“ลากพวกมันออกไป” ผู้จัดการร้านอาหารสั่งยามแล้วชี้นิ้วไปที่หลิวหยางและหลิวเว่ย
หลิวเว่ยนั้นรู้สึกกลัวจึงวิ่งมาเกาะแขนหลิวหยางไว้ หลิวหยางมองไปที่หลิวเหว่ยแล้วถอนหายใจ
“เอาละ ข้าจะไปขอเงินมัดจำคืนที่หน้าเคาร์เตอร์” หลิวหยางไม่ค่อยเข้าใจเหตุการณ์เท่าไหร่นัก การแต่งตัวเพียงเท่านี้เขาก็ต้องถูกไล่ออกจากร้านอาหาร เขาแอบคิดว่าจะต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้กับตัวเขาเอง น้องชายและน้องสาว เพราะตอนนี้เขามีเงินมากแล้ว
“เงินมัดจำนั้นเจ้าต้องทำเรื่องรับเงินคืน ต้องใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์”
“บ้าแล้ว ตอนรับเงินแค่ไม่กี่นาที ขอคืนใช้เวลาเป็นอาทิตย์ นี่มาโกงกันหรือไง ห้องก็ไม่ให้ แล้วยังจะเจอเรื่องคืนเงินช้าอีก” หลิวหยางเสียงสูงขึ้นด้วยความโมโห
“กล้าพูดเสียงดังต่อหน้าข้าเหรอ พวกเจ้าเอาพวกมันโยนไปทิ้งหน้าโรงแรม ให้พวกมันได้รู้ว่าที่นี่ไม่ต้อนรับขยะ” ผู้จัดการร้านอาหารพูดด้วยความไม่พอใจ
ยามสองคนนั้นเดินมาที่หลิวหยางและหลิวเว่ย แล้วตั้งท่าที่จะจับบ่าหลิวหยางจริง หลิวหยางนั้นหมดความอดทนไปเรียบร้อยแล้ว ปกติเขานั้นจะไม่ค่อยมีปัญหาพวกนี้มากนักถ้าเป็นสมัยก่อน แต่หลังจากเล่นเกมส์มาสักพักหนึ่งทำให้เขามีสายเลือดนักสู้ที่จะไม่ยอมใครง่าย ๆ โดยเฉพาะคนที่รังแกตนเอง เขาเอามือหลิวเหว่ยออกจากแขนตัวเอง แล้วปัดมือยามที่เดินมาจับเขาทั้งสองคน
“มันกล้าขัดขืน อัดมัน แล้วโยนมันออกไป” ผู้จัดการร้านอาหารตะโกนขึ้นอีกครั้ง
ยามนั้นไม่กล้าปฏิเสธคำสั่งผู้จัดการร้าน ทั้งสองจึงพุ่งเข้าชกหลิวหยางทันที หลิวหยางเห็นหมัดของทั้งสองนั้นดูเชื่องช้าเป็นอย่างมาก เขายิ้มมุมปากแล้วขยับตัวหลบเล็กน้อย แล้วต่อยไปที่ท้องของยามคนแรก จากนั้นก็จับแขนของยามอีกคนดึงเข้าหาตัว แล้วเข่าไปที่ไปที่หน้าท้อง เช่นกัน ทำให้ทั้งสองคนนอนกองกับพื้นแล้วสงเสียงครวนคราง
ยามอีกสามคนนั้นพุ่งเข้าหาหลิวหยางเมื่อเห็นว่าเพื่อนโดนโจมตีจนล้มลงแล้ว ทั้งสามนั้นเอาไม้กระบองออกมาก แล้วพุ่งเข้าหาหลิวหยางเพื่อนฟาดไปที่หัวของหลิวหยาง หลิวหยางเอาแขนต้ารับกระบองของยามที่ใกล้ที่สุดด้วยแขนขวา แล้วต่อยไปที่ท้องด้ายแขนซ้าย เสร็จแล้วก็เตะยามนั้นหลิวไปสกัดยามคนหนึ่ง จากนั้นเขาก็พุ่งหายามอีกคนที่เหลืออยู่ จับมือที่ถือกระบองไว้ แล้วบีบอย่างแรง
อ๊ากกกก
ยามนั้นร้องด้วยความเจ็บปวด แล้วหลิวหยางก็เตะไปที่ท้องนอนตัวงอไปอีกคนหนึ่ง เหลือเพียงคนเดียวที่โดนเพื่อนชนแต่ไม่กล้าโจมตีหลิวหยางแล้ว มันรู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก
หลิวหยางเดินเข้าหาผู้จัดการร้านอาหารแล้วตบหน้าด้วยหลังมือไปหนึ่งที่จนเลือดไหลมุมปาก
“เจ้ากล้า” ผู้จัดการร้านนั้นชี้หน้าพร้อมต่อว่าหลิวหยาง
“ใครเริ่มก่อน กล้องวงจรปิดก็มี” หลิวหยางชี้ไปที่กล้องวงจรปิด
หนิงเฉิง หนิงไป๋เอ๋อ และหลิวเยี่ยนนั้นมาถึงแล้ว และสอบถามเกี่ยวกับห้องที่หลิวหยางอยู่ ทุกคนจึงเดินมาและเห็นหลิวหยางตบผู้จัดการร้านอาหารพอดี
“พี่ชาย เกิดอะไรขึ้น” หลิวเยี่ยนพูดด้วยความเป็นห่วง แต่สภาพในห้องนั้นไม่เหมือนหลิวหยางมีปัญหาสักเท่าไหร่ หลิวหยางเพียงหันหน้ามามองหลิวเยี่ยนแล้วยิ้มให้
“ข้าจองห้อง VIP นี่ก่อน เสร็จแล้วผู้จักการนี่ก็มาไล่ข้าให้ออกจากห้อง แล้วเหตุผลคือข้าแต่งตัวไม่ดี ดูไม่มีเงินแค่นั้น ดูถูกมาก พอถามเหตุผลก็ตอบได้แค่นั้น สุดท้ายก็ให้ยามมาโจมตีก่อน พนักงานหน้าเคาร์เตอร์ก็ทำตัวไม่ดีเรียกเก็บเงินล่วงหน้าไปอีก พอจะขอเงินมัดจำคืน ดันบอกเจ็ดวัน บ้าไปแล้ว”
“เจ้า ลงมือโหดเหี้ยมเกินไป” ผู้จัดการร้านชี้นิ้วด่าหลิวหยางอีกครั้ง
“ใครโหด เห็นอยู่ว่าโจมตีข้าก่อน ข้าแค่ป้องกันตัวเล็กน้อย ถ้าข้าเอาจริง แขนขาพวกมันหักไปแล้ว” หลิวหยางพูดเสียงดังแล้วชี้นิ้วไปรอบ ๆ
“ข้าจะจัดการเจ้า” ผู้จัดการร้านอาหารพูดเสร็จก็ยกหูโทรสัพท์ หวังจะฟ้องหัวหน้าของมัน เพื่อขออนุญาตให้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาจัดการหลิวหยาง
เมื่อมันวางสายจากหัวหน้างาน มันก็ยิ้มมุมปากที่เปือนเลือดนั้นให้กับหลิวหยาง ระหว่างนั้นหนิงเฉิงนั้นก็โทรหาหัวหน้าโรงแรมเช่นกัน สักพักหนึ่งก็มีคนโทรหาหัวหน้าร้านอาหาร
“ไล่ออก? ข้าทำอะไรผิด” ผู้จัดการร้านอาหารอุทานเสียงดัง
“ข้าบอกให้เขาไล่เจ้าออกเอง” หนิงเฉิงพูดขึ้นแล้วมองหน้าผู้จัดการร้าน
“ทำไม ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด” ผู้จัดการร้านอาหารโวยวาย
“เจ้ากลับไปคิดเองแล้วกัน” หนิงเฉิงพูดเสร็จก็มีเจ้าหน้าที่ยามอีกจำนวนหนึ่งเข้ามา แล้วพาตัวเหล่ายามที่บาดเจ็บออกจากห้อง เสร็จแล้วก็จับตัวผู้จัดการร้าน
พนักงานต้อนรับชุดแดง เดินมากับผู้ชายคนหนึ่ง ผิวขาวเนียน ผอมบาง หน้าขาวใส ไว้ผมยาว แต่งตัวดูดีเดินเข้ามา เมื่อหัวหน้าร้านอาหารเห็นชายคนนั้นก็พูดด้วยความดีใจ
“นายท่านโจวเยี่ยช่วยข้าด้วย ข้าถูกรังแก” หัวหน้าร้านอาหารพุ่งเข้าหาโจวเยี่ยแล้วจับแขนเสื้อกระตุก
“เจ้าเป็นใคร มาจับตัวข้า” โจวเยี่ยนั้นปัดมือหัวหน้าร้านอาหาร แล้วปัดเสื้อผ้าคล้ายจะทำความสะอาดด้วยความรังเกียจ
“ที่แท้ก็หนิงเฉิงจองห้องไว้ก่อน โอ้น้องหนิงไป๋เอ๋อยังน่ารักเหมือนเดิมเลย” โจวเยี่ยยิ้มให้กับหนิงเฉิง แล้วหันไปมองไปเอ๋อด้วยแววตาเจ้าชู้
“ผู้จัดการโรงแรมรู้ข่าวแล้ว อีกสักพักคงมาหาเจ้า แล้วจัดการเรื่องห้องทานอาหารให้ ห้องพวกข้าพร้อมแล้ว ขอตัว” หนิงเฉินนั้นดูจะไม่ค่อยชอบโจวเยี่ยมากนัก
ทั้งห้าคนกลับเข้าห้องอาหารหลังจากที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วนั่งล้อมโต๊ะ หนิงเฉินนั้นหยิบเมนูแล้วเรียกพนักงานมาบริการมาจดรายการอาหาร เสร็จแล้วก็มองที่หลิวหยาง
“เพื่อให้ทานอาหารได้อย่างสบายใจ ข้าได้จัดการเรื่องใบรับรองการศึกษาให้กับหลิวเหว่ยแล้ว การถ่ายโอนผลการเรียนนั้นเป็นไปด้วยดี ท่านอาจารย์หวงนั้นช่วยเหลือเป็นอย่างมาก ส่วนเรื่องคดีความนั้นต้องค่อยเป็นค่อยไป เดี๋ยวข้าจะช่วยเหลือเอง”
“แล้วเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับคดีความ ข้าต้องเตรียมตัวมากไหม”
“จริง ๆ แล้วเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา บริษัทข้ามีทนายความที่เก่งอยู่แล้ว แต่ข้ามีเรื่องขอให้ช่วยอยู่ และมีเรื่องที่ต้องเตือนกันไว้ อ่า หลายเรื่องเหมือนกันเดี๋ยวค่อย ๆ คุยกันไป”
หนิงเฉิงนำเอกสารรับรองการศึกษาออกมามอบให้กับหลิวหยาง เมื่อหลิวหยางเปิดดูแล้วก็รู้สึกสบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง จึงส่งเอกสารนั้นให้กับน้องชาย หลิวเหว่ยเมื่อเปิดดูก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก
ไม่นานนักอาหารก็มาถึง ทั้งห้าคนจึงกินอาหารกันอย่างเงียบ จนถึงช่วงของหวาน
“เอ่อ คนเมื่อกี้ชื่อโจวเยี่ย นั่นคือหัวหน้ากิลด์รอยัลไนท์กิลด์อันดับหนึ่งในหลาย ๆ เกมส์ เจ้าต้องระวังเรื่องการบอกไอดีเกมส์กับชีวิตจริงให้มาก เพราะรู้สึกว่าเจ้าจะทำรายได้ไม่น้อยในเกมส์ กิลด์รอยัลไนท์แม้ภายนอกจะดูมีชื่อเสียงด้านดี แต่จริง ๆ แล้วไม่เป็นเช่นนั้น”
“หืม หัวหน้ากิลด์รอยัลไนท์ เขามีด้านไม่ดีด้วยเหรอ” หลิวหยางถามด้วยความสนใจ
“เอาเป็นว่าพยายามอย่าคบค้าสมาคมด้วยในเกมส์จะดีกว่า ช่วงนี้บริษัทยุ่งมาก เพราะตระกูลโจว กำลังพยายามแทรกแซงกิจการ เรื่องที่ข้าอยากขอให้ช่วยก็เกี่ยวกับสกุลโจวนี่ละ”
“คนตัวเล็ก ๆ อย่างข้าจะช่วยอะไรได้” หลิวหยางขมวดคิ้ม
“จริงเราควรจะคุยกันสองคน แต่มันก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทุกคนด้วย อันดับแรกเราพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของหลิวเหว่ยกันก่อน ศาลนั้นตัดสิ้นตามพยานหลักฐาน โดยบรรทัดฐานดั้งเดิมสะสมมาหลายสิบหลายร้อยปี โดยกระบวนการแล้วพวกตระกูลฉินน่าบิดเบือนหลักฐานบางส่วนเพื่อให้ชนะคดี ข้าได้ข่าวว่าเจ้ามีปัญหาที่สถานีตำรวจด้วย ทำให้ปัญหาของเจ้ายากขึ้นไปอีก พวกนี้มีเส้นสายและใช้อำนาจค่อนค้างมาก แม้แทรกแซงการตัดสินของศาลไม่ได้ แต่ในแง่สำนวนคดีนั้นต้องระมัดระวังอย่างมาก”
“แล้วต้องทำยังไง”
“ขั้นแรกหาที่อยู่ใหม่ ที่ปลอดภัยกว่าเดิม พวกมันจะทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะคดีเพราะเรื่องนี้ทำให้พวกมันเสียหน้าอย่างมาก ไม่รู้เตะไปรุนแรงขนาดไหนถึงขั้นอวัยวะเพศเสียหายอย่างหนัก ข้านี่ไม่เข้าใจเลย บางทีฉินเจียวหลินอาจจะฉีดสารอะไรให้มันใหญ่ขึ้น เหมือนลูกโป่งพอโดนอะไรสะกิดก็เลยแตก ฮา ฮา” หนิงเฉินพูดแล้วหัวเราะเสียงดัง