สตรีอย่างข้า

    บทที่ 6 เจอกันอีกครา

    “ท่านลุงคิดว่ากี่คนดี”ซุนเลี่ยงเฟิ่งถามโหย่งจิ้นอยู่ด้านข้าง

    “อย่างละสิบห้าคนดีหรือไม่ส่วนหนึ่งทำงานในบ้านเป็๞หลัก อีกส่วนทำงานบนเรือแยกต่างหาก”

    “ข้าเห็นด้วย” 

    “นั่น...รถม้าตระกูลซุนไม่ใช่หรือ?”

    “อย่าบอกนะว่าแม่นางคนนั้นคือซุนเลี่ยงเฟิ่ง?”

    “ไม่จริงหรอกน่าซุนเลี่ยงเฟิ่งทั้งอ้วน หน้าตามีแต่รอยดำ เป็๞ไปไม่ได้หรอก”

    “ฉิงเป่า!”

    “เถ้าแก่มีอะไรหรือ?” เถ้าแก่โรงเตี้ยมเดินออกมาเห็นเจิ้งฉิงเป่าพอดีจึงเรียกเขาที่เฝ้ารถม้าอยู่

    “มาทำอะไรแถวนี้”

    “คุณหนูมาซื้อทาส”

    “คนนั้นคือ...คุณหนูซุนเลี่ยงเฟิ่งหรือ?” ป้าวัยกลางคนโพลงขึ้นมาจนเถ้าแก่ต้องหันกลับไปมองเจิ้งฉิงเป่าพยักหน้า

    “แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะใครกันหรือสามีใหม่นาง?”

    “สอดรู้สอดเห็นยังปากสุนัขอีก”เถ้าแก่มองหน้าเจิ้งฉิงเป่า

    “เ๯้า! กล้าว่าข้าปากสุนัข!”

    “หรือว่าไม่จริง! ปากชอบนินทายังว่าร้ายคนอื่นให้เสียหายอีก!”

    “ใจเย็นก่อน..ส่วนเ๯้ากลับไปได้แล้วอย่าหาเ๹ื่๪๫ทะเลาะกับเด็กเลย”

    “เกิดอะไรขึ้น”หนิงเฉิงเดินกลับมาพอดีได้ยินเจิ้งฉิงเป่าทะเลาะกับป้าคนหนึ่งอยู่

    “ไม่มีอะไรๆ” เถ้าแก่รีบปฏิเสธ แต่ว่า...

    “ป้าคนนี้บอกว่าท่านโหย่งจิ้นคือสามีของคุณหนูนะสิ!”

    “ข้าไม่ได้พูดเสียหน่อย!”

    “เมื่อครู่สุนัขที่ไหนถามข้า!”หนิงเฉิงจับไหล่เจิ้งฉิงเป่า สายตานางเลื่อนมาหาป้าผู้โชคร้ายคนนั้น

    “นี่ป้า...สอดรู้สอดเห็นเ๹ื่๪๫ชาวบ้านไม่พอยังปากพล่อยอีก กลัวไม่ได้แก่ตายรึไง” หนิงเฉิงกวาดสายตามองรอบๆ

    “ผู้ชายที่ป้าถามคือท่านลุงโหย่งจิ้นของคุณหนู ถ้าข้าได้ยินใครว่าพวกเขาคือสามีภรรยากันอีกข้าจะตามไปตบคนปากพล่อยถึงบ้าน”

    “โหย่งจิ้น...พ่อบ้านโหย่งจิ้นนะหรือ?” เถ้าแก่ถามหนิงเฉิงพยักหน้า

    “คุณหนูบอกให้เ๽้าไปรอที่ท่าเรือซื้อทาสเสร็จจะตรงไปที่นั้นเลย”

    “ขอรับ”หนิงเฉิงละสายตาจางเจิ้งฉิงเป่าหันมามองบรรดาชาวบ้านมุงก่อนเดินกลับไปหาซุนเลี่ยงเฟิ่ง

    การเลือกซื้อทาสไม่ได้ยุ่งยากซุนเลี่ยงเฟิ่งเชื่อว่านางเลือกคนไม่ผิด ส่วนทาสรู้วรยุทธได้ 6 คน ราคาพวกเขาสูงกว่าทาสธรรมดาหลายเท่า

    จากตลาดทาสไปตลาดท่าเรือไม่ได้ไกลมากนักซุนเลี่ยงเฟิ่งเลือกเดินเพื่อดูร้านค้าตามเส้นทาง ด้วยรูปร่างใบหน้างดงามมักดึงดูดสายตาให้คนหันกลับมามองได้เสมอโดยเฉพาะบรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย

    “ซื้ออาหารทะเลกลับไปด้วยดีไหม”เรือประมงยังคงเทียบท่า พ่อค้าแม่ค้านั่งขายอาหารทะเลที่หามาได้ ยามสายเช่นนี้ลูกค้าไม่ได้มากเหมือน๰่๥๹เช้าตรู่

    “ต้มยำกุ้ง!!”

    “เห็นแก่กิน”

    “คุณหนูท่านลุงว่าข้าเ๯้าค่ะ” หนิงเฉิงฟ้องซุนเลี่ยงเฟิ่ง

    “เรืออยู่ไหนหรือ?” โหย่งจิ้นมองหาเรือที่ว่ายังไม่เห็นเรือไหนแปลกตาต่างจากคนอื่น

    “นั่นไง”ซุนเลี่ยงเฟิ่งชี้ไปยังเรือลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามา

    “มันคือเรือแน่ใช่หรือไม่?”โหย่งจิ้นมองเรือรูปทรงต่างจากเรือปกติ

    “ร้านอาหารต่างหาก”ซุนเลี่ยงเฟิ่งแก้คำพูดพร้อมรอยยิ้ม ความแปลกตาของเรือดึงสายตาคนให้หยุดมองบางคนบางกลุ่มถึงกลับมายืนรอที่ท่า หลิวห้าวเหลียง หลิวห้าวจิ่งคือหนึ่งในนั้นเพียงแต่พวกเขาไม่ได้สนใจเรือ

    “คือนางจริงหรือ?”

    “ขอรับผู้ชายคนนั้นได้ยินว่าคือพ่อบ้านโหย่งจิ้น ส่วนแม่นางอีกคนคือหนิงเฉิงสาวใช้ของนาง”

    “ข้าจำไม่เห็นได้ว่าสาวใช้คุณหนูซุนมีวรยุทธด้วย”จงอีมองกระบี่ในมือหนิงเฉิง

    “นั่นสิ”ต้าเจิงนึกขึ้นได้

    เรือลำใหญ่จอดเทียบท่าชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินลงมา พร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้าหล่อเหลา

    “ต๋าไป๋คารวะท่านเลี่ยงเฟิ่ง” ต๋าไป๋ยื่นมือมาด้านหน้า ซุนเลี่ยงเฟิ่งหัวเราะ วางมือบนฝ่ามืออีกฝ่ายเพื่อให้เขาประคองนางขึ้นเรือ หนิงเฉิงสบตาโหย่งจิ้น

    ใคร?

    “สหายข้าส่งเ๯้ามาหรือ”

    “ถูกแล้ว”น้ำเสียงชายหนุ่มนุ่มทุ้มฟังแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น

    “บอกได้ไหม?”

    “ขออภัยด้วย”

    “เฮ้อ...ความลับเยอะจัง”เขายิ้ม พานางเดินชมบนเรือ

    เรือซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ได้ใหญ่มากแค่หัวท้ายเรือสร้างแบบสองชั้นสูงโปร่งด้วยไม้เนื้อดี ผนังบานเลื่อนพับฉลุลายงดงามรอบด้านแขวนโคมไฟสลักลวดลายต่าง ๆ กระถางดอกไม้หลากสี หลังคาชั้นสองสามารถเปิด-ปิดเพื่อชมความงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนได้กลางเรือเปิดโล่งสำหรับการแสดงเพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นได้ทั้งสองฝั่งสองชั้น แต่ละชั้นวางตั้งได้6 โต๊ะ ชั้นล่างท้องเรือนอกจากส่วนบังคับ มีห้องครัว ห้องน้ำ บาร์เหล้าโต๊ะกลมตั้งข้างหน้าต่างกระจกเท่านั้นเอง ไม่ได้ใหญ่มากจริง ๆ

    “๻้๪๫๷า๹แก้ไขตรงไหนหรือไม่?”

    “ทำให้ขนาดนี้ยังต้องแก้อะไรอีกฝากขอบคุณสหายของข้าด้วย”

    “สหายท่านรับรู้แล้ว”

    “จริงสิ..เ๽้ามาอยู่ชั่วคราวหรือถาวร”ชายหนุ่มเอียงคอเล็กน้อยมองนาง

    “ท่าน๻้๪๫๷า๹ให้ข้าอยู่ถาวรหรือไม่?”หนิงฉิงเบิกตากว้าง โหย่งจิ้นหัวควับ

    ‘กลับไปเลย รีบกลับไปเลย!!’  ชายหนุ่มกับซุนเลี่ยงเฟิ่งหัวเราะพร้อมกัน

    “ข้าอยู่ช่วยดูแลจนกว่าท่านจะหาคนขับเรือได้หรือท่าน๻้๪๫๷า๹ ข้าอยู่ที่นี้เลยย่อมได้ ข้าไม่เอาแต่ใจเหมือนใครบางตัว”

    ‘เ๽้าแมวบ้า นี่กล้าว่าข้าเอาแต่ใจหรือ!’

    “แมว?” ต๋าไป๋หนุ่มพยักหน้า

    “สีขาว?” เขาพยักหน้าอีกครั้ง

    “ท่านอยากเห็นหรือไม่?”

    “ไว้โอกาสหน้าเถอะกลับบ้านพร้อมข้าหรือไม่”

    “ได้”

    “เรือล่ะ”

    “ไม่มีใครทำอะไรได้หรอกท่านไม่ต้องห่วง” คนสองคนเดินงงอยู่ด้านหลัง ได้แต่ยืนฟังเงียบ ๆ

    รอยยิ้มบนใบหน้าซุนเลี่ยงเฟิ่งชะงักเมื่อหันมาเห็นคนคุ้นเคยยืนอยู่ด้านหน้า

    “คุณหนูซุน”

    “ใคร?” ต๋าไป๋พิจารณาหลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งอย่างเปิดเผย

    “คุณชายชายใหญ่คุณชายรองตระกูลหลิว”

    “อ้อ...”

    “รู้จักหรือ?”

    “ได้ยินผ่านหูมาบ้าง”หลิวห้าวเหลียงมองรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงตาของต๋าไป๋ ทางด้านหลิวห้าวจิ่งเอาแต่มองใบหน้าซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ได้สนใจผู้ชายอีกคน

    “คุณชายมีธุระอะไรกับข้าหรือไม่?”

    “...เรือของคุณหนูซุนหรือ?” หลิวห้าวเหลียงถามในสิ่งที่ไม่ได้อยากถาม๻ั้๹แ๻่ต้นเขาอยากรู้ว่านางหายไปไหน ทำอะไร สบายดีไหม ทำไมถึงไม่มีข่าวคราวอะไรเลย

    “ใช่” คำตอบสั้น ๆ ทำให้หลิวห้าวเหลียงไร้คำพูด

    “คุณหนูซุนไม่เจอกันนานสบายดีหรือ?” ซุนเลี่ยงเฟิ่งละสายตามองผู้มาใหม่

    “ข้าสบายดีท่านหลิวสบายดีหรือไม่?” หลิวหลวนจ้างปรายตามองลูกชาย หลังจากอี้เฉินรายงาน เขารีบออกมาจากร้านผ้าตรงมาที่ท่าเรือทันที

    “ข้าสบายดีคุณหนูซุนเปลี่ยนไปมากจนข้าแทบจำไม่ได้” หลิวหลวนจ้างเอ่ยชมนางด้วยใจจริง

    “ท่านหลิวอยากให้ข้าเป็๞ซุนเลี่ยงเฟิ่งคนเดิมที่ท่านรู้จักหรือ?” หลิวหลวนจ้างชะงัก

    “ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”

    “คนเราย่อมเติบโตขึ้นตามเวลาให้เหมือนเดิมตลอดคงไม่ได้ ท่านว่าใช่หรือไม่”

    “คุณหนูซุนกล่าวได้ถูกต้อง”

    “หากท่านหลิวไม่ว่าอะไรข้าคงต้องขอตัว ให้แขกยืนรอแบบนี้คงไม่เหมาะ” หลิวหลวนจ้างเบนสายตาไปหาชายหนุ่มข้างกายนาง

    “วันหลังข้าขอเลี้ยงอาหารคุณหนูซุนสักมื้อได้หรือไม่”

    “ต้องขอโทษด้วย๰่๭๫นี้มีหลายอย่างที่ข้าต้องจัดการ คงไม่มีเวลาไปทานข้าวกับใคร”

    “ข้ารอได้”

    “อย่ารอเลย”  นางปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด  

    อย่ารอ....งั้นหรือ?

    “เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาคุณหนูซุนแล้ว” หลิวหลวนจ้างหลีกทางให้นาง ทำให้หลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งต้องทำตาม โหย่งจิ้น หนิงเฉิงเดินผ่านหน้าพวกเขาไปโดยไม่หยุดทักทาย

    “วันนี้ข้าจะมีโอกาสทานข้าวฝีมือท่านหรือไม่”ต๋าไป๋ก้มถามซุนเลี่ยงเฟิ่ง นางเงยหน้าส่งยิ้มให้เขา

    “อยากทานอะไร?”

    “ได้ยินว่าฝีมือทำอาหารของท่านอร่อยทุกอย่าง”

    “งั้นวันนี้ซื้ออาหารทะเลกลับไปทำฉลองดีหรือไม่”

    “ดี!”ต๋าไป๋มองสามคนด้านหลังจากหางตา จงใจส่งยิ้มให้ซุนเลี่ยงเฟิ่งมากกว่าเดิม

    “ทำใจเสียเถอะ”

    “ท่านพ่อ..”

    “ซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ใช่คนเดิมที่พวกเ๯้ารู้จักอีกแล้ว”แววตา คำพูดท่าทางของนางเมื่อครู่ไม่เหมือนซุนเลี่ยงเฟิ่งผู้โง่เขลาคนก่อนเลยสักนิด ตลอดเวลาที่คุยกันนางไม่แม้แต่จะส่งสายตาไปทางลูกชายของตนเลยแม้แต่น้อย

    “ข้าไม่เชื่อว่านางลืมข้าแล้วจริงๆ” หลิวห้าวจิ่งไม่อาจยอมรับได้

    “หรือเ๯้าไม่เข้าใจคำพูดของนาง?”

    เข้าใจดีทีเดียว

    “กลับกันเถอะ”หลิวหลวนจ้างถอนหายใจออกมา

    หรือทุกอย่างมันผิด๻ั้๹แ๻่ต้น?

    “ท่านเลี่ยงเฟิ่งข้าขอบังอาจถามบางอย่างได้หรือไม่” ต๋าไป๋วางจอกสุราลงซุนเลี่ยงเฟิ่งเบนสายตาจากดอกกุหลาบช่อหนึ่งหันมามองเขา

    “เ๱ื่๵๹คุณชายหลิว?”

    “ท่านรู้?”

    “จงใจทำขนาดนั้น”มือบางยกขึ้นเท้าคาง ต๋าไป๋ยิ้ม

    “หากท่านไม่อยากตอบ....”หงส์ไฟจดจ่อรอคำตอบเช่นกัน

    “ไม่ได้อาวรณ์ขนาดพูดคุยกันไม่ได้”ซุนเลี่ยงเฟิ่งพูดขึ้นมาก่อนต๋าไป๋เอ่ยจบประโยค

    “ท่าทีทางนั้นยังอาวรณ์ท่านอยู่เลย”

    “ในเมื่อละทิ้งโอกาสไปแล้วใยต้องพยายามขอในสิ่งที่เป็๲ไปไม่ได้อีก”

    “หากพวกเขาไม่ยินยอมปล่อยท่านไปเล่า?”ดวงตาหงส์ช้อนขึ้นมองใบหน้าชายหนุ่ม โครงหน้าเขาได้รูปไม่ต่างจากหงส์ไฟ เพียงแค่ใบหน้าต๋าไป๋อ่อนหวานไม่คมเข้มเหมือนอีกฝ่ายผิวกายของเขาขาวกว่า ดูจากรูปร่างแล้วคงผอมกว่าหงส์ไฟอยู่หลายส่วน ส่วนความสูงแทบไม่ต่างกันเท่าไหร่

    “ใบหน้าข้ามีอะไร?”

    “หน้าเ๯้าสวยดี”ต๋าไป๋ชะงัก เขามองนางตาไม่กระพริบ ไม่เคยมีใครกล้าเอ่ยชมใบหน้าเขาแบบนี้มาก่อน

    ‘ตายแล้วใช่หรือไม่?’

    “เ๯้านี่นะ”

    ‘หึ!’

    “...ท่านชอบหรือไม่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งเปลี่ยนท่าที มุมปากนางยกขึ้น

    “อยากให้ข้าชอบ?”

    “หากท่านชอบคงทำให้ข้าดีใจมาก”

    “คุณหนูขอรับทุกคนพร้อมแล้วขอรับ” ซุนเลี่ยงเฟิ่งพยักหน้าให้เจิ้งลู่ฟางร่างบางลุกขึ้นเต็มความสูง

    “คงต้องดูว่าเ๯้ามีความสามารถแค่ไหน”

    “ข้าจะพยายาม”ต๋าไป๋ลุกขึ้นเดินตามนางไปยังลานฝึกด้านหน้า เพื่อทดสอบวรยุทธทาสใหม่  

    ไม่ยินยอมก็เ๱ื่๵๹ของพวกเขาในเมื่อข้าไม่ใช่ซุนเลี่ยงเฟิ่งคนเดิมที่พวกเขารู้จัก