บทที่สี่สิบสอง
อิงหมิงถูกขังในห้องแห่งนี้เข้ามาวันที่สี่แล้วยามกลางวันจิตใจนางจะทั้งเบื่อและเหงาใกล้เฉาตายอย่างต้นไม้ขาดการรดน้ำแม้ตอนเป็นจิ้งจอกอยู่ที่ตระกูลจางยังมีคนมาเล่นด้วย คอยใส่ใจดูแลไม่ได้อยู่แต่ในห้องแคบๆ เช่นนี้ด้วยซ้ำ
ขณะที่ร่างจิ้งจอกนอนกลิ้งเล่นอยู่บนโต๊ะกลางห้องและมองท้องฟ้านอกหน้าต่างอยู่นั้นประตูทางเข้าเดียวก็เปิดออกผู้เป็นขุนพลของเผ่างูก้าวเท้าเข้ามา ในมือมีอาหารอย่างที่นำเข้ามาให้ทุกวัน
เขาเดินนำอาหารเข้ามาแต่ไม่สามารถวางลงที่โต๊ะได้เพราะมีจิ้งจอกเจ้าก้อนขนสีขาวนอนแผ่อยู่เต็มโต๊ะแม้จนกระทั่งบุรุษร่างสูงเดินมาประชิดตัวก็ตามมันก็ยังนอนนิ่งอยู่แบบนั้นเขาจึงต้องเอ่ยเตือน “จิ้งจอก หลบ”
อิงหมิงรู้ตัวนานแล้วแต่จิตใจที่เหี่ยวเฉาหรือเปล่าไม่แน่ใจทำให้ตนไม่อยากอาหารแม้แต่น้อยหรืออาจจะเพราะค่ำคืนนางได้กินปราณจนอิ่มแทนก็ไม่แน่ใจจิ้งจอกน้อยที่นอนอยู่ก็ลุกขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะกระโดดลงจากโต๊ะมันก็หอนไปหนึ่งครั้งถ้าแปลความหมายได้ตามภาษามนุษย์คือ “ข้าเบื่อ”
ขุนพลเผ่างูวางอาหารลงแล้วแต่ก็ไม่จากไปอย่างเคยเขาเอ่ยปากถามถึงอาการซังกะตายของปีศาจจิ้งจอก “เจ้าเจ็บป่วยหรือ?”
พออีกฝ่ายรั้งรออยู่คุยด้วยต่างจากวันอื่นๆจิ้งจอกน้อยก็ดวงตาเป็นประกายก่อนจะจำแลงกายเป็นมนุษย์มานั่งคุยกับท่านขุนพล
“ข้าไม่ป่วยกายแต่ป่วยใจ” กล่าวพลางทำหน้าเศร้า “ข้าแทบไม่อยากอาหาร..”
“เจ้าไม่อยากไม่ใช่เรื่องแปลก เจ้ากินปราณท่านจอมมารทุกคืนย่อมอิ่มทิพย์”
“งั้นหรือ? แต่ก็ยังเบื่ออยู่ดีทำไมถึงต้องอยู่แต่ในห้องด้วยพวกท่านมีแต่ปีศาจระดับพระกาฬรายล้อมยังกลัวข้าหนีด้วยหรือ” ภพปีศาจกว้างใหญ่ถึงจับถูกคุมขังแต่นางมาอยู่ทั้งทีก็ไม่อยากเห็นเพียงกรอบเล็กๆ นอกหน้าต่างบานนี้
“ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าสื่อ เวลานี้เจ้าไม่มีทางหนีได้อยู่แล้วแต่อีกหน่อยไม่แน่ให้ปล่อยเพ่นพ่านจึงไม่อาจทำได้”ปีศาจงูมองร่างจำแลงของจิ้งจอกน้อย ร่างที่เป็นของชายหนุ่มใบหน้าหมดจดร่างสูงโปร่งดูบริสุทธิ์ผ่องใสมีรังสีของคุณชายผู้ดีแต่มีบางเสี้ยวที่ทำให้คุ้นตาอยู่หลายครั้งเวลาที่ได้มอง
“ตอนนี้หนีไม่ได้ยิ่งควรให้ข้าออกตอนนี้มิใช่หรือ…ก่อนที่จะไม่ได้ออก” เสียงประโยคท้ายของอิงหมิงกล่าวเบาลงเรื่อยๆตนเริ่มคิดว่าถ้ามีพลังมากพอก็ต้องหนีออกไปอยู่แล้ว ความเป็นความตายรอไม่ได้นางก็ต้องทำเพื่อผู้มีพระคุณของตนเช่นกัน
ขุนพลเหลือบไปด้านนอกหน้าต่างครู่หนึ่งแล้วก็พยักหน้ากับตัวเองแสดงว่าเขาก็คงนำสิ่งที่นางพูดไปคิด ครู่หนึ่งจึงหันกลับมาหานาง “ข้าจะลองดูถ้าท่านจอมมารอนุญาตคงพอให้ออกไปนอกสวนได้”
หลังขุนพลงูออกจากห้องไปอิงหมิงก็พลางนึกถึงจอมมารคนนั้นนางไม่เคยเจอใครสงบเงียบเย็นชาเท่าผู้นั้นมาก่อนความจริงก็ไม่ได้เจอคนมามากนักหรอกแต่ท่านจอมมารไม่ต้องบอกก็รู้ก็ความใส่ใจคนรอบข้างยิ่งแปลกหน้าแบบอิงหมิงเขาคงไม่มีทางอนุญาตให้นางได้ออกไปจนกว่าภารกิจจะเสร็จสมบูรณ์
อิงหมิงเดินกลับไปนั่งที่กลางห้องก้มมองอาหารที่วางอยู่นางไม่มีความอยากอาหารจริงๆไม่หิวสักนิดแล้วอาหารที่ส่งมาให้กินก็ไม่ได้เลิศรสจนทำให้คนอิ่มอยากลิ้มลองด้วยมือเล็กจึงดันมันออกห่าง ‘เห็นทีจะจริงที่นางอิ่มปราณ’
ผ่านไปหลายชั่วยามประตูบานเดิมก็เปิดออกร่างบางกระเด้งตัวขั้นมาจากเตียงนอนอย่างที่เคยทำไม่ได้รักษาภาพลักษณ์กิริยามารยาทอย่างการเป็นสตรีทั่วไปอย่างที่ตนจำแลงกายแม้สักนิดอิงหมิงเดินตรงเข้ามาเตรียมจะขอกินปราณแต่หากคนที่มาไม่ใช่คนที่มักจะอยู่ในชุดสีนิลอิงหมิงจึงชะงักไป
ผู้หญิงชุดแดงชาดคนนี้คนที่เคยเข้าหาเรื่องนางวันนั้นนี่!ตาเรียวโตของนางแมงป่องกวาดตามองหญิงสาวเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะมีสีหน้าบิดเบี้ยว“นะ..นาง นางจิ้งจอก!” จินอวี้หยูชี้นิ้วใส่อิงหมิงเรียกนางตะกุกตะกัก
สมแล้วที่เป็นจิ้งจอกแปลงกายร่างสะโอดสะองของหญิงสาวตรงหน้าทุกสัดส่วนล้วนดูเย้ายวนหากแต่ใบหน้าสวยหวานตากลมสดใสน่าทะนุถนอม ปากเล็กๆ จิ้มลิ้มหากขยับพูดคงน่าดูชมแม้กิริยามารยาทจะดูไม่เรียบร้อยกระโดกกระเดก คงเป็นข้ออ้างใช้เหตุผลที่จะให้เครื่องแต่งกายไม่เรียบร้อยเสื้อคลุมตัวนอกตกจากไหล่มนเช่นนี้แน่ๆ นางจิ้งจอกตัวนี้ร้ายนัก“ใช้มารยายั่วยวนท่านจอมมาร วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เองว่าอะไรควรไม่ควร”
จินอวี้หยูหมายจะฟาดฝ่ามือใส่อิงหมิงให้ได้เลือดไม่งั้นคงไม่หายแค้นใจจิ้งจอกน้อยเห็นท่าไม่ดีรีบเปลี่ยนรูปลักษณ์กลับร่างเดิมเป็นจิ้งจอกขนสีขาวกระโดดหลบอีกฝ่ายแต่ครั้งนี้ไม่มีหญิงอีกคนตามมาห้ามแล้วการไล่จับของปีศาจแมงมุมและปีศาจจิ้งจอกทำข้าวของในห้องตกเกลื่อนกลาดสุดท้ายเหมือนจินอวี้หยูจะทนไม่ไหว ไล่จับแบบนี้ไม่มีทางจับได้จิ้งจอกหิมะตัวนี้มากเล่ห์หลบหลีกว่องไว นางถึงเริ่มใช้พลังเข้าช่วยมาแสงสีแดงพุ่งออกจากมือจินอวี้หยูไปที่ร่างจิ้งจอกอิงหมิงที่มองตามเส้นแสงนั้นพุ่งมาหาตัวเองก็พลันกระโดดนับว่าเฉียดฉิวแต่ไม่มีแม้แต่ให้ถอนหายใจคลายความตระหนกนางปีศาจแมงมุมคงจะโมโหมากเสียจริงส่งพลังพุ่งมาทำร้ายจิ้งจอกน้อยไม่ลดละ
“หลบได้หลบไปนางจิ้งจอกแต่อีกไม่นานหรอก” จริงอย่างที่จินอวี้หยูว่าอิงหมิงกระโดดหลบมากเท่าไรก็ยิ่งติดผนังห้อง ไม่นานคงไม่มีที่ให้กระโดดหนีในที่สุดก็มาจนชิดมุมห้องเส้นพลังสีแดงน่ากลัวก็พุ่งมาอีกครั้งไร้หนทางหนีอิงหมิงขดตัวก่อนจะใช้หางคลุมตัวเอาไว้ พลางหลับตาเตรียมรับความเจ็บปวดพอพลังพุ่งมาโดนหางที่ปกคลุมด้วยขนสีขาว ร่างเล็กๆก็เหมือนถูกผลักกระเด็นจนตัวกลิ้งหลุนๆแต่นอกจากเหมือนถูกผลักแล้วอิงหมิงไม่รู้สึกถึงความเจ็บอื่นๆ‘หรือว่าจะเจ็บจนชาไปแล้ว? ’
นางลืมตาขึ้นมองขนหางตัวเองแต่มันยังสีขาวนุ่มเหมือนเดิมไม่มีแม้เลือดสักหยด
อิงหมิงตกใจอยู่ครู่เดียวก็พลันนึกขึ้นได้เวลานี้นางมีปราณที่ได้มาจากจอมมารนี้เมื่อครู่พลังปราณคงป้องกันพลังที่หมายทำร้ายให้กระเด็นออกไป
“มีฤทธิ์ถึงกับกันพลังข้าได้เลยหรือ” จินอวี้หยูกัดฟันพูดอย่างโกรธแค้นไม่คิดว่าจิ้งจอกหางเดียวจะกันพลังนางได้หมดจดเพียงนี้
ปีศาจจิ้งจอกที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปถึงไม่โดนพลังอีกฝ่ายแต่สิ่งที่นางอยากรู้มากกว่าคือหากจะโต้ตอบบ้างต้องทำเช่นไรเป็นฝ่ายรับอย่างเดียวเช่นนี้นางก็ไม่สบอารมณ์เช่นกันทั้งที่ยังไม่รู้เหตุผลเลยด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไปถึงกับต้องลงไม้ลงมือเช่นนี้พอเห็นว่าหญิงสาวหยุดมือกำลังเข็ดเขี้ยวจังหวะนี้อิงหมิงก็จำแลงกายเป็นมนุษย์อีกครั้ง
ครั้งนี้ร่างที่ปรากฏตรงหน้าจินอวี้หยูไม่ใช่หญิงสาวร่างน้อยบอบบางหากเป็นชายหนุ่มร่างสูงใบหน้าสงบนิ่งเย็นชาอาภรณ์สีดำสนิทลายมังกรที่ชายเสื้อตัวนอกเป็นสีเงินงดงามราวกับกำลังเหินฟ้าเหนือเมฆาอยู่
“จะ เจ้า..เจ้า” จินอวี้หยูยิ่งมองก็ยิ่งเก็บอาการไม่อยู่พูดไม่ออกได้แต่เอ่ยคำเดิมซ้ำๆ แม้จะใช้นิ้วชี้ใส่ยังไม่กล้า
“แม่นางบุกเข้ามา ไม่พูดจากันดีๆ ลงไม้ลงมือกับข้าเพราะอะไร?” อิงหมิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มทรงพลังเป็นการพูดแบบจอมมารไม่ผิดเพี้ยนจินอวี้หยูได้ยินก็พลันหน้าแดงห้ามไม่อยู่ทั้งที่รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ท่านจอมมารตัวจริงแต่จิตใจใช่จะห้ามได้หากคนตรงหน้าคือคนที่ตนหลงใหล
“ข้าไม่คุย เจ้าเปลี่ยนร่างกลับเดี๋ยวนี้” จินอวี้หยูเอ่ยพลางก้มหน้างุดแต่ก็ยังมีเหลือบตามองเป็นครั้งคราว
“หากข้าเปลี่ยน แม่นางก็ลงมืออีกน่ะสิ”ใจจริงที่อิงหมิงเลือกแปลงกายเป็นจอมมารเพียงคิดว่าเพราะอีกฝ่ายจะยำเกรงแต่ตอนนี้กลับดูไม่ใช่เพียงยำเกรงแล้ว
“แล้วก็หยุดเรียกข้าว่าแม่นางด้วย” คำเรียกขานนี้จอมมารไม่เคยเรียกจินอวี้หยูมาก่อนและคงไม่มีทางเรียกด้วยแต่พอได้ยินแล้วปีศาจแมงมุมชุดสีชาดก็ไม่ต่างจากเด็กสาวทั่วไปเขินอายจนใบหูขึ้นสีแดงแข่งกับอาภรณ์
“แม่นางไม่ชอบหรือ?” ครั้งนี้อิงหมิงจงใจยั่วเย้าอีกฝ่ายสมัยที่อยู่กับเซี่ยจือจือหลายครั้งอิงหมิงจะถูกอุ้มติดสอยห้อยตามไปเที่ยวเวลาเซี่ยจือจือพบจางเยี่ยนนางจะมีอาการขัดเขินเสมอตอนได้อยู่ใกล้ชายหนุ่มต่อมาอิงหมิงถึงรู้ว่านี่คืออาการที่จะเกิดขึ้นเวลามีใจให้อีกฝ่ายเช่นนั้นคือจินอวี้หยูมีใจให้จอมมาร
“ข้า..” จินอวี้หยูหยุดพูดเพียงเท่านั้นแล้วสะบัดหน้าหนี ไม่อยากพูดต่อล้อต่อเถียงกับนางจิ้งจอกแต่หากจะลงไม้ลงมือก็ทำไม่ลง บัดนี้นางถึงรู้แล้วว่าปีศาจจิ้งจอกมีฤทธิ์ขนาดไหนวรยุทธ์ต่อสู้ไม่มี พลังมารก็ต่ำ แต่ล่อลวงจิตใจเก่งนัก
“ไม่ชอบไม่เป็นไร เช่นนั้นตอบคำถามข้าเรื่องเดียวข้าทำอะไรให้ไม่พอใจถึงมองข้าเป็นอริตั้งแต่วันแรก?”
คล้ายคำถามนี้จะทำให้ปีศาจแมงมุมดึงน้ำโหกลับมาใบหน้าเย่อหยิ่งเหลือบมองอิงหมิงครู่หนึ่งก่อนตวัดตาหนี ถึงยอมเอ่ยตอบ“เพราะเจ้าคือนางจิ้งจอกไงจะมีเหตุผลอะไรอีก ใช้ร่างกายยั่วยวนเสพสมเจ้าไม่คู่ควรกับท่านจอมมารแม้แต่นิด”
“เสพสม?”
“ทำไขสือ” นางได้ยินมาว่าท่านจอมมารมาที่ห้องของนางจิ้งจอกทุกคืนแม้จะรู้อยู่แล้วว่าท่านจงใจจะใช้ปีศาจตนนี้ทำลายแดนสวรรค์แต่ใครจะรู้ว่านางจิ้งจอกมากเล่ห์จะหลอกล่อจอมมารได้เข้าจริงๆ สักวัน“ตอนข้าเข้าห้องมาจ้ายังนอนพลีกายบนเตียงอยู่เลย”
“นอนพลีกาย? นอนไม่ได้หรือก็ข้าเมื่อยนี่ มนุษย์ทำไมใช้ชีวิตยากจริง”เวลานี้จอมมารไม่เหลือภาพลักษณ์สูงส่งเย็นชาอิงหมิงขมวดคิ้วย่นแทบผูกกันได้เอ่ยรำพึงรำพันปากขมุบขมิบเป็นอากัปกิริยาที่ไม่อาจจะพบเห็นได้“ถ้าเช่นนั้นต้องทำเช่นไร?”
“หึ ไม่ต้องมาทำเหนียม รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไร นางจิ้งจอกแพศยา!”
แม้อิงหมิงจะใช้ชีวิตกับมนุษย์มามากกว่าเจ็ดปีแต่ธรรมเนียมหลายอย่างของมนุษย์นางกลับไม่รู้เรื่องอย่างแพศยาคำนี้แม้จะพอรู้ว่าเป็นคำความหมายไม่ดี แต่แบบไหนถึงเรียกหญิงแพศยาที่แน่ๆเซี่ยจือจือก็เป็นคุณหนูที่เพียบพร้อมจะไปหาความหมายนี้อย่างไรหากไม่ได้พบเจอมาก่อน“แต่ข้าไม่ได้ทำกับท่านเสียหน่อย ข้ากินปราณของผู้อื่นไยท่านจึงเดือดร้อน”ว่าจบอิงหมิงก็พ่นลมออกมาดังเฮ้อ แต่ประโยคกรีดกลางใจของจินอวี้หยูเข้าเต็มอักโข
“อ๊าาา” จินอวี้หยูกรีดร้องเสียงดัง นางปัดโต๊ะกลางห้องจนล้มตึง “นางแพศยากล้าโอ้อวดว่าได้เสพสมกับท่านจอมมารต่อหน้าข้าได้อย่างไร เปลี่ยนร่างกลับเดี๋ยวนี้บังอาจลบหลู่ท่านจอมมารถึงขนาดนี้”นางโกรธจนหน้าดำหน้าแดงแต่ไม่อาจตัดใจทำร้ายร่างที่เหมือนท่านจอมมารทุกกระเบียดนิ้วได้ระหว่างที่เสียงแหลมตะโกนลั่นห้องไม่มีใครสังเกตว่าประตูเปิดออกอีกครั้งผู้เป็นร่างแท้จริงก้าวเข้ามามองปราดไปสองร่างที่ยืนประจันหน้ากันแล้วคิ้วกระตุกเล็กน้อย
แต่อิงหมิงไม่ได้รู้เลยว่าร่างที่เหมือนตนเองยิ่งกว่าแฝดตอนนี้มาปรากฏกายแล้วนางจึงยังพูดกับจินอวี้หยูไม่หยุด “กินปราณคือการเสพสมหรือ? มือแตะกัน ปากชนกะ..”
“มาทำอะไรที่นี่” ร่างสูงย่างก้าวงดงามเดินเข้ามาพร้อมคำพูดที่ขัดจังหวะจิ้งจอกน้อยให้หยุดเพียงเท่านั้นไม่รู้ว่าถ้าไม่ขัดจะพูดไปถึงไหนต่อไหนด้านจินอวี้หยูที่รู้ว่าตัวจริงมาปรากฏตรงหน้าก็ก้มหน้าคางเกือบชิดอกก่อนจะย่อตัวทำความเคารพ
“ท่านจอมมาร ข้า..ข้ามาสั่งสอนนางจิ้งจอกเจ้าค่ะ”
“หาใช้หน้าที่เจ้า หากไม่มีส่วนข้องเกี่ยวอย่าได้มาเขตนี้”ไม่ต้องสอบถามความจริงตัวเขาก็รู้ว่าจินอวี้หยูไม่พอใจปีศาจจิ้งจอกมาจากความหึงหวงรู้มาตลอดว่าหัวหน้าเผ่าแมงมุมหลงใหลตนชนิดภักดีถวายชีวิตยอมทำทุกอย่างแต่เรื่องเดียวที่ไม่ใช่คือยอมให้ปีศาจตัวไหนมาเกินหน้าเกินตาแต่ก่อนมาจินอวี้หยูไม่เคยได้รับความเอ็นดูแม้สักนิดถึงจะทำงานมีความดีความชอบเท่าไรหากที่ทนได้ก็เพราะไม่มีใครได้สิ่งนั้นเช่นกันย่อมวางใจ แต่ตอนนี้..
“แต่ท่านจอมมาร..นางจิ้งจอกมากเล่ห์เกรงท่าน..” จะโดนล่อลวงนางไม่กล้าจะเอ่ยจนจบเพียงแต่เหลือบมองไปที่ร่างสูงที่เหมือนกันแต่ไม่รู้ทำไมความงดงามเย็นชาถึงต่างกันจนเป็นคนละคนอิงหมิงที่โดนสายตาเหยียดหยามมองใส่พลันคิดได้ว่าตัวเองอยู่ในร่างจอมมารจึงรีบเปลี่ยนกลับเป็นร่างจิ้งจอกตัวน้อยแล้วกระโจนขึ้นเตียงไปนอนขดตัวทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
“ข้าเป็นใคร ให้เจ้าสั่งสอนได้หรือ ออกไป” แม้จะไม่ใช่น้ำเสียงตวาดด้วยความโมโหแต่ความนิ่งและทุ้มต่ำก็ทำให้หวาดหวั่นได้ไม่ต่างกันฝ่ามือที่กำแน่นของจินอวี้หยูเหงื่อออกจนชื้นทั้งสั่นน้อยๆก่อนหน้าจะย่อตัวทำความเคารพและเดินหายไปจากห้องทั้งที่ยังไม่ได้ทำตามที่ตั้งใจคือสั่งสอนนางจิ้งจอกมากเล่ห์ให้เกิดความเจ็บปวดสักแผลสองแผล
หลังปีศาจแมงมุมออกจากห้องไปร่างสูงก็ก้มลงมองใต้เท้าที่เหยียบหมั่นโถวอยู่ทั้งห้องข้าวของเกลื่อนกลาดเละเทะจินอวี้หยูคงอาละวาดไว้ไม่น้อยแต่ร่างของปีศาจจิ้งจอกไม่มีแผลสักแห่งคงมีความสามารถหลบหลีกได้พอตัว
“ลุกออกมา” เสียงเปี่ยมพลังเอ่ยเรียกให้ก้อนกลุ่มขนเงยหน้าขึ้นมาสายตามองกดมองต่ำจ้องมานิ่งงันแต่ไร้แววโกรธขึ้งอิงหมิงจึงลุกขึ้นยืนกลางเตียงนุ่มแต่ไม่ขยับออกไป ยืนจังก้าอยู่เช่นนั้น
“วี้ดๆๆ” เสียงเล็กๆ บ่นเป็นภาษาจิ้งจอกได้ความหมายว่า ‘กว่าจะมาข้าถ่วงเวลาตั้งนาน’ แต่ให้เป็นจอมมารก็ไม่สามารถฟังภาษาจิ้งจอกเข้าใจได้
“ข้าจะให้ขุนพลเฉินย้ายเจ้าไปที่อื่น”หลังประโยคนี้ของจอมมารจบก้อนขนสีขาวก็กระโดดขึ้นลงบนฟูกอย่างดีใจ‘จะได้ออกจากห้องนี้’ ไม่แน่ว่าจะได้ออกไปเดินเล่นด้วยหรือไม่อิงหมิงกระโจนลงมารีบกลายร่างเป็นเด็กหนุ่มมองร่างสูงด้วยดวงตาที่สดใสตื่นเต้นเสียเต็มประดา
“ข้าจะได้ออกไปข้างนอกด้วยหรือ?” ร่างเด็กหนุ่มสูงโปร่งคุ้นตาคนนี้ไม่เคยปรากฏต่อหน้าจอมมารมาก่อนร่างนี้แม้จะดูอย่างไรก็เป็นคุณชายตระกูลผู้ดีหากแต่มีรูปร่างโปร่งบางอยู่หลายส่วนสูงประมาณปลายคางเขาทั้งเวลานี้ดวงตากลมโตสดใสฉายแววบางอย่างออกมายิ่งดูคุ้นเคย“ท่านจอมมารอนุญาตให้ข้าเดินเล่นข้างนอกด้วยหรือไม่?” น้ำเสียงใสไม่ปิดบังความตื่นเต้น
“....”หากแต่ร่างในอาภรณ์สีนิลกลับเงียบสงบดวงตาดูเหม่อลอยชั่วครู่ก่อนมามองจ้องร่างเล็กตรงหน้า
“ท่านจอมมาร?” นางเอียงคอไปมารอคอยคำตอบ “ข้าไปได้ไหม?”
“หุบปาก” ร่างสูงสั่งออกมาไม่มีปี่มีขลุ่ยอิงหมิงผงะนิ่งไป“เจ้ากำลังใช้เล่ห์ล่อลวงข้าอยู่งั้นรึ?”
เขาไม่ชอบไม่ใช่ไม่ชอบรูปลักษณ์คนตรงหน้า แต่ไม่ชอบที่รูปลักษณ์ตรงหน้าถูกใช้มาล่อลวงเขาไม่รู้ว่าปีศาจจิ้งจอกมีความสามารถอ่านใจหรือไม่ถึงแม้รูปลักษณ์จะไม่ตรงทุกกระเบียดนิ้วแต่หากทำให้คิดถึงได้แม้เพียงเห็นผ่านๆชั่วครู่
เมื่อร่างสูงผู้ทรงอำนาจแสดงท่าทางคล้ายไม่พอใจนางอิงหมิงพลันรู้สึกว่าตัวหดเล็กลงทั้งที่ยังไม่เปลี่ยนกายกลับ “ข้า..ข้าทำอะไรผิดหรือ?” เสียงนางเอ่ยถามเบาเกรงจะทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจแต่เขากลับนิ่งเงียบไปอีกครั้งไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาสักคำยิ่งทำให้อิงหมิงร้อนใจคิดไปต่างๆนานา
หรือว่าจะเพราะตนขอออกไปเดินเล่นกันนะแต่ก็เป็นเขาบอกให้นางออกจากห้องได้ก่อนนะ หรือว่าเป็นเพราะท่าทางที่ไม่เคารพนพนอบแต่ว่าก่อนหน้านี้นางก็มีกิริยาเช่นนี้อยู่แล้ว เหมือนจอมมารจะไม่พอใจหลังจากนางเปลี่ยนร่างเป็นเด็กหนุ่มคนนี้
“ท่านไม่ชอบร่างผู้ชายข้าหรือ?” อิงหมิงทำใจกล้าเอ่ยถามออกไปอีกครั้ง“งั้นข้าเปลี่ยนให้ก็ได้”ว่าจบร่างเด็กหนุ่มโปร่งบางก็หดเล็กลงอีกเป็นหญิงสาวแต่ยังคงเค้าโครงเดิมไว้ร่างหญิงสาวที่สูงเพียงอกเงยหน้าขึ้นมองจอมมาร ดูว่าตนทำอะไรผิดอีกหรือไม่
หากว่าร่างเมื่อครู่ว่าคล้ายแล้วร่างปัจจุบันยิ่งคล้ายกว่าเดิมแต่อาจจะมีความสวยสะพรั่งของหญิงสาวมากกว่าตามลักษณะพลังแฝงมาจากการเป็นปีศาจจิ้งจอก
“เจ้าจิ้งจอก อย่าบังอาจใช้เล่ห์ล่อลวงข้า!”ร่างสูงยกนิ้วดันปลายคางมนของอิงหมิงขึ้น สองสายตาสบประสานกันหนึ่งสงบนิ่งหนึ่งร้อนใจแต่แววตากลมตาสดใสที่สบกลับมาไม่ได้มีแววเจ้าเล่ห์แม้แต่น้อยยิ่งมองยิ่งห้ามใจไม่ให้คิดถึงคนที่จากไปไม่ได้
“ข้าไม่เคยคิดล่อลวงท่านข้าล้วนทำตามข้อตกลงเพียงแค่ก็อยากออกไปนอกห้องบ้าง”ริมฝีปากบางเอื้อนเอ่ยขยับอย่างน่าเอ็นดูความใกล้ชิดที่ก่อเกิดหาไม่ได้บ่อยเพราะจอมมารนั้นไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ชิดเช่นนี้ทั้งร่างตรงหน้ามีรูปลักษณ์ของคนที่ตราตรึงในใจเพิ่มความเย้ายวนเข้าไปเขาก็เกิดความปรารถนาขึ้นอย่างไม่เคยเป็น
ร่างสูงก้มตัวลดลงมาแล้วประกบริมฝีปากที่พึ่งหยุดขยับไปเขากดปากเข้าไปอยากโหยหาทั้งดึงร่างเล็กมาแนบกายไร้ช่องว่างอิงหมิงไม่ทันได้ตั้งตัวปราณที่ได้รับมาก็ไหลผ่านสองกายอิงแอบกันความรู้สึกตัวเบาจนจะลอยได้จนนางเผลอครางออกมาไม่รู้ตัว
แม้แต่เสียงหวานที่ส่งออกมายังคล้ายแทบเป็นเสียงเดียวกันจอมมารพลันขาดสติ