“ท่านลุงคิดว่ากี่คนดี”ซุนเลี่ยงเฟิ่งถามโหย่งจิ้นอยู่ด้านข้าง
“อย่างละสิบห้าคนดีหรือไม่ส่วนหนึ่งทำงานในบ้านเป็หลัก อีกส่วนทำงานบนเรือแยกต่างหาก”
“ข้าเห็นด้วย”
“นั่น...รถม้าตระกูลซุนไม่ใช่หรือ?”
“อย่าบอกนะว่าแม่นางคนนั้นคือซุนเลี่ยงเฟิ่ง?”
“ไม่จริงหรอกน่าซุนเลี่ยงเฟิ่งทั้งอ้วน หน้าตามีแต่รอยดำ เป็ไปไม่ได้หรอก”
“ฉิงเป่า!”
“เถ้าแก่มีอะไรหรือ?” เถ้าแก่โรงเตี้ยมเดินออกมาเห็นเจิ้งฉิงเป่าพอดีจึงเรียกเขาที่เฝ้ารถม้าอยู่
“มาทำอะไรแถวนี้”
“คุณหนูมาซื้อทาส”
“คนนั้นคือ...คุณหนูซุนเลี่ยงเฟิ่งหรือ?” ป้าวัยกลางคนโพลงขึ้นมาจนเถ้าแก่ต้องหันกลับไปมองเจิ้งฉิงเป่าพยักหน้า
“แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะใครกันหรือสามีใหม่นาง?”
“สอดรู้สอดเห็นยังปากสุนัขอีก”เถ้าแก่มองหน้าเจิ้งฉิงเป่า
“เ้า! กล้าว่าข้าปากสุนัข!”
“หรือว่าไม่จริง! ปากชอบนินทายังว่าร้ายคนอื่นให้เสียหายอีก!”
“ใจเย็นก่อน..ส่วนเ้ากลับไปได้แล้วอย่าหาเื่ทะเลาะกับเด็กเลย”
“เกิดอะไรขึ้น”หนิงเฉิงเดินกลับมาพอดีได้ยินเจิ้งฉิงเป่าทะเลาะกับป้าคนหนึ่งอยู่
“ไม่มีอะไรๆ” เถ้าแก่รีบปฏิเสธ แต่ว่า...
“ป้าคนนี้บอกว่าท่านโหย่งจิ้นคือสามีของคุณหนูนะสิ!”
“ข้าไม่ได้พูดเสียหน่อย!”
“เมื่อครู่สุนัขที่ไหนถามข้า!”หนิงเฉิงจับไหล่เจิ้งฉิงเป่า สายตานางเลื่อนมาหาป้าผู้โชคร้ายคนนั้น
“นี่ป้า...สอดรู้สอดเห็นเื่ชาวบ้านไม่พอยังปากพล่อยอีก กลัวไม่ได้แก่ตายรึไง” หนิงเฉิงกวาดสายตามองรอบๆ
“ผู้ชายที่ป้าถามคือท่านลุงโหย่งจิ้นของคุณหนู ถ้าข้าได้ยินใครว่าพวกเขาคือสามีภรรยากันอีกข้าจะตามไปตบคนปากพล่อยถึงบ้าน”
“โหย่งจิ้น...พ่อบ้านโหย่งจิ้นนะหรือ?” เถ้าแก่ถามหนิงเฉิงพยักหน้า
“คุณหนูบอกให้เ้าไปรอที่ท่าเรือซื้อทาสเสร็จจะตรงไปที่นั้นเลย”
“ขอรับ”หนิงเฉิงละสายตาจางเจิ้งฉิงเป่าหันมามองบรรดาชาวบ้านมุงก่อนเดินกลับไปหาซุนเลี่ยงเฟิ่ง
การเลือกซื้อทาสไม่ได้ยุ่งยากซุนเลี่ยงเฟิ่งเชื่อว่านางเลือกคนไม่ผิด ส่วนทาสรู้วรยุทธได้ 6 คน ราคาพวกเขาสูงกว่าทาสธรรมดาหลายเท่า
จากตลาดทาสไปตลาดท่าเรือไม่ได้ไกลมากนักซุนเลี่ยงเฟิ่งเลือกเดินเพื่อดูร้านค้าตามเส้นทาง ด้วยรูปร่างใบหน้างดงามมักดึงดูดสายตาให้คนหันกลับมามองได้เสมอโดยเฉพาะบรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย
“ซื้ออาหารทะเลกลับไปด้วยดีไหม”เรือประมงยังคงเทียบท่า พ่อค้าแม่ค้านั่งขายอาหารทะเลที่หามาได้ ยามสายเช่นนี้ลูกค้าไม่ได้มากเหมือน่เช้าตรู่
“ต้มยำกุ้ง!!”
“เห็นแก่กิน”
“คุณหนูท่านลุงว่าข้าเ้าค่ะ” หนิงเฉิงฟ้องซุนเลี่ยงเฟิ่ง
“เรืออยู่ไหนหรือ?” โหย่งจิ้นมองหาเรือที่ว่ายังไม่เห็นเรือไหนแปลกตาต่างจากคนอื่น
“นั่นไง”ซุนเลี่ยงเฟิ่งชี้ไปยังเรือลำหนึ่งกำลังแล่นเข้ามา
“มันคือเรือแน่ใช่หรือไม่?”โหย่งจิ้นมองเรือรูปทรงต่างจากเรือปกติ
“ร้านอาหารต่างหาก”ซุนเลี่ยงเฟิ่งแก้คำพูดพร้อมรอยยิ้ม ความแปลกตาของเรือดึงสายตาคนให้หยุดมองบางคนบางกลุ่มถึงกลับมายืนรอที่ท่า หลิวห้าวเหลียง หลิวห้าวจิ่งคือหนึ่งในนั้นเพียงแต่พวกเขาไม่ได้สนใจเรือ
“คือนางจริงหรือ?”
“ขอรับผู้ชายคนนั้นได้ยินว่าคือพ่อบ้านโหย่งจิ้น ส่วนแม่นางอีกคนคือหนิงเฉิงสาวใช้ของนาง”
“ข้าจำไม่เห็นได้ว่าสาวใช้คุณหนูซุนมีวรยุทธด้วย”จงอีมองกระบี่ในมือหนิงเฉิง
“นั่นสิ”ต้าเจิงนึกขึ้นได้
เรือลำใหญ่จอดเทียบท่าชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินลงมา พร้อมรอยยิ้มประดับบนใบหน้าหล่อเหลา
“ต๋าไป๋คารวะท่านเลี่ยงเฟิ่ง” ต๋าไป๋ยื่นมือมาด้านหน้า ซุนเลี่ยงเฟิ่งหัวเราะ วางมือบนฝ่ามืออีกฝ่ายเพื่อให้เขาประคองนางขึ้นเรือ หนิงเฉิงสบตาโหย่งจิ้น
ใคร?
“สหายข้าส่งเ้ามาหรือ”
“ถูกแล้ว”น้ำเสียงชายหนุ่มนุ่มทุ้มฟังแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น
“บอกได้ไหม?”
“ขออภัยด้วย”
“เฮ้อ...ความลับเยอะจัง”เขายิ้ม พานางเดินชมบนเรือ
เรือซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ได้ใหญ่มากแค่หัวท้ายเรือสร้างแบบสองชั้นสูงโปร่งด้วยไม้เนื้อดี ผนังบานเลื่อนพับฉลุลายงดงามรอบด้านแขวนโคมไฟสลักลวดลายต่าง ๆ กระถางดอกไม้หลากสี หลังคาชั้นสองสามารถเปิด-ปิดเพื่อชมความงามของท้องฟ้ายามค่ำคืนได้กลางเรือเปิดโล่งสำหรับการแสดงเพื่อให้ลูกค้าสามารถมองเห็นได้ทั้งสองฝั่งสองชั้น แต่ละชั้นวางตั้งได้6 โต๊ะ ชั้นล่างท้องเรือนอกจากส่วนบังคับ มีห้องครัว ห้องน้ำ บาร์เหล้าโต๊ะกลมตั้งข้างหน้าต่างกระจกเท่านั้นเอง ไม่ได้ใหญ่มากจริง ๆ
“้าแก้ไขตรงไหนหรือไม่?”
“ทำให้ขนาดนี้ยังต้องแก้อะไรอีกฝากขอบคุณสหายของข้าด้วย”
“สหายท่านรับรู้แล้ว”
“จริงสิ..เ้ามาอยู่ชั่วคราวหรือถาวร”ชายหนุ่มเอียงคอเล็กน้อยมองนาง
“ท่าน้าให้ข้าอยู่ถาวรหรือไม่?”หนิงฉิงเบิกตากว้าง โหย่งจิ้นหัวควับ
‘กลับไปเลย รีบกลับไปเลย!!’ ชายหนุ่มกับซุนเลี่ยงเฟิ่งหัวเราะพร้อมกัน
“ข้าอยู่ช่วยดูแลจนกว่าท่านจะหาคนขับเรือได้หรือท่าน้า ข้าอยู่ที่นี้เลยย่อมได้ ข้าไม่เอาแต่ใจเหมือนใครบางตัว”
‘เ้าแมวบ้า นี่กล้าว่าข้าเอาแต่ใจหรือ!’
“แมว?” ต๋าไป๋หนุ่มพยักหน้า
“สีขาว?” เขาพยักหน้าอีกครั้ง
“ท่านอยากเห็นหรือไม่?”
“ไว้โอกาสหน้าเถอะกลับบ้านพร้อมข้าหรือไม่”
“ได้”
“เรือล่ะ”
“ไม่มีใครทำอะไรได้หรอกท่านไม่ต้องห่วง” คนสองคนเดินงงอยู่ด้านหลัง ได้แต่ยืนฟังเงียบ ๆ
รอยยิ้มบนใบหน้าซุนเลี่ยงเฟิ่งชะงักเมื่อหันมาเห็นคนคุ้นเคยยืนอยู่ด้านหน้า
“คุณหนูซุน”
“ใคร?” ต๋าไป๋พิจารณาหลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งอย่างเปิดเผย
“คุณชายชายใหญ่คุณชายรองตระกูลหลิว”
“อ้อ...”
“รู้จักหรือ?”
“ได้ยินผ่านหูมาบ้าง”หลิวห้าวเหลียงมองรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงตาของต๋าไป๋ ทางด้านหลิวห้าวจิ่งเอาแต่มองใบหน้าซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ได้สนใจผู้ชายอีกคน
“คุณชายมีธุระอะไรกับข้าหรือไม่?”
“...เรือของคุณหนูซุนหรือ?” หลิวห้าวเหลียงถามในสิ่งที่ไม่ได้อยากถามั้แ่ต้นเขาอยากรู้ว่านางหายไปไหน ทำอะไร สบายดีไหม ทำไมถึงไม่มีข่าวคราวอะไรเลย
“ใช่” คำตอบสั้น ๆ ทำให้หลิวห้าวเหลียงไร้คำพูด
“คุณหนูซุนไม่เจอกันนานสบายดีหรือ?” ซุนเลี่ยงเฟิ่งละสายตามองผู้มาใหม่
“ข้าสบายดีท่านหลิวสบายดีหรือไม่?” หลิวหลวนจ้างปรายตามองลูกชาย หลังจากอี้เฉินรายงาน เขารีบออกมาจากร้านผ้าตรงมาที่ท่าเรือทันที
“ข้าสบายดีคุณหนูซุนเปลี่ยนไปมากจนข้าแทบจำไม่ได้” หลิวหลวนจ้างเอ่ยชมนางด้วยใจจริง
“ท่านหลิวอยากให้ข้าเป็ซุนเลี่ยงเฟิ่งคนเดิมที่ท่านรู้จักหรือ?” หลิวหลวนจ้างชะงัก
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“คนเราย่อมเติบโตขึ้นตามเวลาให้เหมือนเดิมตลอดคงไม่ได้ ท่านว่าใช่หรือไม่”
“คุณหนูซุนกล่าวได้ถูกต้อง”
“หากท่านหลิวไม่ว่าอะไรข้าคงต้องขอตัว ให้แขกยืนรอแบบนี้คงไม่เหมาะ” หลิวหลวนจ้างเบนสายตาไปหาชายหนุ่มข้างกายนาง
“วันหลังข้าขอเลี้ยงอาหารคุณหนูซุนสักมื้อได้หรือไม่”
“ต้องขอโทษด้วย่นี้มีหลายอย่างที่ข้าต้องจัดการ คงไม่มีเวลาไปทานข้าวกับใคร”
“ข้ารอได้”
“อย่ารอเลย” นางปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด
อย่ารอ....งั้นหรือ?
“เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาคุณหนูซุนแล้ว” หลิวหลวนจ้างหลีกทางให้นาง ทำให้หลิวห้าวเหลียงหลิวห้าวจิ่งต้องทำตาม โหย่งจิ้น หนิงเฉิงเดินผ่านหน้าพวกเขาไปโดยไม่หยุดทักทาย
“วันนี้ข้าจะมีโอกาสทานข้าวฝีมือท่านหรือไม่”ต๋าไป๋ก้มถามซุนเลี่ยงเฟิ่ง นางเงยหน้าส่งยิ้มให้เขา
“อยากทานอะไร?”
“ได้ยินว่าฝีมือทำอาหารของท่านอร่อยทุกอย่าง”
“งั้นวันนี้ซื้ออาหารทะเลกลับไปทำฉลองดีหรือไม่”
“ดี!”ต๋าไป๋มองสามคนด้านหลังจากหางตา จงใจส่งยิ้มให้ซุนเลี่ยงเฟิ่งมากกว่าเดิม
“ทำใจเสียเถอะ”
“ท่านพ่อ..”
“ซุนเลี่ยงเฟิ่งไม่ใช่คนเดิมที่พวกเ้ารู้จักอีกแล้ว”แววตา คำพูดท่าทางของนางเมื่อครู่ไม่เหมือนซุนเลี่ยงเฟิ่งผู้โง่เขลาคนก่อนเลยสักนิด ตลอดเวลาที่คุยกันนางไม่แม้แต่จะส่งสายตาไปทางลูกชายของตนเลยแม้แต่น้อย
“ข้าไม่เชื่อว่านางลืมข้าแล้วจริงๆ” หลิวห้าวจิ่งไม่อาจยอมรับได้
“หรือเ้าไม่เข้าใจคำพูดของนาง?”
เข้าใจดีทีเดียว
“กลับกันเถอะ”หลิวหลวนจ้างถอนหายใจออกมา
หรือทุกอย่างมันผิดั้แ่ต้น?
“ท่านเลี่ยงเฟิ่งข้าขอบังอาจถามบางอย่างได้หรือไม่” ต๋าไป๋วางจอกสุราลงซุนเลี่ยงเฟิ่งเบนสายตาจากดอกกุหลาบช่อหนึ่งหันมามองเขา
“เื่คุณชายหลิว?”
“ท่านรู้?”
“จงใจทำขนาดนั้น”มือบางยกขึ้นเท้าคาง ต๋าไป๋ยิ้ม
“หากท่านไม่อยากตอบ....”หงส์ไฟจดจ่อรอคำตอบเช่นกัน
“ไม่ได้อาวรณ์ขนาดพูดคุยกันไม่ได้”ซุนเลี่ยงเฟิ่งพูดขึ้นมาก่อนต๋าไป๋เอ่ยจบประโยค
“ท่าทีทางนั้นยังอาวรณ์ท่านอยู่เลย”
“ในเมื่อละทิ้งโอกาสไปแล้วใยต้องพยายามขอในสิ่งที่เป็ไปไม่ได้อีก”
“หากพวกเขาไม่ยินยอมปล่อยท่านไปเล่า?”ดวงตาหงส์ช้อนขึ้นมองใบหน้าชายหนุ่ม โครงหน้าเขาได้รูปไม่ต่างจากหงส์ไฟ เพียงแค่ใบหน้าต๋าไป๋อ่อนหวานไม่คมเข้มเหมือนอีกฝ่ายผิวกายของเขาขาวกว่า ดูจากรูปร่างแล้วคงผอมกว่าหงส์ไฟอยู่หลายส่วน ส่วนความสูงแทบไม่ต่างกันเท่าไหร่
“ใบหน้าข้ามีอะไร?”
“หน้าเ้าสวยดี”ต๋าไป๋ชะงัก เขามองนางตาไม่กระพริบ ไม่เคยมีใครกล้าเอ่ยชมใบหน้าเขาแบบนี้มาก่อน
‘ตายแล้วใช่หรือไม่?’
“เ้านี่นะ”
‘หึ!’
“...ท่านชอบหรือไม่”ซุนเลี่ยงเฟิ่งเปลี่ยนท่าที มุมปากนางยกขึ้น
“อยากให้ข้าชอบ?”
“หากท่านชอบคงทำให้ข้าดีใจมาก”
“คุณหนูขอรับทุกคนพร้อมแล้วขอรับ” ซุนเลี่ยงเฟิ่งพยักหน้าให้เจิ้งลู่ฟางร่างบางลุกขึ้นเต็มความสูง
“คงต้องดูว่าเ้ามีความสามารถแค่ไหน”
“ข้าจะพยายาม”ต๋าไป๋ลุกขึ้นเดินตามนางไปยังลานฝึกด้านหน้า เพื่อทดสอบวรยุทธทาสใหม่
ไม่ยินยอมก็เื่ของพวกเขาในเมื่อข้าไม่ใช่ซุนเลี่ยงเฟิ่งคนเดิมที่พวกเขารู้จัก