บทที่ 7 ทั้งหมดนี้เป็เพราะหลินเนี่ยน! (รีไรต์)
การที่เธอปล่อยบ้านให้ยืมโดยไม่รับเงิน เหตุผลหลักคือ้าขุดหลุมให้จางชุ่ยฟาง นอกนั้นก็ถือว่าทำความดีไปในคราวเดียว
ห้าปีหลังจากนี้ ใครที่กล้ายึดบ้านไว้ไม่ยอมคืนให้เธอ เธอก็มีวิธีทวงคืนกลับมาได้
เสี่ยวจ้าวดำเนินเื่นำสัญญาเช่ามาให้หลินเนี่ยน เธอตรวจสอบเสร็จสรรพแล้วก็กล่าวกับหัวหน้ากู้ว่า “หัวหน้าคะ ในสัญญาสามารถเพิ่มไปได้ไหมว่าหลังจากครบสัญญาห้าปีแล้ว สำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์จะเป็ผู้ยึดบ้านคืน และคืนบ้านเปล่าที่สมบูรณ์ให้ฉัน”
“ได้สิ! เสี่ยวจ้าว เพิ่มเข้าไปในสัญญาด้วย!”
หลินเนี่ยนพึงพอใจ เธอออกจากสำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์พร้อมกับใบสัญญาเช่าอย่างดีอกดีใจและไม่กล้าหันมองฟู่ชิวสือ
ฟู่ชิวสือมองตามแผ่นหลังของเธอไป บนแผ่นหลังของเธอราวกับมีคำว่า ‘กลัว’ เขียนเอาไว้ตัวใหญ่ ๆ
หญิงสาวคนนี้กลัวอะไรกัน?
เขาหัวเราะเสียงต่ำไปทีหนึ่งแล้วเดินตามไป หัวหน้ากู้ะโเรียกเขาไว้ ทว่าเขาก็ไม่ได้หยุดฝีเท้าแต่อย่างใด
ทางด้านหวงเจี้ยนกั๋ว เขาไปหาผู้อำนวยการจาง ท่าทีที่ผู้อำนวยการจางมีต่อเขาไม่ดีนัก อีกทั้งยังไม่ฟังเขาอธิบาย เพียงแค่บอกให้เขากลับไปทำงาน
หวงเจี้ยนกั๋วหงุดหงิดเป็ที่สุด
ขณะนั้นเองจางชุ่ยฟางก็เข้ามาพูดเื่ไร้สาระ “เหล่าหวง คุณว่านังเด็กนั่นโดนของจริงไหม”
หวงเจี้ยนกั๋วหน้าดำคร่ำเครียด แต่ก่อนเขาคิดว่าจางชุ่ยฟางโง่เขลาเป็เื่ที่ดี เพราะสามารถควบคุมได้ง่าย
และเื่นี้ก็สามารถยืนยันได้ นับแต่จางชุ่ยฟางคบกับเขาก็เชื่อฟังเขามาตลอด ทั้งยังนำผลประโยชน์มาให้เขาไม่น้อย
ทว่าตอนนี้ จู่ ๆ เขาก็เริ่มรำคาญความโง่เขลาของจางชุ่ยฟางขึ้นมา
นอกจากช่วยอะไรไม่ได้แล้วยังเป็ตัวถ่วงอีกต่างหาก
พูดถึงหลินเนี่ยน เด็กคนนี้เดิมทีเคยเป็คนซื่อสัตย์และน่าเบื่อเหมือนนกกระทา แต่เธอก็เปลี่ยนไปทันทีหลังจากที่ตกน้ำ หวงเจี้ยนกั๋วไม่คิดว่าเธอถูกผีเข้าสิง แต่คิดว่ามีคนบงการเธออยู่เื้ั
แล้วใครบงการเธอล่ะ
หรือจะเป็จางไห่หยาง
ถ้าเป็จางไห่หยางจริง ๆ เขาต้องยิ่งระวังให้มากแล้ว!
“ก็แค่ทำตามที่เธอบอกก็พอ ไม่ใช่ว่าให้คุณที่เป็แม่ก้มกราบสักหน่อย มันยากขนาดนั้นเลยเหรอ”
จางชุ่ยฟางแทบไม่เชื่อหู เธอหันไปถามหวงเจี้ยนกั๋ว “เหล่าหวง ลี่ลี่เป็ลูกสาวแท้ ๆ ของคุณนะ ด้วยนิสัยของเธอ คุณไปสั่งให้เธอคุกเข่าขอโทษหลินเนี่ยน เธอไม่ยอมแน่! คุณจะทำแบบนี้กับลี่ลี่ไม่ได้!”
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง!” หวงเจี้ยนกั๋วทุบโต๊ะแรง ๆ สองสามที “ผมไม่สนหรอกนะ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม ผมจะต้องเกลี้ยกล่อมนังเด็กนั่นให้ได้!”
“ถ้าเื่แค่นี้คุณยังทำไม่ได้ แล้วทำแผนของผมล่ม ผมจะหย่ากับคุณ!”
“ถึงเวลานั้น ไม่ต้องพูดถึงภรรยาของผอ.โรงงานสาขาย่อยเลย แม้แต่ตำแหน่งภรรยาของรองผอ.สาขาย่อย คุณก็จะไม่ได้เป็!”
เห็นได้ชัดว่าหวงเจี้ยนกั๋วรู้จุดอ่อนของจางชุ่ยฟางเป็อย่างดี เมื่อเขาพูดแบบนี้ จางชุ่ยฟางก็ทำได้เพียงกลับไปทำหน้าเศร้าและพูดคุยกับหวงลี่ลี่
เมื่อหวงลี่ลี่ได้ยินว่าเธอต้องคุกเข่าเพื่อขอโทษหลินเนี่ยน เธอก็ลุกพรวดขึ้นและะโใส่จางชุ่ยฟางอย่างเดือดพล่าน “ฝันไปเถอะ!”
“แม่เลี้ยงนี่มันจิตใจชั่วร้ายจริง ๆ ถึงได้มาขอให้ฉันคุกเข่าให้นังหลินเนี่ยน!”
“ไม่มีทางซะหรอก!”
จางชุ่ยฟางน้อยใจ เธอไม่ได้รับความชื่นชมจากฝ่ายไหนเลย ถูกวางไว้ตรงกลางแบบนี้ช่างลำบากมากจริง ๆ!
ทั้งหมดนี้เป็เพราะหลินเนี่ยน!
“ลี่ลี่ เราทำอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเื่อื่นเลย เราทำเพื่อเื่ไปชนบทอย่างเดียว เธอต้องทนหน่อยนะ นอกจากนี้ เื่เลื่อนตำแหน่งของพ่อเธอก็อยู่ใน่เวลาสำคัญด้วย ถ้าตอนนี้เธอไม่เอาใจหลินเนี่ยนให้ดี เื่ของพ่อเธอก็เป็ไปได้ยากเหมือนกัน ลี่ลี่ คราวนี้อดทนหน่อยนะ!”
หวงลี่ลี่ผลักจางชุ่ยฟางออกและจ้องด้วยสายตาขุ่นเคือง “ทำไมฉันต้องทำด้วย มันอยู่กินที่บ้านฉัน แค่ไปชนบทแทนฉันจะเป็ไรไป”
“ทำไมฉันต้องคุกเข่าให้มันด้วย”
“ฉันไม่สน!” หลังจากพูดอย่างนั้นแล้วก็ผลักประตูวิ่งออกไปทันที ปล่อยให้จางชุ่ยฟางร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องของเธอ
แต่เธอก็ไม่กล้าร้องไห้นานเกินไป เพราะเมื่อเห็นว่าอาทิตย์กำลังจะตกดิน เธอก็ต้องออกไปซื้อกับข้าว ต้องทำอาหารอร่อย ๆ เพื่อเอาใจนังสารเลวที่ชอบทวงบุญคุณนั่น!
น่าหงุดหงิดชะมัด!
จางชุ่ยฟางทำอาหารไว้เต็มโต๊ะ นอกจากหวงลี่ลี่แล้ว หวงเจี้ยนกั๋วและลูกชายสองคนต่างก็มากันหมด
ลูกชายคนโตของเขาคือหวงหงปิง อายุมากกว่าหวงลี่ลี่สองปี เป็ลูกของหวงเจี้ยนกั๋วและภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้ว
คนเล็กชื่อหวงหงเว่ย เป็ลูกของจางชุ่ยฟางกับหวงเจี้ยนกั๋ว
เมื่อเห็นหลินเนี่ยนยังไม่กลับมา หวงเจี้ยนกั๋วจึงขอให้คนในครอบครัวรอก่อน ลูกชายคนเล็กที่เอาแต่ใจพลันปฏิเสธและโวยวายขึ้นมา
หวงเจี้ยนกั๋วซึ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วจึงทุบตีเขาไปหนึ่งยก
จางชุ่ยฟางเข้าไปปกป้องเขา แต่หวงเจี้ยนกั๋วไม่ยอม จึงทุบตีจางชุ่ยฟางไปหลายครั้ง
บรรยากาศในบ้านวุ่นวายราวกับไก่บินสุนัขะโ
เมื่อหลินเนี่ยนกลับมาถึงก็บังเอิญเห็นฉากนี้เข้าพอดี
เธอเดินไปที่โต๊ะชา หยิบส้มมาปอกเปลือกออกช้า ๆ แล้วนั่งลงบนโซฟา กินส้มอย่างเอร็ดอร่อยพลางรับชมความสนุกเมื่อหวงเจี้ยนกั๋วทุบตีภรรยาและลูกชาย!
เช่นเดียวกับในอดีตที่หวงเจี้ยนกั๋วเคยนั่งมองจางชุ่ยฟางทุบตีเ้าของร่างเดิมบนโซฟา
หลินเนี่ยนรู้สึกได้ถึงอารมณ์บางอย่างที่ค่อย ๆ สลายไป บางทีมันอาจเป็ความขุ่นเคืองที่เหลืออยู่ของเ้าของร่างเดิมก็เป็ได้
หลังจากที่หลินเนี่ยนกินส้มเสร็จก็เดินผ่านสมาชิกครอบครัวทั้งสี่คนนี้ และนั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมยกถ้วยทานอาหาร
เธอดื่มน้ำแกงไก่ตุ๋นเป็อันดับแรก
จุ๊ ๆ รสชาติไม่เลวเลยนี่นา
จากนั้นลองชิมอาหารอื่น ๆ ต่อ ต้องยอมรับว่าฝีมือการทำอาหารของจางชุ่ยฟางค่อนข้างดีเลยทีเดียว
น่าเสียดายที่เ้าของร่างเดิมได้กินแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น ปกติแล้วไม่กล้าที่จะยื่นตะเกียบออกมาเลยด้วยซ้ำ
ตอนเด็กเ้าของร่างเดิมหิวมากจึงแอบกินเนื้อไปสองสามชิ้นในขณะที่ไม่มีใครอยู่บ้าน แต่กลับถูกหวงลี่ลี่เอาไปฟ้อง คืนนั้นจางชุ่ยฟางทุบตีเ้าของร่างเดิมจนเจียนตาย
หลังจากนั้นเ้าของร่างเดิมก็ไม่กล้ากินเนื้อสัตว์อีกต่อไป
หลังจากที่หลินเนี่ยนกินดื่มจนพอใจแล้ว เธอจึงลุกจากโต๊ะไปที่ห้องของหวงลี่ลี่ พร้อมโยนข้าวของของอีกฝ่ายออกไป จากนั้นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนเป็ของเ้าของร่างเดิม เธอแปรงฟันง่าย ๆ ก่อนที่จะปิดประตูแล้วขึ้นเตียงนอน
เสียงเอะอะโวยวายข้างนอกเป็เพลงกล่อมนอนที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
โวยวายไปเถอะ!
โวยวายให้ฟ้าถล่มไปเลยยิ่งดี!
ตระกูลหวงโกลาหลแบบนี้ ทั้งจางชุ่ยฟางและหวงเจี้ยนกั๋วต่างก็ไม่มีอารมณ์ที่จะกินอะไรอีก
สุดท้ายหลังจากหยุดมือได้ไม่นาน หวงลี่ลี่ก็กลับมาแล้ว
เธอพบว่าเธอไม่สามารถเข้าห้องนอนได้จึงเตะประตูอยู่ข้างนอก จนจางชุ่ยฟางต้องมาห้ามเธอไว้ หวงลี่ลี่จึงด่าจางชุ่ยฟางไปหนหนึ่ง แล้วเดินร้องไห้ไปหาหวงเจี้ยนกั๋วพ่อของเธอ หวงเจี้ยนกั๋วรู้สึกหงุดหงิดมากจนหัวแทบจะะเิ
เขาขอให้หวงลี่ลี่อดทนสักสองสามวัน แล้วจะคืนห้องให้เธอหลังจากที่หลินเนี่ยนไปชนบทแล้ว แต่หวงลี่ลี่ปฏิเสธและโวยวายใส่เขา
ท้ายที่สุด หวงเจี้ยนกั๋วจึงตบหน้าลูกสาวเพื่อทำให้เธอเงียบ
“ฉันขอเตือนแกเลยว่าถ้าแกยังก่อปัญหาอีก พรุ่งนี้ฉันจะส่งแกไปชนบท!”
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจไยดีลูกสาวหรือลูกชาย เพียงแต่เพื่ออนาคต ตอนนี้จึงต้องยอมถอยก่อน!
ถ้าไม่ใช่เพราะอนาคต เขาจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เคยแต่งงานแล้วอย่างจางชุ่ยฟางทำไมล่ะ
เขาเป็พนักงานประจำของโรงงานเครื่องจักร และแม้ว่าภรรยาของเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว เขาก็ยังหาโสเภณีได้ถ้าเขา้า!