“ก๊อกๆๆก๊อกๆๆ”
“ครับๆมาแล้วๆ”
“ได้เวลาตื่นนอนแล้วเ้าค่ะท่านซาชิดิฉันต้องขออนุญาตทำความสะอาดร่างกายและเปลี่ยนเครื่องสวมใส่ของท่านด้วยเ้าค่ะ”
“คือว่านะไมนด์วันนี้ขอไม่ถอดกางเกงได้ไหม ตรงนั้นผมขอทำเองแล้วกัน…นะ”
“เอ๋!...ท่านรังเกียจดิฉันแล้วหรือเ้าคะ?”
“ไม่ๆๆไม่ใช่อย่างนั้น คือผมก็อายเป็นะ” ถึงจะบอกแบบนี้แต่ไมนด์ก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้
“แล้วอีกอย่างผมขอชุดที่จะเปลี่ยนวันนี้เลยได้หรือเปล่า? ผมจะลองอะไรสักหน่อย”
“ออ...ได้เ้าค่ะ”ท่าทางของไมนด์แย่กว่าเดิมอีก
ถึงจะตอบแบบนี้แต่เธอดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัดสาวใช้ที่ถูกปฏิเสธให้ทำงานคงจะรู้สึกแย่สินะ คงจะต้องวานให้ทำอย่างอื่นแล้วสิ
“ไมนด์วันนี้ช่วยหาผลไม้อร่อยๆ ให้ผมทานอีกได้ไหม?”
“วันนี้...ได้เลยเ้าค่ะ!!”
เธอเริ่มมีสีหน้าดีใจออกมาทำให้เข้าใจเธอขึ้นมานิดหนึ่งแล้วสิทั้งที่เมื่อวานยังบอกว่าตัวเองไม่มีความรู้สึกแท้ๆ
หลังจากทำความสะอาดร่างกายแล้วผมจึงเก็บเครื่องสวมใส่ชุดใหม่เข้าไปใน [ไอเทมบ็อกซ์] แล้วลองเปลี่ยนชุดโดยการเลือกจากช่อง [ไอเทมบ็อกซ์]และมันก็ใช้ได้จริงๆ เหมือนเวลาผมสวมใส่อุปกรณ์เวลาเล่นเกมของคุณพ่อและผมก็ส่งเครื่องสวมใส่ชุดเก่าให้กับไมนด์
“วันนี้ท่านซาชิจะทำอะไรหลังจากทานอาหารเช้าแล้วหรือเ้าคะ?”
“วันนี้จะเริ่มฝึกแล้วละผมคงต้องฝากไมนด์ช่วยให้คำแนะนำผมด้วยนะ”
“จะดีหรือเ้าคะ? ดิฉันไม่มีความสามารถด้านการต่อสู้เลยเพราะคนอย่างดิฉันที่แม้แต่จะเข้าเผ่าอันเดดก็ยังมิได้จะมีประโยชน์แก่ท่านได้อย่างไรเ้าคะ?”
“มีสิเพราะผมไม่ค่อยรู้เื่ของที่นี่เลย ไมนด์ที่อาศัยอยู่ที่นี่ต้องรู้ดีกว่าผมอยู่แล้วแต่...ผมเพิ่งจะรู้ว่าไมนด์ไม่ได้อยู่ในเผ่าอันเดด ทำไมเหรอ? พอจะเล่าให้ฟังได้หรือเปล่า?”
“เพราะดิฉันไม่มีความสามารถที่ใช้ต่อสู้ได้เ้าค่ะอันเดดจะเน้นเื่การต่อสู้ประชิดตัว และไม่นิยมใช้เวทมนต์ เนื่องจากกายเนื้อของมนุษย์ที่ไร้ซึ่งความเ็ปจึงทำให้สามารถใช้แรงได้อย่างมหาสารเ้าค่ะหากไม่มีความสามารถที่ใช้ในการต่อสู้ได้ ก็ไม่สามารถเข้าเผ่าอันเดดและไม่สามารถรับชื่อได้หรอกเ้าค่ะ”
คงจะเหมือนในหนังซอมบี้ที่บอกว่าสมองคนเรามีลิมิตทำให้ใช้แรงกายได้แค่30-50 เปอร์เซ็นต์ แต่พอตายไปเป็ซอมบี้เลยใช้แรงกายได้100 เปอร์เซ็นต์สินะ คงไม่ต้องสงสัยแล้วว่าทำไมผมถึงสู้แรงของเธอไม่ได้แล้วเื่ชื่อของเธอ...
“ชื่อ...เกี่ยวกับการเข้าเผ่าด้วยเหรอ?”
“เ้าค่ะหากมิได้เข้าเผ่าก็ไม่สามารถเข้าพิธีสร้างตราประทับิญญาและรับชื่อได้ หากไร้ซึ่งขั้นตอนนั้นสิ่งมีชีวิตบนพิภพนี้ก็จะอ่อนแอ ไม่สามารถใช้ความสามารถใดๆ ได้เ้าค่ะ”
ไมนด์เล่าเื่นี้ไปพร้อมสายตาที่ดูเศร้าสร้อยเธอคงลำบากมากเลยสินะ
“ที่ดิฉันไม่ถูกคนในเผ่าอันเดดยอมรับนั้นก็เพราะดิฉันไม่มีความสามารถที่พวกเขา้าดิฉันเกิดมาพร้อมกับทักษะ [คนครัว] กับ [ค้นพบ] จึงได้ถูกบอกว่าไม่มีประโยชน์เ้าค่ะ”
“ก็เป็ความสามารถที่ดีนี่น่า[คนครัว] ก็ทำอาหารได้ ส่วน [ค้นพบ] ก็ใช้ในการตรวจหากับดักก็ได้สำคัญมากเลยนะสำหรับการทำงานเป็ทีม”
“ไม่เป็เช่นนั้นหรอกเ้าค่ะท่านก็เห็นอาหารของที่นี่แล้ว ปีศาจจะชอบทานของสดมากกว่า นั่นก็คือไม่จำเป็ต้องปรุง[คนครัว] ของดิฉันจึงไม่พัฒนา ส่วน [ค้นพบ] นั้น ปีศาจไม่ใช้กันหรอกเ้าค่ะเพราะปีศาจจะใช้วิธีให้ทหารระดับต่ำไปล่อกับดักก่อนเพื่อให้กับดักทำงานให้หมดจึงไม่จำเป็ต้องใช้ [ค้นพบ] ทุกวันนี้ดิฉันใช้ [ค้นพบ] ในการหาของให้กับคนในปราสาทเท่านั้นเ้าค่ะ”
“สมกับเป็ปีศาจเลยแฮะแล้วชื่อของไมนด์ได้มายังไงเหรอ?”
“ชื่อไมนด์นี้ท่านโซบ๊อปเป็คนตั้งให้ ท่านโซบ๊อปจึงเปรียบเสมือนพ่อของดิฉันเลยเ้าค่ะ ท่านเป็ผู้ที่ยื่นมือมาจากเงามืดใน่ที่ไม่มีใครเหลียวแลและโดดเดี่ยว เป็่เวลาที่ดิฉันไม่มีทางลืมเลยเ้าค่ะ”
ถึงจะเป็ปีศาจก็กลัวที่จะโดดเดี่ยวสินะ เื่นี้ผมพอจะเข้าใจแต่เื่ที่ยืนมือจากเงามืดนั่นมันอะไรกัน!?
“ดิฉันขอตัวไปตามท่านโซบ๊อปก่อนใกล้จะถึงเวลาอาหารเช้าแล้วเ้าค่ะ”
“ฝากด้วยนะแล้วผมจะรอ” เธอก็เดินออกประตูไปเช่นเคย เฮ้อ! อยากทานอาหารจริงๆ บ้างจัง!
[-]
“วันนี้เ้าจะเริ่มไปฝึกแล้วสินะแล้วเลือกอาวุธของท่านหรือยัง? ถ้ายังไม่ได้ตัดสินใจที่ข้างสนามฝึกมีอาวุธให้เลือกอยู่ ถึงจะไม่ค่อยดีเท่าไรแต่ก็พอจะใช้แก้ขัดได้บ้าง”
“แบบนั้นก็ดีเลยสิครับ!! เอาแบบนั้นแล้วกัน”
“ถ้าอย่างนั้นข้าคงไม่ต้องเป็ห่วงท่านแล้วสินะวันนี้ข้าจะให้ไมนด์ติดตามท่านไปด้วยทั้งวันแล้วกันเพราะตัวข้าเองถึงจะเป็ผู้รับผิดชอบท่านใน่นี้ แต่ก็ไม่ได้มีเวลามากพอที่จะไปไหนมาไหนกับท่านได้ทั้งวันข้าต้องขออภัยจริงๆ”
“ไม่มีปัญหาครับยังไงเื่แบบนี้ผมต้องเผชิญหน้าด้วยตัวเองอยู่แล้ว”
ผมก็เริ่มจัดการกับผลไม้ที่อยู่ตรงหน้าแม้ปู่บ๊อปจะทานหนอนอยู่ข้างหน้าผมก็ตาม ผมก็ไม่รู้สึกแย่เหมือนเมื่อวานแล้วสงสัยผมคงจะชินแล้วสิเนี่ย!
[-]
หลังจากทานอาหารเช้าแล้ว ผมกับไมนด์ก็แยกจากปู่บ๊อปไปที่สนามฝึกระหว่างที่เดินไปตามทางเดินที่ทำจากหิน แม้บรรยากาศจะดูมืดมนแต่ก็ไม่ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด กลับทำให้รู้สึกสดชื่นเหมือนเช้าวันใหม่ด้วยซ้ำไม่นานก็พ้นทางเดินที่มืดมนมาพบกับลานกว้างที่เต็มไปด้วยปีศาจ
“ท้องฟ้าสีม่วง! กับปีศาจทั้งนั้นเลย”
“เ้าค่ะที่ท้องฟ้าเป็สีม่วงเพราะไอปีศาจที่ลอยออกมาจากพื้นดิน ถ้าไม่มีท้องฟ้าสีม่วงนี้ปีศาจอย่างพวกเราจะคงอยู่ไม่ได้เ้าค่ะ”
“อย่างงั้นเหรอแล้ววันนี้ที่สนามฝึกมีใครใช้งานอยู่หรือเปล่า?”
“เ้าค่ะวันนี้จะมีสเกเลตันเกิดใหม่กับสเกเลตันที่ยังไม่ถึงคลาส I ใช้งานอยู่เ้าค่ะ”
“คราสI คือเลเวลยังไม่ถึง10 สินะ แล้วเขาใช้วิธีฝึกกันแบบไหน? ไมนด์พอจะรู้ไหม?”
“อีกเดี๋ยวท่านก็จะได้เห็นด้วยตัวของท่านเองแล้วเ้าค่ะ”
หลังจากที่เดินจนสุดทางเดินของปราสาทก็ได้เห็นพื้นที่โล่งที่มีลูกแก้วคล้ายกับลูกแก้วพยากรณ์ พร้อมทั้งโครงกระดูกวิ่งไปมาประมาณสามสิบคนมีนักเวทอยู่อีกด้านหนึ่งของสนามอีกสี่คน เหมือนกับการใช้คนสามสิบคนรุมคนสี่คนเลย
“วันนี้มีสเกเลตันคลาสI อยู่สามสิบสองคนคงมีไม่ถึงห้าคนที่ได้เลื่อนขึ้นเป็คลาส H หรอกเ้าค่ะ”
“แล้วนักเวทที่อยู่ทางนั้นล่ะ?”
“เป็ผู้ใช้เวทอัญเชิญเ้าค่ะพวกเขาจะใช้เวทอัญเชิญ อัญเชิญมอนสเตอร์เลเวลต่ำออกมาสู้กับพวกเขาเพื่อฝึกต่อสู้เ้าค่ะจนกว่าจะขึ้นคลาส H พวกเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้เป็ทหารและออกไปต่อสู้ภายนอกเขตเมืองได้เ้าค่ะ”
“แล้วลูกแก้วที่วางอยู่บนฐานหินข้างหลังสนามฝึกละ?”
“เป็ลูกแก้วพยากรณ์จำลองเ้าค่ะใช้ตรวจสอบคลาสว่าอยู่คลาสไหนแล้วเท่านั้นเ้าค่ะ”
จะว่าไปก็ดูสะดวกดีเพราะฝึกไปแล้วตรวจสอบไปได้ด้วยว่าตัวเองอยู่คลาสไหน จะได้ไม่เสียเวลาไปกลับที่โบสถ์มึดๆนั่นบ่อยๆ แต่เท่าที่เห็น ทุกคนดูชุลมุนวุ่นวายในการต่อสู้จนผมไม่มีกะจิตกะใจเข้าไปร่วมด้วยเลย
“ไมนด์!...รู้จักวิธีที่ไม่ต้องฝึก แต่เพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองได้บ้างหรือเปล่า”ผมแค่ลองถามเล่นๆ เผื่อว่าจะมีวิธีที่ไม่ต้องเข้าไปตะลุมบอนกับพวกนั้นก็เท่านั้น
“มีเ้าค่ะเรียกว่าการ ‘ภาวนาดูดกลืนไอปีศาจ’ เป็การทำสมาธิเพื่อฝึกให้ร่างกายสามารถดูดกลืนพลังงานที่ได้จากไอปีศาจมากๆเ้าค่ะ เพราะสำหรับปีศาจ ไอปีศาจสามารถทำได้หลายอย่าง เช่นรักษาาแและเพิ่มกำลังกายความรู้สึกด้านลบของสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่นความโกรธ เกียจ เศร้า เสียใจ ก็ใช้ได้นะเ้าคะจึงมีประโยชน์มากใน่า หากท่านใช้วิธีการภาวนาก็จะทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างถาวรเช่นเดียวกับการฝึกเลยเ้าค่ะ”
“งั้นเหรอแล้วปีศาจใช้การภาวนาบ้างไหม?”
“ไม่ทำกันหรอกเ้าค่ะเพราะมันยุ่งยาก ปีศาจมีแต่พวกที่มีความอดทนต่ำทั้งนั้นเ้าค่ะ”
“ฮะๆนั่นสินะ” ถึงจะลองถามเล่นๆ แต่ก็มีวิธีสินะ ส่วนเื่ที่ปีศาจไม่ทำวิธีนี้กันก็พอเข้าใจอยู่หรอกก็เพราะมีแต่พวกอารมณ์ร้อนทั้งนั้นเลยนี่น่า เอาไว้ค่อยลองทำดูก่อนนอนดีกว่า
หลังจากนั้นผมเลยตรวจสอบ [รายการทักษะ]ที่ใช้ต่อสู้ได้สักหน่อยแล้วกัน
[ดาบ: เงื่อนไข Lv.8]
[โล่: เงื่อนไขLv.8]
[มีด: เงื่อนไข Lv.8]
[หอก: เงื่อนไข Lv.8]
[ธนู: เงื่อนไข Lv.8]
[เพิ่มเติม]
มีเยอะเหมือนกันแฮะ ทักษะที่ใช้ได้ แต่พอดูดีๆ แล้วมันไม่ใช่ทักษะที่ใช้ต่อสู้แต่เป็ทักษะที่สามารถใช้อาวุธต่างๆ ได้สินะ เฮ้อ! นึกว่าพอถืออาวุธแล้วเราจะใช้ท่าไม้ตายได้เลยซะอีกแต่เงื่อนไขที่จะต้องมีจะเลเวล 8 ทำให้รู้เลยว่าทำไมพวกสเกเลตันที่กำลังฝึกอยู่พวกนั้นถึงได้ดูไม่ได้เื่ซะจริงๆต่อไปก็ขออีกนิด ขอตรวจสอบมอนสเตอร์ที่ใช้ฝึกด้วย [ประเมิน]หน่อยแล้วกัน
[สไลม์พิษ: Lv.2]
[ผลพิเศษ: ติดพิษ ระดับ 1]
[สไลม์คำสาป: Lv.4
[ผลพิเศษ: คำสาป ระดับ 1]
[ค้างคาวปีศาจ: Lv.6]
[ผลพิเศษ: ถูกดูดพลังชีวิต ระดับ 1]
[หมูป่าดำ: Lv.8
[ผลพิเศษ: -]
สมกับเป็มอนสเตอร์ในแดนปีศาจ มีผลพิเศษที่จัดการยากั้แ่ต้นแบบนี้ คงต้องจริงจังกันหน่อยแล้วแต่ก็ยังติดปัญหาอยู่อย่างหนึ่งคือผมยังไม่สามารถใช้อาวุธอะไรได้เลยสงสัยคงต้องใช้ไม้ไปตีมันก่อนแล้วสิ
“จะเริ่มแล้วหรือเ้าคะ?”
“ใช่ว่าจะลองไปจัดการสไลม์พิษก่อน เพราะเลเวลน้อยที่สุด และยังต้องหาอาวุธที่โจมตีห่างๆได้ด้วย ไม่อย่างนั้นคงจะโดนพิษเข้าแน่ๆ” ไมนด์มองผมแบบไม่เข้าใจ
ผมเดินไปที่ชั้นวางอาวุธสำหรับทหารฝึกหัดที่มีอยู่มากมายด้านข้างสนามฝึกกลับมีแต่อาวุธที่ชำรุดกองเป็ูเา แล้วแบบนี้จะเอาไปต่อสู้ได้ยังไงผมมองพลางถอนหายใจ พร้อมกับมองเหล่าสเกเลตันเกิดใหม่ที่สู้อย่างเอาเป็เอาตายด้วยอาวุธที่ชำรุดแบบนั้น
หลังจากปลงกับอาวุธยอดแย่แล้วผมก็เดินตามหาอาวุธที่เหมาะกับผม และไปเจอเข้ากับหอกพังๆ ที่วางอยู่กับพื้นไร้คนสนใจหอกสีขาวมีลวดลายสีส้มที่สภาพเหมือนจะหักครึ่ง แต่ความยาวที่เหลือนี้ดูเหมาะกับผมเหลือเกินและมีคมหอกที่ยังพอใช้ได้ ผมจึงใช้ [ประเมิน] ตรวจสอบหอกนี้ทันที
[หอกไฟที่หักครึ่ง: อาวุธระดับ 2]
[เงื่อนไข: Lv.8/ทักษะ [หอก]]
[ผลพิเศษ: โจมตี+10/ธาตุไฟ(ต่ำ)]
น่าสนใจ ผมคิดแบบนั้นและลองยกมันขึ้นมา ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดว่าถ้าใช้โดยที่ไม่มีทักษะ[หอก] จะเป็อย่างไร
“หนักมาก!!”
“ท่านซาชิจะใช้หอกชำรุดนั่นหรือเ้าคะ? ถ้าไม่มีทักษะก็จะเกิดการต่อต้านจากอาวุธและไม่สามารถใช้อาวุธได้นะเ้าคะ!”
“ผมว่าหอกอันนี้เหมาะกับผมนะขอแค่ได้เพิ่มเลเวลอีกหน่อย แต่มันก็หนักจริงๆ ใเลยแฮะ”
ผมเปลี่ยนวิธียกเป็การลากหอกหนักๆนั่นออกมาแทน
“ท่านแน่ใจหรือเ้าคะแต่แบบนั้น!?”
“ไม่ต้องห่วงผมมีวิธี”
ผมยิ้มให้กับไมนด์และลากหอกนั้นออกมาบริเวณที่สไลม์พิษอยู่ยังโชคดีที่สไลม์พิษไม่ใช่มอนสเตอร์ที่จะโจมตีก่อน ผมจึงมีเวลายืนจ้องมันตั้งหอกขึ้นกับพื้น ใช้เวลาเล็งเล็กน้อย และปล่อยหอกให้ล้มลงไป
ตุ๊บ!! แกร่งๆ
สไลม์พิษที่โดนหอกทับแตกสลายไปทันทีพร้อมกับมีเสียงเหมือนกับเหรียญตกผมจึงตรวจสอบในไอเทมบ็อกซ์ก็มีไอเทมอยู่สองชิ้นคือ [เศษศิลาเวท] และ [เมือกสไลม์] เก็บดรอปไอเทมอัตโนมัติแบบนี้มันสะดวกดีจริงๆถึงแม้วิธีสู้ของผมจะแปลกๆก็เถอะ
ผมใช้เวลาจัดการสไลม์พิษกับสไลม์คำสาปอยู่หลายสิบตัวจนตอนนี้ผมแน่ใจว่าผมเป็เป้าสายตาของเหล่าสเกเลตันที่สู้กับสไลม์คำสาปไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกที่แปลกใหม่ เพราะการที่ถูกโครงกระดูกจ้องมันน่าขนลุกจริงๆ