นาสริน เ้าหญิงปลูกผักทะลุมิติกับสามแรงงานป่วนระบบ
Nasrin:Adventures in Host with the Gang
ตอนที่ 2เปอร์เซียลำเพลิน
ละแว่วเสียง ลอยล่อง ดังว้อนว่อน....
ฟังคำวอน เว้าเวิน ละหวานจ้อย...
ลมวอยวอย พัดยอดพร้าว ดังวื่นวื่น...
ใจนางฝืน กลืนกล้ำ เอ๋ยดลแล้ว...
แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องบ้านหนองปลาเข็ง ชานเมืองขอนแก่น ดินแดนดอกคูณเสียงแคน
เ้าหญิงนาสรินพร้อมสมาชิกทีม A เดินทางมาถึงสำนักงานคณะหมอลำเด่นดวงบันเทิงศิลป์ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านพักของหัวหน้าคณะนั่นเอง
อาณาบริเวณอันกว้างใหญ่ของบ้านนั้นมีเนื้อที่ราว 10 ไร่ มีตัวบ้านพักครึ่งปูนครึ่งไม้ 2ชั้นหลังใหญ่ มีลานกว้างสำหรับจอดรถได้นับสิบคัน พร้อมโกดังขนาดใหญ่ราวกับโรงสีมีโรงจอดรถขนาดใหญ่ที่มีรถบรรทุกคอนวอยจอดอยู่สองสามคันและยังมีบ้านหลังเล็กหลังน้อยรายล้อมรอบที่ดินอีกหลายหลัง
“สะวัดดีจ้า”เสียงนาสรินเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกมือไหว้ชายวัยกลางคนที่ยืนหันหลังอยู่พร้อมกับมีน้ำไหลผ่านหว่างขาลงมา เมื่อเขาหันหลังกลับ ถึงได้เห็นว่าพ่อใหญ่กำลังใช้ฝักบัวรดน้ำต้นไม้ตรงระเบียงบ้านนั่นเอง
“เอ้า มากันแล้วติ แม่นหนูนาสรินบ่ เข้ามาโลดมานั่งในบ้านก่อน”
ทุกคนในทีมเ้าหญิงเดินขึ้นบันไดเตี้ย ๆหน้าระเบียงบ้านแล้วนั่งพับเพียบกับพื้นหินขัด ก่อนที่นาสรินจะเอ่ยถาม
“คุณพ่อแม่นพ่อครูคำโก้บ่คะ”
“แม่นแล้ว ลูกเป็คนม่องใด หน้าตาคือแขกคือฝรั่ง”
“หนูเป็คนอิหร่านจ้า” เ้าหญิงต้องโกหกเพราะถ้าบอกเป็คนเปอร์เซียคงไม่มีใครเชื่อเนื่องจากอาณาจักรล่มสลายมานับพันปีแล้ว
“เอ้า แล้วคือเว้าอีสานได้เนียนอีหลีจังซี่ล่ะ”พ่อคำโก้สงสัย
“หนูเฮียนจากคนงานไทยที่ไปเฮ็ดงานทางพู้นนะจ้า”
“เออ ๆ หัวดีเป็ตาสอนกลอนลำยุเนาะ พ่อได้รับการประสานจากเ้านายของหนูเรียบร้อยแล้วให้มาฝึกการเป็นักร้องหมอลำ”
“ขอโทษเด้อจ้า พ่อฮู้บ่คะเ้านายที่ว่าเพิ่นซื่ออิหยัง”
“เอ่อ คนประสานเพิ่นว่าซื่อนุชแต่เ้านายอีหลีเพิ่นบ่บอก”
“อ่อจ้า”
“อ้าว นั่นแม่ศรีไพร ภรรยาของพ่อเองลาวสิดูแลเื่อาหารการกิน เสื้อผ้าของนักร้อง หางเครื่องและเวียกงานในบ้านเฮือนของเฮา”
นาสรินและทีมงานก็ยกมือไหว้แม่บ้านของพ่อครู
“หวัดดีจ้า กินเข่าแล่วไป๊”
“กินแล้วจ้า ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะแม่ครู”นาสรินตอบฉะฉาน
“จังซั่นแม่สิพาไปห้องพักก่อนเนาะเตรียมไว้ให้แล้วสองห้อง แยกหญิงชาย ตามแม่มาพี้”แม่ศรีไพรกล่าวแล้วก็นำคณะของเ้าหญิงไป
“โกดังใหญ่ ๆ นี่คือม่องเก็บเสื้อผ้าชุดนักร้องหางเครื่องและเครื่องเสียง เครื่องดนตรี ม่องนั่นกะเป็โรงครัว วังหั่นเป็โรงจอดรถคอนวอยรอบ ๆ นั่นเป็บ้านพักของคนงาน หางเครื่อง นักร้อง” ภรรยาพ่อครูแนะนำสถานที่
ทีม A แยกย้ายกันนำกระเป๋าเสื้อผ้าสัมภาระส่วนตัวเข้าไปเก็บในห้องพักแล้วแม่ศรีไพรก็กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับพวกเขา
“ลูก ๆ พักผ่อนตามสบายเด้อเดี๋ยวสี่โมงเช้าไปพ่อกันที่โรงครัว พ่อคำโก้สิแบ่งงานของแต่ละคน”
“ค่ะแม่ ขอบคุณค่ะ”
ทางฝ่ายทีม B ของกามิล
พวกเขาเดินทางไปถึงสำนักงานหมอลำคณะดวงใจเพชรบ้านนาบ้านโนนยาง ชานเมืองร้อยเอ็ดใน่แปดนาฬิกา
หนุ่มอาหรับเดินเข้าไปในห้องซึ่งอยู่ใต้ถุนบ้านหลังใหญ่อันเป็ที่ทำการคณะหมอลำ ก็ได้พบสาวน้อยคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน
“สวัสดีครับ พ่อครูยงยศอยู่บ่ครับ”
“อ๋อ พ่อครูออกไปข้างนอกจ้า อ้ายมีธุระอิหยังจ๊ะ”
“พวกผมมารายงานตัวเื่ที่สมัครเป็หมอลำกันน่ะครับ”
“อ๋อ แม่นอ้ายกามิลบ่คะ พ่อสั่งไว้ว่าครั้นอ้ายมาให้ต้อนรับได้เลย เชิญนั่งก่อนค่ะ”
พวกกามิลก็พากันนั่งลงที่ชุดโซฟารับแขกแล้วสาวน้อยคนเดิมก็เดินมานั่งสนทนาด้วย
“น้องชื่อต้อยน้อยเด้อ เป็ลูกสาวพ่อครูมีอิหยังกะบอกหนูได้เลย เื่สมัครเป็หมอลำของอ้าย พ่อเพิ่นฮู้แล้วได้รับการประสานจากคนชื่อนุช ลาวโอนค่าใช้จ่ายมาให้บอกว่าเ้านายฝากดูแลทีมงานอ้ายให้ดี ๆ”
“เอ่อ แล้วน้องฮู้บ่ว่าเ้านายคนนั้นลาวชื่ออิหยัง”
“บ่ฮู้ค่ะ พี่นุชเพิ่นบ่บอก ทางหนูกะบ่อยากส่อย่านเพิ่นหนหวย”
“ติ ซั่นบ่เป็หยัง” กามิลผิดหวังเล็กน้อย
“อ้ายเป็คนทางใด หน้าตาคือคล้ายอาหรับ”ต้อยน้อยมองเ้าชายด้วยแววตาเป็มัน
“ตาถึงเนาะ อ้ายเป็คนอาหรับอีหลีแถวอิรัคอิหร่านหั้นละ”
“ซื้อหวยบ่เคยถึกจังซี่เนาะแล้วอ้ายคือเว้าอีสานได้ สำเนียงเป๊ะอีหลี”
“อ้ายกะเฮียนเอาจากคนงานไทยที่ไปเฮ็ดงานทางพุ้นละนางเอ้ย”
“เก่งเนาะ อ้าว อิแม่มาพอดี แม่อ้ายเพิ่นมารายงานโตแล้ว”
หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาจากหลังบ้านพวกกามิลก็ยกมือไหว้
“จ้า อยู่ดีมีแฮงเด้อ กินเข่ากันมาละยัง”
“กินแล้วจ้า”
“แม่ชื่อนิดเด้อ เป็คนดูแลเสื้อผ้าชุดนักร้องหางเครื่อง แล้วกะอาหารการกินของคณะเฮา พ่อครูเพิ่นออกไปธุระ ่บ่ายจังสิเมือลูก ๆ เอาของไปเก็บในห้องพักก่อน แม่สิพาไป”
กล่าวจบแม่นิดก็นำคณะของกามิลไปยังบ้านพักที่อยู่ท้ายสวน
กลับมาที่บ้านของพ่อคำโก้ ในเวลาสิบนาฬิกา
นาสรินและทีม A นั่งบนเสื่อที่ปูกับพื้นของโรงครัวโดยมีพ่อคำโก้นั่งอยู่ฝั่งหนึ่ง กับหญิงชายอีกสองสามคน
“เอาล่ะบัดนี่ พ่อกะสิมอบหมายงานให้แต่ละคนนาสรินพ่อตั้งนามสกุลให้ว่า นาสรินพิณประภา สิเป็หมอลำฝึกหัด ร้องลำไปโดยยังบ่มีเงินเดือนค่าตัวแต่มีสิทธิได้เงินจากที่แฟนเพลงให้มา และจากพวงมาลัย”
แล้วครูเพลงก็หันไปหาดานาและซาราห์สองสาวคนสนิทของเ้าหญิง
“เอ้อ อีนางสองคนนี่ หน่วยก้านดีเป็ตาเต้นหางเครื่อง ให้ไปหัดกับครูหนิงเด้อ”
“ขอบคุณค่ะพ่อครู”
“ส่วนบักหำนี่ เ้าชื่อหยัง เป็คนทางใด”พ่อครูถามหนุ่มหาญ
“ผมชื่อหาญ เป็คนอำเภอด่านขุนทด โคราชครับ”
“เ้าฮ้องเพลงหมอลำได้บ่”
“เคยฮ้องเคยลำยุครับ อิแม่ผมเป็คนยโสธรเป็นางเอกหมอลำเก่า ส่วนอิผ่อเป็คนโคราช”
“โอ้ จังซั่นกะมาเป็หมอลำฝึกหัดฝ่ายชายอีกคนเนาะ
แล้วเ้าล่ะ ชื่อว่าใด เป็คนทางใดเคยร้องหมอลำบ่” พ่อคำโก้ถามหนานเขียว
“ผมชื่อเขียว เพื่อน ๆ เรียกหนานเขียว เป็คนพะเยาอำเภอดอกคำใต้ครับ ฮ้องได้แต่เพลงซอ เพลงลูกทุ่งกำเมือง หมอลำยังบ่าเกยฮ้องครับ”
“เออ แล้วเ้าล่ะ” พ่อครูชี้ไปที่ทองฮะ
“ผมทองฮะ ร้องได้แต่เพลงลูกทุ่ง ถนัดเพลงของชาตรีศรีชล คนชลบุรีเหมือนผมครับ”
“อ้อ งั้นหนานเขียวกับทองฮะ ก็ช่วยงานคอนวอยแบกขนอุปกรณ์ เครื่องดนตรี เครื่องไฟ เป็หลักก่อนนะและให้เป็หางเครื่องเสริมกรณีคนขาดถ้ามีโอกาสก็จะให้เป็นักร้องสมทบก่อนถึง่ลำเต้ย
เอาละบาดนี่พ่อสิแนะนำทีมงานรุ่นพี่ในวงให้รู้จัก
ทางพี้คือ อ๊อด นักดนตรีนั่นสิงห์ดูแลรถบรรทุกคอนวอย และที่นั่งปากแดงหั้นคือ นวลวัลย์ ขวัญพลาญเป็นางเอกหมอลำของคณะเฮา เอิ้นว่านวลกะได้ ให้เป็พี่เลี้ยงสอนนาสรินแนวท่าเต้นท่าฟ้อนเด้อ”
พวกนาสรินก็ยกมือไหว้รุ่นพี่ทุกคนขณะที่พ่อคำโก้ก็กล่าวอีก
“เดี๋ยวมื้อแลงนี้กินเข่าแล้วให้นาสรินมาซ้อมต่อกลอนกับพ่อครูเด้อลูกเด้อ
เอาล่ะ ไปซอยแม่ครูเฮ็ดกับเข่าในครัวพุ้นไป๊”
“ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะ พ่อครู”
“ขอบคุณครับพ่อครู”
พวกทีมของนาสรินไหว้พ่อคำโก้แล้วก็แยกย้ายกันไปช่วยงานบ้านงานครัว
ขณะที่หาญจะเดินตามนาสรินเข้าไปในครัวนั้นนวลก็มาฉุดแขนเขาไว้
“อ้ายหาญ มาซอยน้องแน ซอยยกชุดนักร้องของน้องไปไว้ในรถเก่งคันที่จอดอยู่หั้นสิเอาไปส่งร้านซักแห้ง”
“อ่อ ได้ครับ” หาญก็เดินตามนางเอกหมอลำไป
ระหว่างเดินเคียงคู่ไปด้วยกันดูสายตานวลจะพึงพอใจในหนุ่มหล่อมาดเข้มอย่างหาญกล้า
“อ้ายมีแฟนแล้วไป๊”
“ยังบ่ทันมีครับ ผมต้องเฮ็ดงานหาเงินไปปัวยายที่ป่วยบ่มีใจคิดเื่แฟน”
“อุ๊ย คือดีแท้ เป็ตาฮักอีหลีเด้”
“ขอบคุณครับ”หาญกล่าวแล้วยกตะกร้าเสื้อผ้าใบใหญ่กับถุงใส่ชุดนักร้องอีกสี่ห้าชุดไปวางไว้ท้ายรถเก๋งของนวลก่อนจะพากันเดินกลับไปที่โรงครัว
นาสรินก็ช่วยแม่ศรีไพรหั่นผัก ทำกับข้าว
หนานเขียวช่วยหั่นซอยชิ้นเนื้อ
ทองฮะช่วยต้ม ทอดกับข้าวอีกหลายอย่าง
ทางด้านกามิลซึ่งรอพ่อยงยศกลับจากธุระก็หัดกินอาหารอีสานอยู่กับทีมงานคณะหมอลำดวงใจเพชรบ้านนา
“อันนี้เขาเรียกว่าซอยจุ๊ หยิบแล้วจิ้มกับแจ่วนี่ใส่ปาก ตามด้วยอันนี้” หมอลำรุ่นพี่สอนวิธีกินให้เ้าชายอาหรับ ก่อนจะรินน้ำใส ๆจากขวดสีชาที่ติดฉลากรูปรวงข้าวลงในจอกแก้วใบเล็ก แล้วหยิบยื่นให้กามิลดื่ม
หนุ่มอาระเบียซดน้ำอมฤตเข้าไปก็ทำหน้าเหยเกท่ามกลางเสียงหัวเราะชอบใจของพี่ ๆ ในคณะและสาวต้อยน้อย
“เอ้า อ้ายคูณมาพอดี พี่กามิล นี่อ้ายแก่นคูณบุญน้ำพอง เป็พระเอกหมอลำของคณะเรา”
เ้าชายอาหรับยกมือไหว้แต่หมอลำรุ่นพี่ได้แค่พยักหน้ารับแล้วพูด
“อืม หวัดดี”
“อ้ายมากินเข่านำกันมา มีซอยจุ๊ที่อ้ายมักต้มไก่บ้าน ทอดปลาดุก”
“เอาโลด อ้ายกินมาแล้ว ซุมนี้บ่ที่สิมาเป็หมอลำฝึกหัด”
“แม่นแล้วจ้า อ้ายกามิล อาริฟ จาฮัด ฟาฮัด”
“มีแต่แขกอิสลามเนาะ บ่กินหมูติ”
“ครับผม”
“มาอยู่คณะเฮาต้องกินง่ายอยู่ง่ายเพิ่นกินหยังกะต้องกินนำเพิ่น เข้าใจบ่”
“ครับอ้าย”กามิลแสร้งเป็นอบน้อม แต่ในใจแทบอยากจะฉีกเนื้อแก่นคูณด้วยความหมั่นไส้พวกบริวารของเขาก็รู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน แม้แต่อิบลีสและไซต้าญินสองตนที่ยืนดูอยู่ ก็อยากจะกินตับหมอลำหนุ่ม แต่ยังไม่กล้าฝืนคำสั่งของอาริฟโดยที่แก่นคูณก็มองไม่เห็นุ์สองตนนี้
กลับไปที่ครัวของแม่ศรีไพร
ต้มอึ่ง เขียดทอด คั่วกุดจี่ ถูกนำมาวางเรียงรายพร้อมกะติบข้าวเหนียว แจ่วและป่นพร้อมผักสดผักลวงอีกหลายชนิด และลาบก้อยซุบหน่อไม้ แกงเปรอะอีกหลายถ้วยโดยมีทีมงานคณะหมอลำนั่งเรียงรายล้อมวงบนเสื่อที่ปูราวกับอยู่ในศาลาการเปรียญวัด
“กินเป็บ่ล่ะ เอ้านี่ อึ่งไข่เลยเด้”นวลตักอึ่งต้มใส่จานให้นาสริน เพราะหวังว่าหล่อนจะกรี๊ดและไม่กล้ากิน แต่ผิดคาดเ้าหญิงใช้มือฉีกเนื้ออึ่งกินหน้าตาเฉยยังความตกตะลึงให้หมอลำสาวรุ่นพี่และทุกคนในคณะยิ่งนัก
แล้วสาวเปอร์เซียยังหยิบเขียดทอดกับคั่วกุดจี่มาใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะจกข้าวเหนียวมาปั้นให้แน่นแล้วจ้ำลงไปตักลาบก้อย ป่นต่าง ๆมากินกับผักอย่างคล่องแคล่ว ราวกับเคยกินมาเมื่อชาติก่อน
“จังซี่เอิ้นว่ากินเป็บ่คะ เอื้อย”นาสรินถามนวลด้วยรอยยิ้ม
สาวรุ่นพี่ก็ทำหน้าไม่ถูกแกล้งทำเป็ตักลาบใส่จานของหาญกล้าเพื่อกลบเกลื่อน
“เอ้า กินหลาย ๆ เด้ออ้าย สิได้มีแฮง”
่บ่ายพ่อครูยงยศเดินทางกลับจากธุระเข้ามาสำนักงานคณะหมอลำดวงใจเพชรบ้านนา
“เอ้า สวัสดี เป็จังใดล่ะ พออยู่ได้บ่บ้านเฮากะใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบชาวชนบทนี่ละ” หัวหน้าคณะนั่งบนโซฟาไม้โดยมีพวกกามิลและชาวคณะหมอลำนั่งบนเสื่อที่ปูเต็มพื้นที่ในห้องโถง
“อยู่ได้ครับพ่อครู” กามิลพนมมือขณะตอบคำถาม
“เอามือลงเถาะ เว่าซื่อ ๆ กะพอพ่อบ่แม่นครูบา บาดนี้กะสิตั้งชื่อให้เ้าว่า กามิล ศิลป์อีสาน เด้อ ส่วนอาริฟไปหัดเล่นพิณกับพ่อไสว ทับสะพาน ให้จาฮัด ไปหัดตีกลองทอมกับอ้ายโอ้ด และฟาฮัด ไปเป็หางเครื่อง ให้ครูช้อยสอนเด้อโอเคเนาะ
กามิลตามพ่อไปซ้อมกลอนลำเบื้องต้นผู้อื่นกะแยกย้ายไปซ้อมของเ้าของ”
“เอ่อ พ่อครูครับเป็หยังบ่ให้ผมสอนน้องกามิลครับ” แก่นคูณถาม เพราะอยากจะได้รับความสำคัญ
“พ่อต้องทดสอบพื้นฐานของลาวก่อนสิได้ฮู้ว่าถนัดแนวใด”
“อ่อครับ เข้าใจแล้วครับ”แก่นคูณตอบขณะมองพ่อครูพากามิลเดินไปทางหลังบ้าน
“ว่าที่พระเอกหมอลำคนใหม่เ้าบ่ย่านลาวดังกว่าติ” คนงานในคณะกระซิบถามแก่นคูณ
“บ่ย่านดอก แขกอาหรับมาใหม่สิมาดังทันเฮาได้จังใด๋”
แม้ปากจะบอกไม่กลัว แต่ในใจลึก ๆหนุ่มน้ำพองก็ไม่อยากให้ใครมาดังเสมอตัว เพราะนั่นหมายถึงรายได้และผลประโยชน์อื่นๆ ของเขาต้องลดลง ด้วยตนมีแม่ยก มีแฟนคลับมาคอยสนับสนุนอยู่แล้วมากพอสมควร
ต้อยน้อยกำลังยกลังใส่ชุดนักร้องที่พ่อยงยศนำกลับมาจากร้านซักแห้งลงจากรถกระบะแก่นคูณจึงเดินเข้าไปหา
“อ้ายซอยยกบ่” หนุ่มหมอลำจับที่ขอบลัง
“บ่เป็หยังอ้าย น้องเฮ็ดผู้เดียวได้”
“มื้ออื่นมีหนังกลางแปลงมาฉายอยู่วัดบ้านเฮา ต้อยไปเบิ่งนำกันบ่”
“บ่ น้องบ่มักเบิ่งหนัง มันสิหิวนอนอ้ายไปเบิ่งผู้เดียวเถาะ” ลูกสาวพ่อครูตอบโดยไม่สบตากับผู้มาชักชวน
“ถ้าซั่น เฮาไปเล่นบึงผลาญชัยดีบ่ ต้อยเคยว่ามักหลายไปเก็บดอกจำปาเอามาเสียบผม”
“บ่ แดดมันฮ้อน น้องบ่ว่างอ้ายหาผู้อื่นไปนำเถาะ” ต้อยน้อยเดินเข้าบ้านไปโดยไม่แยแส
อิหยังวะ ตะกี้ยังเว้ากันดี ๆบัดนี้บ่มาหัวซาเฮาเลย หรือเป็ย้อนบักแขกนั่น อยากลองของใหม่กะบ่บอก แก่นคูณคิดในใจ
เมื่อยามแดดร่มลมตกพ่อคำโก้กำลังสอนนาสรินหัดลำพื้น
“โอละนอ...” เสียงนาสรินร้องพร้อมเอามือขวาป้องหูไว้
“ใส่ลูกคออีกจักน้อยหล่า”
“โอละนอ เอ๊าะ เอ๊าะ ออ อ่อ”
“เออ จังซั่นละ ฝึกไปเรื่อย ๆ”
นวลเดินมาฟังแล้วก็หลีกไปอย่างไม่ใส่ใจเพราะคิดว่าเด็กใหม่จะสักเท่าไหร่เชียว คงไม่อาจทาบรัศมีนางเอกหมอลำอย่างหล่อนได้หรอก
ทางฝ่ายกามิลก็หัดลำกับพ่อครูยงยศเช่นกัน
“โอ่โอ้โอ..... เอ้อเออเอ้อโอยละนาย”
“เพิ่มเสียงดังขึ้นจักน้อยหำ”พ่อครูสั่งขณะนั่งฟังกามิลหัดลำ
ต้อยน้อยกับแก่นคูณก็นั่งฟังอยู่ข้างลานบ้าน
ทางฝ่ายอาริฟก็หัดดีดพิณกับพ่อครูไสว
อ้ายโอ้ดก็สอนจาฮัดหัดตีกลองทอมดังโป้งชึ่ง ๆ
ครูช้อยซึ่งเป็กะเทยกำลังสอนฟาฮัดเต้นหางเครื่อง
“อิพ่อ บาดซ้อมเสร็จแล้วไปกินเข่าเด้อมีอ่อมน้องงัวที่พ่อมัก กำลังฮ้อน ๆ”
ต้อยน้อยกล่าวก่อนจะลุกเข้าไปในครัว
“เออ เดี๋ยวสินำไป”พ่อครูกล่าวขณะจัดท่าทางในการยืนลำให้กามิล
วันเวลาผ่านไปเดือนแล้วเดือนเล่าทั้งทีมนาสรินและทีมกามิล ก็มีพัฒนาการทางด้านหมอลำมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการฝึกฝน
ยามเช้าสดใสในวันหนึ่ง ณแปลงผักหลังบ้านของพ่อคำโก้
เ้าหญิงนาสรินกำลังนั่งยอง ๆช่วยแม่ศรีไพรปลูกผักสวนครัว โดยมีหาญช่วยขุดดิน ยกแปลงให้อย่างขยันขันแข็งส่วนดานา ซาราห์ หนานเขียวและทองฮะ ก็ช่วยกันหยอดเมล็ดพันธุ์ผัก รดน้ำทำร้านให้ฟักแฟงเลื้อยด้วยไม้ไผ่ทำซุ้มบังแดดซึ่งกางผ้าสแลมสีดำปกคลุมให้บรรดาพืชผัก
“ลูกคือปลูกผักเก่งแท้ ปกติได้ปลูกอยู่บ้านติ”แม่ครูถามนาสริน
“แม่นแล้วจ้า ลูกมักปลูกผักมาแต่น้อย ปลูกกินเองอยู่บ้านบ่ต้องซื้อกิน”
“พ่อแม่คือสิภูมิใจเนาะ”เมื่อแม่ศรีไพรเอ่ยถึงพ่อแม่ สาวเปอร์เซียก็มีสีหน้าสลดไปทันที
“แม่ครับ อิพ่ออิแม่น้องลาวเสียไปเหิงแล้วครับ”หาญรีบบอก ทำให้แม่ครูใรีบเอ่ย
“อ้าว ขอโทษหลาย ๆ เด้อ แม่บ่ฮู้เสียใจนำเด้อลูกริน”
“บ่เป็หยังค่ะ แม่บ่ต้องคึดหลาย” นาสรินฝืนยิ้มแล้วเอาต้นกล้าผักลงหลุมปลูกต่อไป
แต่หลังพุ่มไม้ใกล้กันนั้นมีสายตาของใครคนหนึ่งแอบมองอยู่ด้วยความริษยา
พวกสูหวานชื่นกันแท้น้อคอยเบิ่งกูสิเฮ็ดบทเรียนให้มึงจดจำ อีแขกอิหร่าน ใครคนนั้นคิดในใจขณะเด็ดใบไม้ออกมากำหนึ่งแล้วขยี้จนแหลกคามือ
และแล้วงานแสดงวันแรกที่นาสรินจะได้ร่วมเวทีก็มาถึง ณ งานฉลองกฐินวัดโคกมะเดื่ออำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม
เสียงมัคทายกเชิญชวนให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมทำบุญแทรกด้วยเสียงเพลงบนเวทีที่นักร้องระดับรองร้องซ้อมซาวด์บรรดาร้านรวงที่มาขายของในงานก็มีลูกค้าแวะซื้อของเสียงพูดคุยระเบ็งเซ็งแซ่เครื่องเล่นเด็ก ม้าหมุน ชิงช้า์ ยิงปืนลมชิงตุ๊กตา ปาลูกโป่งก็มีให้บริการในงาน
เ้าหญิงเปอร์เซียกำลังนั่งแต่งหน้าอยู่ใต้ถุนเวทีซึ่งมีผ้าใบสีฟ้ากางกั้นไว้แทนฝาผนังพร้อมกับเพื่อนพ้องหมอลำคนอื่น ที่จัดชุดดูแลเสื้อผ้าหน้าผมให้กับตนเอง
“เป็จังใดนาสริน ตื่นเต้นบ่ลูกขึ้นเวทีเทื่อแรก” แม่ศรีไพรเอ่ยถามสาวเปอร์เซียด้วยความห่วงใย
“ตื่นเต้นยุค่ะแม่ มือเย็นเมิดแล้ว”
“เพิ่มบรัชออนม่องนี้จักหน่อย นั่นละ”แม่ครูปัดแก้มให้นางเอกหมอลำใหม่
“ขอบคุณค่ะแม่”
เมื่อแต่งหน้าเสร็จนาสรินก็ลุกไปหยิบถุงใส่ชุดนักร้องรูดซิปออก เมื่อหยิบชุดออกมาปรากฏว่า
“อ้าว แม่คะ นี่มันบ่แม่นชุดที่หนูเลือกไว้นี่คะ”
“ไส มาเบิ่งดู ฮ่วยแม่ว่าแม่จัดไว้ให้แน่นอนอีหลีแล้วเด้ คือมาเป็จังซี่”
“แล้วสิเฮ็ดแนวใดละแม่อีกครึ่งชั่วโมงกะฮอดคิวหนูแล้ว สิได้ขึ้นเวทีบ่นี่”
นาสรินทั้งใและใจหาย ไม่รู้ว่าใครกลั่นแกล้งหรือว่าแม่ครูหลงลืม
“ยามนี่มีทางเดียวต้องแล่นไปหาเช่าชุดในตัวอำเภอซั่นแล่ว อ้าวหำมาพี้”
แม่ศรีไพรกวักมือเรียกหาญกล้าที่นั่งแต่งหน้าอยู่ใกล้ๆ
“เ้าไปยืมรถมอเตอร์ไซค์กับมัคทายกเด้อพานาสรินไปนำ หาร้านเช่าชุดในตัวอำเภอเชียงยืนนี่ละ แม่เคยเห็นอยู่ข้างธนาคารฟ่าวไปเด้อ”
“ครับแม่ ไปกันเ้าหญิง เอ้ย น้องริน”
ใครคนนั้นที่แอบมองอยู่ข้างเวทีก็ยิ้มอย่างสะใจที่นาสรินพบกับความยุ่งยาก
เ้าหญิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ซูซิกิที่หาญเป็คนขี่ด้วยความเร็ว80 กม./ ชม. ผ่านทุ่งนา ถนนลาดยางเข้าไปในตัวอำเภอหล่อนกอดเอวเขาไว้แน่นพร้อมกับความรู้สึกอบอุ่นใจเป็ครั้งแรกตัวหนุ่มโคราชก็ััได้เช่นกัน
เมื่อไปถึงร้านเช่าชุดในเวลาสองทุ่มปรากฏว่าร้านปิดแล้ว
หาญกดออดเรียกที่หน้าร้านสักพักหนึ่งก็มีคนมาเปิดประตู
“ร้านปิดแล้วเด้อ มีหยังจังมามื้ออื่น”
“ขอโทษเด้อจ้าเฮาเป็หมอลำมาเล่นอยู่วัดโคกมะเดื่อ พอดีมีปัญหาเื่ชุดนักร้องหายไปเลยฟ่าวมาเช่าชุดนำเจ้นี่ละ ขอความกรุณาแนเด้อ” นาสรินยกมื้อไหว้ทั้งน้ำตา
“อ๋อ จังซั่นติ เข้ามาเลย เลือกเอาโลดมีหลายสีหลายแบบ ตามสบาย”
“ขอบคุณหลาย ๆ เด้อเจ้”หาญยกมือไหว้เจ้เ้าของร้าน
“บ่เป็หยัง”
โฆษกบนเวทีประกาศด้วยน้ำเสียงทุ้ม นุ่ม น่าฟัง
“กราบเรียนมิตรรักแฟนเพลงที่เคารพ และนับจากนี้ไปคณะเด่นดวงบันเทิงศิลป์ มีความภูมิใจนำเสนอ นักร้องหมอลำสาวรุ่นใหม่จากอิหร่าน สวยคม เข้ม นางเอกหมอลำตาสีฟ้า นาสริน พิณประภา จะมาในเพลง สาวเปอร์เซียเลียน้ำตาขอเสียงปรบมือซวด ๆ ให้แน่ครับ”
เสียงดนตรี พิณ แคน ซอ แซกโซโฟนเสียงกลองดังกระหื่ม พร้อมหางเครื่องที่ขึ้นมาเต็มเวทีตามด้วยหมอลำสาวหน้าใหม่ในชุดสีฟ้าสดใส
กลอนลำสาวเปอร์เซียเลียน้ำตา
(คำร้อง ตี๋เขมราฐ)
จากเปอร์เซียมาไกล ฉันใจเศร้า
โอ้ตัวเราเจ็บแค้น แสนหม่นหมอง
ทุกวันคืนกลืนกล้ำ น้ำตานอง
พ่อเราต้องตายไป ไกลสุดตา
พี่คิดเอาน้องไป ไว้ในห้อง
ให้น้องต้องเป็น้อย คอยห่วงหา
อยู่ฮาเร็มเต็มหมด หยดน้ำตา
มีภรรยาอยู่แล้ว เป็ร้อยคน
(*ท่อนฮุค)
หัวอกน้องอุกอั่งเด้อพี่
หัวอกน้องอุกอั่งเด้อพี่
อ้ายมาเฮ็ดจังซี่มันบ่คือสม
อ้ายอย่าต้มจังคนขี้ตั๋ว
คือจังนกอีงั้วตั๋วเป็บักงูแล้ว งูแล้ว เด้องูแล้ว
งูแล้วเด้องูแล้ว
(**)ปล่อยน้องไป ดวงใจ ฉันคงชื่น
แสนระรื่นชีวิต สิ้นอับเฉา
เฝ้าทำสวน ทำนาตามป่าเขา
ผักของเราปลูกเอง ไม่เกรงใคร
ทะลุกาล เวลามาอาหรับ
โดนเขาจับเป็นางเอก หมอลำร้อง
วอนแฟนเพลงทั่วหล้ามาจับจอง
หมอลำน้องมาใหม่ชื่อนาสริน
(ซ้ำ* / **)
เมื่อเพลงจบ คนดูก็ปรบมือให้อย่างล้นหลามเ้าหญิงก็ได้รับพวงมาลัยที่แนบธนบัตรใบละยี่สิบ ใบละร้อย เต็มคอ
ระบบลึกลับได้เพิ่มค่า XP ให้นาสรินอีก 100 แต้ม
“เก่งมากลูก”พ่อครูคำโก้เอ่ยชมเมื่อนาสรินเดินลงมาจากเวที
“ขอบคุณค่ะ ย้อนพ่อสอน ลูกจังได้มีวันนี้”
“หมั่นฝึกซ้อมไว้ ต้องโด่งดังแน่นอน”
แต่ในเงามืดข้างเวทีนั้นใครบางคนกำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้น
มืงน้อ สิมาเป็มารขัดขวางชีวิตกูอีหลีบ่มึงได้เจอดีแน่
หลายวันต่อมา กามิลได้มีโอกาสขึ้นเวทีครั้งแรก ณ งานฝังลูกนิมิตวัดสันมะกอก อำเภอเสลภูมิ ร้อยเอ็ด
พระเอกหมอลำหน้าใหม่ เพิ่งจะแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จเตรียมพร้อมจะขึ้นเวทีในลานวัดนั้นเสียงโฆษกกำลังประกาศต่อผู้ชมที่ปูเสื่อรอดูอย่างใจจดใจจ่อเต็มหน้าฮ้านนั้น
“ขอเชิญพบกับพระเอกหมอลำหน้าใหม่ลูกครึ่งไทยอิหร่าน ประจำวงดวงใจเพชรบ้านนา กามิล ศิลป์อีสาน ขอเสียงซวด ๆ ให้แน”
เ้าชายหนุ่มกำลังจะก้าวขึ้นเวทีแต่พลันเขาก็รู้สึกปวดท้องอย่างรุนแรง และมีอาการเหมือนอยากจะถ่ายหนักทันทีทันใดจนต้องเอามืออุดก้นของตัวเองไว้ ก่อนจะะโบอกทีมงานว่า
“รอแปปนะ ปวดท้อง ข้าศึกบุก ขอโทษหลาย ๆ “ก่อนเขาจะวิ่งไปเข้าห้องน้ำของทางวัดด้านหลังเวทีการแสดง
ทีมงานรีบวิ่งขึ้นไปกระซิบบอกโฆษกจึงมีการเปลี่ยนตัวนักร้องอื่นมาคั่นเวลาชั่วคราวท่ามกลางเสียงโห่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของแฟนเพลง
เมื่อทำธุระเสร็จกามิลก้าวออกมาจากห้องสุขาไม่ทันถึงสิบก้าวเขาก็ต้องรีบวิ่งกลับไปยังห้องปลดทุกข์อีกหลายครั้งหลายคราจนหมดแรงที่จะทำการแสดงได้อีกต่อไป
เป็อันว่าคืนนั้นโอกาสในการขึ้นแสดงวิกแรกของกามิลก็สูญสิ้นไปโดยปริยาย
“เ้าไปกินหยังมา คือขี้เฮียจังซี่”พ่อครูยงศเอ่ยถาม ขณะเอาแก้วน้ำเกลือแร่ให้กามิลดื่ม เมื่อกลับมาถึงบ้านกันแล้ว
“ผมกะบ่จักคือกันครับพ่อครู กินพร้อมหมู่ขะเ้าคือบ่เป็หยัง” เ้าชายหนุ่มสงสัย เพราะเพื่อน ๆ ที่กินกับข้าวสำรับเดียวกันไม่มีใครท้องเสียสักคน ทำไมมาเป็เขาคนเดียว
“หรือว่ามีใครวางยาถ่ายในอาหาร”อาริฟตั้งข้อสงสัย
“บ้าบ่ ไผสิไปเฮ็ด” แก่นคูณรีบคัดค้านเหมือนร้อนตัว
“ต่อไปสิกินเข่ากินน้ำกะระวังดี ๆ เด้อถ้วยช้อนจานชาม แยกของใครของมันได้กะยิ่งดี” พ่อครูยงยศแนะนำ
“แม่กะเตรียมกับเข่าอย่างสะอาดปลอดภัยแล้วเด้อของดิบของสดบ่ได้ให้ลูกกามิลกินจักอย่าง เป็หยังมาท้องเสียได้น้อ” แม่นิดพูดพลางถอนใจ
“หรือว่ามีคนอิจฉา หวังสิขัดขวางอ้ายกามิลบ่ให้หากินในอาชีพหมอลำได้นะขอให้มันรับกรรมโดยเร็ววันเถาะ” ต้อยน้อยพูดลอย ๆ แต่ก็ทำให้หนุ่มน้ำพองแอบมีสีหน้าหวาดระแวง
ระหว่างนั้นนาสรินก็มีโอกาสไปเปิดการแสดงร่วมกับคณะเด่นดวงบันเทิงศิลป์อีกหลายแห่งทั่วภาคอีสานช่วยให้หล่อนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับคืนนี้ที่หลังตลาดสดอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
“พ่อครูคะหนูคึดว่าสิให้น้องรินลองเล่นบทตลกเบิ่ง พ่อว่าดีบ่คะน้องสิได้มีทักษะประสบการณ์เพิ่มขึ้น ต่อไปกะสิให้เล่นเป็นางร้ายอีก”นวลกล่าวกับพ่อคำโก้ขณะนั่งแต่งหน้าอยู่หลังเวทีหมอลำ เช่นเดียวกับนาสริน
“อืม กะดีอยู่เด้ หรือหนูรินว่าจังใด โอเคบ่”
เ้าหญิงเปอร์เซียหันมากล่าวกับครูเพลง
“ได้ค่ะ แล้วแต่พ่อเห็นสมควร สิเป็นางเอกนางร้าย หรือตัวตลก หนูยินดีเล่นทุกบทค่ะ”
ชายชรายิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนจะลูบศีรษะของนางเอกน้อยเบา ๆ
“เออ ดีแล้วลูก หมั่นเรียนรู้ฝึกฝนเ้าสิเป็คนเก่งในสักมื้อแน่นอน”
นาสรินไม่แน่ใจว่านวลมีจุดประสงค์อะไรที่แนะนำพ่อครูให้มอบบทตลกนี้แก่หล่อนหรือ้าจะกลั่นแกล้งให้คนดูหัวเราะเยาะ จะได้ข่มไม่ให้เธอเป็ตัวเด่นเป็นางเอกหมอลำแข่งรัศมีของนวล แต่ถึงอย่างไรเ้าหญิงทะลุมิติคนนี้ก็ขอสู้ไม่ถอย
ระหว่างลำเื่ต่อกลอนเมื่อถึงบทตลกนาสรินในชุดหลากสี โปะหน้าด้วยแป้งหนา สวมวิกฟูฟ่อง เขียนคิ้วโก่งจนเกือบถึงไรผมทาปากหนาสีแดง สวมเสื้อคอกระเช้า นุ่งโจงกระเบนหิ้วตะกร้าหมากพูดรับส่งมุขกับเพื่อนนักแสดงบนเวทีสร้างเสียงหัวเราะแก่ผู้ชมที่ปูเสื่อดูกลางดึกในเวลาสองยามจนหายง่วงเป็ที่ชื่นชอบของคนดูจนไม่ยอมลุกกลับบ้านแม่ใหญ่พ่อยกก็พากันคล้องพวงมาลัยแนบใบแดงใบม่วงจนเต็มคอของนาสรินหล่อนกล่าวขอบคุณมิตรรักแฟนเพลง ก่อนจะก้าวลงเวทีสวนทางกับนางเอกหมอลำรุ่นพี่อย่างนวลก็สังเกตสีหน้าของสาวร้อยเอ็ดว่ามีอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
ทางด้านเมืองร้อยเกิน ณ ร้านลาบปากซอยในเย็นวันหนึ่ง
กามิลพร้อมอาริฟ จาฮัดและฟาฮัดกำลังนั่งกินเนื้อย่างน้ำตกแกล้มกับเครื่องดื่มตราไก่แดงหนึ่งกลมพวกเขาคุยกันเป็ภาษาอาหรับ เพื่อมิให้คนรอบข้างรู้สิ่งที่เขาคุยกัน
“ท่านอาจารย์ข้าอยากให้ท่านใช้เวทย์มนต์สั่งญินไปดูว่าใครอยู่เื้ัในวันที่ข้าท้องร่วงในคืนนั้นจะทำได้ไหม”เ้าชายอาหรับถามก่อนจะกระดกแก้วให้น้ำสีชาซึ่งมีฟองโซดาลอยฟ่องเข้าลำคอไป
“ข้าจะลองดู ที่ผ่านมาดูเหมือนระบบลึกลับนั่นจะคอยควบคุมการใช้เวทย์มนต์ของข้าในบางครั้งจะให้อิบริสและไซต้าไปติดตามพฤติกรรมของคนในคณะหมอลำว่าใครอยู่เื้ัเื่ทุเรศนั่น”
สักพักหนึ่งต้อยน้อยก็ขี่จักรยานมาจอดหน้าร้านแล้วเอ่ยเสียงแจ๋ว
“อ้ายกามิล พ่อครูให้มานำอ้ายไปหา ลาวมีเื่สำคัญสิบอก”
“อ๋อ ได้ ๆ น้องไปก่อนเดี๋ยวอ้ายจ่ายตังแล้วสินำไปเด้อ ขอบใจหลาย ๆ”
ณ สำนักงานดวงใจเพชรบ้านนา
“วันอาทิตย์นี้หมู่เฮาต้องไปเล่นในงานขึ้นบ้านใหม่กำนันแป๊ะเด้อเตรียมซ้อมร้องลำให้ดี อย่าให้เสียชื่อคณะเฮาได้”
“อีหลีบ่ครับ ดีใจขนาดครับพ่อครูผมสิได้ขึ้นลำเทื่อแรกแล้วแม่นบ่ครับ”
“เออ แม่นตั๊ว”
เมื่อลมหนาวแรกพัดมากามิลยืนบนเวทีที่ตั้งตระหง่านกลางลานบ้านหลังใหม่ของกำนันหนุ่มหางเครื่องเต้นยักย้ายไปตามท่วงทำนองดนตรีที่มีแซกโซโฟนเป่าอย่างพริ้วไหวคลอตามเสียงโฆษกที่ประกาศแนะนำนักร้อง
“เชิญพบกับหมอลำเสียงสง่า กามิล ศิลป์อีสานในเพลงลำเพลินหนุ่มอาระเบียได้แล้วครับ”
ลำเพลินหนุ่มอาระเบีย
(คำร้อง ตี๋เขมราฐ)
(* ท่อนร้อง) เฮ้ สะลำมะนา โปรดเมตตาเถิดนะขวัญใจ
แม่ทรามวัย อย่าร้างไกล เลยกานดา
เฮ้ ฮัจช่า พี่นี้มา ขอวอนคนดี
(** ท่อนลำ) อ้ายมักอีหลีใจตั้ง อ้ายมักอีหลีใจตั้ง
ความหวังมั่นคงแน่นแฟ้น
สาวหล้าอย่าถอยหนี
ชีวีนี้ขอมอบให้
ดวงใจอ้ายนี้มีต่อ
หลายปียังรอ กินดอง เด้อเ้า
(ซ้ำ */** )
ด้วยหน้าตาหล่อเหลาคมเข้มแบบหนุ่มอาหรับน้ำเสียงขับลำทุ้มนุ่มกังวาล ลีลาฟ้อนรำอ่อนช้อยสวยงามจึงเป็ที่ชื่นชอบของสาวแก่แม่ม่ายที่มาเต้นหน้าฮ้านเป็อย่างยิ่ง ทั้งคล้องมาลัยทั้งหอมแก้มกามิล จนใครบางคนอิจฉาเงียบ ๆ อยู่ข้างเวที ระบบได้เพิ่มค่า XPให้กามิลอีก100 แต้ม
หลังการแสดง ต้อยน้อยชงโอวัลตินร้อน ๆมาให้พระเอกหมอลำคนใหม่ถึงใต้เวทีเพื่อคลายหนาวนั่นยิ่งเพิ่มความริษยาให้คนที่แอบรักลูกสาวครูเพลงมากขึ้นไปอีกหลายเท่าทวีคูณรอวันจะะเิออกเท่านั้น
ฤดูเก็บเกี่ยวข้าวมาถึงแล้วนาสรินในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวลายสก๊อต มีผ้าคลุมศีรษะปิดบังแก้มขาวจากแสงแดดกำลังถือเคียวด้วยมือขวา และกำกอข้าวด้วยมือซ้าย ก่อนจะใช้คมอันโค้งงอของอุปกรณ์เกษตรปาดคอรวงสีเหลืองทองแล้ววางลงกับพื้นเป็กอง ๆ รอการมัดเป็ฟ่อนต่อไป เช่นเดียวกับสมาชิกทีม A ของหล่อน
“ลูกรินเอ้ย เซาเกี่ยวแล้วมากินข้าวก่อน”เสียงแม่ศรีไพรเอิ้นมาจากลานดินข้างคันนา ภายใต้ร่มเงาของกอไผ่ ลมเย็น ๆพัดยอดไม้ให้โอนไหวราวกับจะกวักมือเรียกพวกเ้าหญิงให้มายังสำรับกับข้าวที่วางบนเสื่อสาดผืนยาวซึ่งดานากับซาราห์กำลังตักอาหารใส่จานวางเป็ชุด ๆ
เ้าหญิงเปอร์เซียวางกอข้าวลงแล้วเดินไปตามเสียงเรียกของแม่ครูพร้อมเพื่อน ๆ แล้วก็ร้องเบา ๆเมื่อเห็นเมนูเด็ดที่วางอยู่ต่อหน้า
“เป็ตาแซบเนาะ” นาสรินพูดเมื่อเห็นไก่ย่าง ส้มตำต้มปลาช่อน แกงหน่อไม้ แจ่วบอง ผักสด ผักลวก ไข่เจียว พร้อมของหวานมีข้าวต้มมัดขนมเทียน ผลไม้มีส้ม กล้วยน้ำว้า
“เมื่อยบ่ ลูก ๆ “แม่ศรีไพรถามชาวคณะหมอลำที่มาช่วยงานเก็บเกี่ยว
“บ่จ้า ยังไหวอยู่จ้า” หาญกล้าตอบเสียงดังฟังชัด
“เออ กินหลาย ๆ สิได้มีแฮง”
“ปีนี้ท่าทางจะได้ข้าวเปลือกน้อยนะครับดูจากรวงที่เกี่ยวได้ แล้วแม่เอาไปขายที่ไหนครับ” หนานเขียวเอ่ยถาม
“ฝนฟ้าปีนี้มันแล้งน่ะจ้ะข้าวที่ได้แม่เอาไปขายโรงสีใกล้ ๆ นี่แหละ พอได้เก็บไว้กินเอง ไม่พอขายหรอก”
“เสร็จจากเกี่ยวข้าวก็สิฮอดงานไหมขอนแก่นแล้วปีนี้จัดเป็ปีที่สอง มีการประกวดวงหมอลำชิงถ้วยรางวัลพร้อมเงินหลายแสนบาทแม่สนใจส่งคณะเฮาไปลองเบิ่งบ่จ้า”นวลวัลย์เสนอแนะขณะจกข้าวเหนียวจากกระติกลงใส่จาน
“งานไหมเป็งานแสดงผ้าไหมของขอนแก่นมีคนมาออกร้านขายของมากมาย แม่กะว่าดีอยู่เด้ สิเป็การโปรโมทคณะหมอลำของเฮาให้คนได้รู้จักหลายขึ้น”แม่ครูกล่าวกับนาสริน ก่อนจะหันไปพูดกับนวลเื่ที่แนะนำ
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ต้องฝึกซ้อมให้หนักขึ้นจะได้ชิงแชมป์งานนี้ให้ได้” ทองฮะกล่าวเสริม
“แม่นแล้ว เสร็จหน้านาแล้ว คนในคณะก็บ่มีเวียกสิได้ว่างฝึกซ้อมหลายขึ้น” นวลพูดขณะตักต้มปลาจากหม้ออลูมิเนียมใส่ชามไก่ใบโต
ทางด้านคณะดวงใจเพชรบ้านนา
แก่นคูณถือซองจดหมายเข้าไปในสำนักงานก่อนจะส่งมันให้ต้อยน้อย
“อ่ะ น้องต้อย กามิลฝากซองจดหมายมาให้ลาวว่าบ่กล้ามาส่งเอง ย่านน้องหัวขวน สวนทางกะเพิ่นเมื่อเช้านี่ บ่ฮู้ฟ่าวไปใส”
ลูกสาวครูยงยศหน้าแดงด้วยความเขินอายเมื่อรู้ว่าสิ่งที่ได้รับมาจากชายที่หล่อนแอบชอบ
“ขอบใจเด้ออ้ายเพิ่นออกไปซอยอิพ่อร้องหมอลำขอข้าว มื้อแลงสิเมือ”
“อ๋อโอเค อ้ายไปเฮ็ดงานก่อนเด้อ” หนุ่มน้ำพองกล่าวแล้วก็เดินออกไป
ต้อยน้อยเปิดซองออกกลิ่นแป้งหอมก็โชยขึ้นเตะจมูก หล่อนค่อย ๆ คลี่กระดาษเขียนจดหมายสีชมพูออกอ่านบนลายการ์ตูนนั้นเขียนว่า
“น้องต้อยคนสวยอ้ายกามิลเด้อ ครั้นว่าน้องอยากคุยนำอ้ายสองต่อสองให้ไปหาอ้ายที่เถียงนาท้ายหมู่บ้านตอนบ่ายสองมื้อนี้เด้ออ้ายสิตั๋วพ่อครูว่าบ่สบายแล้วหลบมาบ้านก่อน สิฟ่าวมาหาน้องต้อยสุดที่รักเด้อ”
ลูกสาวครูเพลงอมยิ้มก่อนจะพูด “บ้า” แล้วนั่งบิดไปบิดมาคนเดียว
เมื่อถึงเวลานัดหมายสาวต้อยก็ไปปรากฏตัวที่เถียงนาน้อยท้ายหมู่บ้าน ก่อนจะมองหากามิล แต่ไม่เห็นแม้เงาจึงลองเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ก็โดนใครบางคนโปะยาสลบจนแน่นิ่งไปเมื่อฟื้นขึ้นอีกทีก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในห้องของตนเองที่บ้านกำลังงงว่ากลับบ้านมาได้อย่างไร
ค่ำคืนนั้นเมื่อครูยงยศกับพวกกามิลกลับจากแสดงหมอลำขอข้าวแล้ว ก็มีชาวบ้านมาแจ้งข่าว
“พ่อครูๆตะกี้ผมไปผ่ออ้ายแก่นคูณโดนมัดห้อยโต่งเต่งอยู่กกตะเคียนริมคลองชลประทานพุ้นน่ะครับผมบ่มีขั้นไดขึ้นไปซอยลาวลงมา พ่อหาคนไปเบิ่งแน”
“เอ้ามันคือไปฮอดหว่างฮั้นล่ะ เออ ๆ บักป๊อก บักแป๊กเอาขั้นไดใส่ท้ายปิคอัพไปซอยแก่นคูณที่กกตะเคียนแคมคองชลประทานแน”
แสงไฟจากไฟหน้ารถสาดส่องร่างอันเปลือยเปล่าของพระเอกหมอลำที่ห้อยต่องแต่งกับกิ่งต้นตะเคียนท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระหน่ำจนหำหดบรรดาทีมงานหมอลำช่วยเขาลงมาได้ก็ห่มผ้านวมผืนใหญ่ให้ก่อนจะพาขึ้นรถโดยที่ญินสองตนคืออิบริสกับไซต้าก็ปรากฏตัวขึ้นที่โคนไม้นั้นมองตามพาหนะซึ่งแล่นออกไปในความมืดแล้วหัวเราะชอบใจกัน
“เป็จังได๋ล่ะไผเฮ็ดมึงแนวนี้ ไปผิดกับไผมา”พ่อครูยงยศถามแก่นคูณที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหนาวเหมือนจะเป็ไข้
“ผมโดนตั๋วไปที่เถียงนาครับแล้วกะหมดสติไป ตื่นมาก็โดนห้อยกับคากกไม้อย่างที่เห็นหั้นแหละครับ”
“ไปเฮ็ดหยังที่เถียงนา”ต้อยน้อยถาม
“มีคนตั๋วว่าต้อยน้อยโดนมันลักหนีไปไว้หั้นผมกะเลยสิไปซอย แต่โดนมันโปะยาสลบ แล้วบ่ฮู้สึกโตอีกเลย”
“เป็ตาหลูโตนเนาะ”ลูกสาวพ่อครูทั้งขำทั้งสงสารแต่มิกล้าแสดงออก
หลายวันต่อมาณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งริมคลองสมถวิล กลางเมืองมหาสารคามหญิงชายคู่หนึ่งกำลังสนทนากันที่โต๊ะอาหาร
“เฮาสิเฮ็ดจังใดกับซุมแขกอิหร่านอาหรับหั้นดีเนาะอ้ายน้องเอาชุดนักร้องของมันไปถิ่ม มันกะยังหามาใส่ทันขึ้นลำได้อีก”
“อืมของอ้ายกะแอบใส่สลอตให้มันกินจนท้องเสียขี้เหี่ยมันกะยังเผยอปีกมาร้องมาลำได้อยู่เป็ตาซังเนาะ”
“อีกบ่กี่วันสิฮอดวันงานไหมแล้ว น้องมีแผนการกำจัดพวกมัน อ้ายอยากฟังบ่”
“อีหลีเบาะว่ามาติ”
และแล้วก็มาถึงวันงานเทศกาลไหมขอนแก่นและประเพณีผูกเสี่ยวปี 2523
ทีมงานของหมอลำทั้งสองคณะคือเด่นดวงบันเทิงศิลป์และดวงใจเพชรบ้านนาต่างก็ตระเตรียมทั้งผู้คนและสิ่งของ โดยแยกนักร้อง หมอลำ นักแสดงตลก นักดนตรีให้นั่งรถบัสไปคันหนึ่ง ส่วนอุปกรณ์เวที แสงสีเสียง ให้ขนไปด้วยรถบรรทุก ซึ่งฝ่ายจัดเวทีต้องเดินทางไปล่วงหน้าแล้วหนึ่งวัน
และเช้าวันนี้รถบัสของนักร้องจากร้อยเอ็ดก็ออกเดินทางมาตามเส้นทางกาฬสินธุ์ - ขอนแก่นเมื่อถึงหน้าร้านขนมจีนกู่ทอง ก็ปรากฏว่าเครื่องยนต์ขัดข้อง ต้องจอดรถช่างมาซ่อม
“ฮ่วยคือเป็แนวนี้ เ้าบ่ได้เช็ครถอีหลีบ่” พ่อครูยงยศอารมณ์เสียใส่โชเฟอร์รถบัส
“ผมตรวจดีแล้วเด้ครับบ่จักคือกัน มันน้อคได้จังได”
“ห่าขัวมึงเอ้ย”หลังจากสบถใส่คนรถ พ่อครูก็เดินเข้าไปในร้านขนมจีนทำท่าทางว่าจะขอโทรศัพท์หาใครสักคน สักพักหนึ่งก็เดินออกมา
“พ่อโทรหาอาจารย์คำโก้แล้วเพิ่นสิเอารถบัสสำรองเพิ่นมารับเฮาไป หว่างนี้กะนั่งกินข้าวปุ้นไปก่อนเอ้าไผสิกินหยัง สั่งเอาเด้อ พ่อเป็เ้ามือ”
ทีมงานหมอลำบางคนที่หิวก็เดินตามพ่อครูเข้าไปรับประทานอาหารเช้าแต่บางคนก็เลือกที่จะนั่งผิงแดดอันอบอุ่นอยู่กับม้าหินหน้าร้าน
ราวชั่วโมงรถของพ่อคำโก้ก็มารับคณะหมอลำร้อยเอ็ดแล้วเดินทางเข้าเมืองขอนแก่นพร้อมกันแต่ในขณะที่รถของพวกเขาแล่นอยู่บนถนนสองเลนที่สองข้างทางเป็ร่องน้ำและฝุ่นดินมีต้นไม้ปลูกเรียงรายสองข้างทาง นานทีจะมีรถแล่นสวนมาสักคันพลันก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถมาจอดขวางกลางถนนไว้พร้อมอาวุธปืนพวกมันปิดล้อมทั้งด้านหน้าและด้านหลังรถบัสสองคัน ก่อนจะะโให้ทุกคนลงจากรถ
“นี่คือการปล้นใครไม่อยากตายก็ส่งทรัพย์สินมีค่าออกมาวางไว้ข้างล่างนี้ แล้วไปนั่งคุกเข่าทางโน้นอย่าตุกติก ไม่งั้นตาย”
บรรดานักร้องนักแสดงรีบเดินลงรถไปตามคำสั่ง แต่นวลวัลย์กับแก่นคูณโดนต้อนไปขึ้นรถตู้คันหนึ่งแล้วขับออกไป เหลือไว้แต่พวกโจรที่คุมหมอลำ หางเครื่อง นักดนตรีไว้
ขณะที่กำลังชุลมุนอยู่นั้นญินสองตน อิบรีสกับไซต้า ก็สำแดงอิทธิฤทธิ์เข้าสิงพวกโจรให้ยิงกันเองท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความใของสาว ๆ สักพักเมื่อพวกโจรตายหมดคณะหมอลำก็เคลียร์รถคนร้ายที่กีดขวางออก แล้วเดินทางต่อไปยังเมืองขอนแก่น
ณโรงแรมพบรัก ชานเมืองขอนแก่น
นวลวัลย์กับแก่นคูณกำลังเจรจาอะไรบางอย่างกับกลุ่มโจรอยู่ภายในห้อง
“ขอเพิ่มเป็ห้าหมื่นได้ไหมเจ๊”หนึ่งในคนร้ายเรียกร้อง
“อะไรวะตกลงกันไว้แค่สามหมื่น ยังไม่รู้เลยว่างานสำเร็จหรือเปล่าพวกแกจะพาฉันสองคนมาทำไม” นวลตะคอกอย่างหัวเสีย
“ไม่ให้ใช่มั๊ยถ้างั้นกูจะยัดเยียดความเป็ผัวให้มึงเฮ้ยพวกมึงจัดการกับไอ้หนุ่มนั่นแล้วเอาไปยัดไว้ท้ายรถ”หัวหน้าโจรกล่าวจบก็ลากนวลขึ้นเตียงหมอลำสาวร้องกรี๊ดลั่นห้อง
“บักฮูขี้มึงเฮ็ดหยังกู บักหน่อแตด บักพากยันยางเอ้ย กูสิไปแจ้งตำรวจให้เอามึงเข้าคุก”
แต่พวกโจรไม่สนใจว่าหล่อนจะด่าทออย่างไรยังคงบันทึกตราบาปลงบนเรือนร่างของนางเอกหมอลำอย่างเมามัน กระทั่งเธอแน่นิ่งไป ก่อนจะใช้ผ้าปูที่นอนห่อร่างหญิงสาวแล้วอุ้มไปไว้ท้ายรถรวมกับแก่นคูณจากนั้นก็ขับออกไปยังถนนสายเปลี่ยวริมคลอง เปิดท้ายรถยกร่างทั้งสองโยนลงไปในคูน้ำข้างทางแล้วขับรถออกไปอย่างเร่งรีบ
ค่ำคืนนั้นเวทีหมอลำสองคณะที่ตั้งหันหน้าประชันกันได้รับการตกแต่งฉากอย่างอลังการแพรวพราวด้วยแสงสี และเสียงดังกระหึ่มสดใสบรรดาแฟนเพลงก็มาปูเสื่อจองคิวรอดูั้แ่ตอนบ่าย ร้านรวงขายของรายรอบบริเวณงานผู้คนที่มาเที่ยวงานเดินกันขวักไขว่คณะกรรมการผู้ทรงเกียรตินั่งเรียงแถวหน้ากระดานอยู่เบื้องหน้าเวทีรอเวลาลงคะแนนตัดสินการประกวดหมอลำดีเด่นประจำปี
“คณะหมอลำที่ชนะการประกวดในค่ำคืนนี้จะได้รับถ้วยรางวัลจากฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี พร้อมเงินรางวัลจำนวนหนึ่งแสนบาท...” เสียงโฆษกประกาศบนเวทีในขณะที่ด้านหลังกำลังวุ่นวายเนื่องจากหมอลำตัวเอกหายไปทั้งสองคณะ
“บักคูณมันหายไปไสวะบักเป้ดนี่” พ่อครูยงยศเดือดดาลอย่างมาก
“แล้วคณะของเฮาสิเฮ็ดจังใดต่อไปครับพ่อครูคิวงานแสดงยังมีอีกหลาย สิงดไว้ก่อนบ่ครับ” กามิลเอ่ยถามหลังจากแก่นคูณหายตัวไป
“งดบ่ได้ดอกเฮารับเงินมัดจำลูกค้ามาแล้ว กะต้องจัดแสดงไปตามคิวเพราะครอบครัวของคนในคณะยังต้องเฮ็ดอยู่เฮ็ดกิน ชีวิตของคนส่วนรวมต้องมาก่อนเฮาต้องสู้ต่อไป”
“เข้าใจแล้วครับพ่อครู”
อีกฟากฝั่งหนึ่งพ่อครูคำโก้ก็กำลังหัวหมุนเมื่อนวลหายตัวไปเช่นกัน
“โอ้ยน้ออีนังนี่ เหลวไหลอีหลี บาดนี้ต้องให้นาสรินเป็นางเอกแทนแล้วละเตรียมแต่งหน้าแต่งโตเด้อ”
“บ่ลองท่าก่อนหรือจ้าเผื่อเอื้อยเพิ่นมาลุน” เ้าหญิงยังไม่ค่อยมั่นใจตัวเอง
“บ่มีเวลาแล้วซ่างมัน สิไปตายไสกะซาง”
หมอลำทุกคนก็เงียบงันเมื่อพ่อครูกำลังโมโหเช่นนี้
“ในงานเราจะมีการขายดอกกุหลาบพวงมาลัย ให้แฟนเพลงซื้อมามอบให้นักร้องหมอลำ คณะไหนได้มากกว่าเมื่อเอามารวมกับคะแนนที่ได้จากการตัดสินของกรรมการแล้วสูงกว่าคณะนั้นชนะเลิศได้ถ้วยรางวัลพร้อมเงินนะครับ” เสียงโฆษกยังประกาศต่อ
และเมื่อเสียงเพลงเปิดวงดังขึ้นหางเครื่องออกมาเต้นเรียกความสนใจคนดู ตามด้วยโฆษกแนะนำนักร้องคนใหม่
“และต่อจากนี้ไปคณะหมอลำเด่นดวงบันเทิงศิลป์ มีความภูมิใจนำเสนอ นางเอกหมอลำตาสีฟ้า นาสรินพิณประภา ซึ่งจะมาในเพลง ลำเพลินสาวเปอร์เซีย เชิญรับฟังและรับชมได้แล้วครับ”
เพลงลำเพลินสาวเปอร์เซีย
(คำร้อง ตี๋เขมราฐ)
(เกริ่นทำนองขอนแก่น ) ละแว่วเสียงลอยล่องดังว้อนว่อน....
ฟังคำวอนเว้าเวินละหวานจ้อย...
ลมวอยวอยพัดยอดพร้าวดังวื่นวื่น
ใจนางฝืนกลืนกล้ำเอ๋ยดลแล้ว...
(*ท่อนร้อง)(ทำนองเพลงจันทร์โลม)
คนอะไรตื๊อไม่เลิกราฉันจวนจะบ้า มาหาเกี้ยวผู้หญิง
เกรงฉันจะโดนทิ้งหากยอมเขา
ก่อนแต่ไรเคยเห็นใครใจเศร้านางทั้งมวลคนเก่า
เอาเก็บไว้ในห้องฮาเร็มนั้นฉันไม่เคยหมายปอง
โปรดเถิดขอร้องน้องขอจรจำลา
(ดนตรีขึ้นลำเพลิน)
(**ท่อนลำ)
โอยเด้ซายโอยเด้ซาย
งึดหลายแท้ละมาแว่มาวน คนหยังละเป็ตาหน่าย
อยากสิฮ้ายเ้าหลายบักคักมาเอิ้นบอกฮัก
เฮ็ดให้น้องสูนว่าแก้มจูนพูนขาวแท้เป็ตาหอม
อยากดมดอมกุหลาบขาวเปอร์เซีย
มาลามเลียเลียบล่ำให้นางหมอง
ว่าอ้ายหมายปองโลมเฮียมฮ่วมห้อง
น้องบ่อยากข้องเกี้ยวก่ายหมายเหมือน
ขอเป็เพื่อนเสี่ยวกันพอแล้วเด้อ
ชายเอยหนอซายเอ่ย
ชายเอยหนอซายเอ่ย
(ซ้ำ */**)
(เพลงจบ)
นาสรินได้รับทั้งมาลัยและดอกกุหลาบเต็มมือเต็มคอ จนทีมงานต้องมาช่วยแบ่งเอาไปถือก่อนลงจากเวที
ทางด้านเวทีดวงใจเพชรบ้านนาก็เปิดตัวนักร้องหมอลำหนุ่มหน้าใหม่
“ขอเชิญพบกับพระเอกหมอลำหน้าใหม่หล่อ คม เข้ม สไตล์หนุ่มอาระเบีย หมอลำเสียงสง่า กามิล ศิลป์อีสาน ซึ่งจะมาในเพลงบ่าวอาหรับฮักสาวเปอร์เซีย ได้ ณ บัดนี้ ซวด ๆ “
กลอนลำบ่าวอาหรับฮักสาวเปอร์เซีย
(กลอนลำวชิรปันตีมีบูรพบท)
ฮักแต่น้องเ้าหญิงเปอร์เซีย
อยากได้ มาเป็เมีย ฮ่วมหอเคียงข้าง
บุญส่งสะหวันสร้าง เ้ามาสู่สม
ขอวอนแม่เอวกลม หลูโตนอ้ายแน
ความฮักอันเที่ยงแท้ ฝากไว้แด่นาง
(ท่อนลำเพลิน)
โอ้ยเด้นางโอ้ยเด้นาง
ขอเอ่ยอ้างอำนาจความฮัก
จงประจักษ์ศรรักปักทรวง
เดือนเต็มดวงบ่ก้วงท่อใจอ้าย
นางทังหลายทั่วโลกใบนี้
ยังบ่มีค่าเทียมตัวน้อง
อ้ายจึงคิดเคียงครองแต่เ้าผู้เดียว
จงแลเหลียวกลมเกลียวนำกัน
สุคืนวันคงสุขสันต์ว่าฮั่นแล่ว
(จบเพลง)
เ้าชายอาหรับก็ได้รับดอกกุหลาบพร้อมมาลัยใบร้อยเต็มมือเช่นกัน
เมื่อถึงเวลาตัดสินทุกคนลุ้นใจเต้นระทึกยิ่งกว่ากลองบนเวที
“ผลการตัดสิน วงดนตรีหมอลำที่ชนะเลิศในงานเทศกาลไหมขอนแก่นและประเพณีผูกเสี่ยวประจำปี พ.ศ.2523 ได้แก่...”
เสียงดนตรีตอกย้ำความตื่นเต้น
“คณะเด่นดวงบันเทิงศิลป์! ยินดีด้วยครับ”
พ่อคำโก้และทีมของนาสรินต่างก็ะโกอดกันด้วยความดีใจลิงโลด
ส่วนกามิลซึ่งเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ก็เดินมาแสดงความยินดีกับเ้าหญิง
“ยินดีด้วยเด้อ”ชายหนุ่มยื่นมือให้สาวงาม
“ขอบใจเด้อ”นาสรินยื่นมือไปััเป็ครั้งแรก
ก่อนที่ทุกคนจะทำอะไรต่อไปเสียงของระบบก็ดังขึ้น
“GAVEOVER”
“ทีม A ได้ค่า XP เพิ่ม 1000 คะแนน ส่วนทีม B ได้โบนัส 500 คะแนน”
แล้วทุกคนก็ได้รับการวาร์ปกลับไปสู่ถ้ำกลางทะเลทรายดังเดิม
“เอ้ายังไม่ทันได้ร่ำลาน้องต้อยน้อยเลย”กามิลรู้สึกติดค้างความปรารถนาดีของลูกสาวพ่อครู
“ไม่ทันแล้วเสียใจด้วยว่ะเพื่อน” ทองฮะพูดด้วยความเห็นใจพลางลูบหลังอาบังเบา ๆ
“เมื่อไหร่จะปล่อยพวกเราไปล่ะท่านนายระบบ”หาญกล้าะโถาม โดยมีเสียงเพื่อนหลายคนพูดว่า ใช่ ๆ
“เื่นั้นมันก็แล้วแต่ความพึงพอใจของข้าแต่ถ้าพวกเ้าฝ่าฝืนคำสั่ง ก็อาจจะต้องอยู่ในระบบนี้ไปตลอดกาลนานเทอญ”
“สาธุเอ้ยไม่ใช่” หนานเขียวเผลอยกมือพนม
“เอาล่ะทุกคนทำภารกิจได้ดีมากและสเตจต่อไปที่พวกเ้าจะต้องกระทำก็คือไปช่วยตระกูลขุนนางในยุโรปสมัยกลางรบชิงความเป็ใหญ่เหนือดินแดนในระบอบศักดินา”
จบตอนที่สองโปรดติดตามตอนที่สาม ศึกสองตระกูลอัศวิน
( แต่งจบตอนนี้วันที่ 27 มกราคม 2568 )