เช้าวันจันทร์ เมฆครึ้มยังไม่ทันสลาย ความวุ่นวายในออฟฟิศก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
ปลายฝนก้าวเข้าออฟฟิศอย่างเชื่องช้า หย่อนตัวลงที่โต๊ะบัญชี เหมือนทุกเช้าวันทำงาน
แต่ครั้งนี้...เธอหันไปเจอรอยยิ้มเ้าเล่ห์ของพีท ก่อนจะโบกมือทักทาย
“กินกาแฟก่อนยัง?”
เขาสอดแก้วกาแฟดำยกสูงขึ้นด้วยสายตาแบบกวน ๆ แต่เต็มไปด้วยความห่วงใย ปลายฝนได้แต่ยิ้มตอบแล้วรับแก้วมา มือเธอเย็นเล็กน้อยเพราะกาแฟยังร้อนอยู่
ตลอดเช้า พีทยังมาปล่อย “มุกน้ำเน่า” ให้ปลายฝนหัวเราะอยู่เรื่อย ๆ ั้แ่เดินเข้าออฟฟิศ หยิบปากกาหาย-ไฟล์บัญชีสะดุดสาย-จนปลายฝน เริ่มสงสัยว่าทำไมเขาถึงสนใจเธอขนาดนี้ แต่ทุกครั้งที่สายตาของพีทจับจ้องมา มันไม่ใช่สายตาคนแค่หยอกล้อ
มันเป็ความอ่อนโยนที่ทำให้หัวใจปลายฝนพองโตขึ้นนิด ๆ
่พักเที่ยง
ปลายฝนยังลังเลว่าจะรับชวนไปกินข้าวกับแผนกหรือไม่
“พี่พีท...วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหม?”
เขาหยุดยืนก้มหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเงยขึ้นมามองด้วยแววตาจริงจัง
“ไปสิ ไปด้วยกันนะ ปลายฝนไม่ต้องไปหาที่อื่น เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”
ในร้านข้าวเล็ก ๆ ใกล้ออฟฟิศ พีทสั่งเมนูโปรดของปลายฝนอย่างแม่นยำ แกงส้มผักรวมมีปลากรอบทอดกรุบ ๆ ตักเข้าปากทีไร ปลายฝนยิ้มทุกที “รู้ได้ไงว่าชอบแกงส้ม?”
พีทยักไหล่ “สมองคนหล่อแบบพี่มันวิเคราะห์เก่ง”
ปลายฝนหัวเราะแห้ง ๆ แต่ในใจก็อบอุ่น นี่คือครั้งแรกที่เขาจดจำรสนิยมเธอได้ ครบถ้วน
บ่ายแก่
เสียงโทรศัพท์ในห้องพีทดังขึ้น เขากครับด้วยเสียงนิ่ง
“อืม...เดี๋ยวผมไปเลย”
เขาวางหู เงยหน้ามามองปลายฝน “มีธุระด่วนขอลางานครึ่งวันนะ”
ปลายฝนรู้สึกผิดแปลก แต่ก็พยักหน้า “ได้ค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะ”
พีทรวบรวมข้าวของในกระเป๋า จากนั้นก็รีบเดินออกไป
แต่ก่อนออกประตู เขาหยุด แล้วหันมามองปลายฝน “ปลายฝน...วันนี้ ถ้าจะยังไง ติดต่อผมได้ตลอดนะ” ข้อมือทั้งสองข้างถูกจับด้วยมือใหญ่ทั้งสองข้าง ความรู้สึกอื่น ๆ พุ่งหัวใจปลายฝนอีกครั้งก่อนที่เขาจะผลักตัวเองหมุนตัวเดินจากไป
หลังเวลาเลิกงาน
ปลายฝนมองภาพเงาเร่งฝีเท้าของพีทที่วิ่งออกจากออฟฟิศ ฝนปรอยเบา ๆ ราวกับโลกกำลังส่งเสียงเรียกให้เธอตาม แต่ปลายฝนััได้...ความกังวลบางอย่างในใจ เกิดคำถามเลือนรางขึ้นมาในหัว
“เื่ด่วนขนาดไหน ทำไมพี่พีทต้องรีบ?”
ปลายฝนปิดคอม หยิบรมออกจากใต้โต๊ะ
ปลายฝนในยามเย็นทำให้คนเหงาได้คิดมาก เธอตัดสินใจดีดตัวเองเดินตามออกไปยังที่จอดรถ แล้วเื่ราวก็เพิ่งจะเริ่มต้น...