แผนร้าย
ก๊อกๆ...
" .... " เย่วเฟิ่งยืนนิ่ง สายตากวาดมองชายหนุ่มที่พึ่งจะเปิดประตูให้หลังจากที่เขาเคาะประตูห้องอยู่นานั้แ่หัวจรดปลายเท้า
" มีอะไร " ภาคินที่นุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเอ่ยถามโดยไม่สนใจคนที่เอาแต่จ้องมองตัวเองอยู่
" ทุกคนรอกินข้าวอยู่ "
" อึ้ม...โทษที เดี๋ยวแต่งตัวก่อน "
" โอเค ว่าแต่นายเห็นคุณรินรดามั้ย เมื่อกี้ไปเคาะประตูห้องแล้วไม่เห็นเปิด " เ้าของบ้านเอ่ยถามทั้งๆที่ตัวเขาเองรู้ดีอยู่แล้ว
" ฉันจะไปรู้ได้ยังไง "
" หึ ... โอเค งั้นฉันลงไปรอข้างล่างก่อนแล้วกัน ถ้านายเจอเธอก็วานบอกหน่อยว่า พวกเรารออยู่ " เย่วเฟิ่งยกยิ้มพร้อมกับหันหลังเดินลงบันไดไป
ภาคินหมุนตัวหันหลังกลับก็เจอเข้ากับหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงก่อนหน้า ตอนนี้เธอแต่งกายเรียบร้อยกำลังยืนมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ ขาเรียวก้าวผ่านหน้าเขาไปโดยไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
หมับ...มือหนาคว้าข้อมือบางไว้ก่อนที่เธอจะเดินถึงประตู
" โกรธอะไร ? "
ยังจะมีหน้ามาถามอีก รินรดาคิดในใจ
" คนอย่างดิชั้นมีสิทธิ์โกรธด้วยเหรอคะ "
" ไม่โกรธแต่ก็กำลังงอน "
" ไม่ได้โกรธและไม่ได้งอนด้วยค่ะ ปล่อยได้แล้วพัชกับชินรออยู่เดี๋ยวพวกนั้นจะเป็ห่วงว่าหนู..เอ่อ ว่าดิชั้นหายไปไหน "
" อึ้ม ... เดี๋ยวตามลงไป " รินรดากระพริบตาถี่เพื่อไล่น้ำตาที่กำลังเอ่อคลออยู่ เธอหวังจะได้ยินคำแก้ตัวหรือคำขอโทษจากเขา แต่...ก็แค่นั้น ความหวังลมๆแล้งๆ
ภาคินมองตามแผ่นหลังบางที่พึ่งก้าวพ้นขอบประตูไป ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือหนากำเข้าหากันแน่นเพื่อข่มความรู้สึกหลากหลายที่กำลังตีรวนกันอยู่ในขณะนี้
" ท่าทางขี้งอนแบบนี้ แววตาแบบนี้ ใครจะจำไม่ได้ล่ะ พี่ขอโทษ...รออีกหน่อยนะคนดี " เป็จริงอย่างที่เขาพูด ภาคินจำภรรยาของตัวเองได้จากแววตาของเธอ ท่าทาง อิริยาบถต่างๆ ทุกอย่างล้วนเป็สิ่งที่มีในตัวหนูยิ้ม วันที่เธอชงกาแฟแก้วโปรดมาให้และบอกเขาด้วยแววตามุ่งมั่นว่าจะทำให้เขาจำเธอให้ได้...วันนั้นแหละ ที่เขาเองคิดว่าใช่ประกอบกับคำยืนยันจากพายัพคนสนิท
เพียงแต่ที่เขายังไม่บอกให้ใครรู้ตอนนี้ก็เพราะแม้จะจำตัวตนของหนูยิ้มได้แต่ความทรงจำที่มีเกี่ยวกับรินรดายังไม่กลับมา เขาไม่อยากให้เธอเสียใจ อีกทั้งเกรงอันตรายที่จะตามมาด้วย ยิ่งมีคนรู้จักตัวตนของเธอน้อยเท่าไหร่เธอก็จะยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น
ทั้งๆ ที่รู้ว่าที่นี่อันตราย เขาก็ยังพาเธอมา
ตัวตนก่อนหน้าเขาเป็ยังไงนะ ถึงได้ตามใจเธอขนาดนี้ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาสาบานได้เลยว่าจะไม่พาเธอมาที่นี่อย่างแน่นอน
หลังจากแต่งตัวเสร็จชายหนุ่มก็เดินลงบันไดมาและตรงมายังห้องอาหารที่ทุกคนกำลังรอทานมื้อค่ำอยู่ ภาคินจ้องมองภรรยาสาวที่นั่งอยู่ด้านซ้ายมือของเย่วเฟิ่งและมีชินวุฒินั่งอยู่ข้างๆ ถัดมาถึงจะเป็พัชรา
สายตาคมมองเก้าอี้ด้านขวามือของเย่วเฟิ่งที่ว่างอยู่ และมีพายัพนั่งรออยู่ข้างๆ
" พายัพ...ขอสลับที่หน่อย "
" ครับ ? " ลูกน้องคนสนิทเอ่ยรับคำ แต่ใบหน้าขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
" มานั่งนี่ " ลูกน้องคนสนิทเข้าใจความหมายทันทีเมื่อเ้านายหนุ่มหันไปพูดกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาของตัวเอง
พายัพลุกขึ้นจากที่นั่งไปยืนอยู่ด้านหลังของรินรดา แต่เพราะก่อนหน้าที่จะลงมาเขาทำให้เธอผิดหวัง ความรู้สึกน้อยอกน้อยใจยังมีอยู่ ร่างบางจึงทำเป็ไม่สนใจอะไร มือเล็กหยิบช้อนและส้อมที่อยู่ตรงหน้า
" กินข้าวกันเถอะค่ะทุกคน หิวแล้ว "
" หึ " เย่วเฟิ่งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยกยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นคนถูกเมินหนึ่งอัตรา
" พายัพมานั่งเถอะ " เมื่อเห็นภรรยาลงมือกินข้าวแล้วชายหนุ่มจึงไม่อยากเซ้าซี้เธอด้วยเพราะตัวเองก็มีชนักติดหลังอยู่
" ลองทานอันนี้ดูนะครับ เป็ดย่างอบน้ำผึ้งฝีมือแม่สือ หาทานที่ไหนไม่ได้นะครับ " เ้าของบ้านเอ่ยพร้อมกับตักอาหารใส่จานให้หญิงสาว
" หนูยะ...รินรดาไม่กินเป็ด เอามานี่เดี๋ยวฉันชิมให้เอง " ไม่พูดเปล่า คนตัวโตเอื้อมมือไปตักเป็ดย่างในจานภรรยาสาวมาใส่จานของตัวเองแทน
" อ่ะ นี่ของโปรด " รินรดามองตามเป็ดย่างและผัดผัดรวมมิตรที่ถูกตักใส่จานตัวเอง
" รู้ได้ยังไงคะว่าดิชั้นไม่กินเป็ด คุณคงจำอะไรผิดไปแล้วมั้งคะ เป็ดย่างนี่..ของโปรดเลยนะคะ วานคุณเย่วตักให้อีกทีนะคะเมื่อกี้มีคนแย่ง " สายตาเรียวจ้องเขม็งสบตากับสามีหนุ่มแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
เธอสงสัยอยู่แล้วว่าเขาจะจำเธอได้ ตอนที่อยู่ในห้องด้วยกันเขาเผลอเรียกชื่อเธอออกมาตั้งหลายครั้ง พี่ใหญ่ของเธอสายตาคมอย่างกับนกเหยี่ยว คราวที่แล้วตัวตนของเธอยังถูกเขาจับได้เลย
มาลองดูซิว่าใครจะอดทนได้มากกว่ากัน ....
เมื่อาย่อมๆระหว่างสองสามีภรรยาเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร คนที่นั่งอยู่ด้วยทั้งหมดจึงรับประทานกันอย่างมีความสุข ก็จะไม่ให้มีความสุขได้ยังไง...แม้ปากจะต่อว่าแต่ดูสายตาที่ทั้งคู่ใช้มองกันและกันสิ
คฤหาสน์ใหญ่ของตระกูลจาง
" อาเหมยแน่ใจนะว่ายาที่ใส่ให้เฟิ่งชุนกินจะไม่เป็อันตราย " ไป่ชิงเอ่ยถามคนสนิทที่รับใช้ดูแลตัวเองมานาน
" ยาที่เราใส่ในชาให้คุณชายใหญ่ดื่มมีปริมาณเพียงน้อยนิดเท่านั้นค่ะคุณหนูใหญ่ แค่ทำให้คุณชายมีความ้าเท่านั้นค่ะ ไม่เป็อันตรายแน่นอน "
" แต่เฟิ่งชุนดื่มมาเกือบสองอาทิตย์แล้วนะ ทำไมเค้ายัง.... "
" เอ่อ..คุณป้าคะ คราวที่แล้วซุ่ยหลิงกับพี่เฟิ่งก็เกือบจะ เอ่อ ... แต่เผอิญคุณชายรองกลับมาซะก่อน ซุ่ยหลิงกลัวคุณชายรองจะรู้เื่นี้เลยรีบออกมาซะก่อนน่ะคะ ไม่อย่างนั้นป่านนี้ซุ่ยหลิงกับพี่เฟิ่งก็คง "
" แต่ยานี้จะไม่เป็อันตรายก็ต่อเมื่อเฟิ่งชุนได้ปลดปล่อยนี่ เฟิ่งชุนไม่ได้ใช้มันกับซุ่ยหลิงแล้วใช้กับใคร " คนเป็แม่เอ่ย แม้ในใจจะรู้สึกเป็ห่วงลูกชายแต่ความสงสัยและความเห็นแก่ตัวก็มีมากกว่า
" ถ้าในเมื่อคุณชายใหญ่อยู่ที่โน่นเราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เราก็ต้องเอาตัวคุณชายใหญ่มาอยู่ที่นี่ให้ได้สิคะ " เหมยลี่เอ่ย หากคนเป็แม่จะมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอคงได้เห็นสายตาที่ส่อแววความร้ายกาจนี้
" ยังไง ? "
..........................................................