"พวกเ้ากำลังคุยอะไรกัน?"
ซูอี้หว่านได้ยินเสียงดังขึ้นจึงเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นจางอ้ายหลินและซูอี้โจวที่กลับมาด้วยกัน
"เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นที่นี่? มองจากไกลๆดูเหมือนจะคึกคักมากทีเดียว?"
ซูอี้โจวสงสัยใคร่รู้มองไปรอบๆแต่ครอบครัวของซูไท่ไท่หาเื่หนีไปนานแล้วตอนนี้จะมองเห็นร่องรอยของพวกเขาได้อย่างไร
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"จะมีอะไรอื่นไปได้อีก เป็ยายแก่ตระกูลซูนั่นแหละ ที่จงใจก่อเื่"
ซูอี้หว่านก็ไม่ได้ปิดบังเล่าเื่ที่เพิ่งเกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง
"อะไรนะ? ยายแก่คนนั้นนี่มันโง่จริงๆกล้าดียังไงมาข่มเหงลูกสาวข้า!"
จางอ้ายหลินได้ยินซูอี้หว่านเล่าเื่เหล่านี้ก็เกิดโทสะขึ้นมาทันทีพับแขนเสื้อขึ้นเตรียมจะไปสะสางบัญชีกับคนตระกูลซู
"ท่านแม่ ไม่มีสิ่งใดน่ากังวลแล้ว เห็นไหม พวกเรายังอยู่ดีมีสุข"
ซูอี้หว่านไม่อยากให้จางอ้ายหลินไปข้องเกี่ยวกับคนตระกูลซูอีกเพราะเกรงว่าจะถูกพวกอันธพาลไร้ยางอายแว้งกัดเอาได้
"จะไม่ไปได้อย่างไร? เ้าหนุ่มคนนั้นโดนยายแก่นั่นวางยาพิษเชียวนะ!"
จางอ้ายหลินรู้ว่าเซียวจวิ้นอันโดนพิษก็เพราะช่วยพวกตนในใจจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดต่อเขา
พวกเขาไม่ได้เป็ญาติกันเลยเซียวจวิ้นอันถ้าไม่ได้มาเกี่ยวพันกับพวกเขา ก็คงจะไม่โดนพิษ
แถมตลอดทางเขายังช่วยพวกตนไว้ไม่น้อยไม่ว่าด้วยเหตุผลใดนางก็ควรจะช่วยเขาเอาคืน
"ข้าไม่เป็อะไร แล้วพวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไรข้า"
"แต่ว่า..."
จางอ้ายหลินกำลังจะพูดต่อแต่ซูอี้หว่านไม่ได้เปิดโอกาสให้ นางจึงพูดขัดจังหวะขึ้นมาว่า"ท่านแม่ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาห่วงเื่พวกนี้นะเ้าคะจวิ้นอันโดนพิษ สิ่งที่ต้องทำเป็อันดับแรกคือช่วยเขาถอนพิษก่อนเ้าค่ะ"
"จวิ้นอัน?"
จางอ้ายหลินได้ยินซูอี้หว่านเอ่ยชื่อที่ไม่คุ้นเคยนี้ก็แสดงสีหน้างุนงงขึ้นมาทันที
ซูอี้โจวได้ยินก็ชะงักไปเล็กน้อยมองเซียวจวิ้นอันด้วยสายตาประหลาดใจ
แต่เขาก็มีไหวพริบปรับตัวได้เร็วเมื่อสังเกตเห็นว่าทหารที่เฝ้าประตูเมืองกำลังมองมาทางพวกเขาจากที่ไม่ไกลก็ตระหนักได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงเอ่ยขึ้นมา "ใช่แล้ว! ท่านแม่ ตอนนี้ร่างกายของจวิ้นอันสำคัญกว่า!"
ซูอี้โจวพูดพลางขยิบตาให้จางอ้ายหลินเตือนนางว่าอย่าได้เผลอแสดงพิรุธออกมา
จางอ้ายหลินเห็นท่าทีของลูกทั้งสองคนพอคิดถึงยุคสมัยที่วุ่นวายนี้ก็เข้าใจขึ้นมาทันที
"เ้าพูดถูกแล้ว แต่การมาในวันนี้ของพวกเราก็ถือว่าเสียเปล่าไม่ได้ขายอะไรออกไปเลย"
จางอ้ายหลินรีบเปลี่ยนคำพูดทำท่าทางเสียใจมาก
"ตอนนี้พูดเื่พวกนี้ก็ไม่มีประโยชน์ พวกเรากลับไปก่อนเถอะเ้าค่ะ"
ซูอี้หว่านไม่อยากให้เป็ที่สังเกตมากเกินไปตอนนี้พวกเขาสะดุดตามากเกินไปแล้ว แถมฐานะของเซียวจวิ้นอันก็ยังน่าสงสัยหากถูกใครบางคนจำได้แล้วมาเกี่ยวพันกับครอบครัวของพวกเขาเข้านางก็กลัวว่าจะมีปัญหาตามมาไม่จบสิ้น
"ก็จริงอย่างที่ว่า มีเขาเขียวอยู่ก็ไม่กลัวว่าจะไม่มีฟืนสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคน!"
จางอ้ายหลินเห็นด้วยกับคำพูดของลูกสาวพยักหน้าเตรียมจะเข็นรถลากกลับไปที่โรงฟืนเก่าที่พักอาศัยชั่วคราวพรุ่งนี้เช้าค่อยรีบมาขายน้ำจิ้มไข่ปูต่อ
ทั้งครอบครัวเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าวจู่ๆ ซูอี้โจวก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
"ท่านแม่ หว่านหว่าน พวกเ้าพาจวิ้นอันกลับไปก่อน ข้าจะตามไปทีหลัง!"
พูดจบซูอี้โจวก็ไม่รอให้ทุกคนตอบสนองรีบหยิบกระบอกไม้ไผ่สองสามอันบนรถลากวิ่งไปยังทิศทางที่ทหารเฝ้าประตูเมืองอยู่
ซูอี้หว่านเห็นพี่ชายไม่รู้ว่าไปพูดอะไรกับทหารเฝ้าประตูเมืองเ่าั้จากนั้นก็ยัดกระบอกไม้ไผ่ให้พวกเขา
"พี่ชายเ้ากำลังทำอะไร?"
จางอ้ายหลินมองการกระทำของลูกชายอย่างประหลาดใจถึงแม้ว่าวันนี้จะไม่ได้เปิดร้านค้า แต่พรุ่งนี้ก็มาใหม่ได้น้ำจิ้มไข่ปูของพวกเขาก็ไม่ได้เสียสักหน่อย
เ้าลูกชายคนนี้ไม่มีความจำเป็ต้องควักเนื้อตัวเองเอาของไปให้คนอื่นไม่ใช่หรือ?
ซูอี้หว่านมองออกถึงความคิดของซูอี้โจวยิ้มปลอบใจ "ท่านแม่ ท่านวางใจเถอะเื่ค้าขายต้องยกให้พี่ชาย ข้าว่าเขาเก่งที่สุด พวกเราก็เชื่อเขาเถอะเ้าค่ะ"
"ก็จริงอย่างที่เ้าว่า"
จางอ้ายหลินได้ยินลูกสาวพูดเช่นนั้นก็รู้สึกเห็นด้วยเป็อย่างยิ่งซูอี้โจวสามารถหารายได้เป็กอบเป็กำได้แม้ในวันสิ้นโลกเขาเป็อัจฉริยะทางด้านการค้า เมื่อเขาตัดสินใจเช่นนี้ย่อมต้องมีเหตุผลของเขาอยู่แล้ว
รอจนกระทั่งซูอี้โจวกลับมาพวกเขาจึงพากันกลับไปที่โรงฟืนทันที
ซูอี้หว่านหยิบยาที่จำเป็จากมิติออกมาบดให้เป็ผงผสมลงในน้ำแกงแล้วยกไปให้เซียวจวิ้นอัน
"ก่อนหน้านี้ที่ข้าให้เ้ากินคือยาถอนพิษถึงแม้ว่าจะสามารถถอนพิษได้เป็ส่วนใหญ่แต่ในร่างกายของเ้าตอนนี้ยังมีพิษตกค้างอยู่แถมก่อนหน้านี้เ้ายังได้รับาเ็สาหัส หาก้าหายดีจริงๆก็จงดื่มพวกนี้เข้าไป"
เสียงของซูอี้หว่านไม่ได้อ่อนหวานเหมือนเด็กสาวทั่วไปแต่กลับไพเราะราวกับนกขมิ้นจากหุบเขาและในตัวนางยังซ่อนเร้นไว้ซึ่งเสน่ห์อันน่าพิศวง
เซียวจวิ้นอันรู้สึกว่าซูอี้หว่านเป็สตรีที่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่สุดเท่าที่เขาเคยพบพานมา
"ทำไม? มองข้าทำไม? ถ้าข้าอยากจะฆ่าเ้าก็คงไม่ช่วยเ้าั้แ่แรกแล้ว คงไม่ลงมือเอาตอนนี้หรอก!"
เมื่อเห็นว่าเซียวจวิ้นอันเอาแต่มองนางซูอี้หว่านก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที จึงเผลอขมวดคิ้วเข้าหากัน
การที่นางยังไม่ได้ไล่เขาไปก็เพราะสถานการณ์บังคับเป็ความจนใจไม่ใช่หรือไง!
"ข้ารู้"
เหมือนจะมองออกถึงความคิดของซูอี้หว่านเซียวจวิ้นอันยิ้มน้อยๆ พูดออกมาอย่างแ่เบา "ข้ารู้ว่าเ้าจะไม่ทำร้ายข้า"
"หึ! เ้ารู้อีกแล้ว?"
คำตอบของเซียวจวิ้นอันทำให้ซูอี้หว่านอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาค้อนให้เขาอย่างเย่อหยิ่งจากนั้นจึงยื่นชามไปให้
เซียวจวิ้นอันก็มีไหวพริบเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รีบรับมาดื่มจนหมดโดยไม่ลังเล
เขาปาดน้ำแกงขมๆที่เปรอะเปื้อนมุมปาก มองดูมือที่เปรอะเปื้อน เขาก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจแล้วฝืนลุกขึ้นยืนเดินโซซัดโซเซออกไปนอกลานบ้าน
"นี่! เ้าจะทำอะไร?"
ซูอี้หว่านใไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เขาจะทำเช่นนี้
นางเพิ่งวิ่งตามออกไปก็เห็นเซียวจวิ้นอันใช้ถังไม้ตักน้ำใสจากบ่อน้ำในลานบ้าน ถอดเสื้อผ้าที่สกปรกออกเริ่มซักด้วยน้ำใส
ซูอี้หว่านเห็นดังนั้นสายตากลับทรยศ เลื่อนไปจับจ้องแผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแรงของเขาอย่างห้ามไม่ได้
ถึงแม้ว่าจะผอมลงไปมากเพราะหนีความอดอยากแต่กล้ามเนื้อแผ่นหลังของเขาก็ยังคงมีสัดส่วนที่สวยงามบ่งบอกว่าเป็ผู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี
"มองอะไรอยู่?"
ทันใดนั้นเสียงเย้ยหยันก็แทรกเข้ามากระทบโสตประสาท ทำเอาซูอี้หว่านสะดุ้งโหยงสุดตัวพอได้สติก็เหลือบมองคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่สบอารมณ์
"พี่ชาย ท่านอย่ามาทำให้คนใจะได้ไหม?"
"ทำไม? ข้าเห็นน้องสาวตัวเองน้ำลายไหลเมื่อเห็นกล้ามเนื้อของผู้ชายข้าก็เลยหวังดีช่วยเตือนสตินะ"
ซูอี้โจวยิ้มอย่างทะเล้นจงใจผายมือไปทางเซียวจวิ้นอัน
"เป็อย่างไรบ้าง? รูปร่างของคู่หมั้นเ้าก็ไม่เลวนะ?"
"พี่ชาย!"
ซูอี้หว่านรู้ว่าซูอี้โจวจงใจเอาเื่นี้มาล้อนางก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตาด้วยความหงุดหงิด
"ข้ากับเขาไม่มีความสัมพันธ์อะไรกันทั้งนั้น ท่านอย่าพูดจาเหลวไหล!ตอนนั้นถ้าไม่จำเป็จริงๆ ข้าก็คงไม่พูดเช่นนั้นหรอก"
"จริงหรือ? ข้ากลับรู้สึกว่าเซียวจวิ้นอันมีรูปร่างหน้าตาดีเหมาะสมกับเ้ามาก"
ซูอี้โจวไม่เห็นด้วยเขาััได้ว่าเซียวจวิ้นอันมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาจะต้องเป็ัที่จะทะยานขึ้นสู่ฟ้าอย่างแน่นอน
น้องสาวสุดที่รักของเขาจะต้องมีน้องเขยที่เก่งกาจสมน้ำสมเนื้อเท่านั้น!