บทที่ 5
คนตระกูลถัง
รอยต่อของแคว้นเซี่ยและแคว้นฟ่าน
"เจียงเอ๋อร์....ตื่นก่อน เดี๋ยวเราจะพักทานข้าวกันที่นี่"เสียงบิดาเรียก เจียงเฟิงที่กำลังเข้าสู่นิทราให้ตื่นขึ้นมา เจียงเฟิงลืมตาขึ้นมา ก่อนที่จะมองไปรอบๆ ว่าตนเองอยู่ที่ไหนแล้ว ก็พบว่ารอบๆตัวของเจียงเฟิงเป็สีชมพูของดอกเหมยป่าที่บานสะพรั่งอยู่รอบๆตัวของตน พร้อมกับลมพัดเอากลิ่นดอกเหมยหอมๆและกลีบดอกปลิวว่อนรอบๆตัวเจียงเฟิง ด้วยความตื่นเต้นเจียงเฟิงยื่นมือออกไปหมายจะจับกลีบดอกเหมยที่ลอยอยู่รอบตัว ที่ตอนนี้ในสายตาของเจียงเฟิงเป็ภาพที่สวยงามก่อนที่จะมีกลีบดอกเหมยที่ร่วงโรย ปลิวเข้ามาในมือของเจียงเฟิงพอดี
ร่างบางก้มมองดูกลีบดอกเหมยที่ร่างมาอยู่ในมือของตน อย่างสนใจ แต่ไม่ทันไรดอกเหมยในมือของเจียงเฟิงก็ค่อยๆหายเข้าไปในมือของร่างบาง?? ทำให้เจียงเฟิงใ จนทำตาโต
"ท่านพ่อ! ดอกเหมยที่อยู่ในมือข้า...มันหายเข้าไปในมือของข้าท่านพ่อ!!"ด้วยความตื่นเต้น เจียงเฟิงก็หันไปพูดกับพ่อของตนเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อสักครู่
"เ้าอาจจะตาฝาดไปก็ได้ เจียงเอ๋อร์ ลูกพึ่งตื่นอาจจะรู้สึกตาลายก็ได้"บิดาเอ่ยก่อนที่จะอุ้มเจียงเฟิง แล้วะโลงมาจากหลังของขงเล่อ วางร่างของเจียงเฟิงลงบนพื้นที่เป็สีชมพูจากดอกเหมยที่ร่วงเต็มพื้น "ตอนนี้เรามาพักที่สวนเหมย อยู่ตรงรอยต่อแคว้นเซี่ยและแคว้นฟ่าน ทานอาหารเสร็จค่อยเดินทางต่ออีกไม่ถึงสองชั่วยามเราก็ถึงหุบเขาอนธกาลแล้ว"พูดเสร็จบ่าวรับใช้ก็จัดโต๊ะสำรับเพื่อทานอาหารกัน อาหารมื้อนี้ก็เป็อาหารเรียบง่ายเป็ข้าวปั้นหลากไส้ที่ท่านแม่นั้นเป็คนทำขึ้นมาเอาให้มาเป็อาหารระหว่างการเดินทาง
ระหว่างการทานอาหารลมก็พัดตลอดการทานอาหาร พร้อมหอบกลีบดอกเหมยและกลิ่นของมันหอมตลอดเวลา เจียงเฟิงมีความสุขมาก ที่นี่สวยงามมากพร้อมกับรู้สึกสดชื่น ห่างไปอีกนิดก็เป็บ่อน้ำขนาดเล็กที่มีกลีบดอกลอยอยู่บนน้ำ รอบๆก็มีผู้คนมานั่งชมวิวกันอยู่มาก เจียงเฟิงคาดว่าคงจะเป็บิดามารดาพาลูกหลานมาปลุกทักษะิญญาเช่นกัน ดูจากการแต่งตัวแล้วเป็ผู้มีอันจะกินกันทั้งนั้น เจียงเฟิงมองดูบรรยากาศรอบๆ ก่อนที่ตนเองจะไปสะดุดตาเข้าไปคนสองคนที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะต่างกันก็แค่ส่วนสูงเท่านั้น ที่กำลังโดนลูกคนรวยสักตระกูลกำลังกลั่นแกล้งหาเื่อยู่
"ท่านพ่อ ข้าอิ่มแล้วข้าขอตัวไปเดินเล่นนะขอรับ"เจียงเฟิงเมื่อเห็นแบบนั้นก็ขอบิดาออกมาเดินเล่น แต่ความจริงแล้วเขากำลังเดินเข้ามาหาแฝดทั้งสองที่กำลังโดนแกล้งอยู่นั้นเอง
"เ้ากล้าดียังไงถึงมาคุยกับคุณหนูเหอ เ้าคนชั้นต่ำ เ้าไม่รู้หรือว่าข้าหมายปองคุณหนูเหอผู้นั้นอยู่!!!"ชายที่ในเสื้อผ้าหรูหราพูดจบก็ผลักชายตรงหน้าล้มก่อนที่ผู้ชายที่คาดว่าเป็พี่น้องกัน(หน้าเหมือนกัน)เข้ามาประคองคนล้มลุกขึ้น ก่อนที่จะผลักชายคนนั้นล้มลง
"เ้ากล้าดียังไงคนตระกูลถัง!!! คนต่ำต้อยอย่างเ้า ถึงไปทำร้ายคุณชายหวัง เ้าอยากจะมีปัญหาหรือไง!"หนึ่งในคนที่เข้ามาทำร้ายพูดขึ้น ก่อนที่จะทำท่าทางนักเลงหมายจะเข้าไปทำร้ายชายที่ผลักคุณชายแซ่หวังล้มลง
"อย่ามายุ่งกับท่านพี่ข้า!"ชายคนที่ผลักพูดขึ้นก่อนที่จะคว้าตัวพี่ชายของตัวเองเอาไว้ข้างหลัง ก่อนที่จะทำท่าต่อสู้ถ้าเกิดมีใครเข้ามาทำร้ายพี่ของตน "จะมาโทษพี่ชายข้าไม่ได้ เพราะคุณหนูเหอเข้ามาคุยกับพี่ชายข้าเอง!!"
"เ้าอย่ามาพูดมาก วันนี้ข้าไม่ได้ชำระแค้นอย่ามาเรียกข้าว่าคุณชายหวัง เสี่ยงติง!!"พูดจบเหล่าคุณชายก็พร้อมใจเข้ามาทำร้ายคนทั้งคู่ทันที สร้างความโมโหให้เจียงเฟิงอย่างมาก
"เ้าลูกเต่า ทำร้ายคนไม่พอยังยกพวกรุมอีก พวกหมาหมู่! ฮุ่ยเจียออกมา"เจียงเฟิงที่ทนไม่ได้ก็เรียกฮุ่ยเจียออกมา พูดจบปลาทองสีทองก็เผยตัวออกมา ว่ายวนรอบๆตัวเจียงเฟิง "ช่วยชายทั้งสองที ฮุ่ยเจีย"
ตุ้ม ตุ้ม!!
"เกิดบ้าอะไรขึ้น! ทำไมข้ากระเด็นออกมาเช่นนี้ พวกเ้าทำอะไรกันเ้าคนแซ่ถัง!"เหล่าคุณชายที่กำลังทุบตีทั้งคู่จู่ๆก็กระเด็นลอยออกมา จากทั้งคู่ สร้างความฉงนแก่เหล่าคุณชายว่าเมื่อกี้พวกเขาโดนอะไรกัน?
"เ้ากล้าทำร้ายข้า อย่าอยู่เลยพวกเ้า!"เหล่าคุณชายที่ตั้งสติได้ก็วิ่งเข้ามาจะทำร้ายคนทั้งคู่อีกครั้ง
ตุ้ม! ตุ้ม!
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าถึงเข้าไปประชิดตัวมันไม่ได้ แถมยังกระเด็นออกมาอีก"พอเหล่าคุณชายวิ่งเข้าไปหาทั้งคู่ก็ต้องใที่ตนเองนั้นกระเด็นออกมาอีกหน ก่อนที่คุณชายท่านหนึ่งจะสังเกตตรงพื้นที่มีสิ่งแปลกปลอมอยู่โดยที่พวกเขาไม่ทันสักเกตเห็น "นั้นมัน ปลาทองนิ ทำไมมันแหวกว่ายกลางอากาศได้?"คุณชายคนเดิมพูดพลางชี้ไปด้านล่าง
"ปลาทองว่ายบนอากาศ?"แฝดน้องฉงน เพราะตนเองก็หันไปมองตามที่คุณชายท่านหนึ่งชี้ไป ตนเห็นปลาทองสีทองว่ายอยู่ รอบตัวของปลาทองมีม่านพลังบางๆเหมือนกับเกราะที่คลุมบริเวณที่พวกตนยืนอยู่ ทำให้ตนรู้ได้ทันทีว่าที่พวกนั้นเข้ามาไม่ได้เพราะว่าปลาทองตัวนี้ช่วยพวกเขาไว้โดยการคลุมม่านพลังกันพวกเขาเอาไว้เพื่อไม่ใช้คนพวกนั้นเข้ามาทำร้ายได้
"กลับมาฮุ่ยเจีย...."เสียงหวานกังวานดังขึ้นก่อนที่ตนจะหันไปมองยังทิศทางทางปลาทองว่ายไปก็เจอเข้ากับ ชายผู้หนึ่งที่มีหน้าตาหวานหยดย้อย ผมยาวสีขาวสลวยที่มัดแค่ครึ่งหัวปล่อยผมหลังที่ปลิวผ่านสายลมดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด พร้อมรอยยิ้มที่หวานเชื่อมที่กำลังยิ้มพร้อมลูบหัวปลาทองอยู่ เทียบเคียงกับเทพธิดาที่ลงมาจากทรวง์สามารถเทียบเคียงได้ มองสักครั้งแทบหยุดหายใจช่างดูสง่างามอะไรเช่นนี้ "พวกลูกเต่า!! ยังกล้ามารังแกคนที่อ่อนแอกว่าแบบนี้ได้อย่างไรเห็นหรือไม่ว่าพวกเขามีแค่สองคนส่วนพวกเ้ามีตั้งกี่คนถ้าอยากทำร้ายนักบิดาผู้นี้จะเป็คู่ปรับให้พวกเ้าเอง!!"ทั้งหมดก็ต้องชะงักเพราะร่างงามเดินเข้ามาก่อนที่จะพ่นคำด่าทอออกมา ไม่เกรงใจหน้าสวยนั้นเลยแม้แต่น้อย
"แม่นาง ท่านชื่อว่าอะไรหรือ ข้ามีชื่อว่ารุ่ยชาง ไยท่านช่างงดงามนัก"หนึ่งในคุณชายเดินเข้ามาหาเจียงเฟิง ก่อนที่จะทำหน้าตาเคลิ้มทันทีที่มองหน้าร่างบาง
"เ้าลูกเต่า!!! ตาหามีแววไม่! ข้าเป็บุรุษ เ้าตัวโง่งม!! ฮุ่ยเฮาออกมา!"เจียงเฟิงควันออกหูเมื่อคนตรงหน้าเรียกเจียงเฟิงว่าแม่นาง ตนเป็บุรุษจะมาเรียกแบบนี้มันหยามเกียรติกันชัดๆ
"จัดการพวกมันซะ!!"พูดจบฮุ่ยเฮาที่กำลังจะพ่นลูกไฟออกมาก็ชะงักไปเมื่อมีใครบางคนเดินเข้ามาแทรกกลางไว้ซะก่อน
"ช้าก่อนเจียงเฟิง ได้โปรดระงับโทสะเ้าลงด้วยเดี๋ยวข้าจัดการให้"เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังของเจียงเฟิง ทำให้เจียงเฟิงหยุดการกระทำ แล้วหันไปมองว่าผู้มาใหม่นั้นคือใคร
"ชวี่ชุน? "พอเจียงเฟิงหันไปก็พบว่าคนที่มาใหม่คือ จาง ชวี่ชุน สหายของตนนั้นเอง ชวี่ชุนเดินเข้าไปคุยอะไรสักอย่างกับพวกนั้นสักพักเหล่าคุณชายทั้งหมดก็ยอมถอยแล้วเดินจากไป พร้อมกับความงงงวยของเจียงเฟิง "เ้าไปพูดอะไรกับพวกมัน มันถึงยอมล่าถอยออกไปแบบนั้น"เจียงเฟิงถามออกไป
"ข้าแค่อ้างพ่อของเ้ากับพ่อของข้าไปเ้าคนพวกนั้นก็ ขี้ขลาดจึงยอมถอยไปดีๆ"เจียงเฟิงพยักหน้ารับ ชวี่ชุนไป เพราะพ่อของเขาทั้งคู่ก็ไม่มีใครในอาณาจักรหนานจิงไม่รู้จัก เพราะพ่อของทั้งคู่นั้นเป็ถึง1ใน8ขุนพล์ทั้งคู่นิใครจะกล้ามีปัญหาเื่กัน
"แล้วเ้ามาได้ยังไง?"เจียงเฟิงถาม เพราะตนไม่คิดว่าจะเจอสหายที่นี่
"เ้าลืมไปแล้วเหรอไงว่าข้าอายุครบสิบสามหนาวแล้ว ข้าก็มาปลุกทักษะิญญานะสิ เ้าถามได้ ข้าต้องถามเ้ามากกว่าว่าเ้ามาทำไมกันอายุเ้ายังไม่ถึงนิ"ชวี่ชุนถามเจียงเฟิงกลับ ตนเองกับเจียงเฟิงเป็สหายกันแบบงงๆ
เนื่องด้วยเมื่อปีก่อน ชวี่ชุนนั้นได้มาเจอกับเจียงเฟิงโดยบังเอิญในงานเลี้ยงของตระกูลลู่ เขาได้เผลอไปชมเจียงเฟิงว่างดงามเหมือนสตรี ทำให้ตนเองนั้นโดนร่างบางชกเข้าที่หน้าจนสลบไป ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาอีกวัน พร้อมกับเจียงเฟิงที่ถือของมามากมายเพื่อมาขอโทษตนที่ทำร้ายชวี่ชุน แต่เ้าตัวไม่ได้เต็มใจมาได้แต่พูดประชดประชันตนเองทุกคำที่เอ่ยสร้างความขบขันให้กับชวี่ชุนเป็อย่างมาก จากนั้นก็เป็ชวี่ชุนเองที่ตามติดร่างบางเพื่อที่จะแกล้งเจียงเฟิงให้ด่าตน ชวี่ชุนก็ต้องประหลาดใจกับเจียงเฟิง ทุกครั้งที่เ้าตัวพ่นคำด่าออกมานั้นมันช่างตลกมากกว่าเจ็บแสบ อีกทั้งยังสรรหาคำด่าใหม่ๆขึ้นมาด่าได้ทำให้เขาเองนับถือเจียงเฟิงในการสรรหาคำเจ็บแสบมาด่า จนทั้งคู่ก็สนิทกันนับั้แ่นั้น ถึงชวี่ชุนจะอายุห่างกับเจียงเฟิงสองปี เ้าตัวก็ไม่เคยเรียกเขาว่าพี่สักครั้ง ซึ่งชวี่ชุนก็ไม่ได้ว่าอะไรในเื่นี้
"ข้า ทักษะิญญาตื่นก่อนกำหนดยังไงละ ข้าถึงต้องมาปลุกทักษะิญญาเนี่ยแหละ"เจียงเฟิงเอ่ยออกมา
"ข้าก็ได้ยินจากท่านพ่อมาบ้างว่า ทักษะิญญาเ้าตื่นมาก่อนกำหนด"ชวี่ชุนพยักหน้าเพราะตนเองก็พอจะทราบมาบ้าง ว่าเจียงเฟิงพลังตื่นก่อนกำหนด
"ข้าทั้งสองขอบคุณคุณชายทั้งสองมากที่เข้ามาช่วยข้ากับพี่"เสียงดังมาจากทางด้านหลังก่อนที่ทั้งคู่จะหันไปหาก็พบชายทั้งสองกำลังก้มหัวขอบคุณพวกเขาทั้งคู่อยู่
"ไม่เป็ไร ข้าเห็นคนโดนทำร้ายใครจะอยู่เฉยได้ล่ะว่าแต่ท่านทั้งคู่มีนามว่าอะไร ข้า ลู่ เจียงเฟิง"เจียงเฟิงเอ่ยแนะนำตนเอง
"เป็เกียรติแล้วคุณชายลู่ ข้าน้อยชื่อ ถัง ฟางชิน ส่วนพี่ข้าชื่อถึง ถัง ฟางชิง ขอรับ ต้องขอบคุณท่านทั้งสองที่ช่วยเหลือข้าทั้งคู่"ฟางชินก้มหัวขอบคุณอีกหน
"ยินดีที่ได้รู้จัก คุณชายถังฟางชิง คุณชายถังฟางชิน เรียกข้าว่าเจียงเฟิงก็พอเราเป็สหายกันไม่ต้องเรียกชื่อเต็มหรอก"เจียงเฟิงยิ้มให้ทั้งคู่ ทำเอาทั้งสองที่เห็นรอยยิ้มนั้นต่างก็ใจเต้นไม่เป็จังหวะ ยิ่งแล้วฟางชิงคนพี่ก็หูแดงหน้าแดงออกมา
"ส่วนข้าชื่อ จาง ชวี่ชุน ยินดีที่ได้รู้จักคุณชายถังฟางชิง คุณชายถังฟางชิน เรียกข้าว่าชวี่ชุนเถิด"ชวี่ชุนหันไปแนะนำตัวกับทั้งคู่
"ยินดีที่ได้รู้จักท่านทั้งสอง พวกข้าไม่อาจเรียกพวกท่านห้วนๆได้ ข้าทั้งสองนั้นช่างต่ำต้อย....."ฟางชินเอ่ยเพราะคนตรงหน้าเขานั้นอยู่สูงกว่าคนทั้งสองตั้งเท่าไหร่
"ข้าก็เป็คนเหมือนกับพวกเ้าทั้งสองใยต้องลำบากใจ ต่ำต้อยแล้วยังไงความเป็คนก็มีเท่ากันหมดทุกคน เพียงฐานะสูงส่งกว่าใช่ว่าจะเป็สหายกันไม่ได้ หรือว่าเ้าทั้งคู่ไม่อยากเป็สหายกับพวกข้า"เจียงเฟิงพูดขึ้น
"เปล่าขอรับ พวกข้าไม่ได้คิดแบบนั้น"ฟางชินรีบเอ่ยปฏิเสธ
"งั้นพวกเ้าก็เรียกข้าว่า เจียงเฟิง เรียก ชวี่ชุนว่าชวี่ชุนตามนี้ถ้าไม่เรียกข้าจะถือว่าพวกเ้าไม่อยากเป็เพื่อนกันข้า"เจียงเฟิงมัดมือชก ก่อนที่จะยิ้มออกมา
"ก็ได้ เจียงเฟิง ชวี่ชุน"ฟางชิน ต้องยอมร่างบางอย่างช่วยไม่ได้เพราะถ้าไม่เอ่ยแบบนี้เจียงเฟิงคนจะสรรหาคำมาพูดให้ตนเรียกในอยากที่ให้เรียกเป็แน่
"พวกเ้าทั้งสองก็มาปลุกทักษะิญญาอย่างนั้นหรือ"เจียงเฟิงถามทั้งคู่
"ใช่แล้วข้ากับท่านพี่มาปลุกทักษะิญญากันพวกข้าเดินทางมาได้สามวันแล้ว เห็นว่าที่นี้สวยงามจึงได้แวะพัก แวะชมแต่ก็มีคุณหนูเหอ จู่ๆก็เดินเข้ามาคุยกับพี่ข้าแล้วคนเ่าั้ก็มาหาเื่นี่แหละ"ฟางชินเล่าเหตุการณ์ให้ทั้งคู่ฟัง "แล้วเพราะข้ามาจากตระกูลที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมาก ทำให้คนพวกนั้นข่มเหงเพิ่มไปอีก"
"เ้าพวกน่าตายพวกนั้น คิดว่าตระกูลตัวเองสูงส่งมาจากไหนถึงได้กล้าทำอะไรเช่นนี้ คราวหลังถ้าเ้าพวกนั้นมาหาเื่เ้าอีก เดี๋ยวข้าจะจัดการเองเห็นแล้วข้าไม่ชอบนักคนที่รังแกคนไม่มีทางสู้เนี่ย"เจียงเฟิงพูดออกไปด้วยใจจริง ทำให้ทั้งคู่รู้สึกดีต่อเจียงเฟิงหลายส่วน
"ต้องขอบใจเ้ามาเจียงเฟิงที่เข้ามาช่วยพวกข้า ข้าต้องขอลาไปที่เกวียนก่อนแล้วไปเจอกันที่หุบเขาอนธกาลละกัน"ฟางชินพูดขึ้นเมื่อถึงเวลาที่เขาพร้อมพี่ชายต้องออกเดินทางกันแล้ว
"ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไปเจอกันที่หุบเขาอนธกาลละกัน ข้ากลับไปหาท่านพ่อแล้ว ท่านพ่อคงกำลังจัดเตรียมพร้อมเดินทางแล้ว"เจียงเฟิงพยักหน้า ก่อนที่จะเดินกลับมาหาท่านพ่อ ที่ตอนนี้กำลังยืนรอเจียงเฟิงอยู่ เมื่อเห็นเจียงเฟิงท่านพ่อก็อุ้มเขาขึ้นหลังข่งเล่อแล้วเราก็เดินทางต่อ