ตอนที่6 ชายหญิงชอบพอกัน
หัวหน้าเผ่าออกคำสั่งขาดเื่ที่เกี่ยวกับอาซีในคืนนี้ ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ มิเช่นนั้นแล้วจะต้องถูกขับออกจากเผ่า
อาไน่แบกอาซีกลับกระโจมถูกอาซีกระตุ้นจนจิตใจร้อนรุ่ม ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถระงับได้
เขาวางอาซีลง “อาซีเ้าจะยอมเป็คู่ของข้าหรือไม่”
“อืม”
ช่างน่ากระดากอายจะตอบรับอย่างไรดีนะ
ที่พักภายในเผ่าล้วนเป็กระโจมทั้งสิ้นซึ่งไม่มีผลต่อการกันเสียงเลยแม้แต่น้อย
พอเข้าสู่ยามราตรีหากไม่ใช่เสียงกรนของหลังนี้ ก็เป็เสียงร่วมรักของหลังนั้น
พอเสียงกระเส่าของอาซีดังลอดออกไปเพศผู้ที่เอนนอนอยู่เ่าั้ก็ไม่เหลือความง่วงแล้ว
เมื่อได้ยินเสียงร่วมรักดังระงมอยู่ไม่ไกลและได้ยินเสียงร้องเรียกหวานหยาดเยิ้มของอาซีแล้ว เพศผู้ก็ทนไม่ไหวจึงออกหาเพศเมีย
คนที่มีคู่แล้วก็ไปหาคู่ของตนเองส่วนคนที่ไม่มีคู่ก็แบกเนื้อชิ้นหนึ่งออกไปหาเพศเมียที่ชอบพอ
“เ้าจะเป็คู่ของข้าได้หรือไม่”
“อืม”
เพศผู้เองก็ทนต่อไปไม่ไหวแล้วแบกเพศเมียขึ้นแล้วเดินไปทางป่าที่อยู่ข้างๆ
ชั่วขณะหนึ่งชนเผ่าก็เข้าสู่บรรยากาศที่อื้ออึงไปด้วยการร่วมรักเพศผู้ที่อยู่ตัวคนเดียว กับเพศผู้เพศเมียที่ยังโตไม่เต็มวัยจึงรู้สึกเปล่าเปลี่ยวจนยากที่จะทนไหว
อาซีที่ ‘กินเนื้อ’เป็ครั้งแรก มีความสุขพร้อมทั้งเ็ปไปพร้อมๆ กัน เหน็ดเหนื่อยจนไม่อยากจะขยับตัว
อาไน่รู้สึกเต็มอิ่มไปทั้งกายและใจเขารู้สึกโชคดีที่เขาเป็คนเลี้ยงดูอาซีมา ก็เลยไม่มีผู้ใดแย่งชิงกับเขา จึงลอบหัวเราะไร้สุ้มเสียงอยู่ในความมืดมิด
ตื่นขึ้นในวันถัดมาอาไน่ก็ออกไปแล้ว
อาซีค้นพบว่าเอวและบั้นท้ายของตัวเองมีรอยแดงอยู่เต็มไปหมด
นึกขึ้นได้ถึงความบ้าระห่ำในค่ำคืนวานนี้ใบหน้าอาซีก็แดงก่ำ
อาซีห่อตัวเองอย่างมิดชิดนางไม่อยากให้คนด้านนอกเห็นรอยแดงบนร่างกายเธอ
อาไน่เดินจากด้านนอกเข้าไปในกระโจมสายตาประสานเข้ากับอาซี เกี้ยวพาราสีอยู่กับอาซี เขาทำใจที่จะละสายตาออกไปไม่ได้
“เกลียด” อาซีแสร้งโมโหอย่างฉอเลาะ
อาไน่นั่งลงข้างๆ“กินผลไม้สักหน่อยสิ” หยิบผลไม้รสชาติหวานจำนวนหนึ่งมาให้
เขาบิผลไม้ที่แข็งที่สุดภายในเผ่าแล้วขวักเนื้อผลไม้อันฉ่ำแน่นด้านในส่งให้อาซี
เพศผู้ใช้มือทำทุกอย่างดังนั้นจึงกลายเป็สีผิวที่ไม่เหมือนสีผิวจริงๆ มานานแล้ว อาซีมองดูโดยไม่กล้ากิน
มือของอาไน่จะสะอาดหรือไม่นะ
“ข้าล้างมือมาแล้ว”
“แต่ตอนจับผลไม้ก็ทำสกปรกอีกแล้วเ้ากินเองก็แล้วกัน เดี๋ยวข้ากินอันที่ข้าขวักมา”
อาไน่ยิ้มอย่างช่วยไม่ได้“มือเ้าก็ดูไม่สะอาดเหมือนกันนั่นแหละ”
“ห้ามพูดนะ” “พวกเ้ายังต้องไปทางเผ่านั้นอีกรึ”
“หัวหน้าเผ่าไปก่อนแล้ว”ไม่มีน้ำนั้นไม่ได้จริงๆ
“ให้พวกเขากลับมาข้ารู้ว่าที่ไหนมีน้ำ”
สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในสังคมยุคดึกดำบรรพ์ก็คือน้ำแม้ทุกๆ ที่จะเป็ป่าเขาลำเนาไพรหากแต่ก็ยังไม่แน่ว่าจะมีน้ำใต้ดิน และก็ยังไม่แน่ว่าจะมีลำธาร
อาไน่ส่งคนไปหาหัวหน้าเผ่าแล้วเขาก็พาอาซีไปยังตีนผาสูงชันที่อยู่ทางด้านขวา
้าทางขวาของผาสูงมีถ้ำแห่งหนึ่งที่ใช้สำหรับหลบหนาวและใช้เก็บอาหารใน่หน้าแล้งหลังจากจัดการอาหารเรียบร้อยแล้วก็จะส่งไปเก็บตุนเอาไว้ในนั้น
บริเวณตีนเขามีพื้นที่หนึ่งมีน้ำผุดออกมาเพียงแต่มีปริมาณน้ำไม่มาก ซึ่งอาซีเป็คนค้นพบที่นี่เมื่อก่อนหน้านี้ และเก็บอยู่ในสมองอยู่ตลอดเวลา
อาซีแตะหินเบาๆ“ทำให้มันแหลกได้หรือเปล่า”
อาไน่กำหมัดออกแรงต่อยไปทีู่เาก่อเกิดเสียงดังสนั่น
อาซีใจนเอามือป้องหูมองอาไน่ด้วยความตื่นตะลึง
ไม่ใช่ว่าไม่มีใครต่อยกำแพงหินด้วยหมัดโดยตรงแต่สาเหตุที่คนนั้นเจ็บมือแถมกำแพงหินยังไม่เป็อะไร นั่นเป็เพราะว่าหมัดของคนคนนั้นไม่แข็งมากพอ!
ดูแล้วหมัดของอาไน่ไม่เป็อะไรเลยสักนิดแต่กำแพงหินนั่นปรากฏรอยร้าวขึ้นมาแล้ว
อาซีอยากจะชูนิ้วโป้งทั้งสองข้างให้กับอาไน่และกดถูกใจให้อาไน่
“เ้าถอยออกไปสักหน่อย”
อาซีเดินถอยไปหลายก้าว
“ไกลอีก”
ไกลจากเขาสามเมตรแล้ว
“ยังต้องไกลออกไปอีก”
เอาล่ะ เดินถอยหลังไปสิบเมตรแล้วคงไกลพอแล้วกระมัง
เห็นเพียงอาไน่ต่อยหมัดไปทีู่เาหมัดแล้วหมัดเล่า
เศษหินแตกก้อนนั้นกระเด็นกลิ้งลงมาฝุ่นควันตลบอบนวล ทำให้อาซีใจนแทบคลั่ง
“อาไน่ อาไน่ หินบนเขาร่วงลงมาแล้ว”อาซีร้องะโด้วยความเป็ห่วง
ผลคืออาไน่ยันเอาไว้ได้ด้วยมือเดียวหินก้อนใหญ่ที่ตกลงมาจากูเาถูกยันเอาไว้แล้ว จากนั้นก็ทุ่มลงไปข้างๆ ดังโครม
อาซีรู้สึกว่าตัวเองโง่เขลาแม้แต่สัตว์ร้ายที่เหมือนกับูเาลูกน้อยๆ เพศผู้พวกนั้นยังสามารถแบกขึ้นมาได้ นับประสาอะไรกับหินก้อนหนึ่งเล่า
‘พลั่กๆ พลั่กๆ’มีน้ำพุใส่แจ๋วผุดออกมาจากขุนเขา
“มีน้ำแล้ว มีน้ำแล้ว”อาซีเดินเข้าไปดู
“แล้วทำอะไรต่อเล่า”
“ขุดหลุมใหญ่หลุมหนึ่งหลังจากได้บ่อน้ำบ่อหนึ่งแล้ว คนในเผ่าก็จะดื่มน้ำที่ไหลทะลักออกมาจากตรงนี้”
น้ำที่นี่สะอาดกว่าน้ำข้างนอกอย่างมาก
ส่วนการขุดหลุมในชนเผ่ามีน้อยคนนักที่จะขุดหลุม จึงไม่มีเครื่องมือที่ติดไม้ติดมือเอาไว้ ฉะนั้นอาไน่จึงจำเป็ต้องกลับไปอีกครั้งหนึ่ง
“อย่าเดินไปไหนนะ”
“อืม”
หลังจากอาไน่เดินออกไปอาซีก็เก็บหินก้อนใหญ่ที่กระเด็นออกไปกลับมา วางล้อมเป็วงกลมวงหนึ่ง
“เ้ากำลังทำอะไรหรือ”คนของกลุ่มลาดตระเวนพบอาซีเข้า
นางหันหน้ากลับไปดูคนคนนี้ไม่ใช่คนที่เมื่อวานถูกฟันที่หน้าอกจนเป็แผลใหญ่หรอกหรือ ไฉนออกมาเดินได้ไวปานนี้เล่า
“เ้าลุกออกมาเดินได้อย่างไรกัน”
คนคนนั้นยิ้ม “ในเมื่อไม่เป็อะไรแล้วก็ต้องมาลาดตระเวนเป็ธรรมดา”
คนในชนเผ่ายุคดึกดำบรรพ์จะต้องมีความสามารถในการรักษาตัวเองที่แข็งแกร่งขนาดนี้ทั้งหมดเชียวหรือ
“ทุกคนที่ปลุกเสกสัญลักษณ์เผ่าแล้วล้วนมีพลังที่แก่กล้าทั้งสิ้น ขอเพียงไม่ใช่ตำแหน่งที่ถึงแก่ชีวิต อาการาเ็ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้”หมอผีกล่าว
เอียงหน้ามองไปด้านหลังหมอผียังมีเพศเมียกลุ่มหนึ่งตามมาด้วย ในมือเพศเมียถือเครื่องไม้เครื่องมือเอาไว้จำนวนมาก
เย่ว์เอ่ย “ได้ยินอาไน่บอกว่าเ้าหาแหล่งน้ำเจอแล้วพวกเราก็เลยมาช่วย”
เมื่อเย่ว์กล่าวเช่นนี้ทุกคนจึงมองไปทางด้านหลังอาซี ผืนดินด้านหลังอาซีนั้นถูกน้ำพุแทรกซึมจนชุ่มแฉะ ซึ่งน้ำพุที่เจิ่งนองออกมากำลังจะไหลมาถึงเท้าของอาซีแล้ว
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ข้าที่เป็คนหาเจอเป็อาไน่ต่างหาก เขาเป็คนหาเจอ” อาซีพูดอธิบาย
“ขอแค่เป็น้ำก็พอแล้วไม่ว่าใครจะเป็คนหาเจอก็ถือว่าเป็เื่ดีทั้งสิ้น” หมอผีกล่าว
เพศเมียเดินเข้าไปใกล้แหล่งน้ำเย่ว์ถาม “แล้วทำอย่างไรต่อไปเล่า”
“ขุดบ่อน้ำใหญ่ๆบ่อหนึ่ง แล้วค่อยทำเป็ทางน้ำน้อยๆ ปล่อยน้ำสกปรกไหลออกไป ให้น้ำสะอาดไหลออกมา” อาซีพลางชี้ไม้ชี้มือพลางกล่าวอธิบาย
พอเพศเมียเข้าใจคร่าวๆแล้ว ก็เริ่มใช้เปลือกผลไม้ขุดดินโคลน
เปลือกผลไม้พวกนี้แข็งใช้ได้เลยจริงๆก็เลยใช้ประโยชน์ในการขุดดินได้
“ยัง้าหินอีกหรือไม่”เพศผู้ถาม
นางพยักหน้า “้าอีกหากมีก้อนที่เรียบๆ ได้สักหน่อยจะดีกว่า แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ก็้ามากกว่านี้สักหน่อย”
จำเป็ต้องใช้ก้อนหินจำนวนหนึ่งวางไว้ที่ก้นบ่อน้ำป้องกันไม่ให้เกิดพืชน้ำ ป้องกันไม่ให้แมลงเข้าไปอยู่ในนั้น
หากมีหินกำมะถันก็ยิ่งดีเช่นนี้ก็จะไม่มีสิ่งแปลกปลอมกล้าเข้าไปภายในน้ำพุแล้ว
อาซีเดินไปหาหมอผีแล้วพูดว่า“มีของที่สามารถไล่แมลงได้บ้างหรือไม่ ที่ทำให้แมลงไม่กล้าเข้าไปออกลูกในน้ำ”
“นอกจากสมุนไพรบางชนิดแล้วยังมีของบางอย่างที่สามารถกำจัดแมลงได้”
ไม่ว่าใครจะออกไปเจอสิ่งของอะไรที่แปลกพิลึกข้างนอกจะต้องนำกลับมาให้หมอผีดูก่อน ถ้าหากหมอผีรู้สึกว่ามีประโยชน์ก็จะเก็บเอาไว้ แต่ถ้าไม่มีประโยชน์อะไรก็จะให้คนคนนั้นเอากลับไปเล่น
อาซีได้หินสองก้อนมาจากหมอผีดูเหมือนว่าจะไม่ใช่กำมะถัน ดมกลิ่นดูแล้วไม่มีกลิ่นประหลาดอะไร
“นี่คืออะไรหรือ”
“นี่คือของที่อาหลู่เป็คนนำกลับมาเขาเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร รู้เพียงแต่ว่าของสิ่งนี้พอวางอยู่ในน้ำ ทำให้น้ำสามารถอยู่ได้จนตะวันขึ้นยี่สิบครั้งโดยไม่เสีย”หมอผีเอ่ย
“จริงสิ ให้แม่นางน้อยที่มาจากเผ่าหมีคนนั้นมาร่ำเรียนกับเ้าเป็อย่างไร”
“แบบนี้ไม่ดีกระมัง”
หากขณะที่กำลังอยู่ในโลกสองต่อสองกับอาไน่พลันมีสาวน้อยคนหนึ่งเพิ่มเข้ามาในกระโจม แล้วยามค่ำคืนจะใช้ชีวิตอย่างไรเล่า
“ถ้าเช่นนั้นก็ข้าจะเป็คนดูแลเองก็แล้วกัน”หมอผีเพียงแค่ดีอกดีใจขึ้นมาชั่วครู่ แต่ตอนนี้เสียดายอยู่บ้างแล้วเช่นกัน
ไม่สามารถให้สาวน้อยจากภายนอกมายุ่มยามอาซีได้
ระหว่างทางที่อาซีเดินออกมาจากูเาน้ำพุก็พบเข้ากับหัวหน้าเผ่าและอาหลู่กำลังพาเหล่าเพศผู้แบกก้อนหินไปทางนั้น
“ก้อนหินไม่ต้องใหญ่ถึงขนาดนี้ก็ได้กระมัง!”
อาไน่เดินมากระซิบข้างหูอาซี“เพศผู้ชอบพาคู่ของตัวเองไปทำเื่อย่างว่าแถวๆ ริมแม่น้ำ ถ้าหินไม่ใหญ่สักหน่อย จะบังสายตาคนข้างนอกได้อย่างไรเล่า”
“คืนนี้เราไปลองกัน”
“เกลียด” อาซีเหนียมอายใบหน้าแดงก่ำ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/76f07e529f3c1a75eba98cbfe7f71f72