ผลกระทบจาก "ยืมพลังทั่วโลกา" มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันผู้นั่นอาจต้องอยู่กับค่าพลังที่ลดฮวบฮาบไปนานนับหลายสิบยี่สิบปี ต่อให้เจอหมอเทวดาที่เก่งที่สุดก็ไม่อาจสามารถทำให้มันกลับมาสมานตัวได้ในสิบปีอยู่ดี ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันเรียกว่าแหกกฏสวรรค์ได้เลย มีเพียงการรักษาจากจักรพรรดิเท่านั้นที่ทำได้!! ด้วยการนำของอัตลักษณ์จักรพรรดิ ลาซิเฟียพลันสัมผัสได้ถึงบ่อกักเก็บพลังเวทย์ที่รักษาตัวไปแล้วกว่าสิบส่วนร้อยและยังรู้สึกได้อีกว่ามันกำลังรักษาตัวอยู่เรื่อยๆ อาจใช้เวลาสักสามเดือนถึงจะกลับมาเต็มร้อยส่วนดังเดิม


           ลาซิเฟียที่ตกตะลึงปนความรู้สึกดีใจอย่างท่วมท้น หญิงสาวพลันกล่าวออกมาอย่างเริงร่า "ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณท่านจริงๆ บุญคุณนี้ข้าไม่รู้จะทดแทนยังไงเลย อาจจะใช้เวลามากกว่าสิบปีด้วยซ้ำเพื่อที่ข้าจะหายเป็นปกติ แต่ท่านกลับร่นเวลาจนเหลือเพียงสามเดือน ตัวข้าซึ้งใจมากจริงๆ" น้ำเสียงใสชวนน่าฟังพลันกล่าวอย่างเร็วไว


            เป็นใครก็ต้องดีใจกันทั้งนั้น ระยะเวลาที่ไม่ต่างจากขยะเกือบสิบปี ใครอยากจะอยู่ในช่วงเวลาแบบนั้นกัน


            กาติรัสพลางเปิดตาก่อนคลายฝ่ามือออก ใบหน้าอยู่ห่างกับลาซิเฟียไม่ถึงเมตร เขากล่าวต่อในทันที "ข้าเพียงทำในสิ่งที่ข้าอยากทำ เจ้าก็จะเข้าร่วมการประลองของมหาแผ่นดินเช่นนั้นหรือ?"


            "ข้าเข้าร่วมอยู่แล้ว" ลาซิเฟียกล่าวพลางลุกขึ้นจากเตียงนอนก่อนหญิงสาวจะมุ่งตรงไปยังประตูบ้านพลางค่อยค่อยเปิดมันออก แอ๊ดดด เสียงเปิดประตูไม้ดังขึ้นก่อนหญิงสาวจะมองชายหนุ่มด้วยหางตาพลางกล่าว "นี่ก็พลบค่ำแล้ว เวลาก็เหลือไม่ถึงชั่วโมงแล้วก่อนงานจะเริ่ม พวกเราควรจะไปก่อนเวลางานเริ่มนะ"


            "ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าเช่นนั้นก็ไปกัน" กาติรัสกล่าวพลางใช้ฝ่ามือยันพื้นพลางลุกขึ้น เขาปัดเสื้อผ้าสามที ก่อนเดินตามลาซิเฟียพลางใบหน้าที่ยกยิ้มอย่างมีเลิศนัย


            "งั้นก็ไปกันไปงานรื่นเริงก่อนประลอง" ลาซิเฟียกล่าวก่อนกล่าวต่อ "ข้านำทางให้ท่านนะ"


              ...สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:5,322 พลังกาย:155,999 พลังเวทย์:753,999 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิผีดิบ ที่คุณอ่าน