บทที่16 พี่อู๋จัดการมันเลย
ไห่ชิงหยุนเปิดประตูเดินลงจากรถมองไปทางเป่ยซานที่เดินเข้ามาจากนั้นก็มองเลยไปทางด้านหลังพลันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ‘ทำไมพี่อู๋มาพร้อมกับมัน?’
ตามปกติแล้วถ้าไม่ใช่ผู้ชมขาจร จะรู้ดีว่าแก๊งของอู๋ปินที่ยึดถิ่นหากินบนเขาเย้ยจันทร์นั้นจะไม่ค่อยสุงสิงกับคนกลุ่มไหนเป็การส่วนตัวเพียงจัดคนมาดูความเรียบร้อยของสถานที่ คอยเช็คสถานการจราจร คอยกันตำรวจ ถึงแม้ว่าอู๋ปินต้องคอยรักษาความสัมพันธ์กับเหล่าคุณชายทั้งหลายเอาไว้ก็จะไม่ทำก่อนการแข่งขันเพียงแต่วันนี้ สถานการณ์พิเศษแบบนี้ อู๋ปินดันเดินมาพร้อมกับกลุ่มของเป่ยซาน ทำให้ไห่ชิงหยุนอดระวังขึ้นมาไม่ได้
“พี่อู๋?”
“ฮ่าๆ ชิงหยุน ไม่เจอกันนานเลย”
ในตอนนี้อู๋ปินก้าวเดินมาข้างหน้าอยู่ระหว่างกลางทั้งสองคน “ไห่ชิงหยุนเป่ยซาน พวกเราก็รู้จักกันมานานแล้ว วันนี้ได้ยินว่าพวกนายนัดเคลียร์กันฉันเองก็ไม่อยากทำอะไรให้มันวุ่นวาย แต่กฎยังไงก็ต้องเป็กฎพวกนายจะเดิมพันอะไรกัน?”
“มันต้องไสหัวไปจากคนรอบตัวของฉันมีไห่ชิงหยุนอยู่ที่ไหน ที่นั่นต้องไม่มีเป่ยซาน”
“ฮ่าๆ ก็แค่ผู้หญิงคนเดียวนี่แกต้องจริงจังอะไรขนาดนี้เลย?” เป่ยซานหัวเราะจนท้องแข็ง “ได้! ฉันยอมรับเดิมพันนี้ แต่แกเองก็เหมือนกัน ถ้าแกแพ้ไม่เพียงแค่แกต้องไสหัวไปจากหน้าฉัน ผู้หญิงคนนั้นก็ต้องเป็ของฉันด้วย”
ไห่ชิงหยุดกัดฟันตัวเองดัง‘กรอด’พุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อเป่ยซานไว้ “เหวินโหร่วไม่ใช่ของที่แกจะเอามาเดิมพันได้”
เป่ยซานยกสองมือขึ้นทำท่าเหมือนกับแสร้งย้อมแพ้เผยรอยยิ้มยียวนออกมา “ดูท่าแกจะรักแม่นั่นจริงๆ นะ ... ก็ได้ฉันจะยอมปล่อยแม่นั่นไปก็ได้ยังไงก็แค่ผู้หญิงคนเดียว” ในตอนนี้เป่ยซานก็เอามือของไห่ชิงหยุนออกจัดทรงเสื้อของตัวเองเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า “พี่อู๋เริ่มเลยเถอะครับ”
อู๋ปินเดินเข้ามาตบไหล่ทั้งสองคน“เห็นพวกนายตกลงกันได้แบบนี้ฉันก็สบายใจ จำไว้นี่ก็แค่การแข่งอย่างไปจริงจังอะไรมากนัก เกิดพวกนายเป็อะไรกันขึ้นมา ฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ อย่าลืมว่าถึงยังไงพวกนายก็มีผู้ใหญ่ดูอยู่”
ได้ยินประโยคนี้ทั้งสองก็เริ่มมีสติขึ้นมาบ้างอารมณ์หุนหันของไห่ชิงหยุนก็ลดลงไปไม่น้อย และใน่นี้เองก็มีเสียงเครื่องยนต์ดังไล่ขึ้นมาจากตีนเขาแสงไฟสีขาวคู่นั้นจากไฟหน้าไต่ละระดับมาอย่างรวดเร็วราวกับไม่มีโค้งไหนสามารถชะลอความเร็วของรถคันนี้ได้
ฮึ่มมมฮึ่มมม
“แอสตันมาร์ติน”
“ใครพอรู้ไหมว่ารุ่นอะไร ?”
“ฉันรู้ๆ นั่นรุ่นดีบีเอส ซูเปอร์เลจเจรา ศูนย์ศูนย์เจ็ด เจมส์...เจมส์บอนด์ อ่ะ รู้จักไหม โลกนี้แม่ร้อยคัน”
“คุณชายบ้านไหนมาวะเนี่ย”
เส้นสายสีดำของตัวถังรถลากทะยานขึ้นมาบนลานจอดรถบนยอดเขาอย่างดุดันและเมื่อประตูรถฝั่งคนขับเปิดออกมาก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเ้าของรถใบหน้านี้ไม่มีใครบนเขาเย้ยจันท์เคยเห็น ยกเว้นแต่ไห่ชิงหยุน กับเป่ยซาน
“พี่ใหญ่ทางนี้” ไห่ชิงหยุนร้องทัก
เป่ยซานเองก็เห็นหวังเฟิงแล้วมันถึงกับกลืนน้ำลายลงคอโดยไม่รู้ตัว ‘ทำไมไอ้หมาบ้าถึงอยู่ที่นี่ด้วย?ต้องเป็ไห่ชิงหยุนแน่ ๆ’
อู๋ปินเคยเห็นคุณชายน้อยคุณชายใหญ่มาเยอะ แต่คนที่โดดเด่นเทียบเท่าคนตรงหน้า ชั่วชีวิตนี้มันเจอมาไม่ถึงห้าคนด้วยประสบการณ์มันรู้ทันทีว่าคนๆ นี้ หากผูกมิตรได้ก็ดีแต่ถ้าไม่ได้ก็อย่าเป็ศัตรูด้วยจะดีที่สุดถ้าอยากเป็ปลาที่ว่ายอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัยน้ำตรงไหนลึกเท่าไหร่ต้องรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ ไม่ใช่ไปลองด้วยตัวเอง
เพียงแต่มันก็มีพวกที่เสแสร้งเก่งอยู่ด้วยเหมือนกันคนๆ นี้จะเป็ทองแท้หรือเปล่า ยังต้องดูกันต่อไป ...
“โอ้ ? เพื่อนของชิงหยุนเหรอ ผมอู๋ปิน ไม่ทราบว่าคุณชายคือ?”
“ผมหวังเฟิง”หวังเฟิงแนะนำตัวเองอย่างเรียบง่าย
อู๋ปินพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้าหัวคิ้วก็เริ่มขมวดขึ้นมา สกุลหวัง ถือว่าเป็หนึ่งในสี่ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวงเพียงแต่หวังเฟิงคนนี้จะเกี่ยวข้องกับตระกูลหวังที่ยิ่งใหญ่หรือไม่นั้นก็อีกเื่หนึ่ง‘ดูจากรถที่เขาขับมาน่าจะเป็ลูกหลานของหนึ่งในคนสำคัญของตระกูลหวังแม่ง ! ถ้ารู้ว่าไอ้เด็กไห่ชิงหยุนรู้จักคนแบบนี้ฉันไม่มีทางไปทำข้อตกลงกับเป่ยซานแน่’ อู๋ปินคิดในใจพลางปั้นหน้ายิ้มตอบรับ “ที่แท้เป็คุณชายหวัง”
หวังเฟิงพยักหน้า“พวกนายจะเริ่มกันหรือยัง” พลางคิดในใจว่า ‘ถ้าจบไวเราก็จะได้กลับไปฝึกต่อ’
อู๋ปินปรบมือสองครั้งพร้อมกับชูมือขึ้นหมุนเป็วงกลมหนึ่งที “ในเมื่อทุกคนมาพร้อมแล้ว ขอเริ่มการแข่งสุดระทึกระหว่างคุณชายไห่กับคุณชายเป่ย การแข่งจะเป็แบบลงเขาหนึ่งรอบ กับขึ้นเขาหนึ่งรอบเื่ความปลอดภัยไม่ต้องห่วง พี่อู๋คนนี้จัดเตรียมคนไว้ในระยะทางต่าง ๆเอาไว้แล้ว”
“รอการเตรียมพร้อมของคุณชายทั้งสองสักครู่คุณชายทั้งสองให้สัญญาณมาแล้ว ฟังสัญญาณจากพี่อู๋คนนี้ให้ดี 3 2 1 ไป!”
เป่ยซานเหยียบคันเร่งจนมิดรถพุ่งทะยานออกไปทิ้งไว้เป็ควันสายหนึ่ง กลับกันไห่ชิงหยุนไม่คิดหวังจะชนะด้วยแรงต้นเพราะรถเขามีอัตราเร่งที่ต่ำกว่ารถของเป่ยซาน แถมรอบแรกเป็การแข่งแบบลงเขาเลยทางตรงไปเล็กน้อยก็เป็จุดโค้งแล้ว สู้เลี้ยงรอบรถไว้รอทำความเร็วจะดีกว่า
[ ตอนนี้คุณชายไห่ตามหลังคุณชายเป่ยมาติด ๆ ] นักพากย์ประจำกลุ่มของอู๋ปินพูดขึ้นขณะรับฟังรายงานของทีมงานที่อยู่ในจุดต่าง ๆ รายงานเข้ามา]
[เข้าโค้งแรกแล้วครับ คุณชายไห่พยายามจะขึ้นแซงทางโค้งแต่ก็เจอบั้นท้ายของคุณชายเป่ยขวางไว้]
[ถึง่ทางตรงก่อนจะเข้าโค้งจังหวะนี้คุณชายเป่ยก็ทิ้งระยะห่างกว้างขึ้นอีกครั้งโอ้คุณชายไห่ก็ไล่ตามติดเป็มาทันที สูสีมาก]
[ข้างหน้าจะเป็โค้งตัว S แล้วครับโอ้โหไม่น่าเชื่อคุณชายไห่เร่งเครื่องขึ้นมาที่ทางโค้ง เริ่มตีคู่ขึ้นมาแล้วครับไม่น่าเชื่อคุณชายไห่อาศัยจังหวะวงเลี้ยวที่แคบกว่าเร่งเครื่องแซงขึ้นมาตรงทางโค้งแล้ว]
[ต่อไปเป็่ทางตรงครับ คุณชายไห่เร่งมา เร่งมาฝีมือการเข้าโค้งแบบนี้น้องๆ มืออาชีพเลยนะเนี่ย]
[แซงไปแล้ว แซงขึ้นไปแล้วครับ คุณชายไห่อาศัยจังหวะที่สะสมรอบเครื่องเอาไว้แล้วเหยียบขึ้นไป!]
[คุณชายอู๋เองก็ไม่ยอมแพ้ตามมาติด ๆ เพียงแต่ข้างหน้าจะเป็โค้งหักศอกคงจะแซงคืนยากแล้วครับ]
[พ้นโค้งหักศอกแล้ว คุณชายไห่ยังคงนำอยู่ดูเหมือนการคุมรถของคุณชายอู๋ยังไม่ดีเท่าไหร่นะครับ]
[หลุดจาก่นี้ไปก็เป็ทางตรงสุดท้ายสำหรับลงเขาแล้วนี่เป็่ที่คุณชายอู๋จะตีตื้นขึ้นมาได้]
[น่าเสียดายคุณชายอู๋เร่งขึ้นมาไม่ได้ครับตอนนี้คุณชายไห่กำลังกลับรถเพื่อเปลี่ยนมาเป็ขาขึ้นเขาแล้วส่วนรถของคุณชายอู๋ก็กำลังเข้าสู่จุดกลับรถแล้ว]
[อะไรนะ! แย่แล้วเกิดอุบัติเหตุครับ เมื่อกี้จังหวะตอนที่สวนกันของรถคุณชายทั้งสองคุณชายอู๋เหมือนจะบังคับรถผิดพลาดแล้วดันไปชนเข้ากับรถของคุณชายไห่ที่สวนขึ้นมาตอนนี้ทีมพยาบาลกำลังไปที่เกิดเหตุครับ]
อู๋ปินพอได้ยินว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นใบหน้าของมันเริ่มเปลี่ยนสีเพราะทั้งสองคนต่างก็เป็คุณชายคนเล็กของตระกูล ถ้ามีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นจริงมีหวังมันได้กลายเป็ผีเฝ้าเขาเย้ยจันท์แน่ ๆ เพื่อควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลายและป้องกันคนเกิดความแตกตื่นอู๋ปินรีบสั่งให้ลูกน้องคุมฝูงชนเอาไว้ไม่ให้ใครลงเขาไป พร้ะโกน“คนที่ไม่เกี่ยวข้องรบกวนอยู่บนนี้ก่อน หากฉันรู้ว่าใครก่อความวุ่นวายอย่าได้โทษคนแซ่อู๋ว่าไม่เกรงใจ” จากนั้นมันก็รีบบึ่งรถลงไปดูที่เกิดเหตุแน่นอนว่าหวังเฟิงก็ขอติดรถตามไปดูด้วย