บรรณพิภพโลกแดนฟ้าเมฆินทร์จุดเริ่มต้นของเรื่องราวนี้เริ่มขึ้น..... ณ โลกแดนฟ้าเมฆินทร์ ในจักรวาลที่ 9 โลกที่ดวงอาทิตย์หนึ่งดวงส่องสว่างเหนือพื้นพิภพ โลกใบนี้ประกอบด้วย 3 ดินแดน 1.“แดนฟ้าเมฆินทร์” กินพื้นที่ 8 ใน 10 ส่วน เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกใบนี้ จึงเรียกโลกใบนี้ว่า "โลกแดนฟ้าเมฆินทร์" นั่นเอง 1.1 มณฑลใหญ่ภาคกลาง : วัดมหายุทธ์ธรรมประทีป , วังเลี่ยนอ๋อง , พรรคเก้าฟ้าทระนง 1.2 มณฑลใหญ่อุดร : วิหารเจ้าโอสถเทพเก้าจักรวาล , ป้อมปราการยุทธ์มังกรบิน 1.3 มณฑลใหญ่ประจิม : มหาอาศรมหยั่งฟ้า 1.4 มณฑลใหญ่บูรพา : วังวารีเทพ 1.5 มณฑลใหญ่ทักษิณ : หมู่บ้านไผ่เขียว , วังแปดดุริยางทิพย์ 2. “แดนหมื่นภูติพฤกษา”กินพื้นที่ 1 ใน 10 ส่วน 3. “แดนพรายฟ้าบาดาล” กินพื้นที่ 1 ใน 10 ส่วน ........................................... ตำนานตระกูลลู่“ตำนานกล่าวว่าจอมช่างลู่ไป๋ ช่างประติมากรรมในสมัยโบราณกาล เดินทางกลับภูมิลำเนา เมื่อผ่านแดนรกร้างแห่งหนึ่ง ด้วยความเหนื่อยล้าระหว่างทาง จึงนอนหลับใหลใต้แผ่นหินศิลารูปร่างประหลาด ยาวประมาณสี่สิบเมตรก้อนหนึ่งในความฝันหินศิลาก้อนนี้กลับเป็นมังกรฟ้าตนหนึ่ง ที่ลงมาท่องเที่ยวในโลกมนุษย์ของแดนฟ้าเมฆินทร์ แล้วเผลอนอนหลับไปหมื่นปีเมื่อตื่นขึ้นมาเกร็ดกายทั้งร่างกลับกลายเป็นก้อนหินศิลา ไม่สามารถกลับคืนสู่สรวงสวรรค์ได้ แล้วร่างมังกรฟ้าก็เลือนหายไป...จอมช่างลู่ไป๋สะดุ้งตื่นขึ้นมา จึงเพ่งมองหินศิลาก้อนนี้ กลับคล้ายมังกรตนหนึ่ง จึงปรารถนาจะช่วยให้มังกรฟ้าตนนี้ คืนร่างโบยบินกลับคืนสรวงสวรรค์ จึงเคลื่อนย้ายหินก้อนนี้กลับมาตระกูลลู่ อุทิศเวลาสิบปี สลักเศียรมังกร ลำตัว ดวงตา กรงเล็บ ได้สำเร็จเป็นมังกรฟ้าตนหนึ่ง ยกเว้นส่วนปีกมังกรฟ้า กลับสลักไม่สำเร็จ เป็นมังกรศิลาโบราณที่เหินบินไม่ได้ตนหนึ่ง ”ผ่านมา 2,700 ปี มังกรศิลากลับโบยบินขึ้นฟ้า ก่อนไปได้คายไข่มุก 5 ลูก ทิ้งไว้ ........................................... ยอดฝีมือ/ค่าย/สำนักต่างๆที่มีบทบาทสำคัญในโลกแดนฟ้าเมฆินทร์(บางแห่งที่ไม่แบ่งย่อยเป็นสถานที่ย่อย ก็จะแบ่งเป็นผู้นำย่อยแทน).......................................... 1) แดนฟ้าเมฆินทร์1. ฝ่ายธรรมะ(ห้าสุดยอดหนึ่งคุณธรรม)1.1 มหาอาศรมหยั่งฟ้า 1.1.1 ศาลาเมฆคล้อย 1.1.2 ศาลากล่อมตะวัน 1.1.3 ศาลายลจันทรา 1.1.4 ศาลาเรือนสน 1.1.5 ศาลาธารศิลา 1.2 หมู่บ้านไผ่เขียว (เซียนปราชญ์กระบี่) 1.3 วัดมหายุทธ์ธรรมประทีป 1.3.1 สามอาราม - มหาอารามธรรมยุทธ์ - มหาอารามธัมมานุภาพ - มหาอารามธรรมพิทักษ์ 1.3.2 สองวิหาร - พระวิหารวิสุทธิ์ธรรม - พระวิหารสันติธรรม 1.3.3 หนึ่งหอพุทธะธัมมาจาย์ 1.4 วังแปดดุริยางทิพย์ 1.5 วังวารีเทพ1.5.1 ตำหนักมุกสวรรค์1.5.2 ตำหนักบัวสวรรค์15.3 ตำหนักภูติสวรรค์ 1.6 วิหารเจ้าโอสถเทพเก้าจักรวาล 2. ฝ่ายอธรรม 2.1 นิกายพิษอสูร(จอมมารพิษอสูร) 2.1.1 จ้าวจิ้งจกหัวขาดปีกแดง 2.1.2 จ้าวงูคงคาสวรรค์ 2.1.3 จ้าวค้างคาวสามตา2.2 พรรคเหนือหล้า(จักรพรรดิเหนือหล้า) 2.2.1 เทวทูตเงาศักดิ์สิทธิ์ 2.2.2 เทวทูตซ้าย 2.2.3 เทวทูตขวา 2.2.4 บ่าวมาร 2.2.5 ทาสมาร2.3 วิหารมืดซ่อนดาว (จอมมหาเวทซ่อนดาว) 3. ยอดคนพิสดาร (ธรรมะ/อธรรม)“หนึ่งหลวงจีน สองมาร สามเซียน สี่อสูร” 3.1 ไต้ซือสามวิเศษ 3.2 มารเก้าบิน 3.3 มารคลุ้มคลั่ง 3.4 เซียนไร้โอสถ 3.5 เซียนไร้หัตถ์ 3.6 เซียนฟ้าพยากรณ์ 3.7 อสูรหมื่นยิ้ม 3.8 สามอสูรฟ้าทระนง 4. ค่าย/สำนักอื่นๆ4.1 ป้อมปราการยุทธ์มังกรบิน 4.1.1 ปราการดาวจรัส 4.1.2 ปราการพยัคฆ์ทะยาน 4.1.3 ปราการมหากาฬ 4.1.4 ปราการจักรกลเพลิง
4.2 พรรคฟ้าเก้าทระนง 4.3 เรือนธัมสามัญญตา4.4 สถานหยั่งรู้กระบี่4.5 วังอ๋องเลี่ยน
4.5 วังจันทราหยกสวรรค์
5. ดินแดนเบื้องบน (จะปรากฏในภาคต่อไป)5.1 แดนเทวะฟ้านภาคราม (ลัทธิบูชาปรวาณ : เทพปรวาณ (ปรากฏในภาคนี้) 5.1.1 อาชาเทวะคะนอง 5.2.2 มังกรแดงเลื้อยเมฆ 5.2.3 หงส์ฟ้าสะคราญ 5.2 แดนเทพเซียนสุขาวดี5.3 แดนฟ้าวัชระอัสนีเทพ5.4 แดนเทวะปัญจายุทธ์5.5 แดนเทวะยุทธ์พุทธะ5.6 แดนเทวะปุตตมาร 2) แดนหมื่นภูติพฤกษา ปกครองโดย ราชันเฒ่าภูติพฤกษา”3) แดนพรายฟ้าบาดาล ปกครองโดย เจ้าวังฟ้าบาดาล ........................................... บรรณพิภพของศัสตราเทพ1) ผลึกฟ้านิรันตร” (หัวใจ)2) เกราะภูษาปีกสวรรค์ (กาย)3) ดาบเพลิงโลกัณฑ์บรรลัย (แขนขวา)4) คฑาเทพหยกเย็น (แขนซ้าย)5) ศรเคลื่อนปรภูมิ” (ขา)6) ดวงจุติอวตาร (ดวงจิต) *คุณสมบัติศัสตราเทพทุกชิ้น 1.1 ผู้ถือครองศัสตราเทพ คือ ผู้ที่สัมผัสศัสตราเทพเป็นคนแรก 1.2 ศัสตราเทพ จะรวมร่างกับผู้ถือครอง และจะแยกจากผู้ถือครองเมื่อเจ้าของเสียชีวิตเท่านั้น การเสียชีวิตอาจ 1.2.1 หมดอายุขัย 1.2.2 ถูกทำให้เสียชีวิต (ดังนั้นหากเจ้าของศัสตราเทพยังมีชีวิตอยู่ ผู้อื่นจะใช้/แยกชิงไปไม่ได้) 1.3 การเปลี่ยนผู้ถือครอง จะเกิดขึ้นเมื่อ 1.3.1 ถ้าผู้ถือครองเป็นเทพโดยกำเนิด ถึงตาย(เปลี่ยนภพชาติ)ศัสตราเทพจะหายไปเพราะติดตามเทพผู้ถือครองไปทุกที่ ยกเว้นดวงจิตธาตุของเทพองค์นั้นถูกทำลายแตกดับไป ศัสตราเทพจึงจะปรากฏเพื่อหาผู้ถือครอง 1.3.2 ถ้าผู้ถือครองเป็นคนธรรมดาและรวมร่างกับศัสตราเทพ เมื่อผู้ถือครองตาย ศัสตราเทพ จะปรากฎออกมาภายนอกทันที 1.3 ศัสตราเทพทุกชิ้นจะไม่สามารถทำลายกันเองจนเสียหายได้ เพราะถือว่ามีฤทธิ์เท่าเทียมกัน*(การที่จะทำให้เทพตาย(ซึ่งเป็นไปได้ยาก นอกจากถูกพลังที่พิเศษมากๆ เช่น พลังของเทพผู้สร้าง ในเรื่องจะมีผลึกฟ้านิรันตรที่ทำให้ดวงจิตธาตุของเทพค่อยสลายไป ในต้นเรื่องเทพธิดาหยกขาว ก็ใช้ผลึกฟ้านิรันตร กักขังเทพอสูรกาฬ เพื่อหวังให้ดวงจิตธาตุของเทพอสูรกาฬดับสูญไป ซึ่งเหตุการณ์ต่อจากนี้จะไปปรากฎในโลกแดนฟ้าเทอมินัส จักรวรรดิเทอมินอลที่ 21) *คุณสมบัติศัสตราเทพแต่ละชิ้น 1) ผลึกฟ้านิรันตร (มีบทบาทในโลกแดนฟ้าเมฆินทร์ )รูปลักษณะ : ผลึกลูกบาศก์สีม่วงโปร่งแสง เมื่อปรากฎออกมาภายนอกจะมีขนาด 444×444 เซนติเมตร จะลอยอยู่บนอากาศ ไม่สัมผัสพื้น จัดเป็นผลึกมิติชนิดหนึ่ง อิทธิฤทธิ์ : ผู้ถือครองจะมีชีวิตนิรันดร์(อายุยืนยาวชั่วนิรันดร์ ไม่มีหมดอายุขัย) เพราะเป็นผลึกมิติที่ดึงดูดมิติเวลารอบตัวของ ทำให้ผู้ถือครองเป็นอมตะ (ความเป็นอมตะจะแลกด้วยการกักขังดวงจิตคนผู้1ให้อยู่ในผลึกตลอดกาล (ซึ่งผลึกนิรันตรนี้จะมีบทบาทอีกครั้งใน ภาคมหาอสูรบรรพกาล)- ดึงดูดกักดวงจิตธาตุ/ร่างเนื้อได้ครั้งละ 1 ดวง/ร่าง และผู้ที่ถูกดูดเข้าไปจะไม่สามารถออกมาได้ตลอดกาล นอกจากจะอาศัยสิ่งที่สามารถควบคุมมิติ ได้เช่น มหาบทเคลื่อนปรภูมิ และเนื่องจากเป็นศัสตราฝ่ายเทพ จึงมุ่งทำลายต่อต้านดวงจิตธาตุมาร/อสูร สื่อความหมาย : จิตใจที่เที่ยงตรง ดีงาม เป็นอมตะ 2) เกราะภูษาปีกสวรรค์ (มีบทบาทในโลกแดนฟ้าเมฆินทร์ )รูปลักษณะ : เป็นเกราะโลหะเจ็ดสี จำนวน 444 แผ่น สานต่อกันเป็นเกราะสั้นเหลือบแสงเจ็ดสี มีปีกสวรรค์ที่มองไม่เห็นอิทธิฤทธิ์ : ต่อต้าน ธาตุ 7 ประการ ได้แก่ ไฟ น้ำ ไม้ ลม โลหะ พิษ สายฟ้า ไม่สามารถทำลาย/อันตรายผู้ที่สวมเกราะได้ เนื่องจากควบคุมธาตุแสงได้ จึงหักเหแสง ให้ผู้สวมเกราะหายตัวได้ สื่อความหมาย : ร่างกายที่แข็งแกร่ง ไม่มีอะไรมาทำลายได้(หมายเหตุ การรวมร่างกับมังกรศิลาโบราณ ให้กำเนิดไข่มุกมังกรศิลา ซึ่งไข่มุกทั้ง 4 เกิดจากพลังของมังกรศิลา ไข่มุกทั้ง 4 มิใช่ศัสตราเทพ จึงไม่สามารถรวมร่างกับเจ้าของ จึงต้องถือ/พกติดตัว ) 3) คฑาเทพหยกเย็น (มีมือของมหาอสูรบรรพกาล) รูปลักษณ์ : คฑาด้ามจับสีขาว ยาว 44 นิ้ว ปลายคฑาเป็นอัญมณีแห่งชีวิตสีเขียว อิทธิฤทธิ์- ต้านรับพลัง/รับแรงปะทะได้ทุกอย่าง- มีพลังสรรค์สร้าง รักษาร่างกายผู้ถือครอง/ผู้อื่น- มีอำนาจในการเรียกคืนดวงจิต(ชุบชีวิต)ซึ่งให้โอกาส ได้ครั้งเดียวต่อผู้ถือครองหนึ่งคน ซึ่ง คฑาจะถูกเปลี่ยนผู้ถือครองได้ เมื่อเจ้าของผู้ถือครองตาย เปรียบเหมือนชีวิตแลกชีวิตสื่อความหมาย : หัตถ์แห่งการสรรค์สร้าง 4) ดาบเพลิงโลกัณฑ์บรรลัย (มีบทบาทในโลกแดนฟ้าเทอมินัส และโลกแดนฟ้าไซเบอร์ตรอน)รูปลักษณะ : ดาบขนาดเล็ก ยาว 44 เซนติเมตร สร้างพวยพุ่งเพลิงโลกัณฑ์ออกมาอิทธิฤทธิ์ : เผาผลาญ/ตัดได้ทุกอย่าง (ในระยะประชิด) สื่อความหมาย : หัตถ์แห่งการทำลาย 5) ศรเคลื่อนปรภูมิ (มีบทบาทในโลกแดนฟ้าเทอมินัล และ โลกแดนฟ้าไซเบอร์ตรอน) รูปลักษณะ : เป็นลูกธนูสีเงิน ยาว 44 เซนติเมตร สามารถยืดยาวออกได้ 144 เซนติเมตร ที่หางมีกระดิ่งที่ไม่ดัง (ที่เทพอสูรกาฬ เอาไว้เหยียบเหมือนสเก็ตบอร์ด เหาะลอยได้ และวาร์ป (เมื่อกระดิ่งดัง))อิทธิฤทธิ์ - เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง ไปได้ทุกที เหาะ เหิน เดินอากาศ- ควบคุมมิติไปได้ทุกทีในจักรวาลภพ ( เกิดขึ้นน้อยมาก จะเกิดเมื่อยามวิกฤต ) - ผู้ถือครองจะใช้ได้ครั้งเดียว คือ พาย้อนกลับมาอีกหนึ่งวิถีของปรภูมิ ชีวิตมีหลายเส้นทาง แต่เวลาเดินจะเลือกได้ทางเดียว แต่ศรเคลื่อนปรภูมิ จะพาเดินไปได้ทั้งสองทาง ไม่ใช่เป็นย้อนมาแก้อดีต แต่เป็นสร้างอีกเส้นทางขึ้นมาใหม่ขนานไปกับ เส้นทางเดิมที่ยังดำเนินอยู่สื่อความหมาย : การกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง(ศรเคลื่อนปรภูมิ จะเปิดทางสู่โลกอีกหนึ่งมิติ ที่เกิดซ่อนทับกับโลกแดนฟ้าเมฆินทร์ เมื่อลู่เตี๋ยผิดหวังจากรัก จึงก่อโศกนาฏกรรม ที่ไม่อาจย้อนกลับมาได้) ........................................... เงินตราในโลกแดนฟ้าเมฆินทร์(เทียบเป็นบาท)- อีแปะ = 1 บาท- ชั่ง = 100 บาท- ตำลึงเงิน = 1,000 บาท- ตำลึงทอง = 1,0000 บาท........................................... ระดับวรยุทธ์ในโลกแดนฟ้าเมฆินทร์ ไม่มีเป็นระดับฝีมือ เพียงประกอบด้วยองค์ประกอบต่างรวมกันโดยประมาณ ดังนี้ (ไล่จากต่ำไปสูง)1) พลังฝึกปรือ- ไม่มีพลังฝึกปรือ- พลังฝึกปรือหนึ่งปี- พลังฝึกปรือสิบปี- พลังฝึกปรือร้อยปี- พลังฝึกปรือพันปี- พลังฝึกปรือหมื่นปี- พลังฝึกปรือแสนปี- พลังฝึกปรือล้านปี2) พลังรุก คิดเป็นน้ำหนัก- น้ำหนัก 1 กิโลกรัม ปานมือทุบ (เด็ก คนอ่อนแอ)- น้ำหนัก 10 กิโลกรัม ปานกำปั้นทุบ (คนแข็งแรงปกติ)- น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ปานค้อนเหล็กทุบ (เริ่มฝึกยุทธ์)- น้ำหนัก100 กิโลกรัม ปานกรงเล็บพยัคฆ์ตะบบ (ระดับหัวหน้าภายในสำนัก)- น้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม ปานช้างสารกระทืบ (ระดับเจ้าสำนัก/ผู้นำสูงสุดในสำนัก)- น้ำหนัก 10,000 กิโลกรัม ปานภูเขาขนาดย่อมกดทับ (เหนือกว่าเจ้าสำนัก/ยอดคน/ผู้อาวุโสของสำนัก)- น้ำหนัก 100,000 กิโลกรัม ปานภูเขาขนาดใหญ่บดลงมา (เหนือกว่ายอดคน)- น้ำหนัก 1,000,000 กิโลกรัม ปานเทือกเขาบรรพตถล่มลงมา (เหนือคน/เทพ)3) ความเร็ว- เร็วแบบคนปกติ 44 กิโลเมตรต่อชั่วโมง- ไวดั่งเสือดาว 115 กิโลเมตรต่อชั่วโมง- เร็วปานเหยี่ยว/ปักษาถลาบิน 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง- เร็วปานเสียง 1188 กิโลเมตรต่อชั่วโมง- ไวปานแสง 1,079,252,848 กิโลเมตรต่อชั่วโมง- เร็วตัดมิติ ไม่มีขีดจำกัด4) วิชายุทธ์/กระบวนท่าที่ฝึกปรือ- ระดับปกติ- ระดับธรรมดา- ระดับมาตรฐาน- ระดับเกินมาตรฐาน- ระดับพิสดาร- ระดับไร้กระบวนท่า- ระดับเหนือโลก5) ได้รับการถ่ายทอดพลังยุทธ์/พลังการฝึกปรือ สิบปี ร้อยปี พันปี หมื่นปี แสนปี ล้านปี6) ได้รับกลืนกินโอสถวิเศษ เม็ดพลังธาตุ รับไอฟ้าดิน พลังอานุภาพเหนือธรรมชาติฯลฯ