ความโกลาหลปกคลุมทั่วบริเวณซากปรักหักพังของหอปรุงยาที่ยังคงมีควันไฟลอยกรุ่น เสียงโอดครวญของคนงานที่าเ็ดังระงมไปทั่ว
ทันใดนั้น... ท้องฟ้าเหนือหุบเขาพลันมืดครึ้มลง แรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นกดทับลงมาจนอากาศแทบหยุดนิ่ง!
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ร่างของ เหล่าผู้าุโ แห่งสำนักเมฆาครามสามคน ร่อนลงมาจากฟากฟ้าราวกับเทพเซียนที่ลงมาจุติ พวกเขาสวมชุดคลุมสีขาวขลิบทองที่ดูสูงส่ง สายตาที่กวาดมองลงมานั้นเ็าและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ
ผู้าุโคุมกฎ ผู้มีั์ตาสีเทาซีด ก้าวออกมาข้างหน้า ในมือถือ "เข็มทิศปราณ" ที่ทำจากหยกดำ มันหมุนวนอย่างบ้าคลั่งเพื่อตรวจจับร่องรอยของ "วิชามาร" ที่หลัวอวิ๋นกล่าวอ้าง
"ตรวจดูให้ทั่ว! อย่าให้ร่องรอยของคนร้ายหลุดรอดไปได้!"
เข็มทิศปราณส่องแสงกวาดไปทั่วบริเวณ ผ่านซากเตาหลอม ผ่านร่างของหวังเสิ่นหยวนที่นอนสลบเหมือด... และค่อยๆ เคลื่อนมายังกลุ่มคนงานที่นอนกองกันอยู่
เย่เฉินนอนนิ่งอยู่ท่ามกลางคนงานเ่าั้ เขาแกล้งทำเป็หมดสติ แต่จิติญญาภายในตื่นตัวถึงขีดสุด เขาผนึกพลังงานเทพอสูรทั้งหมดให้จมลึกลงไปใน "ลายอักขระ" ที่กลางอก แล้วใช้วิชา "จิตอสูรเทวะ" สร้างม่านพรางตาที่แเีที่สุด
วิ้ง... วิ้ง...
เข็มทิศหยกดำส่งเสียงร้องแหลมเล็กน้อยเมื่อเคลื่อนผ่านร่างของเย่เฉิน! ปลายเข็มสั่นระริกชี้ตรงมาที่หน้าอกของเขา!
"หือ?" ผู้าุโคุมกฎขมวดคิ้ว "ตรงนี้มีคลื่นพลังงานที่ปั่นป่วนผิดปกติ..."
หัวใจเย่เฉินกระตุกวูบ แต่เขาบังคับให้จังหวะการเต้นนั้นแ่เบาเหมือนคนใกล้ตาย ผู้าุโเดินตรงเข้ามาหาเย่เฉินทันที ดวงตาของเขาเรืองแสงสีฟ้าจางๆ... "เนตริญญา" ถูกเปิดใช้งาน!
โดยไม่รอคำตอบ ผู้าุโยื่นมือวางทาบลงบนหน้าผากของเย่เฉิน แล้วส่ง ปราณตรวจสอบ ที่รุนแรงพุ่งกระแทกเข้าไปในร่างของเด็กหนุ่มทันที!
ปัง!
พลังปราณของผู้ตรวจสอบวิ่งพล่านไปทั่วร่างของเย่เฉินเพื่อค้นหาความผิดปกติ เย่เฉินไม่ได้ต่อต้าน แต่เขาเลือกที่จะ "เปิดเผย" ความจริงอันโหดร้ายบางส่วนให้ดู...
สิ่งที่ผู้าุโเห็นคือสภาพภายในที่น่าสังเวช... เส้นชีพจรที่ฉีกขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือชิ้นดี อวัยวะภายในที่บอบช้ำอย่างหนัก และกระดูกซี่โครงที่ร้าวราน ทั้งหมดนี้คือผลกระทบจริงจากการรับพลังเกินขีดจำกัดเมื่อครู่
"อืม..." ผู้าุโถอนพลังกลับแล้วส่ายหน้าด้วยความสมเพช
"แค่พวกมดปลวกที่โชคดีรอดตายมาได้... เส้นปราณของมันฉีกขาดจนเกือบพิการเพราะแรงะเิ พลังงานในร่างถึงได้ปั่นป่วนขนาดนี้ ไม่มีอะไรน่าสงสัย... สภาพแบบนี้คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน"
เย่เฉินลอบถอนหายใจในใจอย่างโล่งอก... ความเ็ปที่แท้จริงกลายเป็เกราะกำบังที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเวลานี้
เบื้องหน้าซากปรักหักพังของหอปรุงยา ผู้าุโคุมกฎ ยืนเอามือไพล่หลัง จ้องมอง ผู้าุโหลัวอวิ๋น ด้วยสายตาที่คมกริบดุจมีดโกน
"หอปรุงยาเสียหายยับเยิน... โอสถสำคัญสูญหาย... หลัวอวิ๋น ท่านจะอธิบายเื่นี้อย่างไร?"
หลัวอวิ๋นตัวสั่นเทา เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้า เขาจมอยู่ในความหวาดกลัวที่จะสูญเสียตำแหน่งและอำนาจ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ และไปหยุดอยู่ที่ร่างของ หวังเสิ่นหยวน
"เป็เพราะมัน!" หลัวอวิ๋นชี้มือไปที่ศิษย์ของตนเอง "ข้าสั่งให้มันควบคุมไฟ... แต่มันกลับ 'เร่งเชื้อเพลิง' เกินขนาดด้วยความประมาท! จนทำให้เตาหลอมทนแรงดันไม่ไหวและะเิออก!"
เขาโยนความผิดทั้งหมดให้ศิษย์รักโดยไม่ลังเล เพื่อรักษาชีวิตตนเอง
"ปลุกมันขึ้นมา!"
ศิษย์สายนอกคนหนึ่งเดินไปสาดน้ำเย็นใส่หน้าหวังเสิ่นหยวน หวังเสิ่นหยวนสะดุ้งตื่นด้วยความมึนงง "ท่านอาจารย์... เกิดอะไรขึ้น..."
"เ้าศิษย์เนรคุณ!" หลัวอวิ๋นตวาดลั่น "เ้ากล้าทำลายเตาหลอมของข้า!"
หวังเสิ่นหยวนเบิกตากว้าง "ข้า... ข้าเปล่านะ! ท่านอาจารย์เป็คนสั่ง..."
เพียะ!
หลัวอวิ๋นตบหน้าศิษย์ของตนจนหน้าหัน เืกลบปาก "หลักฐานคาตาขนาดนี้ เ้ายังกล้าแก้ตัวอีกรึ!"
ผู้าุโคุมกฎมองดูละครฉากนี้ด้วยความเ็า เขารู้ดีว่าหลัวอวิ๋นกำลังหาแพะรับบาป แต่เขาจำเป็ต้องมี "คนผิด" ที่ชัดเจนเพื่อปิดคดี
"พอได้แล้ว" ผู้าุโคุมกฎประกาศ "หวังเสิ่นหยวน ประมาทเลินเล่อจนก่อให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง... ทำลายวรยุทธ์กึ่งหนึ่ง!"
เปรี้ยง!
ลำแสงสีขาวพุ่งออกจากนิ้วของผู้าุโ เจาะทะลุเข้าสู่ จุดตันเถียน ของหวังเสิ่นหยวนอย่างแม่นยำ!
"อ๊ากกกกกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังสะท้านหุบเขา! หวังเสิ่นหยวนดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้น พลังปราณที่สั่งสมมานานปีรั่วไหลออกจากร่างราวกับลูกโป่งแตก จากศิษย์สายนอกผู้รุ่งโรจน์ กลายเป็คนพิการที่เหลือพลังเพียงน้อยนิด
"เนรเทศมันลงไปเป็ 'ศิษย์แรงงาน' ตลอดชีวิต! ให้มันทำงานชดใช้ค่าเสียหายที่หุบเขาท้ายสำนัก!"
เย่เฉินที่แกล้งนอนเจ็บอยู่ไม่ไกล ลอบมองภาพเหตุการณ์นั้น
‘หมากตัวนี้... ถูกกำจัดพ้นทางจากเบื้องบนแล้ว แต่การที่มันถูกส่งลงมาเป็ศิษย์แรงงาน... หมายความว่าศัตรูจะมาอยู่ใกล้ตัวข้ายิ่งกว่าเดิม’
หลังจากผู้าุโจากไป เหล่าศิษย์สายนอกไล่ต้อนคนงานที่รอดชีวิตกลับเข้าสู่เรือนพักท้ายหุบเขาอย่างไม่ไยดี
เมื่อประตูเรือนพักปิดลง จางหู่ ทรุดตัวลงนั่งพิงผนังไม้ ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกที่เปียกฝน เขาจ้องมองเย่เฉินด้วยสายตาหวาดผวา
"ท่าน... ท่านทำมัน... ท่านทำลายหอปรุงยา... ท่านขโมยพลังค่ายกล..."
เสียงของเขาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความสติแตก "ถ้าพวกเขารู้... พวกเขาจะฆ่าเรา! ข้าไม่อยากตาย! ข้าจะไปสารภาพ..."
ฟุ่บ!
เย่เฉินพุ่งเข้าไปประชิดตัวจางหู่ราวกับภูตพราย นิ้วชี้ของเขากดลงที่ตำแหน่งหัวใจของจางหู่อย่างรุนแรง!
ฉึก!
กลุ่มก้อนพลังงานสีดำทมิฬขนาดเล็กถูกส่งผ่านปลายนิ้วเข้าไปฝังอยู่ในหัวใจของจางหู่ในพริบตา!
"อึก! ทะ... ท่านทำอะไรกับข้า!" จางหู่กุมหน้าอกด้วยความเ็ป
"ข้าฝัง 'เมล็ดมาร' ไว้ในหัวใจเ้า" เย่เฉินกระซิบเสียงเย็นะเืข้างหู "ตราบใดที่เ้าหุบปากเงียบ มันจะสงบนิ่ง... แต่ถ้าเ้าคิดจะปริปากบอกความลับเื่นี้กับใครแม้แต่คำเดียว หรือคิดทรยศข้า..."
เย่เฉินดีดนิ้วเบาๆ เปาะ!
จางหู่สะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัดจนแทบะเิ
"หัวใจเ้าจะะเิเละเป็จุลทันที... เ้าเห็นจุดจบของหวังเสิ่นหยวนแล้วใช่ไหม? นั่นยังถือว่าปรานีถ้าเทียบกับสิ่งที่ข้าจะทำ"
จางหู่พยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง น้ำตาไหลพราก "ข้าสาบาน! ข้าจะเป็ทาสรับใช้ท่านจนวันตาย! อย่าฆ่าข้า!"
"ดี... จำใส่สมองไว้" เย่เฉินคลายมือออก "ไปนอนซะ"
รัตติกาลเคลื่อนคล้อยเข้าสู่ยามดึกสงัด...
ในมุมมืดที่สุดของเรือนพัก เย่เฉินนั่งขัดสมาธิ พลังงานมหาศาลที่เขาขโมยมาไม่สามารถถูกกดทับไว้ได้อีกต่อไป
‘ถึงเวลาผลัดเปลี่ยน...’
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
ิัชั้นนอกที่หยาบกร้านและไหม้เกรียมจากพิษไฟ เริ่มแห้งกรังและหลุดร่อนออกมาเป็แผ่นๆ ราวกับการลอกคราบของอสรพิษโบราณ เผยให้เห็นผิวพรรณใหม่ที่ขาวผ่องแต่แข็งแกร่งดุจหยกเนื้อดี
"กายาหยกเหล็กไหล"
นี่คือขั้นความสำเร็จแรกของกายาเทพอสูรที่สมบูรณ์แบบ ร่างกายภายนอกของเขาตอนนี้แข็งแกร่งจนดาบธรรมดาฟันไม่เข้า
แต่ทว่า... ความยินดีอยู่ได้เพียงชั่วครู่
"อึก!"
เย่เฉินกระอักเืสีคล้ำออกมาคำโต ความเ็ปร้าวลึกแล่นพล่านมาจากภายในทรวงอก เขาตรวจสอบภายในร่างกาย... และพบความจริงที่น่าหนักใจ
แม้กายเนื้อจะแข็งแกร่งขึ้น... แต่ เส้นชีพจรเทพอสูร สีดำทมิฬภายในกลับเต็มไปด้วย "รอยร้าว" ขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วน!
‘พลังที่ข้าดูดมา... มันมหาศาลและรุนแรงเกินกว่าที่เส้นชีพจรในตอนนั้นจะรับไหว’
เขารู้ทันทีว่า หากเขาฝืนใช้พลังเทพอสูรเต็มกำลังในการต่อสู้... เส้นชีพจรเหล่านี้จะทนแรงดันไม่ไหวและ ะเิออก จากภายใน!
‘นี่คือราคาที่ต้องจ่ายสินะ...’
ทางแก้มีเพียงทางเดียว... เขาต้องใช้ "โอสถสมานปราณระดับสูง" เพื่อซ่อมแซมและผสานรอยร้าวเหล่านี้ให้กลับมาสมบูรณ์ แต่โอสถระดับนั้นมีค่าดั่งทองคำ มีแจกจ่ายให้เฉพาะ "ศิษย์สายนอกระดับสูง" หรือผู้ทำภารกิจสำคัญสำเร็จเท่านั้น!
‘ข้าต้องหาทางเอามันมาให้ได้... ไม่เช่นนั้นข้าจะเป็เพียงเสือกระดาษที่มีแต่เปลือก’
รุ่งอรุณวันใหม่มาเยือน...
เหง่ง! เหง่ง! เหง่ง!
เสียงระฆังสำนักดังขึ้นอีกครั้ง เป็สัญญาณเรียกรวมพลที่ก้องกังวานและเร่งเร้า
เย่เฉินเดินออกมาที่ลานหน้าเรือนพักพร้อมกับคนงานคนอื่นๆ เขาเห็น หวังเสิ่นหยวน ในสภาพสะบักสะบอม สวมชุดคนงานเก่าขาดวิ่น กำลังถูกผู้คุมกฎใช้แส้เฆี่ยนตีให้แบกของหนักอยู่ที่อีกมุมหนึ่ง
เย่เฉินเพียงปรายตามองด้วยความสมเพช ก่อนจะหันไปสนใจประกาศสำคัญจากผู้คุมกฎที่ยืนอยู่บนแท่นสูง
"ประกาศจากสำนัก! เนื่องด้วยเหตุวิบัติที่หอปรุงยา... ทางสำนักจึงเปิดรับสมัคร 'ศิษย์สายนอกรุ่นพิเศษ' เพื่อทดแทนกำลังพลที่ขาดหายไป! อนุญาตให้ศิษย์แรงงานทุกคนที่มีใจกล้าหาญเข้าร่วมการคัดเลือกได้!"
เสียงฮือฮาดังระงม แต่ประโยคถัดมากลับทำให้ทุกคนเงียบกริบ
"การทดสอบครั้งนี้คือการเอาชีวิตรอดใน 'ป่าหมอกปีศาจ' เป็เวลาสามวัน! ผู้ที่รอดกลับมาพร้อมกับป้ายคำสั่ง... จะได้เป็ศิษย์สายนอก..."
ผู้คุมกฎหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะชูของรางวัลขึ้น
"และผู้ชนะอันดับหนึ่ง... จะได้รับรางวัลเป็ 'โอสถสมานปราณระดับสูง' หนึ่งขวด!"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า "โอสถสมานปราณระดับสูง" ดวงตาของเย่เฉินก็ลุกวาวโรจน์!
มันคือสิ่งที่เขา้าที่สุดในตอนนี้!
‘์เข้าข้างข้า...’
เย่เฉินแสยะยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่คนงานคนอื่นถอยหนีด้วยความกลัวป่ามรณะ แต่เย่เฉินกลับก้าวเท้าออกมาข้างหน้าอย่างไม่ลังเล
‘ป่าหมอกปีศาจงั้นรึ? ดี... สนามล่าที่ไร้กฎเกณฑ์เช่นนั้น เหมาะสมกับข้าที่สุด’
เย่เฉินกำหมัดแน่น ััถึงพลังที่รอวันปะทุ
‘ยารักษาขวดนั้นต้องเป็ของข้า... ใครขวาง... ตาย!’
[จบตอนที่ 28]