ตอนที่ 1942 เล่นกันแบบนี้เลยหรอ
500 ปีผ่านไป....
ณ ดาวเคราะห์ซีคอบบ้าในจักรวาลย่อยแอสการ์เดียน....
ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง....
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าจักรวาลย่อยที่แสนรกร้างแห่งนั้นจะสามารถกลับมาเจริญรุ่งเรืองได้ภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่ร้อยปี ทั้งหมดต้องเป็เพราะพันธมิตรเทียนๆอะไรนั่นแน่เลย”
“ข้าก็ได้ยินข่าวนี้มาเหมือนแค่ระยะเวลาห้าร้อยปี พวกนั้นกลับสามารถยกระดับตัวเองจากไม่มีระดับกลายมาเป็กองกำลังระดับสามดาวได้เช่นนี้ ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก”
“นั่นสินะ.... การจะเพิ่มระดับฐานะอย่างก้าวกระโดนได้เช่นนั้นมันไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะ ไม่รู้ว่าพวกองค์กรและนิกายระดับสี่ดาวจะทำยังไงต่อพวกนั้นจะปล่อยให้กองกำลังน้องใหม่นี้ขึ้นมามีบทบาทเทียบเคียงพวกเขาไหม?”
“ข้าว่าไม่มีทางแน่ ถ้าหากว่ากองกำลังเทียนถ่างอะไรนั่นยังพัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นนี้ต่อไปพวกเขาจะต้องถูกตัดตอนั้แ่ต้นอยู่แล้วเว้นแต่ว่าพวกนั้นจะเข้าร่วมกับหนึ่งในองค์กรชั้นนำเพื่อความอยู่รอดของพวกเขาไม่งั้น.... ทางเดียวที่พวกเขาจะพบเจอก็คือการล่มสลาย”
ฮ่า....
ครืด....
“พี่ชายทั้งสอง... พวกท่านช่วยเหล่ารายละเอียดเกี่ยวกับเื่เมื่อสักครู่นี้ให้ข้าฟังเพิ่มได้หรือไม่ถ้าพี่ชายทั้งสองสามารถทำตามความตั้งใจของน้องชายผู้นี้ได้ข้ายินดีที่จะเลี้ยงอาหารและสุราพวกท่านทั้งสองแบบไม่อั้นเลย”
หือ?
“เ้าพูดจริงรึ?”
“ข้าพูดจริงแน่นอน!”
เยี่ยม!!
“งั้นก็สั่งมาเพิ่มได้เลยไอ้น้องเดียวพี่ชายทั้งสองจะเล่าให้เ้าฟังเอง”
ขอบคุณพี่ชายทั้งสอง.....
หลายชั่วโมงผ่านไป...
ภายในห้องพักส่วนตัว...
“ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่เราเก็บตัวจำศีลอยู่เวลามันจะผ่านไปนานมากขนาดนี้ แถมตำแหน่งที่เราถูกส่งออกมายังไกลจากตำแหน่งเดิมอย่างมากด้วยเฮ้อ....”
หลังจากที่ผ่านไปห้าร้อยปีในที่สุดเจิ้งฟู่ก็ได้สติกลับมา และสามารถออกมาจากแดนลับแห่งนั้นได้ทว่าตำแหน่งที่เขาถูกส่งออกมานั้น มันกลับไม่ใช่ที่เดิมแต่เขาถูกส่งมายังดาวเคราะห์ที่มีชื่อว่าซีคอบบ้าในจักรวาลย่อยแอสการ์เดียน....
ซึ่งเป็เขตการปกครองขององร์กรเทพตะวันตก องค์กรระดับสี่ดาวที่สามารถสั่งเป็สั่งตายใครก็ได้ที่มีระดับพลังอำนาจต่ำกว่าตัวเองแถมยังเป็องค์กรที่คลั่งในลัทธิของตัวเองด้วยตราบใดที่ผู้คนในการปกครองนับถือเทพในองค์กร คนเ่าั้ก็จะได้รับการดูแลอย่างดีแต่ใครก็ตามที่ดูิ่เทพของพวกเขาคนเ่าั้จะได้รับการลงโทษอย่างแสนสาหัสและน่าสยดสยองมาก......
และในวันแรกที่เขามาถึงที่นี่ เขาได้สำรวจดาวเคราะห์แห่งนี้ด้วยปราณจิตเทวะของเขาจนทั่วทุกมุมโลกแล้วซึ่งเขาใช้เวลาแค่ไม่นานก็สามารถบอกรายละเอียดทั้งหมดของดาวเคราะห์ดวงนี้ได้โดยที่ไม่ต้องรอให้สิริบอกแล้ว นั่นก็เพราะว่าตอนนี้ระดับพลังของเขามาถึงขอบเขตจ้าวผู้ปกครองแล้ว....
ด้วยพลังระดับนี้ เขาสามารถทำลายดาวเคราะห์ดวงนี้ทั้งดวงภายในชั่วอึดใจยังได้เลยเพราะดาวเคราะห์ซีคอบบ้าเป็ดาวเคราะห์ระดับสองดาวเท่านั้นเมื่อเทียบกับความสามารถของเขาแล้ว มันก็ไม่ต่างไปจากก้อนขนมในสายตาของเขา....
แต่เจิ้งฟู่ไม่มีความจำเป็ที่จะต้องทำอะไรแบบนั้นเลยเขาไม่ได้อยากจะทำร้ายใครก่อน เว้นแต่ว่าจะมีใครมาสร้างปัญหาให้กับเขาตัวเขายินดีที่จะช่วยส่งคนเ่าั้ไปทั่วนรกแบบไม่คิดเงินเลย....
“ก่อนอื่นเราต้องหาวิธีเดินทางกลับไปที่จักรวาลย่อยปลาวาฬก่อนถ้าเดินทางด้วยตัวเองคงจะเป็ที่ผิดสังเกตมากเกินไป ดูสิว่ามีสถานีขนส่งแถวนี้ไหม?”
ฟุ่บ!!
“ยินดีต้อนรับผู้ใช้ใหม่กรุณาลงทะเบียนเข้าใช้งานก่อนใช้งานด้วย”
อื้ม...
“ระบบของมันคล้ายกับข้อมือสื่อสารของเราเลยแตกต่างกันที่รูปทรงและวิธีการเข้าใช้งานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่รู้ว่าตอนนี้พวกนั้นพัฒนาข้อมือสื่อสารไปถึงไหนแล้วนะ?”
เจิ้งฟู่หยิบเอากำไรข้อมือที่ดูเรียบง่ายขึ้นมาสวมไว้จากนั้นเขาก็เปิดการทำงานของมัน ซึ่งเ้ากำไรข้อมือนี้แท้จริงแล้วมันคือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่เหมือนกับโทรศัทพ์หรือคอมพิวเตอร์ เมื่อเปิดใช้งานแล้วสามารถค้นหาข้อมูลหรือใช้เพื่อติดต่อกับใครก็ได้ ขอแค่มีข้อมูลติดต่อของอีกฝ่ายและฝ่ายตรงข้ามยอมรับที่จะสนทนาด้วย....
เมื่อเจิ้งฟู่เห็นการทำงานของมันเขาเลยนึกถึงข้อมือสื่อสารที่เขาสร้างขึ้นมาเพราะการทำงานของมันมีความคล้ายคลึงกันมากมากเสียจนคิดว่าเป็รุ่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาจากข้อมือสื่อสาร.....
“ต้องลงทะเบียนก่อนสินะ?”
อื้ม...
“งั้นก็ลงเทียนด้วยชื่อแบบง่ายๆก็แล้วกัน”
ชื่อผู้ใช้ : ผมหลงทางมานาน
อายุ : 530
“แค่นี้ก็น่าจะใช้ได้แล้วมั้ง?”
[ยืนยันการเข้าใช้งาน ผู้ใช้งาน:ผมหลงทางมานาน ยืนยันสำเร็จ สามารถเริ่มใช้งานได้เลยหากผู้ใช้ไม่เคยใช้งานกำไรสื่อสารมาก่อน สามารถเลือกคำสั่งแนะนำผู้ใช้ใหม่ได้แต่ถ้าใช้งานเป็แล้ว สามารถเกิดข้ามได้เลย]
เมื่อเจิ้งฟู่ลงทะเบียนเสร็แล้วการแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นซึ่งบทพูดของตัวระบบนั้นเหมือนจะเสียงดังออกไปหลายเมตร แต่ความเป็จริงแล้วมีเพียงแค่เ้าของกำไรข้อมือเท่านั้นที่ได้ยินเสียงพูดของระบบเพราะนี่คือหนึ่งในฟังก์ชั่นการป้องกันข้อมูลของลูกค้าซึ่งได้นำเอารูปแบบอาคมอาณาเขตปิดกั้นเสียงเข้ามาช่วยทำให้กำไรข้อมือนี้มีความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัยในการใช้งานมากยิ่งขึ้น....
ว้าว...
“ไม่คิดเลยว่ามันจะมีระบบแบบนี้ด้วย เจ๋งดีแฮะ!”
เจิ้งฟู่แอบใเล็กน้อยกับระบบป้องกันเสียงและรูปแบบการใช้งานเบื้องต้นของมัน เขาไม่คิดว่ามันจะก้าวหน้าและน่าสนใจมากขนาดนี้นั่นเลยทำให้เจิ้งฟู่คิดว่าเขาจะเอาเ้าฟังก์ชั่นนี้ไปปรับใช้กับข้อมือสื่อสารของเขาเมื่อเขากลับไปถึงบ้านแล้ว.....
“วันนี้พอแค่นี้ดีกว่าเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยสำรวจใหม่”
เจิ้งฟู่มองดูท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงแล้วเขาคิดว่าวันนี้เขาจะพักผ่อนก่อนเอาไว้เช้าวันถัดไปเขาค่อยเริ่มค้นหาสถานีขนส่งอีกครั้ง รวมถึงข้อมูลอื่นๆที่เขายังไม่ได้ค้นหาด้วย....
ตุบ!!
อ้า!
“ไม่ได้นอนเตียงนุ่มๆแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วคิดถึงเตียงนุ่มๆจัง!”
[นายท่านไม่ได้นอนในท่าที่ถูกต้องมาเป็เวลา500 ปีแล้วค่ะ]
ฮ่า...
“ขอบคุณนะแอล เธอนี่มีประโยชน์มากเลย”
[ดิฉันพร้อมที่จะช่วยเหลือนายท่านเสนอค่ะ!]
[เสแสร้งค่ะ!]
[เสแสร้งคืออะไรหรือคะคุณสิริฉันแค่ทำตามหน้าที่ผู้ช่วยที่ดีของนายท่านเท่านั้นนะคะ]
[ตาแหล่....]
“พอได้แล้วสิริ! ถ้าเธอไม่คิดจะช่วยอะไรก็อย่าชวนแอลทะเลาะได้ไหมแอลก็ทำหน้าที่ในส่วนของเธอ ส่วนเธอก็เอาแต่เงียบไม่ยอมให้คำตอบอะไรกับฉันแล้วเธอจะมาว่าแอลได้ยังไง?”
[ดิฉันทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ถ้านายท่านไม่พอใจ นายท่านก็ยกเลิกการทำงานของดิฉันไปเลย]
......
( ͡ ° Ɛ ͡° )
เอิ่ม....
“เอาอีกแล้วนะ......ทำไมเธอถึงได้ขี้น้อยใจแบบนี้ล่ะ วันนี้มันก็ปาเข้าไปสามรอบแล้วนะ”เจิ้งฟู่ถึงกับกุมขมับเลย เพราะเื่นี้ทำให้เขาคิดหาทางแก้ไขไม่ได้เลย....
ย้อนกลับไปในตอนที่เจิ้งฟู่ได้สติกลับมาในตอนนั้นเขาระบบของสิริก็กลับมาทำงานด้วยเช่นกันแต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นคือ ระบบของชายหนุ่มฟานหลิงยังไม่ได้หายไปแทนที่เธอจะถูกหลอมรวมเป็หนึ่งกับสิริ แต่เธอกลับยังคงมีสติและไม่ถูกกลืนกินหายไปอย่างน่าแปลกใจ....
ซึ่งในตอนแรกเขาก็รู้สึกว่าการที่แอลยังไม่หายไปนั้นมันอาจะทำให้ระบบของสิริมีปัญหาได้ แต่เมื่อเขาได้รู้ว่าแอลกลายเป็ผู้ช่วยของเขาอย่างสมบูรณ์เหมือนกับสิริแล้วเขาก็ยิ้มอย่างพอใจและคิดว่าการมีแอลมาช่วยอีกแรกน่าจะดีขึ้น....
ทว่าเื่มันกลับไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่เจิ้งฟู่คิดเลยเพราะเื่ที่แอลยังมีตัวตนอยู่ มันทำให้สิริเกิดความไม่พอใจและน้อยใจใส่เขาเธอพูดกับเขาน้อยลงเพราะแอลมักจะพูดแทรกเธอเมื่อเวลาที่เจิ้งฟู่้าคำตอบจากคำถามของเขา.....
“ฉันจะทำแบบนั้นกับเธอได้ยังไงเธอคือผู้ช่วยอันดับหนึ่งสำหรับฉันเลยนะ มาเถอะ เลิกน้อยใจฉันได้แล้วสิริ”เจิ้งฟู่พยายามที่จะทำให้สิริเลิกน้อยใจ แต่เขาไม่รู้ว่าด้วยคำพูดของเขามันจะทำให้เธออารมณ์ดีขึ้นได้ไหม....
[ดินฉันไม่ได้น้อยใจค่ะฉันเป็แค่ระบบนำทางเท่านั้น ไม่ได้มีจิตสำนึกอะไรเลย ดังนั้นฉันเลยไม่จำเป็ต้องน้อยใจใคร]
(//@-3-@//)
เฮ้อ......
ในเมื่อไม่สามารถจัดการด้วยคำพูดได้ เจิ้งฟู่จึดคิดที่จะใช้เวลามาเป็ตัวช่วยดูก่อนบางทีการให้เวลากับสิริอาจจะช่วยเปลี่ยนความคิดของเธอก็ได้ ดังนั้นเจิ้งฟู่เลยเลือกที่จะนอนพักผ่อน....
เช้าวันถัดมา....
ณ ถนนหลักในเมืองหลวงซีคอบบ้า.....
เจิ้งฟู่เลือกพักที่เมืองขนาดเล็กแห่งหนึ่งและเมื่อถึงตอนเช้า เขาก็ออกเดินทางจากเมืองแห่งนี้มายังเมืองหลวงที่มีผู้คนมากกว่าเพราะเขาคิดว่าการมาที่เมืองหลวงเลยน่าจะทำให้เขาหาข้อมูลที่เขา้าได้ง่ายกว่าแถมที่เมืองหลวงยังเป็ศูนย์กลางของสิ่งต่างๆด้วย....
“ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจาก......”
เฮ้....พี่ชาย!!
หือ?
ข้ารึ?!
“ก็ใช่น่ะสิ นอกจากท่านแล้วจะให้ข้าเรียกใครได้?ก็ตรงนั้นมีแค่ท่านคนเดียวนิ่”
ฮ่า....
ในขณะนั้นเอง ได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายเจิ้งฟู่ด้วยรอยยิ้มชายหนุ่มคนนี้แต่งตัวปกติทั่วๆไป ไม่ได้หรูหราหรือดูแปลกตาอะไรเมากนักแต่ที่สะดุดตาที่สุดคงจะเป็พวกเครื่องประดับที่ชายหนุ่มใส่มาเพราะเครื่องประดับของชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่สร้อยทองหรือเพรชพลอยที่มีค่าแต่เป็สร้อยที่ทำมาจากกระดูกชิ้นสัตว์หนึ่งที่ให้ความรู้สึกขนลุกเมื่อได้มองไปที่มัน....
“พวกเรารู้จักกันหรอ?” เจิ้งฟู่ถามชายหนุ่มด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่เคยเห็นชายหนุ่มมาก่อน แล้วทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงได้มาทักทายเขาแถมยังทำตัวเหมือนกับว่าเขาและชายหนุ่มสนิทสนมกันอย่างมากเลย.....
“ก็พวกเรา.....”
นั่น!
“ไอ้บ้านั่นมันอยู่ตรงนั้น รีบไปจับตัวมันไว้เร็ว!!”
“พวกเราเป็พี่น้องกันไงพี่ชายพี่ชายลืมข้าไปแล้วหรอ? ข้าเป็น้องชายของท่านนะ ท่านจะมาลืมข้าแบบนี้ไม่ได้นะและที่ท่านสัญญาว่าจะช่วยเหลือข้าล่ะ ท่านลืมมันไปแล้วหรอ?”
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะเปิดปากพูดบางอย่างจู่ๆที่ด้านหลังก็มีเสียงะโของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้น คนกลุ่มนี้ประกอบไปด้วยชายวัยกลางคนห้าคนซึ่งแต่ละคนดูหน้าตาน่ากลัวไม่น้อยเลยแถมพวกเขายังจ้องเขม่นมาที่ชายหนุ่มแบบจะเอาเื่ด้วย...
ก่อนหน้าเขาแค่แสดงท่าทางเป็มิตรทั่วไปแต่หลังจากที่ชายหนุ่มเห็นคนกลุ่มนี้ จู่ๆท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไปเขาะโเสียงดังลั่นออกมา บอกว่าเจิ้งฟู่เป็พี่ชายของเขาและยังบอกยังพยายามพูดบอกว่าเจิ้งฟู่จะช่วยเหลือตัวเขาอีก และเมื่อเขาพูดจบชายหนุ่มก็รีบวิ่งหนีออกไปทันที.....
หือ?
เล่นกันแบบนี้เลยหรอเนี่ย?!!