ตอนที่ 2 ไปไหว้หลุมศพท่านแม่
เช้าตรู่ยามเหมา1 ของวันนี้ คนในครอบครัวสกุลจางรับประทานอาหารร่วมกัน แต่อาลักษณ์จางยังต้องเข้าวังไปปฏิบัติงานที่หอสมุดหลวง ส่วนจางซานหลงก็ยังต้องไปเรียนหนังสือ และจางหานเฟิ่งก็ต้องไปยังหลุมฝังศพของมารดาเพื่อกราบไหว้แจ้งข่าวมงคลที่ปีนี้นางอายุสิบห้าแล้ว“ท่านพ่อ” บุตรสาวคนโตเรียกบิดาเอาไว้ก่อนจะแยกจากกันที่หน้าบ้านจางหานอิงเป็นคนไม่มีปากเสียงกับผู้ใด นิสัยออกจะทึ่มทื่อด้วยซ้ำ เว่ยเหมยลีพึงพอใจเขาในส่วนนี้ ถึงได้ครองคู่ด้วยกันมาจนมีบุตรสาวหนึ่งคน“มีอะไรหรือเฟิ่งเอ๋อร์”“เรื่องออกเรือนเจ้าค่ะ”“อ๋อ...มีคุณชายบ้านใดที่เจ้าพึงพอใจอยู่อย่างนั้นหรือ”“เปล่าเจ้าค่ะ ข้าแค่อยากจะบอกกับท่านพ่อว่าข้ายังไม่คิดที่จะออกเรือนกับผู้ใดเท่านั้น” นางรีบส่ายหน้าไปมาพลางยิ้มประจบ“เอ๋...”“ข้าอยากจะอยู่กับท่านพ่อไปนานๆ” จางหานเฟิ่งยิ้มแย้มพลางเข้าไปเกาะแขน ฉอเลาะบิดาเสียงอ่อนเสียงหวานยิ่ง“เฟิ่งเอ๋อร์ แม่ของเจ้าที่ตายไปแล้วจะว่าอย่างไร” อาลักษณ์จางมองตอบมาแววตาครุ่นคิด บิดาที่ดีย่อมต้องให้บุตรสาวออกเรือนสร้างครอบครัว“ท่านแม่เคยบอกกับข้าว่า...หญิงสาวอย่างเราสามารถออกเรือนตอนอายุยี่สิบปีได้” นางฉลาด นางรู้จักพูด นางรู้ว่าบิดาไม่เคยลืมมารดาเลย เพราะมารดาของนางอ่อนหวาน ใจเย็น และทรงภูมิยิ่ง“ยี่สิบ?”“ถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ยี่สิบ”“แต่แม่ของเจ้าแต่งให้ข้าตอนอายุสิบเจ็ด!” อาลักษณ์จางเถียงขึ้นมาอย่างสับสน ใช่ว่าจะคัดค้านความคิดของบุตรสาว เพียงแต่เรื่องแต่งงานออกเรือนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อย“ท่านแม่เคยพูดอย่างนี้จริงๆ” สตรีตัวน้อยยืนยันหน้าตาขึงขัง“เอาไว้คุยกันทีหลัง ข้าขอตัวเข้าวังหลวงก่อน” จางหานอิงหลีกเลี่ยง จะตกปากรับคำเลยก็คิดว่าไม่เหมาะสม บิดาย่อมรู้ว่าบุตรสาวเป็นคนอย่างไร นางพูดจริงทำจริงเสมอ“เดินทางดีๆ นะเจ้าคะ” นางส่งบิดาขึ้นรถม้าสีหน้ายิ้มแย้ม“เจ้าก็เช่นกัน แย่จริงที่ข้าไปกับเจ้าด้วยไม่ได้”“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เฟิ่งเอ๋อร์จะบอกท่านแม่ให้ ท่านแม่ไม่โกรธท่านพ่อหรอก” นางโบกมือหย็อยๆ ให้กับบิดาที่กำลังก้าวขึ้นรถม้าไปยังวังหลวง“เห็นไหมเจ้าคะ นายท่านมีสีหน้าตกอกตกใจมากแค่ไหน”ตันตันโพล่งขึ้นมาทันทีอย่างคับข้องใจ นายและบ่าวกำลังมองรถม้าที่แล่นออกไป“ตันตัน ถ้าเจ้าพูดอีกครึ่งคำ ข้าจะหาสามีให้เจ้าทันที” สตรีตัวน้อยเอ็ดสาวใช้ของตัวเอง“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ” ตันตันทอดถอนหายใจ“ไปกันเถอะ ของเซ่นไหว้เตรียมเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่” คุณหนูใหญ่สกุลจางไม่ฟังเสียงโอดครวญของสาวใช้คนสนิท อีกทั้งยังหันไปยังรถม้าอีกคัน“เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”“ดี ไปกันเถอะ”“เจ้าค่ะ”ตงตี้เป็นผู้ควบคุมรถม้า พาคุณหนูใหญ่สกุลจางและบ่าวรับใช้หนึ่งคนไปยังสุสานป่าไผ่ สถานที่ฝังศพฮูหยินคนก่อน การเดินทางใช้เวลาหนึ่งชั่วยาม2“คุณหนูใหญ่...ถึงแล้วขอรับ” ตงตี้รายงานตันตันเปิดประตูผ้าออกแล้วส่งตะกร้าที่ใส่ของเซ่นไหว้ไปให้ตงตี้ บ่าวออกไปก่อนแล้วยื่นมือออกมาให้ผู้เป็นนายเพื่อพยุงคุณหนูใหญ่สกุลจางลงจากรถจางหานเฟิ่งแหงนหน้ามองท้องฟ้า อากาศวันนี้ดีนัก ไม่เย็นไม่ร้อน นางนึกถึงมารดาขึ้นมาในใจแล้วก็ยิ้มเศร้า สิ่งที่มารดาทิ้งเอาไว้ให้ด้วยความรัก นางอ่านมันอยู่ทุกวัน แล้วก็เอ่ยขึ้นกับตันตัน“ไปกันเถอะ”“เจ้าค่ะ”ตงตี้อยู่เฝ้ารถม้า บ่าวตัวโตหน้าตาขรึมมองส่งทั้งสองเดินเข้าไปในสุสานป่าไผ่“ท่านแม่...ข้ามาหาท่านแล้ว” จางหานเฟิ่งเอ่ยเสียงเศร้ากับป้ายหินหน้าหลุมฝังศพ ข้างๆ เป็นตันตันที่กำลังจัดการวางของเซ่นไหว้ สาวใช้จุดธูปแล้วส่งให้สตรีตัวน้อยตรงหน้า“ปีนี้ข้าอายุสิบห้าแล้ว แต่ผู้ที่หวีผมและปักปิ่นให้ข้ากลับไม่ใช่ท่าน ข้ายังอ่านหนังสือที่ท่านแม่เขียนทิ้งเอาไว้ให้อยู่ทุกวัน กิจการหอสุรากุ้ยฮวาก็เจริญก้าวหน้า ท่านแม่อยู่ทางโน้นสบายดีไหมเจ้าคะ ส่วนข้ากับท่านพ่ออยู่ทางนี้สบายดีเจ้าค่ะ คนในครอบครัวของเรารักใคร่ปรองดองกลมเกลียวกันยิ่ง ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”ลมกระโชกแรงมาคราหนึ่ง เปลวเทียนที่กำลังส่องแสงอยู่ดับวูบ ใบไผ่เสียดสีราวกับเพลงจากสวรรค์ ตันตันกระวีกระวาดจุดเทียนอีกครั้ง แล้วจางหานเฟิ่งก็โน้มตัวไปข้างหน้า นางปักธูปลงไปในกระถางแล้วจึงเอ่ยขึ้น“ที่นี่มีศาลาริมน้ำหลังหนึ่ง เราไปนั่งพักที่นั่นกันเถอะ”“เจ้าค่ะ นั่งดื่มชากับกินขนมเปี๊ยะกันนะเจ้าคะ”“อืม...”ในศาลาริมน้ำไม่มีผู้ใด ทว่าแปลกนัก เพราะว่าบนโต๊ะหินในศาลามีจอกสุราและกาสุราตั้งอยู่ และข้างๆ กาสุราหยกสีเขียวมรกตนั้นก็มีพิณอยู่ด้วย“เอ๋...” ตันตันเห็นแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวด้วยความรู้สึกแปลกใจ บ่าวรับใช้ถามผู้เป็นนายอย่างมึนงง “เป็นของผู้ใดกันหรือเจ้าคะ”“เจ้าถามข้าแล้วข้าจะไปถามใคร ข้ามากับเจ้านะ”“แล้วเราจะนั่งกันดีไหมเจ้าคะ ในเมื่อมีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว” ตันตันถามอีก“นั่งสิ” คุณหนูใหญ่สกุลจางกำลังมองพิณตัวนั้นอย่างสนใจ พลันนางก็รู้สึกตกใจ เพราะพิณทำจากไม้ถงแก่ ราคาพิณตัวนี้น่าจะถึงหมื่นตำลึงทอง ผู้ใดกันกล้าทิ้งขว้างของล้ำค่าเช่นนี้1 ช่วงเวลา 05.00 - 06.59 น.2 1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง