ชะตาชีวิตที่เปลี่ยนไป 2
ตอนนี้พวกเราก็ออกมาจากโรงแรมเพื่อไปเที่ยวตามทริปที่ยัยลิลลี่จัด ที่แรกที่เราจะไปคือ พระราชวังฤดูร้อน และอีกหลายๆ ที่ พวกเราเที่ยวจนมาถึงที่สุดท้ายคืออุทยานเป่ยไห่“ลี่ ที่นี่สวยมากแก” ฉันหันไปพูดกับลิลลี่“ฉันบอกแล้ว”“แกนี่ก็ใกล้ตะวันตกดินแล้วฉันว่าเรารีบเดินเที่ยวเถอะ” ลิลลี่พูดขึ้นเพราะวันนี้ทั้งวันเราไปเที่ยวหลายที่พอมาถึงที่สุดท้ายก็ใกล้ตะวันตกดินล่ะ เหนื่อยจะแย่อยู่แล้วหิวด้วย“โอเค งั้นเราไปดูสถาปัตยกรรมโบราณทางโน้นไหม” ลิลลี่เอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้มือไปทางที่ตั้งของสถาปัตยกรรมโบราณที่พูดถึง“อืม ไปกันเถอะ” พวกเราตกลงกันเสร็จก็ไปดูสถาปัตยกรรมโบราณกัน พวกเราเดินดูจนเหนื่อยฉันว่าคงมีแต่ฉันล่ะที่เหนื่อยเพราะดูลิลลี่น่าจะไม่เหนื่อยเลย เพราะเล่นเดินแกมวิ่งไปทางโน้นทีทางนี้ที“นาเราไปดูเกาะตรงนั้นไหม”“ไม่อ่ะแกฉันเหนื่อย แกจะไปแกก็ไปเถอะเดี๋ยวฉันนั่งรอตรงนี้ล่ะกัน” ฉันพูดขึ้นเพราะฉันเดินไม่ไหว“งั้นแกรออยู่นี่นะอย่าไปไหนล่ะ”“อืม” ฉันรับปากลิลลี่ก่อนที่เธอจะไป“ฉันจะรีบไปรีบมา” ลิลลี่พูดเสร็จก็เดินไปที่เกาะกลางทะเลสาบเมื่อลิลลี่เดินหายเข้าไปในฝูงชนฉันก็มายืนรอลิลลี่อยู่ริมทะเลสาบ“เฮ้อ ที่นี่สบายจังเลย” ฉันพูดขึ้นพร้อมกับกางแขนรับลม“ช่วยด้วยมีคนขโมยกระเป๋า” ฉันได้ยินเสียงของคนตะโกนให้ช่วยฉันหันไปดูด้วยความตกใจและบวกกับที่ยังไม่ทันตั้งตัวทำให้ขโมยที่กำลังวิ่งมาชนฉันที่ยืนอยู่ริมทะเลสาบอย่าเต็ม“เอ้ย” ฉันพูดได้แค่นั้นเพราะร่างกายของฉันค่อยๆ ตกลงน้ำแล้ว“ตู้ม” ด้วยความตกใจกับประกอบกับตกลงมาอยากกะทันหันจึงทำให้ฉันพยายามขึ้นมาจากน้ำแต่ยิ่งพยายามก็ยิ่งทำให้ฉันจมลงไปก้นทะเลสาบมากขึ้นเท่านั้นและตอนนี้สติของฉันก็เหมือนจะไม่เหลือแล้วด้วย ฉันจะตายไม่ได้นะไม่ใช่ว่าฉันว่ายน้ำไม่เป็นแต่ฉันว่ายน้ำเป็นแต่มันเหมือนมีอะไรมาจับยึดขาไม่ให้ฉันเคลื่อนไหวหรือว่ายขึ้นไปเลย แล้วนี่จะไม่มีใครลงมาช่วยฉันเลยหรือไง ฉันยิ่งพยายามที่จะว่ายน้ำมากขึ้นจนฉันไม่มีแรงและค่อยๆ จมลงไปเรื่อยและฉันก็ครองสติไม่อยู่ในที่สุดฉันก็เห็นแต่ความมืดหลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอีกอีกด้านหนึ่ง“ช่วยด้วยค่ะ มีคนตกน้ำช่วยด้วย” เสียงผู้คนที่อยู่ในนั้นต่างร้องของความช่วยเหลือเสียงนี้ดังไปจนถึงเกาะที่ยืดออกไปในทะเลสาบหญิงสาวที่กำลังยืนชอบทะเลสาบอยู่รีบหันไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นเหมือนหันไปก็ต้องตกใจและรีบไปดูเพราะที่ตรงนั้นมีใครอีกคนกำลังรอให้เธอกลับไปหาลิลลี่วิ่งด้วยความเร็วเท่าที่ร่างกายของเธอจะทำได้วิ่งไปยังที่เกิดเหตุเพื่อหาคนที่บอกเธอว่าจะรอเธออยู่ที่นี่“นา ๆ แกอยู่ไหน” ลิลลี่พยายามตะโกนหาพร้อมกับมองหาเพื่อนของเธอที่บอกว่าจะรออยู่ที่นี่เธอจับโทรศัพท์มาโทรหาก็ไม่รับ ร่างกายและหัวใจของเธอสั่นไปหมดด้วยความกลัวว่าจะเสียคนที่เพื่อนรักของเธอไป จนหันไปเห็นว่ามีคนกำลังพาใครก็ไม่รู้ขึ้นมาจากน้ำพอลิลลี่เห็นก็ตกใจกับภาพที่เห็นเธอรีบวิ่งเข้าไปหาคนที่กำลังถูกช่วยขึ้นมาจากนี้พร้อมกับน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาจากดวงตาอย่างไม่ขาดสาย“นา แกอย่าเป็นอะไรนะทำใจดีไว้นะ ไหนแกบอกกับฉันว่าแกจะรอฉันอยู่ตรงนี้ไงแล้วทำไมแกไม่รอฉัน ฮือๆๆ” ลิลลี่พูดขึ้นมาเมื่อวิ่งเข้ามากอดเพื่อนแล้วแต่เพื่อนเธอก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับใดใดเธอจริงตัดสินใจยืนมือที่สั่นเทาเข้าไปใกล้จมูกของเพื่อนเธอเพราะเธอมีความหวังในใจลึกๆ ว่าเพื่อนของเธอยังอยู่กับเธอ แต่ความหวังอันน้อยนิดของเธอกูต้องแตกสลายลงเหมือนเพื่อนของเธอไม่มีลมหายใจแล้ว“ฮือๆๆๆ นาแกอย่ามาตายอยากนี้สิ ฮือๆๆ แล้วฉันจะบอกพ่อกับแม่แกว่ายังไงล่ะ ฮึก นาาาาาาาาาาาาาาา” ลิลลี่ร้องไห้ด้วยใจที่แตกสลายเพราะเสียเพื่อนรักเพียงคนเดียวของเธอไปตลอดกาล เธอร้องไห้จนสลบไปหลังจากนั้นผู้คนก็พาเธอส่งไปโรงพยาบาล เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาเธอก็โทรศัพท์ไปหาครอบครัวของเพื่อนรักทันทีณ งานศพที่ถูกจัดขึ้นในวัดแห่งหนึ่งวันนี้เป็นวันที่ทำการเผาศพ“ฮือๆๆๆ คุณลุงค่ะหนูขอโทษที่ดูแล นาไม่ดี เป็นความผิดขอหนูเอง ฮือๆ” ฉันหันไปขอโทษคุณพ่อของนาฬิกา“หนูไม่ต้องโทษตัวเองหรอนะ เพราะมันไม่ใช่ความผิดของหนู หนูอย่าร้องไห้เลยนะเดี๋ยวนาจะไม่มีความสุขนะ” คุณพ่อของนาพูดขึ้นพร้อมกับปลอบในภรรยาในอ้อมกอดที่กำลังร้องไห้และลูกสาวอีกคนที่กำลังร้องไห้อยู่ไม่ต่างกันและหันมามองดูเมรุที่กำลังเผาร่างของลูกสาวอันเป็นที่รักของท่าน“แต่ถ้าวันนั้นหนูไม่ทิ้งนาไว้ที่นั้นคนเดียวนาอาจจะไม่ตายก็ได้นะคะ”“มันคือโชคชะตาของยัยนาหนูลิลลี่ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอนะ”“หนูเข้าใจค่ะ นาฉันขอให้แกไปสู่สุคตินะ แกไม่ต้องเป็นห่วงอะไรที่นี่แล้วนะนา ฉันรักแกนะเพื่อนรัก ฉันจะไม่มีวันลืมแกเลย” ลิลลี่หันไปพูดกับคุณพ่อของเพื่อนและหันไปพูดกับควันที่ลอยขึ้นไปบนฟ้าได้แต่หวังว่าเพื่อนจะได้ยินพูด“พี่ขอให้น้องของพี่พบเจอแต่ความสุขนะ” เสียงของหญิงสาวที่เป็นพี่พูดขึ้นทั้งน้ำตาพร้อมกับมองควันที่ลอยขึ้นฟ้า“แม่ขอให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดีนะแม่จะไม่ลืมหนูเลยลูกแม่”“พ่อขอให้ลูกพบเจอแต่คนดีๆ นะ”