หลังจากอาบน้ำแต่งตัวด้วยยูนิฟอร์มพ่อบ้านประจำคฤหาสน์เรียบร้อยแล้ว ลัคกี้ก็เดินทางไปที่ห้องครัวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องพักมากนักเพื่อรับประทานอาหารเช้า
" ไงเซน " ลัคกี้ทักแซมที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
" ไง " เซนตอบรับและพยักหน้าเป็เชิงบอกให้ลงมือทานอาหารได้แล้ว
เซนเป็ชายหนุ่มอายุ 24 ปี ห่างกับลัคกี้เพียง 2 ปีเท่านั้น แต่มีส่วนสูงเท่ากันกับเขาที่สูง 172 เิเตามมาตรฐานส่วนสูงของผู้ชายประเทศ T เซนบอกเขาว่าตนเป็คนเมือง A แต่อยู่แถบชนบท พึ่งเข้ามาทำงานที่นี่ได้ไม่นานและไม่ค่อยสุงสิงกับใครเพราะทุกคนมีคนที่สนิทด้วยกันอยู่หมดแล้ว พอเห็นลัคกี้ที่เข้ามาทำงานใหม่บวกกับใบหน้าที่ไม่ว่าใครได้เห็นก็พูดเป็เสียงเดียวกันว่าน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนหมาโกลเด้นที่อ้อนขอให้เล่นด้วยตลอดเวลาจึงยอมมาสนิทด้วย
เซนมีใบหน้าที่เล็กและหวาน คิ้วสวยปากบางผิวขาวจัดแก้มอมชมพูธรรมชาติ เซนมีส่วนสูงเท่าเขาแต่ตัวบางกว่าเขาเล็กน้อย ถ้าเซนเป็ตัวละครในนิยายคงอยู่ตำแหน่งนายเอกได้สบายเพราะจัดว่าเป็ผู้ชายที่มีใบหน้าสวยและหุ่นดีตามคุณสมบัตินายเอกในหลาย ๆ เื่
ลัคกี้คิดว่าขนาดเซนที่ไม่เคยถูกกล่าวถึงในนิยายยังหน้าตาดีขนาดนี้ แล้วนายเอกอย่างมิราจะหน้าตาดีขนาดไหน แต่จนถึงวันนี้ลัคกี้ก็ยังไม่เคยเจอกับเหล่าตัวละครในนิยายเลยสักคน อาจเป็เพราะเขาได้รับหน้าที่ทำงานที่หลังบ้านเป็ส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยได้ไปที่ไหนนอกจากวนเวียนอยู่แถวนี้ ไม่แปลกที่จะไม่ได้เจอ
ปกติลัคกี้และเซนจะมาทานอาหารพร้อมกันอยู่โรงครัวสำหรับพ่อบ้าน หลังจากนั้นเขาจึงจะแยกกับเซนไปสอบถามงานจากพ่อบ้านคนอื่น ๆ เนื่องจากงานทุกงาน ทุกตำแหน่งมีเ้าของหมดแล้ว หน้าที่ของเขาจึงมีแค่ช่วยงานตามที่คนอื่นบอกเท่านั้น ส่วนงานของเซนคือออกไปจ่ายตลาดตอนเช้ามืดกับหัวหน้าแม่ครัวและเป็ลูกมือทำอาหาร เขาที่ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการสั่งอาหารจากแอปพลิเคชันและซื้ออาหารแช่แข็งมาตุนไว้ในตู้แช่ขอลาออกจากการช่วยงานนี้ั้แ่วันแรกที่เซนบอกให้ช่วยแล้ว
" เออลัค เมื่อกี้หัวหน้าแม่บ้านเธอเดินมาบอกว่าให้พวกเราเตรียมตัวไปคัดเลือกเป็พ่อบ้านส่วนตัวของนายท่านว่ะ " หลังจากที่พวกเราเริ่มลงมือทานอาหารไปสักพักจู่ ๆ เซนก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยด้วยน้ำเสียงที่เป็กังวล
"แค่ก แค่ก อึก " ลัคกี้เมื่อได้ฟังดังนั้นก็เกิดสำลักอาหารที่กำลังทานเข้าไปออกมา ตอนนี้มากกว่าความรู้สึกแสบคอจนน้ำตาไหล ก็คือความกลัวที่จะได้พบหน้ากับคนที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมากที่สุด
" มะ...เมื่อกี้ นายว่าอะไรนะ " หลังจากคว้าน้ำแถวนั้นมาดื่มแล้วลัคกี้จึงเอ่ยถามเื่ที่ได้ยินเมื่อกี้อีกครั้งด้วยเสียงที่เบาราวกับกำลังกระซิบ
" ฉันบอกว่า เราทั้งคู่เป็หนึ่งในคนที่จะได้ไปคัดเลือกเป็พ่อบ้านประจำตัวของนายท่าน " เซนเห็นเพื่อนพูดเสียงเบาจึงดึงคอเพื่อนมาใกล้ ๆ และกระซิบบอก หากแต่ชัดถ้อยชัดคำในความรู้สึกของลัคกี้เป็อย่างมาก
" ทะ...ทำไมอะ เราพึ่งเข้ามาทำงานไม่นานเองนะ ทำไมถึงเป็พวกเรา " ใบหน้าที่ปกติใคร ๆ ก็บอกว่าดูเป็มิตรของลัคกี้ตอนนี้กลายเป็สีซีด ตาสีน้ำตาลอ่อนเบิกกว้างราวกับพึ่งได้ยินเื่น่าะเืใจที่สุดในชีวิตมา
" ฉันก็ไม่รู้ ฉันเข้าใจนายนะเว้ย ฉันก็กลัวเหมือนกัน จากที่เคยได้ยินข่าวมานายท่านน่ากลัวสุด ๆ ไปเลยนี่ เราจะเอายังไงดี " เซนเองก็ใไม่ต่างกัน ไม่มีใครอยากไปทำงานด้วยกันกับนายท่านหรอก แถมยังเป็ตำแหน่งพ่อบ้าน'ส่วนตัว'อีก ซึ่งหมายความว่าจะต้องอยู่กับอีกฝ่ายเกือบ24ชั่วโมง ไม่แปลกที่เพื่อนใหม่ของเขาคนนี้จะใ ขนาดเขาที่ได้ยินจากปากคุณหัวหน้าแม่บ้านยังอ้าปากค้างอยู่นานจนเธอบอกให้หุบปากลงเลย
ลัคกี้ที่เหมือนกับสติหลุดไปแล้วในสายตาคนนอกกำลังประมวณผลนึกถึงเนื้อเื่ในนิยายว่ามีการกล่าวถึงเื่นี้บ้างหรือไม่ ซึ่งในเนื้อเื่มีอยู่บรรทัดหนึ่งที่ทักษกรถามหัวหน้าพ่อบ้านว่าคุณพ่อของตนไปไหนแล้วพ่อบ้านก็ตอบกลับมาว่า นายท่านกำลังคัดเลือกพ่อบ้านส่วนตัวอยู่ครับคุณชาย แค่นี้ มีบรรทัดเดียว และเื่ก็ไม่ได้กล่าวถึงอีกเลยว่าคนที่ได้รับการคัดเลือกคือใคร แน่ล่ะ ก็คุณพ่อเป็แค่ตัวประกอบนี่นาไม่ใช่ตัวหลักเหมือนคนลูก ไม่มีอะไรที่พอจะช่วยเขาได้เลย ลัคกี้อยากร้องไห้จริง ๆ
" เซน ฟังนะ " ลัคกี้ดึงคอเซนให้เข้ามาใกล้มากขึ้นจนตอนนี้พวกเขาหัวจะชนกันอยู่รอมร่อ แต่ก็ไม่สามารถดึงความสนใจของเซนไปจากดวงตาที่เหมือนจะมีเปลวไฟของความมุ่งมั่นในอะไรสักอย่างที่เซนกำลังจะได้รู้ในอีกไม่ช้า
" ว่าไง " เซนกระซิบตอบเสียงเบา
ลัคกี้หันมองซ้าย มองขวาอีกรอบก่อนจะเอามือป้องหูเซนเพื่อบอกแผนการของตน
" ฉัน...ฉันคิดว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย เราไปคุยในห้องฉันกันเถอะ " ขณะที่กำลังจะบอก จู่ ๆ ลัคกี้ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมา จึงรีบลุกเก็บจานข้าวและลากเซนไปคุยที่ห้องของเขา
" ว่ายังไง นายจะพูดอะไร ทำไมต้องทำตัวมีพิรุธด้วยเนี่ย " เซนที่โดนลากมาที่ห้องถามขึ้นเมื่อเห็นลัคกี้ล็อกประตูแถมยังวิ่งไปปิดม่านปิดหน้าต่างทุกบานจนหมด
" นายก็ไม่อยากเป็ใช่ไหม พ่อบ้านส่วนตัวน่ะ ฉันก็เหมือนกัน เราต่างก็ได้ยินข่าวลือของคุณพ่อ เอ้ย นายท่านมาเหมือนกันทั้งนั้น ถ้ายังรักตัวเอง ฉันว่าเราควรจะทำให้ตัวเองไม่ถูกเลือก " ลัคกี้เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
" ใช่ ฉันไม่อยากทำ แต่เราจะทำยังไงล่ะ ถ้าจะให้ทำงานชุ่ย ๆ ตอนคัดเลือกแล้วถ้าโดนจับได้เราตายแน่ ๆ ฮือ " เซนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงวิตกกังวลพร้อมกับทำสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ออกมา เขากลัวว่าถ้าเขาได้รับเลือกแล้วถ้าเกิดเขาทำงานพลาดขึ้นมา เขาอาจจะโดนนายท่านสั่งให้คนเอาเขาไปทำโทษจนตายก็ได้
" เซน นายใจเย็นก่อน ฉันคิดแผนไว้แล้ว " ใช่ เขาคิดแผนไว้แล้วซึ่งมันคือแผนเดียวกันกับที่เขาใช้ั้แ่ฟื้นขึ้นมาที่บ้านหลังนี้นั่นก็คือแผนที่มีชื่อว่า แผนการเอาตัวรอดจากพ่อของตัวร้าย แต่ตอนนี้อาจจะต้องใส่หัวข้อย่อยลงไปอีกเป็ข้อที่ 1 วิธีการเอาตัวรอดจากการถูกคัดเลือกเป็พ่อบ้านส่วนตัว
" แผนคือยังไง นายพูดมาเลย " เซนเอื้อมมือมากำเสื้อเขาแน่นพร้อมกับจ้องมาด้วยสายตาคาดหวัง
" แผนคือนายต้องทำตัวธรรมดาที่สุดและไม่ทำตัวโดดเด่น " เซนพยักหน้าเขาจึงเริ่มพูดต่อ " หลังจากที่นายฟังจบนายจะทำหรือไม่ทำก็เื่ของนาย ฉันจะบอกนายว่าการทำตัวธรรมดาที่ว่าคือทำตัวอย่างไร แต่ตอนนี้เราไม่รู้ว่ารูปแบบการคัดเลือกเป็แบบไหนเพราะฉะนั้นก็เอาคร่าว ๆ ก่อนแล้วกัน
1. ทำอาหาร ปกติพ่อบ้านอย่างเราไม่ได้ทำอาหารเพราะมีพ่อครัวแม่ครัวทำอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเป็ตำแหน่งพ่อบ้านส่วนตัวที่มีเพียงคนเดียว ฉันคิดว่าก็น่าจะต้องได้ทดสอบดังนั้นควรทำอาหารรสชาติธรรมดา ไม่ดีและไม่แย่ รสชาติกลาง ๆ พอ" ขณะที่ลัคกี้กำลังจะพูดข้อสองเซนก็เอ่ยขัดจังหวะขึ้นมาว่า
" เดี๋ยวก่อน นายลืมไปแล้วเหรอว่าฉันมีอีกตำแหน่งคือผู้ช่วยแม่ครัว ซึ่งบางครั้งฉันก็เป็คนทำอาหารเองด้วยซ้ำ เป็ไปไม่ได้เลยที่รสชาติอาหารของฉันจะธรรมดา " และสิ่งที่เซนพูดออกมาทำเอาลัคกี้เบรคหัวทิ่ม
" จริงด้วย งั้นนายก็ทำเหมือนปกติ เพราะถ้าทำรสชาติธรรมดาเกินไปมีหวังโดนสงสัยได้แน่ " และรสชาติปกติของเซนก็คืออร่อย แต่พ่อครัวคนอื่นที่ทำอร่อยกว่าแซมก็มีเยอะแยะ หวังว่าคุณพ่อจะไม่ประทับใจในฝีมือแซมมาก แต่ลัคกี้คิดว่าอย่างไรก็ต้องกันไว้ก่อนจึงแนะนำการปฏิบัติตัวข้อต่อไปอย่างกระตือรือร้น
" ต่อไปข้อ 2 อย่าแสดงท่าทางหวาดกลัวจนเกินไป แต่ก็อย่าทำเป็นิ่งเหมือนไม่กลัว ให้ทำตัวปกติที่ไม่ปกติ คือ ฉันรู้ว่านายกลัวมากแต่สิ่งที่นายต้องแสดงออกมาคือกลัวในระดับปกติเหมือนคนทั่วไป เช่น นายกลัว100% คนส่วนใหญ่กลัว 70% นายก็ต้องแสดงออกมาว่านายกลัว 70% เหมือนกัน อย่าตึงเกินไม่งั้นนายจะแตกต่างและโดดเด่นจนอาจจะเป็ที่จับสังเกตเข้าใจไหม " เมื่อเห็นคนตรงหน้าพยักหน้ารับลัคกี้จึงพูดข้อต่อไป
" ข้อที่ 3 อย่าทำตัวเป็ฮีโร่ ไม่แน่อาจจะมีบททดสอบจิตใจยกตัวอย่างเช่น ลงโทษคนทำผิดต่อหน้าพวกเราเพื่อดูปฏิกิริยาของเรา ถึงตอนนั้นนายก็อย่าเอาตัวเข้าไปห้ามหรือขอร้องให้คุณท่านหยุดทำโทษเด็ดขาด ฉันรู้ว่านายอาจจะรู้สึกสงสาร แต่นายควรสงสารตัวเองก่อนและนายอย่าลืมว่าคนที่กำลังโดนทำโทษนั้นคือคนผิด เพราะต่อให้คุณพ่อจะโหดร้ายแค่ไหนแต่จากที่เราได้ยินมาคือท่านเป็คนมีเหตุผลมาก ๆ ใช่ไหมล่ะ
และข้อสุดท้าย ทำตัวให้สะอาดสะอ้านแต่อย่าแต่งตัวดูดีมากนัก ฉันไม่รู้ว่าถ้านายไม่แต่งหน้านายจะโอเคไหม มีใครเคยบอกไหมว่านายหน้าตาดีมาก ยิ่งแต่งหน้าเข้าไปยิ่งหน้าตาดีมากขึ้นไปอีก นายท่านอาจถูกใจนายจากหน้าตาของนายซึ่งถ้าเป็อย่างนั้น ความพยายามข้อ 1-3 ที่ทำมาก็จะพังทั้งหมด " ลัคกี้ไม่รู้ว่าคุณพ่อตัวร้ายคนนี้จะเป็เหมือนพวกตัวร้ายมากอำนาจบางเื่ที่ชอบสะสมของสวย ๆ งาม ๆ หรือเปล่าจึงแนะนำเื่หน้าตาเผื่อไปด้วย
" ไม่ ฉันไม่มีปัญหากับการไม่แต่งหน้า เอาเป็ว่าวันนั้นฉันจะไม่แต่งหน้าแล้วกัน ขอบคุณนะที่ช่วยแนะนำ " เซนตอบด้วยท่าทางมุ่งมั่นก่อนจะเอ่ยขอบคุณคนตรงหน้าที่ช่วยตน
"อย่าพึ่งขอบคุณเลย ฉันก็ไม่รู้ว่าวิธีที่ฉันคิดมันจะได้ผลไหม แต่เท่าที่คิดได้ตอนนี้ก็มีแค่นี้แหละ ธรรมดาและไม่โดดเด่น ส่วนหลังจากนี้อาจมีข้ออื่น ๆ เพิ่มมาเรื่อย ๆ นายก็ลองเอาที่ฉันบอกไปปรับใช้ดู " หลังลัคกี้พูดจบก็เดินไปเทน้ำจากเหยือกมาจิบเนื่องจากเริ่มจะคอแห้งนิด ๆ แล้ว
เขาบอกเท่าที่เขาพอจะคิดออกไปหมดแล้ว หวังว่าเซนจะเข้าใจ และไม่โดนคัดเลือกไปแล้วกัน ส่วนตัวเขานั้นเขาคิดว่าเขาจะสามารถทำตัวธรรมดาได้ดีเพราะเมื่อเทียบกับเซนแล้วตัวเขาธรรมดากว่าเห็น ๆ ทั้งอาหารก็ทำได้แค่เมนูง่าย ๆ อย่างไข่เจียว ไข่ดาว กะเพราที่ค่อนข้างเค็มนิด ๆ แต่กินกับข้าวจะพอดี การแสดงสีหน้าความกลัวเขาค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถแสดงท่าทีที่หวาดกลัวเท่าคนอื่น ๆ ได้เพราะปกติเวลามีกิจกรรมตอนเรียนเขาชอบไปแสดงละครบ่อย ๆ แม้ส่วนใหญ่บทที่เขาได้จะเป็ตัวละครร่าเริงแจ่มใสก็เถอะ
ส่วนเื่ไม่ทำตัวเป็ฮีโร่เขาไม่ทำอยู่แล้ว ใครจะไปกล้ายืนเถียงเื่ศีลธรรมอันดีงามกับคนที่พร้อมจะลั่นปืนใส่ตัวเองได้ทุกเมื่อแบบนั้นกันล่ะ ยกเว้นเหล่าตัวเอกในนิยายอะนะ และข้อสุดท้ายเื่หน้าตา ใคร ๆ ก็บอกว่าเขาหน้าตาเหมือนหมา อันนี้พูดในแง่ของการชมนะไม่ได้ด่า หลายคนชอบเอาเขาไปเปรียบเทียบกับหมาโกลเด้นริทรีฟเวอร์เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย บอกว่าหน้าตาเขาเหมือนหมาพร้อมเล่น พลังงานเหลือล้นแถมนิสัยยังร่าเริงสุด ๆ แต่ก็ไม่เคยมีใครชมว่าเขาหน้าตาดีนะ ส่วนมากจะบอกว่าน่ารักเหมือนหมามากกว่าเช่นคนตรงหน้าเขานี่ไง ดังนั้นเื่หน้าตาเขาน่าจะรอดแหละ
" นายก็ระวังด้วยล่ะ ข้ออื่นนายอาจจะสามารถควบคุมได้แต่เื่หน้าตามันควบคุมได้ยากจริง ๆ " เซนพูดขึ้นพร้อมกับตบบ่าลัคกี้เบา ๆ
" หือ นายหมายความว่าไง " ลัคกี้มองตามมือที่ตบบ่าตนด้วยสายตาหวาดระแวงก่อนจะหันมาสบตาแซมเพื่อฟังคำตอบ
" ถ้าเกิดนายท่านอยากเลี้ยงหมาขึ้นมาล่ะ " เซนพูดพร้อมกับยักไหล่แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งลัคกี้ที่ยืนนิ่งเหมือนกับิญญาลอยออกจากร่างไปแล้วไว้อยู่อย่างนั้นหลายชั่วโมง
------------------------------------
นั่นสิ ถ้านายท่านเกิดอยากเลี้ยงหมาขึ้นมา เ้าลูกหมาตัวน้อยของเราจะทำยังไงล่ะเนี่ย!