“ไม่เลวเลยนี่” หวังสี่ที่ตามลงมาเห็นหวังอีฮังสังหารมอนสเตอร์ระดับเปิดประตูบานที่สองได้ในหมัดเดียว เขาจึงอดไม่ได้ที่จะใเล็กน้อย เลยเผลอหลุดชมไป “ข้ายังอ่อนแอกว่าท่าน”หวังอีฮังยิ้ม จากนั้นเขาก็เข้าไปต่อสู้กับหมาป่าตัวอื่นๆ
หวังสี่ที่มีระดับเปิดประตูบานที่สี่เองก็เข้าไปต่อสู้กับหมาป่าเช่นกัน เหล่ายอดฝีมือตระกูลหวังร่วมมือกันปกป้องรุ่นเยาว์ที่ยังอยู่ภายในรถม้า รุ่นเยาว์ที่อยู่ในรถม้ามองหวังอีฮังต่สู้กับหมาป่าอย่างน่าเกรงขาม
“เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นได้ยังไงกัน เมื่อครึ่งปีเขายังดูอ่อนแอกว่าพวกเราอยู่เลย”หวังซางถอนหายใจ “เขาอาจจะไปเจอเข้ากับสมบัติอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นมาอย่างแน่นอน”หวังเฉินพูด เมื่อหวังเฉินพูดไปแบบนั้นก็ทำให้รุ่นเยาว์ตระกูลหวังรู้สึกอิจฉาขึ้นมา
“ท่านสังหารหมาป่าขาว ท่านได้รับผลึก” หวังอีฮังสังสารหมาป่าขาวไปนับสิบตัว ส่วนหวังสี่เองก็ซีกกระซากหมาป่าระดับเปิดประตูบานที่สามได้นับสิบตัวเช่นเดียวกัน
'หวังสี่ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก เขาสามารถสังสารมอนสเตอร์ที่เปิดประตูบานที่สามด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว คงมีแต่ยอดฝีมือเท่านั้นละที่ทำได้’หวังอีฮังคิดและต่สู้กับหมาป่าขาว เมื่อผ่านไปสามสิบนาทีประมุขของตระกูลหวังก็สามารถจัดการกับจ่าฝูงของหมาป่าขาวได้
“ไม่นึกเลยว่าเส้นทางไปยังสำนักหุบเขานภาจะมีมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขนาดนี้ขวางทาง ูเาหลากสีนี้ช่างน่ากลัวเสียจริง”รุ่นเยาว์รู้สึกเกรงขามูเาหลากสีอย่างมาก
เมื่อเดินทางไปได้ยี่สิบวันตระกูลหวังก็เริ่มตามตระกูลอื่นๆทัน และเมื่อมาทันตระกูลอื่นๆการเดินทางจึงไปถึงสำนักอย่างรวดเร็ว หวังอีฮังนั้นสังเกตเห็นชายที่ขี่อยู่บนหลังฮิปโปตัวใหญ่นั้นอยู่ด้านหน้าของเขา “หมอนั้นถึงแม้จะมีระดับเพียงเปิดประตูบานที่สามก็ยังสามารถทำให้หมาป่าขาวระดับเปิดประตูบานที่ห้ารู้สึกหวาดกลัวได้”
จากนั้นพวกเขาก็ได้เข้าไปในสำนักเนื่องจาก สำนักหุบเขานภาเกิดเหตการบางอย่างขึ้นศิษย์ใหม่จึงยังไม่ได้รับการทดสอบ เหล่าผู้าุโแต่ละตระกูลก็เดินทางกลับตระกูล ทางสำนักหุบเขานภาประกาศว่าอีกหนึ่งเดือนถึงมีการทดสอบเกิดขึ้น ดังนั้นศิษย์ที่เป็ตัวแทนของตระกูลจึงได้ไปอยู่ห้องพักที่ว่างอยู่
หวังอีฮังเข้ามาในสำนักได้หนึ่งสัปดาห์กฏระเบียบเขาก็อ่านมาหมด ในตอนนี้เขากำลังฝึกวิชาเพื่อเลื่อนระดับวิชาขึ้นอีกขั้น หมัดคลื่น กายาเหล็ก เขานั้นมีร่างกายแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ที่สามารถเปิดประตูบานที่สาม
“ข้าต้องผนึกพลังสักอย่างลงในประตูบานที่สองก่อนที่จะเลื่อนระดับเป็เปิดประตูบานที่สาม”หวังอีฮังคิด และก็ได้มีชายคนหนึ่งเข้ามาหาหวังอีฮัง เขาคือเหม่าเป็คนที่อยู่ข้างห้องหวังอีฮังเขาดูเป็เหมือนคนบ้าๆบอๆคนหนึ่ง แน่นอนว่าเขานั้นยังคงสติดีอยู่
“หวังอีฮังข้ามีบางเื่จะขอให้เ้าช่วยหน่อย หวังว่าเ้าจะช่วยข้า”เหม่าส่งสายตาอ้อนวอนมาทางที่หวังอีฮัง “แล้วเ้าจะให้ข้าช่วยอะไร”
“ข้าเจอมอนสเตอร์เปิดประตูบานที่สามอยู่ตัวหนึ่ง เ้าช่วยข้าจัดการมันได้หรือไม่ แน่นอนว่าข้าจะจ่ายค่าตอบแทนอย่างงามให้เ้า”
หวังอีฮังคิด”มันเป็ตัวอะไรที่เ้าจะล่า” “เคทมิ้วนะ” เมื่อหวังอีฮังได้ยินคำว่าเคทมิ้วเขานั้นมองเหม่าด้วยสีหน้าแปลกๆ เหม่านั้นรู้สึกตัวว่าเกิดอะไรขึ้นเขารีบอธิบาย
“เคทมิ้วมันเป็ตัวเล็กนะพอดีข้าอยากได้มันมาเลี้ยง ฮ่า ฮ่า” เหม่าหัวเราะแห้งๆออกมา หวังอีฮังถอนหายใจ “แล้วมันอยู่สถานที่ไหนละ”หวังอีฮังถาม เพราะถ้าเป็สถานที่ ที่เขาจะได้ตามหาผนึกเพื่อฝังลงในประตูของตนเอง
“ในป่าหลากสีนะมันมีเคทมิ้วตัวเด็กอยู่และมีตัวแม่มันอยู่ด้วย นายก็แค่ล่อตัวแม่ออกไปเดียวข้าจะจับตัวลูกเอง” หวังอีหวังรู้สึกแปลกๆ เหม่าที่รู้สึกได้ก็ยิ้มออกมา “น่า น่า ถือว่าช่วยข้าถ้าเ้ามีอะไรให้ข้าช่วยข้าจะรีบช่วยเ้าเอง”
ทั้งสองเตรียมตัวออกไปล่ามอนสเตอร์ ในรหว่างทางเขาและเหม่านั้นไม่พบอุปสรรค และก็ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนเข้ามาขวางการเดินทางของเขาทั้งสอง